ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่1 [กลั่นแกล้ง] 140% อัพแล้ว

ชื่อตอน : บทที่1 [กลั่นแกล้ง] 140% อัพแล้ว

คำค้น : มีเด็ก ตบจูบ มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 831

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 [กลั่นแกล้ง] 140% อัพแล้ว
แบบอักษร

ร่างบางใช้เวลาอยู่กับลูกทั้งครึ่งเช้าเพราะอันยารายงานว่าเฮกเตอร์กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ กว่าจะกลับเข้าไปเริ่มงานอีกทีบ่ายโมงพอดิบพอดี โซอี้บอกว่าเขาอยู่ที่ห้องทำงานชั้นหนึ่งปีกขวา หน้าที่ของเธอก็คือการเสิร์ฟกาแฟรอบบ่ายที่รู้มาว่าโดยปกติ เขาจะดื่มถึงห้าแก้วต่อวัน นั่นเป็นจำนวนที่เยอะมาก พริสาไม่เห็นด้วย แต่ก็นั่นแหละ เขาเป็นเจ้านายไม่ใช่สามีสักหน่อย เธอเคาะประตูเล็กน้อยเป็นการส่งสัญญาณ ก่อนจะเปิดเข้าไป เห็นร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทกับกางเกงสแล็กส์สีเดียวกันกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ บรรยากาศที่เงียบสงบ กับห้องที่แต่งด้วยโทนสีทึบ ทำเอาเธอขนลุกชันอย่างบอกไม่ถูก บางทีเขาก็ไม่เหมือนคน... เหมือนปีศาจจริงๆ 

       พอเดินเข้ามาใกล้สิ่งแรกที่เตะจมูกคือกลิ่นแอลกอฮอล์ สายตาเหลือบไปเห็นแก้วเหล้าอยู่ข้างๆ เธอวางแก้วกาแฟดำ พลางครุ่นคิดว่าเขาเสพติดการดื่มสุราหรือเปล่า หญิงสาววางแก้วกาแฟ แล้วถือวิสาสะหยิบแก้วเหล้าใส่ถาดตั้งใจจะเดินออกไปแต่เสียงทุ้มเข้มก็ดังขึ้นเสียก่อน 

       “ใครบอกให้เธอเอาแก้วนั้นออกไป” 

       พริสาลอบถอนหายใจหมุนตัวกลับมาอยากจะพูดเตือนว่าไม่ควรดื่มแต่เหตุการณ์เมื่อเช้าเตือนสติว่า “ไม่ควร” จากแมลงสาบอาจจะกลายเป็นถูกฆ่าหมกคฤหาสน์ก็ได้ จึงเดินกลับมา วางแก้วเหล้าไว้ดังเดิมและเดินออกไป 

       การไม่ตอบโต้ทำให้คิ้วหนาขมวดแทบชนกัน ด้วยนิสัยพูดมาก ชอบเถียงเป็นที่หนึ่ง เธอควรจะพูดอะไรออกมาบ้างแล้ว แต่นี่เธอเหมือนเมินเขาอย่างไรอย่างนั้น กระตุ้นอารมณ์ให้อยากกลั่นแกล้งมากขึ้นไปอีก เขารีบกดปุ่มเรียก ที่ถูกติดตั้งพิเศษตรงโต๊ะทำงาน มีอยู่สี่ปุ่ม สำหรับคาร์เตอร์ ลูอิส แม่บ้าน และผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ติดตามตัวที่แต่ละคนใช้อยู่  

       พริสาเพิ่งพ้นประตูห้องได้ไม่ถึงสามวินาที นาฬิกาดังเตือนขึ้น เธอกลอกตาเล็กน้อยเดินกลับเข้าไปในห้อง หยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของร่างสูง 

       “มีอะไรให้รับใช้คะ”  

       “ไปหยิบไวน์ชาโต้ ดิแกม หนึ่งเจ็ดแปดเจ็ดมาให้ฉันหน่อย” ชายหนุ่มสั่งการ 

       แม้จะไม่รู้หรอกว่ายี่ห้ออะไรแถมยังพูดยากอีก แต่หน้าที่ของเธอคือต้องไม่ถามจึงรับคำแทน “ค่ะ” 

       “เดินไปนะ ห้ามนั่งรถไปเด็ดขาด” 

       พริสารู้ดีว่าห้องเก็บไวน์อยู่เกือบท้ายคฤหาสน์แทบจะติดประตูหลังอยู่แล้ว และสถานที่แห่งนั้นยังเป็นที่กบดาน รักษาตัวของอยู่ร่วมปี หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นคิดว่าโดนแกล้งอีกรอบแน่นอน คิดว่าเธอจะทนไม่ได้สินะ รู้จักพริสาน้อยเกินไป เธอคืออดีตแชมป์วิ่งระดับไฮสกูลเชียวนะ  

       “ได้ค่ะ” 

       เมื่อเห็นเธอไม่แสดงสีหน้าหรือคัดค้าน เฮกเตอร์ก็หงุดหงิด “ฉันให้เวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น”  

       เธออ้าปากอยากจะเถียงแต่เห็นเขาจ้องเขม็งเหมือนกำลังรอเวลานี้ พริสาไม่พลาดจึงตอบรับอีกหน “ค่ะ”  

       ร่างบางรีบเดินออกจากห้อง พอพ้นประตูก็รีบวิ่งออกไปพลางบ่น “ให้ตายเถอะ สิบนาที ลองมาวิ่งดูเองบ้างไหมล่ะ ฉันอยากจะบ้าตายกับผู้ชายคนนี้ ใครได้เป็นสามี บอกเลยว่าซวยทั้งชาติ!”      

       พริสาบ่นไปตลอดทาง วิ่งผ่านคาร์เตอร์ที่อ้าปากจะทักทายแต่เธอไม่มีเวลามาสนใจเนื่องจากเวลากำลังนับถอยหลังอยู่จนกระทั่งมาถึงห้องเก็บไวน์ด้านหลัง โชคดีเจอพนักงานจัดเรียงไวน์อยู่ พอบอกสิ่งที่ผู้เป็นนายต้องการ คำตอบที่ได้มาก็ทำเอาหญิงสาวควันออกหู หัวร้อนทันที เพราะเขาดื่มมันไปแล้ว! จึงรีบวิ่งกลับมายังห้องทำงานดังเดิมในสภาพที่หน้าผากชื้นเหงื่อ โกยอากาศเข้าปอด มองนาฬิกาเลยไปพอสมควร แต่ใครจะสน เธอไม่ใช่ยูเซนโบลต์สักหน่อยที่วิ่งหนึ่งร้อยเมตรในเวลาเก้าจุดห้าสิบแปดวินาที 

       เมื่อลมหายใจเป็นปกติ พริสาเปิดประตูเข้าไปรายงาน “ไวน์ที่คุณให้ไปเอา คุณดื่มไปแล้วนี่คะ” 

       “อ้าว เหรอ... ฉันลืมไปได้ยังไงนะ” เขาตอบเสียงเรียบยังไม่ละสายตาจากเอกสารที่อ่าน ทว่าในใจกลับยิ้มกริ่ม 

       พริสากัดฟันตอบรู้ว่าถูกแกล้งแน่นอน “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวก่อนนะคะ” 

       “มี... หน้าที่ของเธอยังไม่จบ” 

       “มีอะไรให้รับใช้อีกคะ” เธอถามกลับจ้องตาเขียว เธอก็คนเหมือนกัน โกรธเป็น 

        “ถ้าไวน์ขวดนั้นหมด... เอาขวดอื่นมาสิ รอยัลเดมาร์เรีย ไปเอามาซะ” 

       “อีกแล้ว! แน่ใจนะคะว่ายังไม่หมด หรือยังไม่ได้ดื่ม” พริสาโพล่งถามอย่างเหลืออด แต่พอเห็นนัยน์ตาคมเข้มสีเทาจ้องเขม็ง เธอก็กลืนน้ำลาย ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว 

       “หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่ตั้งคำถาม... ไปสิ เวลากำลังนับถอยหลังอยู่ ถ้ารอบนี้เธอมาสายอีก รับรองว่าบทลงโทษของฉันไม่ธรรมดา” เขากระตุกยิ้ม 

       “แต่ใครจะวิ่งทันในเวลาสิบนาทีคะ คุณเองก็น่าจะรู้ดีว่าบ้านหลังนี้กว้างมากแค่ไหน” 

       “นั่นปัญหาของเธอ ไม่ใช่ปัญหาของฉัน” 

       พริสากัดฟันตอบ ผู้ชายคนนี้เหลือทนจริงๆ เผด็จการ เอาแต่ใจ ไม่แปลกใจที่ผู้ช่วยหลายคนทนไม่ได้ ถ้าไม่เห็นแก่อาทิตยา กับสัญญาที่เซ็นไป พริสาจะเตะผ่าหมาก ด่ากราด แล้วออกจากบ้านสวยๆไปแล้ว 

       “ได้ค่ะ!”     

        หญิงสาวกระแทกเสียงใส่อย่างหงุดหงิดรีบหันหลังออกจากห้อง วิ่งไปยังห้องเก็บไวน์อีกครั้งท่ามกลางสายตาของบอดี้การ์ดที่มองด้วยความเห็นใจ รู้ว่าผู้ช่วยรายนี้กำลังโดนแกล้งอยู่ ตลอดบ่ายหมดไปกับการวิ่งมาราธอนจากคฤหาสน์หลังงามสู่ห้องเก็บไวน์ เพราะหลังจากรอยัลเดมาร์เรีย เขาก็ยังไม่พอใจ อยากได้ขวดอื่นอีก ใจพริสาอยากลากเขาไปห้องเก็บไวน์ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าทำอย่างนั้น มีหวัง นอกจากจะโดนตวาด อาจจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่หมายถึงชีวิตก็ได้ งานนี้ไม่เสี่ยงดีกว่า แทนที่เขาจะดื่ม กลับเอามาตั้งวางไว้เฉยๆ เธอล่ะอยากฟาดด้วยขวดไวน์จริงๆ นอกจากนั้นยังสั่งให้เธอทำความสะอาดห้องนอน คนเดียว ห้ามให้มีแม้แต่ไรฝุ่น หากเจอจะหักเงินจุดละหนึ่งร้อยเหรียญ แม้ไม่ใช่หน้าที่ แต่เขาสั่งมาแล้วจะปฏิเสธก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ทำไปบ่นไป กว่าจะได้ออกจากคฤหาสน์หลังงามก็แทบหมดแรง พระอาทิตย์กำลังตกดิน นับเป็นโชคดีที่คาร์เตอร์ให้เธอพักผ่อนคืนนี้ได้ เนื่องจากช่วงเวลากลางคืน เฮกเตอร์มักทำงานโดยมีลูอิสคอยช่วยเหลือตลอด ไม่ต้องการผู้ช่วยส่วนตัว แต่คืนอื่นจะเป็นยังไง พริสาควรเตรียมรับมือไว้บ้าง 

       “เขาจะแกล้งฉันไปถึงไหนนะ... ให้ตายเถอะ แค่วันแรก ร่างฉันก็แทบพัง ปวดขาชะมัดเลย” หญิงสาวบ่นไปเดินไปเพื่อจะกลับไปตึกด้านหลัง  

       “อย่าคิดว่าพริสาจะยอมแพ้ ฝันไปเถอะ... ฉันจะไม่ยอมไปไหนจนคุณอกแตกตายเลย คอยดู!”    

       ระหว่างที่กำลังเดินกลับตึกด้านหลัง ก็มองเห็นสนามหญ้ากว้างกับทะเลสาบเบื้องหน้า ที่สะดุดตาไม่ใช่ความสวยงามทว่าเป็นร่างสูงของเฮกเตอร์ แบล็กฟอร์ด กำลังนั่งจิบเหล้าอยู่ โดยมีคาร์เตอร์ยืนรายงานบางอย่าง เธอหยุดนิ่งยืนมองเงียบๆ ในหัวก็เกิดความคิด ความสงสัย เขาเป็นผู้ชายที่โชคดี มีพร้อมทุกอย่าง แต่ทำไมถึงเป็นคนเกรี้ยวกราดได้ขนาดนี้ ที่สำคัญ มีบางอย่างบอกพริสาว่าเขากำลังประสบ “ปัญหา” ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ดูจากพฤติกรรมการดื่มเหล้า หรืออาการบาดเจ็บที่พอมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง เท่าที่อ่านประวัติ น้องชายอย่างแฮร์ริส ดูจะแตกต่างสุดขั้ว ถึงจะเด็ดขาด แต่ก็อ่อนโยน จนสื่ออเมริกาถึงกับตั้งฉายาว่า “ซาตานอยู่อเมริกาแต่เทวดาอยู่ประเทศไทย” แสดงว่าต้องแตกต่างกันสุดขั้วทั้งที่พี่น้องท้องเดียวกันแท้ๆ แต่ก็นั่นแหละ... ผู้ชายแบบเฮกเตอร์มีคนเดียวก็พอแล้ว 

       เธอตั้งใจจะเดินต่อทว่ากลับคิดอะได้บางอย่าง มองไปจุดที่เขากำลังนั่งอยู่ เธอเคยมานั่งเล่นกับอาทิตยาแล้วเมื่อสองวันก่อน ใบหน้าเรียวรีรูปไข่แสนหวานคลี่ยิ้ม มองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรบางอย่าง ค่อยๆ เดินดูจนกระทั่งพบสิ่งที่ต้องการอยู่ตรงพุ่มไม้ที่ถูกตัดแต่งกิ่งเรียงตัวกันสวยตลอดแนว เธอย่อตัวลงแล้วหันไปมองเฮกเตอร์และคาร์เตอร์ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ 

       “ขอเอาคืนหน่อยเถอะ ขอโทษนะคะคุณคาร์เตอร์”  

       ว่าแล้วมือบางก็ล้วงเข้าไปใต้พุ่มไม้หมุนก๊อกสีแดง เพียงสองวินาที ระบบสปริงเกอร์ตรงสนามหญ้า จุดที่เฮกเตอร์นั่งอยู่ก็ทำงาน น้ำกำลังพุ่งฉีดใส่เขาอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางเสียงร้องโวยวายดังลั่นราวกับฟ้าผ่า 

       “บ้าเอ้ย! ให้ตายสิ ใครเปิดน้ำวะ”  

       เฮกเตอร์ลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาเมื่อสปริงเกอร์ทำงานทั้งที่ไม่ใช่เวลา พอหันไปมองคาร์เตอร์ก็เปียกปอนไม่ต่างจากกันก่อนที่ทั้งสองจะเดินหนีจากตรงนี้ 

       พริสาหัวเราะอยู่เพียงลำพัง เธอสังเกตว่าคนสวนจะเปิดสปริงเกอร์ตรงนี้ทุกเช้า นั่นทำให้เธอรู้ว่าหากเปิดจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่นั่งตรงนั้น “สมน้ำหน้า อยากแกล้งฉันดีนัก”  

       เสียงโวยวายของเฮกเตอร์ยังดังต่อเนื่องทั้งที่เขาเดินไปจากตรงนี้แล้ว พริสาได้ยินคาร์เตอร์สั่งการแว่วๆ ให้มาดูความผิดปกติจึงรีบลุกขึ้นเดินหนีไปอีกทางทันที พอพ้นระยะก็ถอนหายใจโล่งอก รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง หลังถูกชายหนุ่มแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว 

       ส่วนคนที่เปียกปอนเดินเข้ามาในบ้านอย่างหัวเสีย รับผ้าขนหนูจากโซอี้ที่รีบวิ่งไปหยิบมาให้ อยู่ดีๆ สปริงเกอร์ก็ทำงานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องมีคนเปิดมันแน่ หวังว่าบอดี้การ์ดจะหาตัวคนทำเจอ เขาจะไล่ออกจากบ้านซะเลย 

       “ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหน” เขาเอ่ยถามเมื่อไร้เงาพริสา 

       “ผมให้เธอกลับที่พักไปแล้วครับ” คาร์เตอร์ตอบกลับ 

       เขาขมวดคิ้ว “กลับที่พัก? กลับทำไม เธอไม่ได้พักข้างบนหรอกเหรอ ห้องเดิมของผู้ช่วย” 

       “เอ่อ... เธอไม่สะดวกครับ ผมเลยให้พักตึกด้านหลัง”  

       “ไม่สะดวก? เธอมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือไง ย้ายเธอกลับมาที่เดิม เผื่อกลางคืนฉันจะเรียกใช้และฉันไม่อยากรอ” เฮกเตอร์สั่งการเสียงเข้ม จริงอยู่ว่าเวลากลางคืนเขามักใช้เวลาเงียบๆ อยู่ตามลำพัง โดยมีลูอิสคอยรับใช้ แต่พริสาอาจจะเป็นข้อยกเว้นในอนาคตเพราะเขาอยากแกล้งเธอ 

       คาร์เตอร์ลอบกลืนน้ำลายด้วยรู้ว่าย้ายกลับมาไม่ได้ “ผมว่าเธอไม่มีปัญหากับการมาที่นี่หรอกครับ ที่สำคัญ คุณไม่ชอบหน้าเธอ ผมว่าแยกกันอยู่จะดีกว่า”     

       “ทำอย่างกับว่าวันนี้ฉันไม่เห็นหน้าเธออย่างนั้นล่ะ” เขาตอบกลับอย่างเย็นชาจ้องพ่อบ้านเก่าแก่เขม็ง  

       “แต่ผม...” 

       “นายไม่เคยมีปัญหาคาร์เตอร์ มีอะไรปิดบังฉันหรือเปล่า ทำไมนายถึงไม่อยากให้เธอย้ายมาอยู่ที่นี่” เขาหรี่ตามองอย่างสงสัย จับสังเกตได้ถึงความผิดปกติ 

       ชายวัยกลางคนหน้าซีด “ไม่ใช่ครับ... คือ... เอ่อ... ผมกลัวคุณจะนอนกับเธอ และผมไม่อยากหาคนใหม่”  

       “ให้ตายเถอะ ถ้าฉันนอนกับยัยนั่นคงต้องหาอะไรมามัดปาก ถ้าไม่พูดมากก็ร้องหนวกหู”  

       คาร์เตอร์อ้าปากกำลังจะแย้งแต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน พอรู้ว่าใครโทรมาก็ถอนหายใจ มีคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้แล้ว หลังรับสายก็รีบรายงานต่อทันที 

       “ทุกคนพร้อมประชุมแล้วครับ” 

       เฮกเตอร์พยักหน้ารับหมุนตัวจะเดินไปแต่คิดได้บางอย่างก็หันกลับมา “ย้ายเธอมาซะ อย่าให้ต้องพูดซ้ำ” 

       เมื่อเจอคำสั่งประกาศิตแน่นอนว่าปฏิเสธไม่ได้ หากเขายังดึงดันที่จะไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นมา ความต้องแตกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากทำตามก็เสี่ยงอยู่มากที่เฮกเตอร์จะรู้ถึงการมีอยู่ของอาทิตยา เพราะต้องรีบเข้าประชุมกับผู้เป็นนาย คาร์เตอร์จึงไม่มีเวลาปรึกษาพริสา แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตอบอย่างไร คำตอบก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้นอกจากย้ายมาที่นี่และแผนสำรองก็คือ ฝากอาทิตยาไว้กับอันยา หวังว่าพริสาจะยอม ไม่อย่างนั้นถ้าเฮกเตอร์รู้เข้า เรียกว่าตายกันยกบ้าน! 

      

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว