email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 14.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2563 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14.2
แบบอักษร

 

อาหารไทยรสชาติแบบชาวบ้านแต่ถูกปากถูกใจจนทำให้คนรับประทานเจริญอาหารจนต้องตักข้าวใส่จานเป็นรอบที่สามจนทุกอย่างหมดจากปิ่นโตเถาใหญ่ที่ป้ากบนำมา คนที่อิ่มไปก่อนหน้าได้แต่นั่งมองตาปริบๆ กลืนน้ำลายลงคอไปหลายรอบ

“ ไปอดอยากมาจากไหน ” แพรวาพึมพำพลางช่วยป้ากบเก็บปิ่นโตที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ คุณวีเธอเป็นผู้ชายนี่คะ เธอก็ต้องกินเยอะกว่าคุณแพรเป็นธรรมดา ” ป้ากบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจที่กับข้าวที่แกทำถูกปากปวีณ์จนชายหนุ่มรับประทานจนเกลี้ยงจาน

“ วี ปู่เอาผลไม้จากสวนมาด้วยนะ กินข้าวเสร็จแล้วก็กินผลไม้ล้างปากด้วยเลย ” คุณปู่พูดแล้วชี้ไปที่ตระกร้าผลไม้ ภายในตระกร้ามีส้มฝรั่งและน้อยหน่าอยู่เต็มตระกร้า

ปวีณ์ยิ้มกว้างรีบหันไปส่งสายตาเว้าวอนให้แพรวา หญิงสาวรู้ทันจึงทำเป็นไม่สนใจ ป้ากบจึงเป็นคนนำผลไม้ไปล้างและปลอกใส่จานให้ชายหนุ่มแทน

“ ใจดำ ”

เสียงกระเง้ากระงอดลอยผ่านหูของแพรวาไป เธอทำไม่รู้ไม่ชี้หันไปพูดกับคุณย่าของเธอ “ ย่ากินส้มไหมคะเดี๋ยวแพรปอกให้ ”

“ กินลูก แพรปอกให้พี่เขาด้วยสิย่าจำได้ว่าวีชอบกินส้มใช่ไหม ” คุณย่าเจิมขยิบตาแล้วยิ้มให้ปวีณ์

“ ครับคุณย่า ส้มสวนคุณปู่คุณย่าหวานทุกลูกเลยครับ ” เขายิ้มยั่วแพรวาเธอจึงค้อนใส่

“ คุณวีฝรั่งค่ะ ” ป้ากบวางจานฝรั่งที่เธอหันออกเป็นชิ้นๆ ตรงหน้าปวีณ์

“ ขอบคุณครับ ” ปวีณ์หยิบฝรั่งขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วหยิบมีดมาปอกเปลือกของมันออกแต่เขามัวแต่มองแพรวามีดจึงบาดเข้าที่นิ้วชี้เป็นแผลลึกจนเลือดหยดลงบนโต๊ะ

“ โอ้ย! ”

เสียงของปวีณ์ทำให้แพรวาตกใจรีบหันไปดู “ เป็นอะไร? ”

“ มีดบาด ” ปวีณ์ตอบเขาใช้นิ้วมืออีกข้างกดที่แผลเพื่อห้ามเลือด

“ ทำยังไงให้มีดบาดได้ ” ปากบ่นแต่ก็ลุกจากเก้าอี้เดินไปดูแผลที่นิ้วมือของปวีณ์ ถึงแพรวาจะไม่แสดงสีหน้าออกมาแต่สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ แผลนิดเดียวไม่เป็นไรหรอก ” ปวีณ์ยังใช้นิ้วมือกดที่แผล

“ ลุก! ” แพรวาออกคำสั่งปวีณ์จึงต้องทำตาม

“ ไม่ต้องไปล้างแผลก็ได้มีดป้ากบสะอาดสะอ้านขนาดนี้ไม่เป็นบาดทะยักหรอกน่า ” เขาอิดออดไม่ยอมไปทำแผล

“ ไม่ได้! ถึงมีดจะสะอาดแต่พี่วีก็ต้องไปล้างแผล ” แพรวาเสียงแข็ง

“ ไปล้างแผลเถอะวี ” คุณปู่พูดเสริม

ปวีณ์จึงจำใจต้องเดินออกไปล้างแผลแต่โดยดี เขาเกลียดการทำแผลที่สุดเพราะไม่ชอบความรู้สึกเจ็บแสบตอนที่แอลกอฮอล์ถูกแผล

หลังจากที่ทั้งคู่เดินออกไปจากห้องได้ไม่นานสุรนันทน์ก็เข้ามาในห้องพร้อมกับคิรากร ทั้งคู่เดินเข้าไปพร้อมกัน

“ สวัสดีค่ะคุณปู่ คุณย่า ป้ากบ ” สุรนันทน์ยกมือไหว้ทุกคนคิรากรก็ทำเช่นเดียวกัน

“ แฟนคุณสาวเหรอคะ หล่อจัง ” ป้ากบมองคิรากรและสุรนันทน์สลับกันแล้วยิ้ม

สุรนันทน์รีบโบกมือส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ ไม่ใช่ค่ะ นี้คุณคิรากรแฟนแพรค่ะ ไม่ใช่แฟนสาวสักหน่อย ”

“ แฟนแพร! ” ทุกคนในห้องพูดขึ้นด้วยความตกใจ

“ ค่ะ ” สุรนันทน์ตอบเสียงแผ่ว

สายตาทั้งสามคู่จับจ้องที่คิรากรทำให้เขารู้สึกอึดอัดกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามของญาติผู้ใหญ่ของแฟนสาว

“ แพรไปไหนคะ ” สุรนันทน์แสร้งถามขึ้นเพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจเธอแทนคิรากร

“ คุณแพรพาคุณวีไปทำแผลค่ะ ” ป้ากบตอบแต่ก็ยังแอบมองคิรากรเป็นระยะๆ

“ พี่วีเป็นอะไรคะ ทำไมต้องไปทำแผลด้วย ” สุรนันทน์ถามพลางเหลือบตาไปมองคิรากร เขานั่งหน้าตึงกัดฟันจนกรามโปนอย่างไม่พอใจ

“ คุณวีถูกมีดบาดค่ะ ” ป้ากบตอบ

‘แค่มีดบาดถึงกับจะต้องพาไปทำแผลเลยเหรอ’ คิรากรได้แต่ขุ่นเคืองในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขานั่งหน้าขรึมดวงตาร้อนผ่าว สุรนันทน์หันไปสบตากับคิรา กรพอดีเธอจึงยิ้มบางๆ ให้เขา ดวงตาคู่สวยฉายแววความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดเจนจนชายหนุ่มรับรู้ได้ คิรากรพยักหน้าให้เธอแล้วจึงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเพื่อบอกให้เธอสบายใจว่าเขาไม่เป็นไร

“ คุณชื่ออะไรนะ ” คุณปู่เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างคิรากรแล้วเริ่มพูดคุยกับเขาอย่างเป็นมิตร

“ คิรากรครับ เรียกผมว่ากรก็ได้ครับ ” คิรากรตอบท่าทางและน้ำเสียงสุภาพ

“ นอกจากเป็นแฟนแล้วคุณยังเป็นเจ้านายของหนูแพรด้วยใช่ไหม” คุณย่าถามต่อ

คิรากรขมวดคิ้วสงสัยกับคำถามของคุณปู่ “ คุณย่าทราบได้ยังไงครับ ”

คุณย่ายิ้ม “ ก็หนูแพรเพิ่งจะบอกย่าก่อนที่คุณจะมาถึง ”

“ เหรอครับ ” เขายิ้มเจื่อน

“ สองคนนั้นออกไปได้สักพักแล้วเดี๋ยวก็คงจะกลับมา ” คุณปู่ยิ้มแล้วพูดต่อ

“ คุณกรชอบบรรยากาศแบบชานเมืองไหม? ” คุณปู่ถาม

คิรากรยิ้ม “ ชอบครับ ใช่ชีวิตอยู่แต่ในเมืองทุกวันเจอแต่มลพิษกับความเครียดเรื่องงานถ้าได้ไปพักผ่อนแถบชานเมืองบ้างคงจะดี ”

“ เอาไว้ว่างๆ ให้แพรพาไปเที่ยวที่บ้านของปู่กับย่าสิ ที่นั่นอากาศดีมากเรามีสวนผลไม้ด้วยนะ ”

“ บ้านของเราอยู่ติดกับคลองลัดมะยมใกล้ๆ กับตลาดน้ำนั้นแหละ ” คุณย่าพูดเสริม

“ ครับ ” คิรากรรับคำแล้วยิ้มกว้างขึ้น พลอยทำให้สุรนันทน์คลายความเป็นห่วงเขาลงได้บ้าง แต่ตอนนี้สุรนันทน์กับเริ่มห่วงความรูสึกของตัวเองมากกว่า เพราะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อนว่าผู้ชายคนนี้จะรู้สึกยังไงและยังกลัวว่าเขาจะต้องสียใจซ้ำสองอีก

คุณปู่และคุณย่าของแพรวาชวนคิรากรคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้เพื่อทำความรู้จักกับคนรักคนใหม่ของหลานสาวให้มากขึ้นโดยมีสุรนันทน์ร่วมวงสนทนาด้วย คงมีแต่ป้ากบที่มองคิรากรอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก

แพรวาเดินนำปวีณ์ไปที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อขออุปกรณ์ทำแผล นางพยาบาลจึงเอาชุดทำแผลใส่ถาดสี่เหลี่ยมขนาดเล็กออกมาให้เธอ

ในถาดนั้นมีผ้าก๊อสขนาดสองนิ้วสี่แผน สำลีก้อนสี่ก้อน เบตาดีนสำหรับใส่แผลสดน้ำเกลือล้างแผลและแอลกอฮอล์ใช้เช็ดบริเวณรอบ ๆ แผลเพื่อฆ่าเชื้อ นางพยาบาลยังเอาพลาสเตอร์ปิดแผลให้มาด้วยหนึ่งอัน

“ ขอบคุณนะคะ ” แพรวารับถาดทำแผลจากพยาบาลและเดินถือมานั่งที่เก้าแถวตรงด้านหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล

“ ที่จริงแค่ปิดพลาสเตอร์ก็พอแล้วมั้ง ไม่เห็นต้องทำให้มันยุ่งยากเลย ” ปวีณ์แสร้งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทั้งที่ในใจมันเต้นแรงด้วยความดีใจที่แพรวาดูเป็นห่วงเป็นใยเขาจริง ๆ

“ ไม่ทำความสะอาดปิดแผลเลยเดี๋ยวก็ติดเชื้อกันพอดีสิ ” แพรวาทำเสียงดุ เธอเทแอลกอฮอล์ใส่สำลีก้อนจนชุ่มแล้วแกล้งเช็ดลงไปตรงแผลแทนที่จะเช็ดแค่บริเวณรอบๆ ปวีณ์แสบจนหน้าเบ้เขาขบริมฝีปากแน่นกลั้นเสียงร้องจนน้ำตาคลอ แพรวาก้มหน้าทำแผลให้เขาอยู่พยายามกลั้นขำแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พอใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลเสร็จจึงหยดเบตาดีนใส่สำลีก้อนแล้วกดลงไปที่แผลของปวีณ์อย่างแรงอีกรอบ

“ เจ็บนะ! ” เสียงคำรามรอดไรฟันออกมา

“ เจ็บแผลแค่นี้อดทนไม่ได้เหรอคะ เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ” พูดพลางเช็ดรอบบริเวณแผลอีกครั้งแล้วจึงใช้พลาสเตอร์ปิดแผล

“ ขอบคุณ ” เสียงของเขายังขุ่นแต่ดวงตาบอกถึงความสุขอย่างชัดเจน

แพรวาไม่พูดอะไรเธอลุกขึ้นเดินเอาถาดใส่อุปกรณ์ทำแผลไปคืนที่เคาน์เตอร์พยาบาล ปวีณ์ลุกเดินตามไปติด ๆ

“ เดินห่างๆ หน่อยได้ไหมแพรอึดอัด ” เธอทำเสียงไม่พอใจ

“ ไม่เห็นอึดอัดเลยเดินใกล้กันแบบนี้ดีแล้วพี่อยากอยู่ใกล้ๆ แพร ” เขาเดินเข้าไปเบียดจนชิดกับแพรวา เธอขยับหนีเขาก็ขยับตาม แพรวาจึงเร่งก้าวเท้าให้เร็วขึ้นแต่ปวีณ์ก็ก้าวเขามาจนชิดอีก

แพรวาจิ๊ปากอย่างไม่พอใจปวีณ์ก็ยังไม่ยอมถอยยิ่งเบียดเข้าหาเธอจนมาถึงหน้าประตูห้องพักของคุณย่าเจิม เสียงบ่นกระปอดกระแปดของแพรวาดังเข้าไปในห้องพักตามมาด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของปวีณ์ที่ได้แกล้งเธอ ทำให้คิรากรที่ยิ้มแย้มอยู่หน้าตึงขึ้นมาทันที

ประตูห้องพักเปิดออกแพรวากำลังก้าวเข้าไปในห้องต้องชะงักเมื่อเห็นคิรากรนั่งอยู่ด้านในทำให้ปวีณ์ที่เดินตามเธอมาติดๆ ชนเข้ากับหลังของเธอจนร่างแบบบางเซไปด้านหน้าปวีณ์จึงรวบตัวเธอเอาไว้ไม่ให้หน้าคะมำลงไป

“ พี่กรมาได้ยังไงคะ ” แพรวารีบแกะมือของปวีณ์ออกแต่เขากลับยิ่งรัดเอวเธอแน่นขึ้น

“ สวัสดีครับคุณคิรากร ” ปวีณ์เหยียดยิ้มมองหน้า คิรากรแล้วคลายวงแขนออกจากเอวของแพรวาก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงมุมห้อง

“ สวัสดีครับคุณปวีณ์ ” เสียงของคิรากรกร้าวอย่างไม่พอใจ เขามองหน้าแพรวาแต่เธอหลบตา

“ แพรเข้ามานั่งข้างปู่สิลูก ” คุณย่าเจิมเรียกหลานสาว

ป้ากบเดินไปหาปวีณ์แล้วยกมือของเขาขึ้นมาดูที่แผล “ พยาบาลทำแผลให้เหรอคะ ”

“ เปล่าครับแพรทำให้ ” เขาทำเป็นพูดเสียงดังตั้งใจให้คิรากรได้ยิน

“ นี่คุณแพรทำแผลให้คุณวีเองหรือคะป้านึกว่าให้พยาบาลทำให้เสียอีก คุณแพรอยากดูแลคุณวีใช่ไหมล่ะเลยทำแผลให้เอง ” ป้ากบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ปวีณ์ เขาก็ยิ้มตอบแล้วปลายตามองคิรากรที่นั่งขบกรามอย่างไม่พอใจ

แพรวาได้แต่มองคิรากรแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาทำให้สุรนันทน์รู้สึกโกรธเธอขึ้นมา

“ ผมมารบกวนคุณย่านานแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ” คิรากรลุกขึ้นจากโซฟายกมือไหว้คุณปู่คุณย่าแล้วจึงหันไปไหว้ป้ากบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ปวีณ์

“ สาวก็ขอตัวกลับก่อนนะคะ ” สีหน้าของสุรนันทน์บอกว่าเธอไม่พอใจปวีณ์และโกรธแพรวาที่เอาแต่นั่งเฉยไม่พูดอะไรสักคำ

แพรวาเหมือนจะรู้ว่าสุรนันทน์กำลังไม่พอใจเธอจึงหันไปพูดกับคิรากร “ เดี๋ยวแพรไปส่งนะคะพี่กร ” แพรวากำลังจะลุกเสียงปฏิเสธของคิรากรก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ ไม่เป็นไรครับน้องแพรอยู่ดูแลคุณย่าเถอะครับ” เขาฝืนยิ้ม

“ ฝากขอโทษท่านประธานกับคุณท่านด้วยนะคะที่วันนี้แพรไปหาพวกท่านไม่ได้ ” แพรวาพูดด้วยรู้สึกผิดจริงๆ

“ พวกท่านเข้าใจครับไม่ต้องเป็นห่วงนะ ” แต่คนที่ไม่เข้าใจคือตัวเขาเองเรื่องที่คุณย่าของเธอเข้าโรงพยาบาลจนทำให้แพรวาต้องผิดนัดเขาเข้าใจและไม่โกรธเธอเพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย แต่สิ่งที่ทำให้เขาโกรธคือปวีณ์อดีตสามีของเธออยู่ที่นี่ นั่นแสดงว่าเธอเลือกจะบอกผู้ชายคนนั้นก่อนบอกเขา คิรากรมองแพรวาด้วยความผิดหวังและเสียใจเขาหันหลังเดินออกไปจากห้องพร้อมกับความเจ็บปวด

สุรนันทน์มองตามคิรากรออกไปด้วยความสงสารและเห็นใจ เธอจึงตัดสินใจตามไปปลอบใจเขา “ คุณปู่คุณย่าคะสาวกลับก่อนนะคะ ” สุรนันทน์ยกมือไหว้ทั้งสองท่านแล้วหันไปค้อนแพรวา

“ เรามีเรื่องต้องคุยกันยายแพร ” สุรนันทน์มองเพื่อนรักอย่างคาดโทษ

“ แกรีบตามพี่กรไปเถอะ ” แพรวาบอกสุรนันทน์

“ แกไม่คิดจะลาฉันบ้างรึไงไอ้สาว ” ปวีณ์พูดขึ้น

สุรนันทน์ไม่พูดอะไร เธอสะบัดหน้าใส่ปวีณ์อย่างไม่พอใจก่อนจะตามคิรากรออกไป

“ เป็นอะไรของมัน ” ปวีณ์งึมงำ

“ แพรคืนนี้อยู่เป็นเพื่อนย่านะลูก ” คุณย่าเจิมบอกกับหลานสาวสุดที่รัก

“ ค่ะ คุณย่า ” แพรวารับคำก่อนจะถอนหายใจ ส่วนปวีณ์นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อนหยิบฝรั่งขึ้นมากินอย่างสบายอารมณ์

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว