ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่3 [ลิตเติลมอนสเตอร์] 160% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่3 [ลิตเติลมอนสเตอร์] 160% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 838

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่3 [ลิตเติลมอนสเตอร์] 160% อัพแล้ว
แบบอักษร

 

 

ร่างเพรียวระหงนั่งอ่านหนังสืออยู่พักใหญ่จนกระทั่งเวลาผ่านไปพอสมควร เปลือกตาเริ่มหนัก ตาเริ่มลาย อาการอ่อนล้าออกมาชัดเจน แต่พริสาไม่อยากหยุดแค่นี้ จึงลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสาย สูดอากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืน แต่แล้วสายตาเหลือบไปเห็นห้องทำงานของร่างสูงยังเปิดไฟเอาไว้ แปลว่าเขายังคงไม่หลับ แม้ไม่มีนาฬิกาแต่หญิงสาวคาดเดาว่าคงดึกพอสมควร โซอี้เคยเล่าว่าแม้เฮกเตอร์จะดำรงตำแหน่งประธานบริษัทก็จริง ทว่านอกจากธุรกิจค้าขายอาวุธ เขายังมีธุรกิจของตระกูลอีกมาก หน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด และอย่างที่เธอทราบจากข่าว แม้แบล็กฟอร์ดจะมีทายาทสองคน ทว่าแฮร์ริสกลับเลือกใช้ชีวิตประเทศไทย โซอี้จึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทายาทคนเล็กไม่ปรารถนาจะอยู่บนเส้นทางนี้ เพราะความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อครอบครัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเป็นหนึ่งในแบล็กฟอร์ดอยู่ดี หากเฮกเตอร์ต้องการความช่วยเหลือ แฮร์ริสก็พร้อมจะกลับมา ซึ่งพริสาไม่แปลกใจและเข้าใจในตัวของแฮร์ริส  

       พริสาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง เลือกจะเดินกลับเข้าคฤหาสน์หลังงาม ตรงไปยังครัวที่มีแม่บ้านอยู่ประจำสองคนสำหรับรอรับใช้เฮกเตอร์จนกว่าจะเข้านอน เธอจัดการชงกาแฟดำ วางใส่ถาดและเดินตรงไปยังห้องทำงาน เพราะหลังการถกเถียง เธอก็ไม่ได้ทำงานอีกเลย แม้จะเป็นการเดิมพัน แต่พริสาก็ยังกินเงินเดือนในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัว จะเพิกเฉยต่อหน้าที่คงไม่ถูกต้องนัก เดิมทีจะฝากลูอิสเข้าไปให้ ทว่าพอมาถึงหน้าห้องกลับไร้บอดี้การ์ดเฝ้าอย่างที่ควรจะเป็น เธอชะโงกหน้าแอบดู เห็นว่าชายหนุ่มกำลังอ่านเอกสารอยู่ จึงตัดสินใจเคาะประตูเล็กน้อยและเดินเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบ 

       เฮกเตอร์มองผู้มาใหม่พอเห็นว่าใครได้แต่กลอกตา เมื่อเธอวางกาแฟเคียงข้างแก้วเหล้าที่ดื่มอยู่ก็เอ่ยพูดทันที 

       “ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอจนกว่าจะถึงวันแข่งขัน” 

       พริสาลอยถอนหายใจ เกิดมาในชีวิตยังไม่เคยถูกใคร “ไล่” บ่อยเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน ไม่ไล่ออกจากงาน ก็ไล่ออกจากห้อง มีอยู่สองอย่าง 

       “ฉันแค่เอากาแฟมาให้ตามหน้าที่ค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ 

       “เสร็จแล้วก็ไปซะ” ชายหนุ่มเพิ่มเสียงยังไม่ละสายตาจากเอกสารสำหรับเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะสั่งผลิต แน่นอนว่ามียอดสั่งซื้อจำนวนไม่น้อยแล้ว 

       พริสาไม่แน่ใจว่าใช่เอกสารตัวเดียวกับที่อาทิตยาทำเสียหรือเปล่าแต่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีจึงเอ่ยต่อ  

       “ฉันต้องขอโทษแทนซันนี่ด้วยนะคะ แกไม่ได้ตั้งใจทำให้เอกสารของคุณเสียหาย ฉันไม่รู้จะชดใช้ยังไง แต่ฉันยินดีให้คุณหักจากเงินเดือน” 

       “บ้าเอ้ย! พริสา ให้ฉันอยู่สงบๆ บ้างไม่ได้หรือไง ทำไมเธอถึงไม่ยอมฟังอะไรบ้างเลย เมื่อฉันสั่งให้ออก... ก็แค่ออกไป ยากนักเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด ไม่ใช่แค่การเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ แต่นั่นเป็นเพราะอาการเจ็บข้อเท้ากำเริบอีกแล้วนั่นทำให้เขาไม่สบายตัว 

       ร่างบางสะดุ้งรีบเดินออกไปทันทีไม่อยากให้เขาอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ พอคล้อยหลังออกจากห้องได้สองก้าวกลับได้ยินเสียงทุ้มเข้มสบถบางอย่างเกี่ยวกับการอาการบาดเจ็บ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ด้วยความสงสัยจึงเดินถอยหลังกลับไปแอบลอบมองดู เห็นเฮกเตอร์กำลังจับข้อเท้าของตัวเอง เพราะเป็นนักกายภาพบำบัด พริสารับรู้ได้ทันทีว่านี่อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของความหงุดหงิด เธอไม่รู้ว่าเขามียารับประทานหรือไม่เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ในเมื่อเขาเจ็บและรู้ดีว่ามันทรมานต่อคนไข้ เวลานั้นพริสาก็คิดอะไรดีๆ ออก           

       เพราะอาการเจ็บข้อเท้าก่อกวนสมาธิในการอ่านเอกสาร ทำให้ร่างสูงวางปากกา เอนกายพิงพนักเก้าอี้หลับตาลง เหยียดขาข้างที่เจ็บออกด้านนอกหวังว่าจะบรรเทาความเจ็บปวดได้บ้าง นึกย้อนเหตุการณ์ลอบสังหารครั้งนั้น เขาบาดเจ็บสาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอด หากลูกน้องไม่เอาตัวบังไว้ คงไม่มีเฮกเตอร์ในวันนี้ เพราะแรงอัดและสะเก็ดระเบิดทำให้ร่างกายเกิดบาดแผลฉกรรจ์ กระดูกสะโพกแตก กระดูกเชิงกรานร้าว ข้อเท้าหัก ตามร่างกายมีบาดแผลไฟไหม้ บางจุดรุนแรงระดับสองถึงสาม เขาใช้เวลารักษาตัวและพักฟื้นนานอยู่สี่ปีเต็ม เป็นช่วงที่ใครหลายคนคิดว่าเขาเสียชีวิตแล้ว แม้จะยังไม่หายดี แต่เฮกเตอร์ที่กระหายการแก้แค้นตามล่าตัวคนร้ายก็ยุติการทำกายภาพบำบัด นั่นทำให้ข้อเท้าเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง จนกระทั่งเมื่อสองปีก่อน ทุกคนรู้จากข่าวว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ส่วนคนเปิดโปงไม่ใช่ใครอื่น น้องชายสุดที่รักอย่างแฮร์ริส ที่ตอบโต้เอาคืน หลังจากเขาทำให้ชีวิตแต่งงานของน้องชายแทบพัง ด้วยการเขียนจดหมายปลอมเป็นแฮร์ริสไปหานรียา น้องสะใภ้ ว่าขอเลิกโดยไม่รู้เลยว่าเวลานั้น เธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทแบล็กฟอร์ด คือหลานฝาแฝด นทีกับนารา โดยได้รับความร่วมมือจากคาร์เตอร์ สกัดทุกวิถีทางไม่ให้แฮร์ริสกลับไปหานรียาและให้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทแบล็กฟอร์ดคอมพานีต่อไป  

       การกลับมาของเขาไม่ว่าจะพันธมิตรหรือศัตรูไม่ค่อยพอใจนัก ด้วยรู้นิสัยดีว่า เขานั้นโหดร้ายและไร้ความปรานี ไม่มีการรอมชอมหรือเห็นใจ หากไม่คิดจะเป็นพันธมิตรก็ควรเป็นศัตรู ไม่มีคำว่าตรงกลาง ซึ่งแตกต่างจากแฮร์ริส ที่มักเลือกใช้วิธีสันติอยู่เสมอ นี่คือความแตกต่างของพี่น้องแม้จะสายเลือดเดียวกันก็ตาม... ระหว่างที่กำลังคิดถึงเรื่องราวในอดีต เขาพบว่ามีใครบางคนเดินเข้ามา ทีแรกคิดว่าเป็นลูอิส แต่เมื่อสัมผัสร้อนผ่าวเกิดขึ้นบริเวณข้อเท้าทำให้เขาสะดุ้งจะดึงเท้าหนี ทว่ามือนุ่มกลับยึดเอาไว้ พอลืมตามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นก็พบว่าพริสากำลังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นและใช้บางอย่างที่เห็นจากสายตาคือขวดแก้วถูกพันด้วยผ้าขนหนูสีขาวสะอาด กำลังประคบอยู่ตรงนั้น 

       พริสาเงยหน้าสบกับนัยน์ตาสีเทาก่อนที่ร่างสูงจะได้พูดอะไร เธอเลือกพูดก่อน “คุณหลับตาต่อก็ได้ค่ะ ฉันรู้คุณไม่อยากเห็นหน้าฉัน แค่บอกว่าดีขึ้นไหม เจ็บตรงไหนเพิ่มหรือเปล่า ฉันจะประคบให้”  

       เขากลอกตาแต่ไม่ได้ดึงขาหนี ยอมรับว่ารู้สึกดีขึ้น “บ้าเอ้ย” 

       “ฉันรู้ว่าทำให้คุณโมโห แต่อาการเจ็บข้อเท้าเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ คงเป็นผลมาจากเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนใช่ไหมคะ ที่จริงฉันอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ ว่าคุณเจ็บระดับไหน มียากินหรือเปล่า แต่เพราะคุณไม่อยากคุยด้วย ฉันก็ทำได้แค่ช่วยบรรเทาความเจ็บชั่วคราวให้ก่อน” พริสาอธิบาย อันที่จริง เธอพยายามมองหากระเป๋าน้ำร้อน หรือเจลที่จะใช้ประคบ แต่คาดว่าคงอยู่โรงพยาบาลขนาดย่อมที่มีในคฤหาสน์หลังนี้ เนื่องจากดึกแล้ว คงเป็นการยากที่จะไปหา เลยเลือกอะไรที่ง่าย ประหยัดเวลาและทดแทนกันได้  

       “นี่เธอ... ฉัน...” 

       “โอเคๆ ค่ะ ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้า ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว ฉันจะปล่อยให้คุณประคบต่อเอง แต่ถ้าเปลี่ยนใจเรียกฉันได้เสมอนะคะ หรืออยากให้ฉันตามหมอให้ก็ได้” พริสาหันหลังจะเดินออกไปทว่าเสียงทุ้มเข้มดังขึ้นเสียก่อน 

       “เคยมีใครบอกไหมว่าเธอเป็นผู้หญิงที่พูดมาก”  

       “แน่นอนว่ามีค่ะ แต่... ฉันไม่ชอบความเงียบนี่คะ ฉันคิดว่าการสื่อสารทำให้คนเราเข้าใจกันมากขึ้นและ...” 

       “แต่มันมากเกินไป” ชายหนุ่มสวนทันควัน 

       “แต่ว่า...” 

       “ถามจริงเถอะ เธอไม่กลัวฉันบ้างเลยหรือไง” เฮกเตอร์ถามอย่างสงสัย สบกับนัยน์ตาดำสนิทสุกสกาว คงเป็นเพราะที่ผ่านมาคนรอบตัวต่างกลัวเขากันทั้งนั้น 

       “กลัวสิคะ คุณทำให้ฉันกลัวมาก ยิ่งวันแรกที่คุณใช้มีดกับฉัน... ฉันคิดว่าตัวเองจะถูกฆ่าตายซะแล้ว” พอนึกย้อนพริสาก็อมยิ้มออกมา    

       เฮกเตอร์คิดว่าผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้ว เธอยังยิ้มออกอีกหรือไง “ถ้ากลัวแล้วทำไมยังดื้อรั้น ทำไมยังไม่ไป เธอน่าจะรู้ดีว่าฉันทำอะไรก็ได้พริสา ฉันห่างไกลกับคำว่าสุภาพบุรุษมากนักเผื่อเธอยังไม่รู้”   

       “ฉันรู้ค่ะ เมื่อฉันตัดสินใจเข้ามาทำงานตรงนี้ แปลว่าฉันพร้อมที่จะรับทุกสถานการณ์ คุณน่ากลัวก็จริง แต่นี่คือหน้าที่ค่ะและฉันไม่อยากเอาเปรียบใคร ... ถ้ายังไงขอตัวก่อน” หญิงสาวส่งยิ้มเล็กน้อยเลือกจะเดินออกไปทว่าเป็นอีกครั้งที่ถูกรั้งจากเสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นมา 

       “อย่าคิดว่าคำพูดและการกระทำแค่นี้จะทำให้ฉันใจอ่อน ยอมให้เธออยู่ต่อและยกเลิกการเดิมพัน มันไม่มีทางเกิดขึ้นพริสา คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น ฉันก็หวังว่าเวลาสามวันที่ให้ไป เธอจะเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน แต่ดูท่า เธออาจจะจำได้แค่ชื่อของหมากแต่ละตัวกับตำแหน่งเท่านั้น” เฮกเตอร์กระตุกยิ้ม ยิ่งเห็นสีหน้า แววตาเป็นกังวลของเธอก็พึงพอใจไม่น้อย  

       “ฉันทำเพราะอยากทำ ไม่ได้หวังผลประโยชน์ หัดมองโลกแง่ดีบ้าง ฉันรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายอย่างคุณคงไม่ยอมยกเลิกง่ายๆ เพียงเพราะฉันทำสิ่งเหล่านี้ แต่ฉันหวังว่าหากคุณจะยกเลิก ต้องมาจากการคิดได้เอง ซึ่งคงจะยาก... ขอบคุณสำหรับสามวันที่มอบให้นะคะ อาจดูไร้ความหวัง แต่ฉันไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแน่ ไม่อย่างนั้นฉันคงลาออกจากตำแหน่งนี้ตั้งแต่วันแรกแล้ว” พริสาคลี่ยิ้มบางๆ ให้ผู้ชายคนหน้าก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานไป 

       เมื่ออยู่ตามลำพัง สิ่งที่เธอพูดยังแฝงคำต่อว่าไม่น้อยยิ่งทำให้ร่างสูงขบกราม “ถ้าสองแม่ลูกอยู่นานกว่านี้ ฉันต้องเป็นบ้าเข้าสักวัน!” 

       นักธุรกิจหนุ่มรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ นี่คือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาไม่เคยต้องรับมือกับผู้หญิงคนไหนที่กล้าท้าทายจนต้องเลือกใช้การเดิมพัน โดยทั่วไปไม่ว่าจะธุรกิจหรือศัตรู ทุกคนต่างรู้ดีว่าเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ดไม่เคยรู้จักคำว่า “พ่ายแพ้” หากเขาไม่มั่นใจจะไม่มีวันพูดออกมา  

       เมื่อคิดทบทวนเหตุการณ์วันนี้ มีสิ่งหนึ่งที่สะกิดใจ กระตุ้นความกระหายใคร่รู้ให้แก่ร่างสูง นั่นคือเรื่อง “สามี” ของพริสาที่เธอไม่อยากกล่าวถึง คาดเดาจากสีหน้าคงไม่ใช่เรื่องดี อาจมีปัญหากันมาก่อน แต่พอรู้ว่าเริ่มหมกมุ่นกับผู้หญิงดื้อรั้น อวดดี ก็ทำให้เขาปัดทุกอย่างออก นับวันรอความสนุก ที่จะเห็นพริสากลายเป็นผู้แพ้ พร้อมน้ำตาที่หลั่งรินและหนี้มหาศาลที่ชีวิตนี้ไม่มีทางชดใช้ให้เขาหมด แต่ถ้าบางทีเธอมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผล ด้วยรูปร่างหน้าตา ที่ไม่ได้เลวร้าย จัดว่าค่อนข้างดีมาก บางทีเฮกเตอร์อาจประนอมหนี้ให้ก็ได้ รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา การเห็นเธอยอมสยบบนเตียง คงสร้างความพึงพอใจให้เขาน่าดู  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว