facebook-icon Twitter-icon

จนวันหนึ่งเราสองคนได้เปิดใจกันและกัน เธอไม่รังเกียจที่คนอย่างผมต่ำต้อยกว่าเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่มีทางยอมเลยคือ... ใครก็ตามที่คิดมาพรากเธอไปจากผม ต่อให้คนนั้นจะเป็นใคร ผมก็ไม่คิดจะเอามันไว้ ไม่มันก็ผมคงต้องตายกันไปข้าง! #พี่หินของเอย *ฝากติดตามคอมเมนต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ*

#พี่หินของเอย :: CHAPTER 2 Learn hardship [100%]

ชื่อตอน : #พี่หินของเอย :: CHAPTER 2 Learn hardship [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2563 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#พี่หินของเอย :: CHAPTER 2 Learn hardship [100%]
แบบอักษร

2 

=  Learn hardship = 

Rrr 

เสียงปลายสายเรียกเข้าทำให้ฉันที่นอนคลุมโปงอยู่ในห้องนอนในวันหยุดแสนสบาย เป็นอันต้องจบลงเมื่อเสียงมือถือยังคงดังต่อเนื่องและไม่มีท่าทีที่หยุดจึงสะบัดผ้าห่มผืนใหญ่ออกและหรี่สายตามองไปยังนาฬิกาหัวเตียงซึ่งตอนนี้บ่งบอกว่าเป็นเวลาเกือบสิบโมงกว่าแล้ว ปกติวันหยุดฉันนอนตื่นบ่ายโมงเลยนะ ใครกันโทรมากวนแต่เช้าเนี่ย! 

“ฮา... โหล” กดรับสายทั้งที่ไม่ได้ดูหน้าจอเลยสักนิด 

(“ยังไม่ตื่นเหรอครับ?”) น้ำเสียงเข้มทำเอาคิ้วขมวดเข้าหากันทันทีทั้งที่ดวงตายังไม่ลืมขึ้น (“คุณเจ้าเอย”) 

ฉันลุกขึ้นนั่งหลังตรงก่อนจะดูปลายสายซึ่งเป็นเบอร์ที่คุ้นตาและน้ำเสียงก็คุ้นหูซะเหลือเกิน ยกมือเสยผมตัวเองขึ้นก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ 

“คุณหินเหรอคะ?”  

(“ครับ ผมจะโทรมาบอกว่ารถของคุณเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ”) ฉันอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเลยจริงๆ ก่อนหน้านั้นดันตื่นไม่เต็มตาแถมยังไม่ดูจอมือถือให้ดีซะก่อน 

“โอเคค่ะ งั้นเที่ยงฉันเข้าไปที่อู่นะคะ” 

(“รับทราบครับ... คุณนอนต่อเถอะครับยังมีเวลา”) 

“คุณหิน!” ตะคอกเข้าไปในปลายสายจนยกมือปิดปากตัวเอง ทว่ากลับได้ยินเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ 

(“แค่นี้นะครับ”)  

เขากดวางสายไป ส่วนฉันน่ะเหรอก็ดิ้นและทุบที่นอนตัวเองไปมาอย่างหงุดหงิดตัวเอง ใครจะกลับไปนอนต่อได้ลงคอกันล่ะ! คิดได้แบบนั้นจึงลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูและตรงเข้าไปอาบน้ำ เมื่อเสร็จก็เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเอากางเกงขาสั้นผ้าพลิ้วสีครีมกับเสื้อเปิดไหล่ระบายสีขาว มองตัวเองในกระจกก่อนจะหยิบยางรัดมารวบผมให้เป็นมวยอยู่กลางศีรษะเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ฉันก็หยิบกระเป๋าสะพายไหล่สีดำยี่ห้อดีออกจากห้องลงไปยังโต๊ะอาหารที่ตอนนี้ว่างเปล่า  

“คุณท่านทั้งสองออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ ส่วนคุณเจ้าทรัพย์ก็ยังไม่กลับตั้งแต่เมื่อคืน” แม่บ้านเป็นคนบอกซึ่งฉันก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่หรอกนะถ้าพ่อกับแม่และพี่ชายจะไม่อยู่ “คุณเจ้าเอยจะรับประทานอะไรดีคะ ป้าจะได้เข้าครัวไปทำให้” 

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเอยจะออกไปรับรถที่อู่ค่อยไปหาทานที่ห้างก็ได้ค่ะ” บอกกลับไปแบบนั้นก็เดินออกจากบ้านและให้ลุงพลมาส่งที่อู่ซ่อมรถชัยกิจในเวลาเกือบเที่ยง ฉันเดินตรงเข้าไปด้านในก็มองหาคุณหินแต่ก็ไม่เจอเขาอยู่ดี 

“มาหาพี่หินเหรอครับ?” ช่างซ่อมคนหนึ่งที่กำลังซ่อมรถอยู่เอ่ยถามขึ้น “เดี๋ยวผมไปตามให้นะครับ เวลานี้พี่หินกำลังกินข้าวอยู่แน่ๆ” 

“เออ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เรียกรั้งเขาไว้ก่อน “เดี๋ยวฉันไปหาเขาเองก็ได้ค่ะ อยู่หลังอู่ใช่ไหมคะ?” 

“ครับ เชิญเลยครับ... เฮ้ยพวกมึง หยุดพ่นสีให้คุณผู้หญิงเดินไปก่อน!” เขาตะโกนสั่งให้ช่างคนหนึ่งที่พ่นสีอยู่หยุดงานกระทันหัน ฉันจึงทำได้เพียงโค้งศีรษะให้เขาเป็นการขอบคุณและก็มาถึงด้านหลังอู่รถ กวาดสายตามองหาเขาก็เห็นว่าร่างสูงกำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนกับเก่งผู้ช่วยของเขา 

“พี่เจ้าเอย” เก่งเป็นฝ่ายทักทายฉันก่อนจะใช้สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “ปกติเห็นแต่ใส่ชุดนักศึกษาอะพี่ วันนี้โคตรน่ารักเลยครับ” 

เพิ่งเคยโดนชมแบบจริงจังก็ทำเอาไปไม่เป็นเลย และยิ่งสายตาของคุณหินที่มองมาด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองก้าวเท้าไม่ออกใบหน้าก็ร้อนเห่อเหมือนมีคนเอาไฟมาลนที่หน้าเลย 

“มารับรถใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมไปจัดการให้” 

“ฉันรอได้ค่ะ คุณหินทานข้าวก่อนเถอะค่ะ” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อฉันบอกว่าจะรอ จึงผายมือให้ฉันนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อนที่เก่งคุกเข่าลงกับพื้นและใช้เสื้อของตัวเองเช็ดให้ฉันนั่ง สายตามองไปยังอาหารกลางวันของเขาก็ต้องขมวดคิ้วกับจานอาหารเพียงไม่กี่อย่างซึ่งมีไข่ต้ม น้ำปลาพริกและก็ผัดผัก หมูทอด 

อาหารที่เขากินทำไมถึงได้ง่ายจนฉันรู้สึกถึงมื้ออาหารแต่ละมื้อที่ตัวเองกินเข้าไปเลย แต่ละมื้อของฉันมันมากกว่านี้ร้อยเท่าก็ว่าได้เลยนะ 

“จ้องแบบนี้ อยากทานด้วยกันไหมครับพี่เจ้าเอย?” เก่งถามขณะหยิบจานจะตักข้าวให้ฉัน 

“คุณเจ้าเอยทานแบบเราไม่ได้เก่ง” 

“ได้ค่ะ!” ตอบพลางฉีกยิ้มกว้างให้กับเก่งก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคุณหิน “กำลังหิวพอดีเลยค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” 

“แน่ใจนะครับว่าทานได้” เขาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง “ผมไปซื้อกับข้าวให้เพิ่มได้นะครับถ้าคุณจะทาน” 

“ฉันทานได้ค่ะ คุณหินนั่งลงเถอะค่ะ” เพราะเขาจะลุกขึ้นไปซื้อกับข้าวมาเพิ่มฉันจึงคว้าข้อมือเขาไว้ จนสายตาคมตวัดมามองมือของฉันและเขาก็ทำแบบวันนั้นอีกครั้งคือการบิดข้อมือออกจากการกอบกุมของฉัน 

ไม่ใช่รังเกียจฉันสัมผัสได้... เพียงแต่เขาไม่อยากให้ฉันแตะต้องตัวของเขาที่สกปรกไปจากการทำงานมากกว่า 

“พี่หินขา น้ำมาส่งแล้วค่ะ!” ฉันที่กำลังจะตักหมูทอดมากินเป็นอันหยุดชะงักกับเสียงเล็กแหลมที่ดังขึ้นจากด้านหลัง จึงหันกลับไปมองก็พบเด็กสาวสองคนที่อายุน่าจะรุ่นเดียวกับเก่งรีบวิ่งมานั่งข้างคุณหิน เบียดเสียดหน้าอกใหญ่โตที่สวมแค่เสื้อสายเดี่ยวสีขาวกับดำ กอดแขนและยกมือแตะไปตามแก้มของเขา “มะนาวเอาน้ำมาส่งพี่หินค่ะ” 

เด็กสาวผมยาวย้อมสีทองถามเขาด้วยน้ำเสียงอ้อยอิ่ง ตามด้วยหน้าอกที่ยังคงถูไถไปยังท่อนแขนของเขา “พี่หินของส้มโอเหนื่อยไหมคะวันนี้... เดี๋ยวส้มโอจะนวดให้นะคะ”  

ถึงกับพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียวพลางสบตากับเก่งที่ทำหน้าไม่ต่างจากฉัน แต่เขาคงจะชินกับการมาของทั้งสองคน 

“เอ๊ะ? ยัยหน้าจืดนี่ใครอะ”  

“นั่นสิ... มานั่งเจ๋ออะไรตรงนี้ไม่ทราบ”  

“หมายถึงฉันเหรอคะ” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองทั้งสองคนก็พยักหน้ารับพร้อมเพรียงกัน “ฉันมารับรถที่อู่ค่ะ” 

“มารับรถ แล้วมานั่งร่วมโต๊ะกับพี่หินทำไม!” 

“ทั้งสองคนหยุดแล้วก็อยู่ห่างๆ พี่ ขอร้อง” ดูเหมือนคุณหินจะหมดความอดทนแล้ว จึงผลักร่างของเธอให้ขยับออกห่างตัว “อย่าเสียมารยาทกับคุณเจ้าเอย เขาเป็นลูกค้าพี่”  

ทั้งสองคนกระฟัดกระเฟียดพอควร คุณหินจึงตักผัดผักให้ฉันและฉีกยิ้มให้เมื่อเห็นฉันตักเข้าปาก แต่ก็ต้องรู้สึกว่ามันอร่อยมากจนยกมือปิดปากตัวเอง “อร่อยมากเลยค่ะ ซื้อที่ไหนเหรอคะ?” 

“ไม่ได้ซื้อครับ” เก่งเป็นฝ่ายพูดขึ้นขณะตักหมูทอดราดบนข้าว “ฝีมือพ่อครัวหินครับ”  

“จริงเหรอคะ?” 

“คุณทำเสียงแปลกใจเหมือนไม่เชื่อว่าผมทำ” รีบยกมือโบกไปมาทันทีเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจเจตนาฉันผิดไป 

“ฉันเปล่านะคะ แค่คิดไม่ถึงต่างหากค่ะ” ตักผัดผักมากินอีกครั้ง ซึ่งฉันทดสอบแล้วว่าที่อร่อยไม่ใช่เพราะว่าฉันหิว แต่มันอร่อยจริงๆ ต่างหาก “ซ่อมรถก็เก่ง ทำอาหารก็เก่ง มีอะไรที่ไม่เก่งบ้างไหมคะเนี่ย” 

ถามกลับไปแต่คุณหินก็เลือกที่จะเงียบและฉันก็ไม่คิดจะต้องการคำตอบหรอกนะ แค่เปรียบเทียบเฉยๆ ก็เท่านั้นเอง 

“มีสิครับ พี่หินไม่เก่งเรื่องจีบหญิงไง” ฉันมองสบตากับเก่งและหันไปมองคนตัวโตที่ตักข้าวกินอยู่ พอเห็นฉันมองเขาก็ขมวดคิ้วพลางหยิบขวดน้ำเขวี้ยงใส่เก่งจนกระโดดหนีแทบไม่ทัน 

“พูดเยอะ เดี๋ยวโดน” 

“เก่งสิ! ไม่งั้นฉันคงไม่หลงพี่หินขนาดนี้” มะนาวพูดขึ้นและวางมือไปยังท่อนแขนแกร่งก่อนจะลูบไล้ไปมาอย่างยั่วยวน  

“แต่พี่หินก็ไม่ได้ไปจีบพวกแก มีแต่พวกแกเนี่ยล่ะมาตามอ่อย” 

“อีเก่ง! อีปากหมา” ส้มโอต่อว่าเก่งก่อนจะทำท่าหยิบจานใส่ข้าวเขวี้ยงเขา “พี่หินใจหินจริงนั่นแหละ ขนาดส้มโอเกาะติดขนาดนี้ ยังไม่แลเลยอ่า” 

“เพราะพี่หินเขารู้ไงว่าอันไหนเพชรอันไหนกรวด!” คุณหินถอนหายใจและสบตากับฉันราวกับเบื่อหน่ายกับการทะเลาะกันของทั้งเก่งและอีกสองสาว เขาดันขวดน้ำมาให้ฉันเพราะกินข้าวจนจะหมดจานแล้วจึงกระหายน้ำ ทว่าการเปิดขวดน้ำสำหรับฉันมันยากมาก ไม่ว่าจะบิดฝาขวดแรงแค่ไหนก็เปิดไม่ออกสักทีแถมระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ก็แดงเถือกไปด้วยแรงบิด 

“แค่ขวดน้ำยังไม่มีปัญญาเปิดเลย แหวะ!” มะนาวแขวะจนฉันลอบมองด้วยสีหน้าไม่พอใจและพยายามลบคำสบประมาณของเธอ แต่ขวดน้ำในมือก็ถูกดึงออกไปและแทนที่ด้วยขวดน้ำที่เปิดฝาแล้วเรียบร้อย คุณหินเอาขวดน้ำฉันไปแปบเดียวก็เปิดขวดได้และกระดกขึ้นดื่มจนครึ่งขวด 

“เออ มีหลอดไหมคะ?” 

“กระแดะ กระดกไม่เป็นหรือไง ชิ” ฉันทำหน้าบูดใส่ทั้งสองคนก่อนจะยกขวดน้ำขึ้นหวังกรอกผ่านลำคอ แต่ฝ่ามือหนาก็คว้าข้อมือฉันไว้ก่อน 

“แก้วครับ” คุณหินดึงขวดน้ำไปและเทน้ำให้ฉัน 

“พี่หินอะ! ทำไมต้องทำตามที่หล่อนขอด้วยเนี่ย” ทั้งสองคนทำหน้าไม่พอใจฉันก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากอู่ไป ส่วนฉันที่ทำอะไรไม่ถูกก็หันไปสบตากับคุณหินที่มองฉันอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว 

“เสน่ห์แรงนะคะ สาวมาตามชอบแบบนี้” 

“โอ๊ย! ยัยสองคนนั้นตอนแรกก็คลั่งพี่เมฆล่ะครับ พอเห็นพี่หินก็มาคลั่งพี่หินต่อนี่ถ้าอู่มีช่างคนใหม่มาสไตล์หล่อล่ำก็คงเปลี่ยนเป้าหมาย” เก่งพูดพลางเก็บจานที่กินเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินไปยังก็อกน้ำเพื่อทำการล้าง 

“ฉันช่วยนะคะ” 

“ไม่ต้องหรอกครับให้เก่งมันทำเถอะ” คุณหินรั้งฉันไว้ก่อนจะเดินไปช่วยเก่ง “คุณมารับรถนี่ครับ ไม่ได้มาเพื่อล้างจาน” 

เขาเดินนำฉันออกไปยังสำนักงานของอู่ก่อนจะให้ฉันนั่งรอก่อนเพื่อหาเอกสารใบเสร็จที่ซ่อมรถให้ฉันว่ามีอะไรบ้าง ระหว่างที่รอประตูก็เปิดขึ้น “หนู?” 

“สวัสดีค่ะคุณลุง” พ่อของคุณหินและพี่เมฆเดินฉีกยิ้มไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง “หนูมารับรถน่ะค่ะ” 

“อ๋อ ตามสบายนะหนู” คุณลุงดูเหนื่อยจนฉันลอบมองด้วยสีหน้าเป็นห่วง 

“เตี่ยเป็นอะไรครับ?” แต่ไม่ต้องรอให้ฉันถาม คุณหินก็ถามขึ้นก่อนจะสำรวจร่างกายพ่อตัวเองไปด้วย 

“มึนหัวนิดหน่อยน่ะ ช่วงนี้มีบัญชีต้องทำด้วย” 

“ผมบอกแล้วว่าผมจะทำเอง เตี่ยก็ไม่ให้ทำ” ฉันเพิ่งเห็นคุณหินดูงอแงก็วันนี้ล่ะ เขาดูเหมือนเด็กน้อยที่พูดกับพ่อตัวเองได้น่ารักจนฉันเผลอยิ้มออกมา 

“หินมีงานเยอะแล้ว จะให้เตี่ยมอบงานบัญชีทำให้หินเหนื่อยอีกน่ะเหรอ” ไม่อยากจะถามหรอกนะว่าพี่เมฆทำอะไรบ้าง? เพราะตั้งแต่มาฉันก็ยังไม่เห็นเขาเลยด้วยซ้ำดีจริงๆ ที่ฉันได้รับรู้ความจริงว่าเขาเป็นคนยังไง 

“ให้หนูช่วยไหมคะคุณลุง?” ฉันลุกขึ้นไปดึงเก้าอี้ตรงข้ามนั่งลงก่อนจะหยิบเอกสารบัญชีที่เป็นรายรับรายจ่ายขึ้นมาดู แน่นอนว่ามันง่ายมากสำหรับฉันที่เรียนทางด้านนี้มา “หนูเรียนการบัญชีมาค่ะ หนูจะทำให้ตามแบบที่คุณลุงทำไว้ก่อน จะไม่ได้ไม่งงนะคะ” 

“จะดีเหรอหนู” คุณลุงถามพลางมองฉันที่ฉีกยิ้มกว้างให้ 

“ดีสิคะ คุณลุงไปพักผ่อนเถอะค่ะเดี๋ยวทางนี้หนูจะช่วยดูแลให้เอง” มองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเปิดสมุดที่เป็นรายรับรายจ่ายขึ้นมาดูเทียบกับของเดิม “คุณหินพาคุณลุงไปพักเถอะค่ะ” 

เพราะรับรู้ถึงการจับจ้องจึงได้เห็นว่าคุณหินเขามองฉันไม่วางตา แต่พอคุณลุงมอบหมายให้ฉันทำเขาก็พาคุณลุงออกจากสำนักงานไป ส่วนฉันก็ลุกขึ้นไปนั่งตำแหน่งโต๊ะและเปิดจอคอมขึ้นเพื่อเข้าโปรแกรมเอ็กเซลทำตารางไว้ด้วยเผื่อว่าคุณลุงจะไม่เข้าใจ ฉันนั่งทำบัญชีจนไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนประตูหน้าห้องก็เปิดขึ้นอีกครั้งและเป็นร่างสูงของคุณหินที่ดึงเก้าอี้มานั่งข้างฉัน 

“ทำได้หรือเปล่าครับ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงก่อนจะเปิดสมุดดูและหันมามองฉัน “เก่งนะครับ ไม่รู้เรื่องพวกเครื่องยนต์แต่ก็เว้นช่องให้ผมมากรอก” 

“คุณหินก็เก่งค่ะที่รู้จุดประสงค์ของฉัน” พูดพลางส่งปากกาให้เขาและหันกลับไปมองหน้าจอคอมอีกครั้ง “ฉันทำตารางบัญชีไว้ให้ด้วยนะคะ เผื่อคุณหินจะเปิดให้คุณลุงดูเพราะมันก็ตรงกับที่ฉันทำในสมุดเลย” 

“ไหนครับ?” เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันจึงกดคลิกเม้าส์เพื่อเปิดไฟล์งานและลากมาไว้หน้าเดกทอร์ป “ตรงนี้ โอเค” 

“เสียงโอเคเหมือนไม่เข้าใจเลยนะคะ...!”  

หันหน้าไปหวังจะมองสีหน้าเขาตอนที่พูดแบบนี้ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเขาขยับเข้ามาใกล้จนฉันที่หันไปจะเจอกับใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเพียงไม่มาก ใกล้ขนาดที่ว่ารับรู้ถึงลมหายใจของกันและกันได้เลยด้วยซ้ำ ฉันกลืนน้ำลายลงคอยามที่มองสบตากับคุณหิน ดวงตาของเขาเรียบนิ่งเหมือนมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยความมืดมิด น่าค้นหาและจู่ๆ ก็รู้สึกจมดิ่งไป  

“ผมเข้าใจ” ยามที่ริมฝีปากของเขาขยับพูดมันร้อนผ่าวจนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น เขาตอบเสร็จก็ขยับใบหน้าออกไปตรวจดูบัญชีต่อ “คุณกลับได้แล้วล่ะครับ นี่ก็ค่ำแล้วด้วย” 

ฉันได้แต่พยักหน้ารับเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้เรียกความรู้สึกแปลกๆ ให้กับฉันมากพอควร เมื่อออกมาจากสำนักงานแล้วอู่ซ่อมรถที่เคยคึกคักตอนนี้ก็เงียบเหงาอาจจะเพราะว่าปิดเวลาทำการแล้ว คุณหินเดินนำฉันมาที่รถบีเอ็มที่อยู่กับเขานานจนตอนนี้กลับมาสู่อ้อมกอดของฉันอีกครั้ง “นี่ใบเสร็จครับ ราคาตามความจริงไม่มีโกงแน่นอน” 

“ฉันก็ไม่ได้คิดว่าคุณหินจะโกงฉันนี่คะ” พูดแกมหัวเราะก่อนจะมองราคาที่สมเหตุสมผล หยิบเงินในกระเป๋ามาส่งให้เขา “คุณลุงเป็นยังไงบ้างคะ?” 

“นอนหลับแล้วครับ คงจะเพราะความดันขึ้น” พอถามเรื่องนี้เสร็จเราต่างคนก็ต่างเงียบกันอีกครั้ง  

“เราจะได้เจอกันอีกไหมคะ?” 

คุณหินขมวดคิ้วกับคำถามของฉันแน่นอนว่าเขาเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกันจึงเงียบไปพักหนึ่ง “ทำไมเราจะต้องเจอกันด้วยล่ะครับ ในเมื่อรถคุณก็เสร็จแล้ว” 

“ก็... เจอกันบ้าง ไปกินข้าวแบบวันนี้” 

“ผมไม่คิดว่าเราสองคนจะต้องมาเจอกันอีกนะครับ” คำพูดที่หักดิบของเขาทำเอาฉันนิ่งอึ้งไปเลย “มันไม่มีเหตุผล ผมพูดถูกหรือเปล่าครับ?” 

มันก็จริงของเขานะ ทำไมฉันจะต้องอยากเจอเขาด้วย มันไม่มีเหตุผลจริงๆ นั่นแหละ 

“ฉันคิดว่าบางทีเราสองคนอาจจะเป็นเพื่อนกันได้ ถึงได้อยากเจอค่ะ”  

“...” 

“แต่ถ้าคุณหินคิดว่ามันไม่ควร ฉันก็ขอโทษด้วยนะคะ” แต่นี่ก็คือความคิดของฉัน... ฉันแค่คิดว่าบางทีเราสองคนอาจจะเป็นเพื่อนกันได้ เพราะฉันรู้สึกสบายใจและเป็นตัวเองเวลาได้อยู่กับเขา มันผิดกับการได้อยู่กับนานาและไพลิน สองคนนั้นมีความคิดที่ไม่เหมือนฉัน 

“มันไม่ควรอยู่แล้วครับ” คำตอบของเขาทำเอาฉันชาไปทั้งตัว “ผมกับคุณเราต่างกัน อย่าว่าแต่เป็นเพื่อนเลยครับ แค่รู้จักกันมันก็มากไปด้วยซ้ำ” 

“แต่เราเป็นคนเหมือนกันนะคะ ทำไมจะเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้” ขอเถียงขาดใจเลยนะ ฉันรู้ว่าเขาคิดอะไรถึงได้พูดออกมาแบบนี้ “ฉันมองคนไม่ได้มองที่ฐานะ แต่ฉันมองที่จิตใจค่ะแล้วคุณหินก็เป็นคนดี” 

“...” 

“ไม่ใช่แค่ฉันที่มองเห็น ลุงพล เก่งก็บอก... แต่ถึงพวกเขาไม่บอกฉันก็เห็น” สบตากับเขาพลางถอนหายใจออกมา “เราเป็นเพื่อนกันได้นะคะ อย่ามองว่าฉันรวยกว่าคุณ ขอแค่มองฉันเป็นฉันก็พอ” 

“ผมมองคุณเป็นคุณ แต่ผมก็มองคุณเป็นคนที่อยู่สูงกว่าผมอยู่ดี” คำตอบของเขาทำเอาฉันนิ่งไปเลยจริงๆ ฉันไม่รู้นะว่าเขาเคยเจออะไรมาก่อนหน้านั้นถึงได้มีความคิดแบบนี้ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคนรวยคนไหนที่ทำไม่ดีใส่เขา ฉันแค่อยากให้เขามองฉันเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ต้องรวย ไม่ใช่คุณหนูเท่านี้ก็พอแล้ว “กลับบ้านเถอะครับ เดี๋ยวทางบ้านจะเป็นห่วง” 

ร่างสูงเดินหันหลังกลับเข้าไปด้านใน ส่วนฉันที่ยืนนิ่งกับคำพูดของเขาก็จำใจที่จะขับรถกลับไปยังบ้านของตัวเอง ซึ่งทุกคนก็พร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่ที่โซนรับแขก “ลูกเอย ได้รถมาแล้วเหรอคะ?” 

“ค่ะ เอยก็เลยแวะไปนั่งเล่นที่ห้างด้วย” ขืนบอกไปว่าอยู่ที่อู่ซ่อมรถชัยกิจตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้ มีหวังฉันโดนแม่และพี่ทรัพย์แหกอกแน่ เพราะพ่อไม่ค่อยได้เคร่งกับเรื่องส่วนตัวฉันสักเท่าไหร่นัก “เอยขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ” 

วันนี้ฉันรู้สึกดีนะที่ได้ทำอะไรหลายอย่างๆ ได้สัมผัสเรื่องอาหารการกิน เอาจริงมันเป็นครั้งแรกที่ฉันกินไข่ต้มกับน้ำพริกปลาแล้วมันก็อร่อยมากด้วย แถมยังได้ทำงานบัญชีซึ่งแม้มันจะง่ายแต่ก็ยากพอควรเพราะฉันไม่มีความรู้เรื่องรถ  

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ค้างคาใจฉัน ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงมองเพดานห้องนอน คำพูดของคุณหินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายไปไหนเลย... ฉันแค่ต้องการเป็นเพื่อนกับเขา แค่นั้นเองที่ต้องการแต่เขาก็ถ่อมตัวและมองฉันแบบนั้นซึ่งฉันรู้สึกไม่ดีถ้าใครจะมองฉันแบบไหน แต่เป็นเขาฉันก็อยากให้เขามองข้ามความเป็นคนรวยทิ้งไป 

“ขอเป็นเพื่อนแค่นี้ ตอบตกลงมันยากนักหรือไง?”  

พี่หินคือผู้ชายที่เจียมตัวเองอยู่เสมอเลย แถมยังเป็นห่วงน้องเจ้าเอยด้วยค่ะ 

ให้เกียรติน้องมากเลย ไม่อยากให้น้องลงมาเกลือกกลั้วกับตัวเอง  

แค่น้องอยากจะเป็นเพื่อนด้วยทำไมถึงไม่ยอมรับกันนะ? หรือว่าไม่อยากเป็นแค่เพื่อน 

โปรดติดตามต่อไปค่ะกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ >< 

-เมนต์ ถูกใจเข้ามารอกันเยอะๆ นะคะ ฝากติดตามกันด้วยน้า- 

รับประกันเรื่องนี้ค่ะสนุกครบรสแน่นอน พี่หินกับน้องเจ้าเอยเป็นน่ารักค่ะ >< 

ให้กำลังใจพี่หินพระเอกที่รันทดที่สุดของไรท์กันนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว