ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่2 [ความลับแตก] 70% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่2 [ความลับแตก] 70% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 903

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 [ความลับแตก] 70% อัพแล้ว
แบบอักษร

เธอจูบแก้มยุ้ยสองข้างเสียงดังก่อนจะรีบไปยังตึกใหญ่ แวะห้องครัวเพื่อเอากาแฟ โดยมีโซอี้เตรียมรอท่าอยู่แล้วและรีบขึ้นมาด้านบน เธอเคาะประตูเล็กน้อย เปิดเข้ามาเห็นห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่ว่างเปล่า เดินตรงไปยังประตูสีน้ำตาลอีกบานที่เป็นห้องนอน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นึกถึงเรื่องที่จะคุย 

       “อย่างน้อยวันนี้ ต้องให้เขาอารมณ์ดีก่อน เพราะถ้าอารมณ์เสีย แค่อ้าปากเราก็ผิดแล้ว... ยิ้มหวานๆซะยัยพราว”  

       พริสาเคาะประตูอีกครั้ง เปิดประตูเข้าไปด้านใน แสงสว่างจากหน้าต่างที่ไร้ผ้าม่านบดบังเผยให้เห็นร่างสูงที่สวมเสื้อคลุมสีดำกับกางเกงขายาวนั่งอยู่บนเตียง จับข้อเท้าข้างขวา เธอรีบเดินเข้าไปหายื่นกาแฟให้ 

       “อรุณสวัสดิ์ค่ะ... ดื่มกาแฟก่อนนะคะ”  

       เฮกเตอร์ปรายตามองผู้หญิงตรงหน้า แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดพึมพำเบาๆ  

“บ้าชะมัด ฉันต้องทนเห็นหน้าเธอไปถึงเมื่อไหร่”   

       เพราะห้องเงียบ ใกล้กันขนาดนี้ พริสาได้ยินชัดเจนพูดกับตัวเองเช่นกัน “ฉันก็ไม่อยากเห็นหน้าคุณเท่าไหร่หรอก” 

       “เธอว่าอะไรนะ?” เขาเลิกคิ้วถาม 

       หญิงสาวสะดุ้ง “ปะ เปล่าค่ะ ดื่มกาแฟก่อนนะคะ กำลังร้อนๆเลย” 

       “เห็นหน้าเธอก็หมดอารมณ์ดื่มแล้ว วางไว้และรีบออกไปซะ”  

       พริสาไม่ขัดคำสั่งวางถาดกาแฟไว้ตรงโต๊ะเล็กหัวเตียง ตั้งใจจะออกไปแต่สายตาเหลือบไปเห็นเขาที่กำลังจับข้อเท้าตามด้วยการสบถคำหยาบคายถึงอาการเจ็บ 

       “คุณเจ็บขาเหรอคะ... ให้ฉันดูไหม ฉันจบกายภาพบำบัดมา และ...” 

       “ไม่ต้องยุ่ง ออกไป!” 

       เฮกเตอร์ตวาดเสียงดังเปิดผ้าห่มลงจากเตียงตั้งใจจะเดินหนีแต่เพราะว่ารีบร้อนเกินไป ขาข้างขวาเมื่อลงน้ำหนักเต็มแรงก็จี๊ดเสียจนเสียหลักจะล้มลง  

       “ระวังค่ะ!” พริสาร้องเสียงดังรีบจับตัวของร่างสูงเอาไว้ แต่เพราะน้ำหนักของเขาที่มากกว่ากลายเป็นฉุดให้เธอเสียหลักล้มทับไปด้วยกัน โชคดีที่รองรับเป็นเตียงนุ่มๆ นาทีต่อมาดวงตากลมโตก็เบิกกว้างเมื่อพบว่าริมฝีปากของเธอนั้นประทับอยู่บนแก้มสากของเขา หรือพูดง่ายๆ พริสากำลังจูบแก้มเขาอยู่!!  

       เฮกเตอร์ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ร่างนุ่มนิ่มกำลังนอนทับอยู่บนตัว ที่สำคัญหน้าอกอวบอิ่มกำลังบดเบียดบนอกแกร่ง ทำให้ลำคอของเขาแห้งผาก เมื่อจ้องมองใบหน้าสวยที่แดงระเรื่อ กลิ่นกายที่หอมหวาน ก็ทำให้เขาอยากฟัดเธอจริงๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้ช่วยส่วนตัวพูดมากคนนี้ สวยทีเดียว... สวยไม่แพ้ผู้หญิงที่เขาเคยเจอมา 

       พริสารู้สึกอับอายที่เผลอจูบแก้ม พอได้สบกับนัยน์ตาสีเทาที่แสนร้อนแรง แตกต่างจากทุกวัน ก็ไม่กล้าสบ รีบหลุบตามองต่ำ หัวใจเต้นแรง พยายามที่จะลุกขึ้น ทว่าแขนแกร่งกลับกดรัดไว้แน่น  

       “ปะ ปล่อยฉันนะคะ”  

       “เธอล้มทับฉันเอง.. ก็ลุกไปเองสิ” เขากระตุกยิ้ม 

       “ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย” 

       “จริงเหรอ? เธอจูบแก้มฉันด้วยนะ… ยอมรับมาเถอะ ว่าเธอก็หลงเสน่ห์ฉันเหมือนผู้หญิงคนอื่น เธออยากนอนกับฉันใช่ไหมล่ะ ฉันโอเคนะถ้าเธอจะเปลี่ยนใจ อันที่จริงเธอเองก็สวย... น่าสนใจดี และฉันยินดีจ่ายมากกว่าเงินเดือนที่เธอได้รับเสียอีก” เฮกเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มชวนมีเสน่ห์ เขาเชื่อว่าผู้หญิงก็เหมือนกันหมด โดยเฉพาะผู้หญิงที่เข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัว ล้วนหวังอย่างอื่น ไม่ใช่การทำงาน 

       พริสากัดริมฝีปากหงุดหงิด ตอบโต้กลับอย่างลืมตัวว่าเขาคือเจ้านาย  “ต่อให้โลกนี้เหลือคุณคนเดียวฉันก็ไม่ยอมนอนด้วยหรอก! ขอให้รู้ไว้เลยนะคะ ต่อให้คุณจ่ายจนหมดบัญชีก็ซื้อฉันไม่ได้ ถ้ารู้ว่าคุณคิดแบบนี้ ฉันไม่ช่วยปล่อยให้คุณล้มดีกว่า และสิ่งที่เกิดขึ้นคืออุบัติเหตุ ฉันไม่ได้พิศวาสหรืออยากจะทำสิ่งนั้นกับคุณ ผู้หญิงอื่นอาจจะชอบแต่ไม่ใช่ฉันแน่” 

       เมื่อเจอเธอพูดเสียยืดยาวแต่ละคำล้วนทำให้เฮกเตอร์รู้สึกเสียหน้า “จะมากเกินไปแล้วนะ! ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธฉัน” 

       “ฉันนี่ไงคะ” เธอสวนกลับ 

       สายตาของคนทั้งคู่สบกันนั่นทำให้ร่างสูงอยากจะสั่งสอนมากกว่านี้ด้วยการรัดเธอแน่นขึ้น “เลิกทำเป็นปากเก่งเถอะ ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น” 

       “ถ้าอย่างนั้นรู้ไว้นะคะ ว่าฉันแตกต่าง!” 

       พริสาพูดจบก็ดันกายอย่างรุนแรงหมายจะลุกขึ้นแต่อ้อมแขนของเขารัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ระหว่างนั้นชายหนุ่มพลิกตัวเป็นฝ่ายคร่อมทับ เธอเบิกตากว้างมองร่างสูงด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอกับเขาห่างกันแค่คืบ ยิ่งได้มองใกล้ขนาดนี้แม้จะเห็นรอยแผลเป็นชัดเจนแต่ไม่อาจทำให้ความหล่อเหลาลดน้อยลงแม้แต่น้อย ถึงแม้จะหน้าตาดีแค่ไหนหากนิสัยเหลือทนอย่างนี้ได้เป็นแฟนก็คงไม่เอา  

       “ปล่อยฉันนะ! คุณกำลังทำตัวไม่เหมาะสม” 

       “แล้วยังไง? ฉันจะทำอะไรก็ได้” 

       “แต่...” 

       ก๊อก ก๊อก 

       เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะคนทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองคนหันไปมองเห็นคาร์เตอร์ยืนอยู่แสดงสีหน้าตกใจ พริสาอาศัยจังหวะทีเผลอรีบผลักร่างสูงแล้วลุกขึ้นบอกเสียงสั่น 

       “ไม่ใช่อย่างที่คณคิดนะคะ จริงๆนะ เขาเจ็บขา ฉันเข้าไปจะช่วยพยุง แต่ฉันรับน้ำหนักไม่ไหวเสียหลักล้มลงไปบนเตียงด้วยกัน แต่เราไม่ได้ทำอะไร และไม่คิดจะ...” พริสาอธิบายอย่างรวดเร็ว 

       “จะพูดว่าไม่มีได้ยังไง เธอจูบแก้มฉัน” เฮกเตอร์พูดแทรกกระตุกยิ้ม 

       “ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นอุบัติเหตุ! คิดว่าฉันอยากจูบแก้มคนอย่างคุณหรือไง ฉันต้องล้างปากอีกกี่วันถึงจะลบสัมผัสของคุณน่ะ!” พริสาพูดกลับอย่างเหลือทน 

       แน่นอนว่าประโยคนี้ทำเอาคาร์เตอร์กลืนน้ำลายส่วนเฮกเตอร์ลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหตั้งใจจะเดินไปหา ทว่าหญิงสาววิ่งปรู๊ดไปหลบอยู่หลังคาร์เตอร์ 

       “เธอว่าอะไรนะ... เธอพูดอะไร!” เขาตวาดถามเสียงดัง 

       คาร์เตอร์ถอนหายใจ “เอาล่ะครับ... พอก่อน พวกคุณจะทะเลาะกันทุกวันแบบนี้ไม่ได้... มิสมาติเนส คุณไปเตรียมอาหารเช้าเถอะครับ ส่วนคุณเฮกเตอร์ ผมมีเรื่องด่วนจะรายงาน” 

       พริสาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว รีบวิ่งออกจากห้องไปทันที นั่นทำให้ห้องนอนเหลือชายต่างวัยสองคน 

       “ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้กล้ามาก ฉันอยากให้เธอสยบอยู่แทบเท้า ให้เธอหมดหนทางและน้ำตานองหน้าอ้อนวอนฉันจริงๆ” ชายหนุ่มบ่นอย่างหัวเสีย  

       “แต่ผมว่าเธอเข้ากับคุณได้ดีนะครับ” 

       “เข้าบ้าอะไรล่ะ เธอกำลังทำให้ฉันประสาทเสีย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฉันต้องทนเธอด้วย เราควรไล่เธอออก ฉันพูดจริงนะ” เขาหันมองพ่อบ้านเก่าแก่ 

       “อย่าลืมสิครับ นอกจากสัญญาที่เซ็นไว้ หากใครรู้เข้า คงไม่ดีแน่ ว่าคุณไล่ผู้ช่วยส่วนตัวออก เพียงเพราะเธอรับมือกับคุณได้” คาร์เตอร์แสร้งว่า  

       เขาตวัดสายตามอง “ฉันอยากไล่ออกเพราะไม่ชอบหน้าเธอ ไม่ใช่เพราะเธอรับมือกับฉันได้และจะไม่มีวันนั้น”   

       “ผมว่าให้โอกาสเธอก่อนเถอะครับ... ฟังเรื่องที่ผมจะรายงานดีกว่า เกี่ยวกับอลาโน” 

       ทันทีที่รู้ว่าเรื่องอะไร นัยน์ตาสีเทาแสดงความเกรี้ยวกราดอย่างไม่ปิดบัง รีบเดินไปหาพ่อบ้านคนสนิทบีบต้นแขนแน่นถามเสียงเข้ม “เจอตัวมันแล้วใช่ไหม มันอยู่ไหน ฉันจะไปมอบความตายให้มันถึงที่” 

       คาร์เตอร์เห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปก็จับมือผู้เป็นนายดึงออก “ใจเย็นๆ ก่อนครับ”  

       “จะให้ฉันเย็นยังไงไหว รีบพูดมา” 

       “เรายังไม่เจอตัว แต่เราเจอเบาะแส... สายของเรารายงานว่า อลาโนอยู่ที่อเมริกา” 

       “ถ้ามันอยู่อเมริกา ทำไมคนของเรากับสายลับของทางการถึงหามันไม่เจอ” ชายหนุ่มถามกลับอย่างสงสัย ไม่ใช่แค่คนของตัวเองที่เฝ้าตามหา จับตาดูการเข้าออกแถบชายแดนรวมถึงสายลับของทางการ เพราะอลาโนเป็นนักโทษที่มีคดีอยู่มากทีเดียว ทั้งฆาตกรรม ลอบสังหาร ค้าอาวุธเถื่อน ค้ายาเสพติดและยังมีความคิดผลิตอาวุธเคมีที่เป็นสิ่งต้องห้าม ดังนั้นจึงเกิดการร่วมมือกันแบบลับๆ      

       “แน่นอนว่าต้องมีการปลอมแปลงเอกสาร เปลี่ยนตัวตน”  

       เขาขบกรามแน่น เห็นด้วยกับสิ่งที่คาร์เตอร์บอก โดยปกติด้วยอำนาจ อิทธิพลและเงินตรา มีหรือที่เฮกเตอร์จะตามหาศัตรูตัวฉกาจไม่เจอ แต่นี่ล่วงเลยสองปีกว่านั่นทำให้ข้อสันนิษฐานนี้เป็นไปได้มากที่สุด 

       “สืบหาให้พบว่ามันใช้ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน และถ้าคิดว่าใครเกี่ยวข้องล่ะก็... ลากมันมาเค้น ถ้าไม่พูด... ก็ฆ่าทิ้งซะ” เขาสั่งการเสียงเหี้ยม ไร้ความปรานี ทุกคนรู้ดีว่านอกจากตัวตนของอลาโน มีสิ่งหนึ่งที่จะเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนได้ดี คือชื่อของเขาที่ถูกสลักด้วยมีดอยู่กลางแผ่นหลังของมันต่างหาก  

       “ครับ” คาร์เตอร์รับคำ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว