facebook-icon Twitter-icon

จนวันหนึ่งเราสองคนได้เปิดใจกันและกัน เธอไม่รังเกียจที่คนอย่างผมต่ำต้อยกว่าเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่มีทางยอมเลยคือ... ใครก็ตามที่คิดมาพรากเธอไปจากผม ต่อให้คนนั้นจะเป็นใคร ผมก็ไม่คิดจะเอามันไว้ ไม่มันก็ผมคงต้องตายกันไปข้าง! #พี่หินของเอย *ฝากติดตามคอมเมนต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ*

#พี่หินของเอย :: CHAPTER 1 Doubt in you [100%]

ชื่อตอน : #พี่หินของเอย :: CHAPTER 1 Doubt in you [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2563 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#พี่หินของเอย :: CHAPTER 1 Doubt in you [100%]
แบบอักษร

1 

= Doubt in you = 

สุดท้ายแม้จะไม่ได้อยากมาดูอู่ซ่อมรถของพี่เมฆ แต่ฉันก็มาพร้อมกับนานาที่ดูตื่นเต้นมากๆ แต่ฉันน่ะเหรอยังไงก็ได้ เพราะไม่ได้คิดจะมาอยู่แล้ว “เดี๋ยวแวะอู่เสร็จ พี่พาไปทานข้าวนะครับ” 

“เอยอยากกลับบ้านเลยค่ะ เพราะมีงานต้องทำต่อ” ตอบกลับไปตามความจริง ฉันไม่ได้อยากไปกินข้าวหรือไปไหนกับเขาด้วยซ้ำเพราะไม่อยากให้ความหวังในสิ่งที่เขาต้องการไง 

“โอเคครับ” แต่พี่เมฆก็ไม่ได้บังคับอะไร ตอนนี้จะบอกว่าตัวเองรู้สึกอึดอัดกับการมาในที่แบบนี้ซึ่งตอนแรกฉันยกเว้นเขาเรื่องไม่โอ้อวดแต่ตอนนี้ฉันคิดผิดจริงๆ เขาต้องการอวดให้ฉันเห็นว่าตัวเองมีอะไรบ้างและฉันไม่ชอบเป็นที่สุด 

รถของพี่เมฆมาจอดที่อู่ซ่อมรถซึ่งมันเป็นที่เดียวกับที่ฉันมาเมื่อเช้าเลย “ที่นี่เหรอคะ?” 

“ครับ อู่ของพี่เองที่นี่มีลุงพี่ดูแลอยู่ครับ” แต่เมื่อเช้าที่คุยกับลุงพล มันไม่ใช่แบบนั้นนี่นาลุงพลบอกว่าคุณหินเป็นลูกชายของเจ้าของอู่ซ่อมรถ แล้วทำไมพี่เมฆถึงได้บอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของกันล่ะ? 

“ใหญ่โตจังเลยนะคะพี่เมฆ” 

“อู่ซ่อมรถชัยกิจของพ่อพี่ดังที่สุดในย่านนี้แล้วล่ะครับ” พี่เมฆพาฉันกับนานาเดินเข้าไปด้านในซึ่งช่างซ่อมหลายคนก็ต่างพากันมองฉันด้วยสีหน้าสงสัย ก็แหงสิเมื่อเช้าฉันมาเพราะมาหาคุณหินแต่พอเย็นกลับมากับพี่เมฆที่บอกว่าเป็นเจ้าของอู่ 

“สายตาพวกช่างซ่อมน่ารังเกียจมาก” นานากอดแขนฉันและทำหน้ายี๋ใส่พวกเขา “เนื้อตัวก็สกปรก ตัวก็เหม็นแต่เหงื่อแต่น้ำมัน แหวะ!” 

“นานา อย่าไร้มารยาทจะได้ไหม” อดทนไม่ไหวกับท่าทางของเพื่อนจึงต่อว่าไป แน่นอนว่านานาถึงกับไปไม่เป็นเลยแต่ก็ยังคงเบ้ปากใส่พวกเขา 

“เฮ้ย! พี่สาวรถบีเอ็มนี่นา” ร่างสูงที่กำลังพ่นสีรถอยู่ถอดแมสปิดปากออกแล้วชี้หน้ามาทางฉันอย่างยิ้มแย้ม 

“มึงเรียกใครไอ้เก่ง?” พี่เมฆขมวดคิ้วและถามเด็กคนนั้นที่ลดมือตัวเองลง “กูถาม!” 

“พี่สาวคนนั้นรถเสียครับ ผมกับพี่หินเจอก็เลยช่วยเธอไว้ รถเธออยู่ตรงนู้นน่ะครับ” เก่งตอบแบบขอไปที ตามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบใจ 

“จริงเหรอครับน้องเจ้าเอย” พี่เมฆหันมาถามเพื่อความแน่ใจ ฉันจึงพยักหน้ารับ “แล้วทำไมยังไม่ซ่อมให้เจ้าเอย?” 

“ตามคิวครับพี่ ตอนนี้เหลืออีกสองคิวก็ถึงของพี่สาวแล้ว” 

“งั้นกูสั่งให้มึงไปซ่อมรถเจ้าเอยเดี๋ยวนี้!” ความรู้สึกแบบนี้มันอึดอัดจนรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ นะ ฉันไม่ชอบการใช้อำนาจและการใช้สิทธิ์เอาเปรียบคนอื่นทั้งที่ฉันมาทีหลัง 

“แต่ว่า...” 

“มีอะไรกัน?” แต่ก่อนจะได้พูดอะไรออกไป น้ำเสียงเข้มดุดันก็ดังขึ้นตามด้วยชายวัยกลางคนที่เดินมาหยุดข้างๆ เก่ง ในมือของเขาถือเอกสารและกวาดสายตามองฉันกับพี่เมฆ “คนไหนแฟนแก” 

“แฟน?” เป็นฉันเองที่เอ่ยคำพูดชวนสงสัยขึ้นมา จนพี่เมฆทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

“พาแฟนมาดูอู่สินะ ฉันเป็น... ลุงของเจ้าเมฆเอง” พอท่านแนะนำตัวฉันก็ยกมือไหว้ แต่เห็นถึงแววตาและสีหน้าที่ดูเศร้าๆ แถมท่านยังมองพี่เมฆไม่วางตาเลยด้วยซ้ำ  

“เตี่ยครับ ซ้อลี่มารับรถครับ”  

ร่างสูงที่ตัวเปื้อนแบบไหนก็เปื้อนแบบนั้นเดินมาส่งเงินจำนวนหนึ่งให้กับลุงของพี่เมฆ พอเขาเห็นฉันก็ทำหน้าตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว 

“หล่อมาก” นานาถึงกับเขย่าแขนฉันไปมาเมื่อได้เห็นคุณหิน “แต่... จนอะ เสียดายความหล่อล่ำเลย” 

“เงียบเหอะน่า” ฉันหันไปเอ็ดนานาก่อนจะหันไปสบตากับคุณหินที่ยังคงมองฉันอยู่ 

“แฟนเจ้าเมฆเขา” ลุงพี่เมฆแนะนำฉันให้คุณหินรู้ แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะอะไรน่ะเหรอ? ฉันจะได้ต่อว่าพี่เมฆได้ถนัดไงกับการโมเมว่าฉันเป็นแฟนแบบนี้ 

“ตามสบายนะ” ฉันมองคุณหินที่ประคองลุงพี่เมฆไปยังห้องพัก ส่วนฉันก็ตวัดสายตาไปมองพี่เมฆที่ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉันจะพูดอะไร 

“เอยไปตกลงเป็นแฟนพี่เมฆตอนไหนคะ?” 

“คือพี่...” 

“อย่าทำแบบนี้อีก แล้วก็ไปบอกคุณลุงเขาด้วยนะคะว่าเอยไม่ใช่แฟนพี่” พี่เมฆถอนหายใจก่อนจะเดินตรงไปยังที่พักสำนักงาน “แล้วก็อย่าใช้อำนาจในการให้สิทธิ์กับเอยด้วย รถของเอยยังไม่ถึงคิวซ่อมก็ให้มันเป็นไปตามนั้น” 

ร่างสูงหยุดชะงักก่อนจะฟังฉันพูดจบก็เดินจากไป “สุดยอดเลยครับพี่เจ้าเอย ดีจังที่พี่ไม่ได้เป็นแฟนกับพี่เมฆ” 

“...” สงสัยไม่น้อยแต่เก่งก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ เขาก็หันกับไปพ่นสีรถตามเดิม 

“เจ้าเอย ไปรอพี่เมฆที่รถกันเถอะ ฉันไม่ไหวแล้วอะอยากจะอ้วก” นานากระตุกแขนฉันให้เดินตามไปยังรถ แต่ความสงสัยหลายๆ อย่างมันทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะไม่ตามพวกเขาไป  

“เธอไปรอที่รถก่อนเลย ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแปบ”  

แม้นานาจะตะโกนเรียกแต่ฉันก็ไม่ฟัง จึงเดินไปยังสำนักงานอู่แต่ยังไม่ถึงดีก็เห็นพี่เมฆเดินตามคุณหินไปยังด้านหลังของอู่ ฉันจึงไม่รอช้าที่จะสาวเท้าเดินตามไปเช่นกัน 

“เตี่ยความดันขึ้นเพราะว่าแกนะเมฆ” ฉันยืนหลบตรงหลังรถกระบะสีดำที่คุณหินเคยซ่อมอยู่แล้วก็ได้ยินสิ่งที่เขาคุยกันอย่างชัดเจน “ไปบอกกับคุณเจ้าเอยแบบนั้น แกไม่สงสารเตี่ยบ้างเหรอ?” 

“มึงอย่าเสือกไอ้หิน กูจะทำอะไรมันก็เรื่องกู!” 

“ยังไงแกก็หนีความจริงไม่พ้น ยังไงสักวันคุณเจ้าเอยก็ต้องรู้ว่าเตี่ยไม่ใช่ลุง แต่เป็นพ่อของแกต่างหาก!” 

ไม่ตกใจหรอกนะ... จริงๆ ฉันว่าฉันเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่ได้ฟังมาจากลุงพลตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้มั่นใจที่สุดเห็นจะเป็นการได้ฟังความจริงจากปากของพี่เมฆก็เท่านั้น 

“มึงก็แค่เด็กที่เตี่ยกูเก็บมาเลี้ยง อย่ามาสะเออะกับชีวิตกู!” 

และอีกเรื่องที่ฉันไม่อยากรู้แต่ดันได้ยิน คุณหินคือลูกเลี้ยงของพ่อพี่เมฆงั้นหรอกเหรอ?  

“ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นใครเมฆและฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของแก ถ้าหากสิ่งที่แกทำมันทำให้เตี่ยรู้สึกไม่ดี”  

แต่ดูเหมือนว่าพี่เมฆจะไม่ฟังคำพูดของคุณหินเลยสักนิด เขาเดินหนีไปโดยที่ฉันเองก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจากที่นั่งยองแอบฟังเรื่องที่ตัวเองควรรู้  

ตุ้บ 

ฉันตกใจไม่น้อยเมื่อเสียงที่ได้ยินคือกำปั้นของคุณหินที่ต่อยลงไปบนต้นไม้ใหญ่ เขาทิ้งตัวนั่งบนโต๊ะหินอ่อนแต่ฉันเห็นนะว่าเลือดที่ไหลอาบมือของเขาคือผลจากการต่อยต้นไม้เพื่อระบายความรู้สึกที่แย่ลงไป ทำไมฉันถึงรู้... เพราะฉันเองก็เคยระบายอารมณ์กับการเขวี้ยงของในห้อง  

ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินถูกยื่นไปตรงหน้า คุณหินเงยหน้ามองผ้าเช็ดหน้าและมองสบตากับฉัน “คุณเจ้าเอย” 

“เลือดไหลเยอะแล้วค่ะ” เพราะเขาไม่รับมันไป ฉันจึงจับมือที่เลอะคราบน้ำมันดำๆ ขึ้นมาวางกดผ้าเช็ดหน้าทับลงบนบาดแผล แต่ทว่าคุณหินกลับดึงมือตัวเองออกทันที  

“มือคุณเลอะ” หงายฝ่ามือดูก็พบว่ามือฉันเลอะคราบน้ำมันสีดำจริงๆ คุณหินเห็นแบบนั้นจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและดึงเสื้อยืดสีขาวสะอาดของตัวเองมาตรงหน้าฉัน “เช็ดบนเสื้อผมเลยครับ” 

“ไม่ได้ค่ะ” ฉันส่ายหน้าไปมาก่อนจะหันไปมองก๊อกน้ำก็ฉีกยิ้มให้เขา “ฉันไปล้างมือตรงนั้นก็ได้ค่ะ” 

หยิบสบู่มาถูบนฝ่ามือแปบเดียวมือของฉันก็สะอาดแล้ว จึงสะบัดน้ำออกและชูมือที่ขาวให้คุณหินดู 

“คุณได้ยินหมดทุกอย่างแล้วสินะ” เขาถามขึ้นฉันจึงพยักหน้ารับ “เมฆมันคงอยากให้คุณได้เห็นว่าตัวเองก็มีฐานะพอที่จะเป็นแฟนคุณได้” 

“แต่ฉันไม่ได้เป็นแฟนพี่เมฆนะคะ” 

“...” เดี๋ยวนะเจ้าเอย? แค่บอกว่าไม่ใช่แฟนพี่เมฆแล้วทำไมจะต้องทำเสียงจริงจังขนาดนั้นด้วย  

“พี่เมฆทำแบบนี้ ฉันเองก็ไม่ชอบหรอกค่ะการโกหกว่าพ่อตัวเองเป็นคนอื่น แค่คิดมันก็ไม่ได้แล้วค่ะ” 

“เมฆมันคงชอบคุณมาก ถึงได้ยอมทำแบบนี้” 

“แค่ชอบอย่างเดียวก็ได้ค่ะ แต่การทำอะไรแบบนี้เพื่อเอาใจฉัน ฉันไม่ขอยอมรับค่ะ” คุณหินสบตากับฉันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย  

“เพราะคุณรวย เมฆมันเลยต้องโกหกเพราะอยากเท่าเทียมกับคุณ” 

“การเท่าเทียมกันคือความเป็นมนุษย์ค่ะ ไม่ใช่ที่ฐานะ” ฉันถอนหายใจและมองมือของเขาที่ยังคงกุมผ้าเช็ดหน้าของฉันเอาไว้บนบาดแผลอยู่ “ฉันรวยก็จริง แต่ก็ไม่ได้มองคนที่ฐานะนะคะ” 

“...” 

“ถ้าพี่เมฆขยัน มีความอดทน มีเงินเก็บและกตัญญูต่อพ่อแม่... แค่นี้ฉันก็มองเขาแล้วค่ะ” อันที่จริงฉันไม่ได้หวังว่าตัวเองจะได้เจอกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกัน แต่ไม่ว่าฉันจะเจอกับผู้ชายแบบไหนแต่ถ้าเขามีสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันก็เลือกที่จะเปิดใจให้เขาคนนั้นได้เช่นกัน “ฉันยังไม่เจอคนแบบนั้น ฉันถึงได้มองข้ามผู้ชายทุกคนที่อวดรวยค่ะ” 

“ปกติคนมีฐานะมักจะชอบดูถูกดูแคลนคนแบบพวกผม” 

“แต่ฉันไม่เคยดูถูกคุณหินเลยนะคะ” 

“ผมก็ยังไม่ได้บอกว่าคุณมองผมแบบนั้นนี่ครับ?” หน้าแตกของจริง! ฉันฝืนยิ้มและยกมือเกาแก้มตัวเองแก้เขิน ทว่ากลับได้เห็นรอยยิ้มของคุณหินที่ส่งมา มันเป็นยิ้มที่ดูแล้วอบอุ่นยังไงบอกไม่ถูก  

“...” 

“ขอบคุณนะครับ ที่เข้าใจคนชั้นกลางแบบพวกเรา” 

ร่างสูงเดินผ่านฉันตรงไปยังอู่ซ่อมรถและเป็นจังหวะที่พี่เมฆเดินมาตามฉันพอดี แน่นอนว่าระหว่างทางฉันต่อว่าเขาอย่างหนักและบอกเลยว่าห้ามมายุ่งกับฉันอีก แต่ฉันก็ไม่ได้พูดเรื่องที่ตัวเองรู้ออกไปให้เขาฟัง ถ้าหากเขามีความคิดเขาจะคิดได้ว่าสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ 

น้องไม่เลิ่กลั่กกับพี่สิคะ คนเขาดูออกนะทำไมน้องจะต้องรีบบอกกับพี่แบบนั้น 555 

ไม่ใช่แฟนก็คือไม่ใช่นะคะ พี่หินไม่ได้ว่าอะไรเลย  

น้องเจ้าเอยเด็ดขาดมากค่ะ หลังจากนี้จะได้เจอกับพี่หินอีกหรือเปล่า?  

รอติดตามนะคะเพราะว่า… ยังไม่ได้รับรถ งิงิ  

-เมนต์ ถูกใจเข้ามารอกันนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์เลยค่ะ- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว