email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 41 บาดเจ็บ

ชื่อตอน : บทที่ 41 บาดเจ็บ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2563 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 41 บาดเจ็บ
แบบอักษร

บทที่ 41

 

บาดเจ็บ

 

....มาติน

 

ผมนั่งรถกลับมากับบอสที่ไม่ยอมปล่อยออกจากผมเลยแม้แต่น้อย จนมือชื้นไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าของบอสมันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเจ็บปวด เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นมาตรงขมับ คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ไม่ยอมละสายตาจากทางข้างหน้า 

 

"พี่อัค....ไม่เป็นอะไรแน่นะครับ"

 

"ฉัน....ไม่เป็นอะไรจริงๆ....แล้วนายละ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทำอะไรนายใช่ไหม"

 

มาตินถามคนตรงหน้าด้วยความกังวลใจ ถึงใบหน้าจะไม่ทิ้งรอยแผลเอาไว้นอกจากผ้าพันแผลที่พันรอบศีรษะ  แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับแผ่วเบาดูเหมือนไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย 

 

"ผมไม่เป็นอะไรครับ"

 

"อืม...."

 

อัคคียังไม่ยอมปล่อยมือของคนที่นั่งข้างๆ  พร้อมกับมองด้วยแววตาที่อ่อนโยน มาตินไม่พูดอะไรต่อเพียงแค่จ้องตากลับไปด้วยแววตาที่เป็นห่วงมากกว่า ถึงสายตานั้นมันจะชวนให้นึกเผลอฝัน แต่ในเวลานี้มันคงจะไม่ใช่เวลามาเขิน บอสนี้ก็แปลกคน คิดยังไงถึงได้มาโกหกเขาแบบนี้ พอดีผมเป็นคนช่างสังเกตไปหน่อยเลยเห็นว่าท่านั่งของบอสมันแปลกไป

 

ปกติบอสจะนั่งหลังตรงกอดอกพิงกับเบาะ  ถึงสถานการณ์อาจจะทำให้เปลี่ยนจากนั่งกอดอกหันมาจับมือผมแทนก็เถอะ แต่บอสก็คงต้องนั่งหลังตรงอยู่แล้ว แต่นี้บอสนั่งงอตัวเล็กน้อย ทำหน้าเหมือนกัดฟันเอาไว้แน่น แถมเหงื่อไหลออกมาเหมือนกับว่าอุณหภูมิในห้องมันสูงถึง 30-40 องศา ทั้งที่ข้างในรถมันควรจะเย็นเพราะมีแอร์แท้ๆ

 

"ถึงแล้วครับ"คนขับรถ

 

"ไปกันเถอะ"พี่อัค

 

"ครับ....."มาติน

 

ผมยังทำตามคำสั่งที่บอสบอกพร้อมกับพยายามสังเกตใบหน้าของบอสไปด้วย ดูท่าคงจะหนักสินะ แบบนี้คงให้อภัยไม่ได้แล้วสินะตาแก่ ถ้าพี่อัคหายเมื่อไหร่ ผมค่อยคิดแผนการเอาก็แล้วกันว่าจะเอายังไง แต่ที่แน่ๆ โดนดีทั้งแก็งค์แน่....

 

"อ้าว...ลูกแม่กลับมาแล้วเหรอลูก!"

 

สิ่งแรกที่ผมได้ยินคือเสียงของคุณหญิงที่ดังมาจากข้างใน ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเท่าไหร่ถ้าแม่ของพี่อัคจะเป็นห่วง เพราะลูกชายที่เป็นประธานบริษัทอย่างพี่อัคลงทุนไปช่วยผม ท่านคงคิดจะตีเมินผม แล้วโอบกอดลูกชายสุดที่รักของตนด้วยความคิดถึงสินะ

 

"กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว แม่เป็นห่วงแทบแย่เลย! ไหน! ไอ้พวกนั้นทำอะไรหนูบ้าง!!"

 

"......."

 

ครับ.....คุณหญิงเธอโอบกอดพร้อมกับจับไปทั่วร่างกาย ก่อนจะจับใบหน้าทั้งสองมองมาด้วยแววตาที่สื่อถึงความห่วงใยอย่างชัดเจน เธอจ้องมอง โอบกอด ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แต่มันไม่ควรจะเป็นผมไหมที่โดดกอด โดดถามเนี่ย! อะไร ว่ะ วิญญาณดวงใหม่มาเข้าสิงคุณหญิงเหรอ จู่ๆก็มาเรียกเขาลูก ทั้งที่แต่ก่อนจะไม่ได้เรีบกบ่อย แถมสายตานี้มันคืออะไร? ผมหายไปแค่สามวันครับ ไม่ได้หายไปเป็นอาทิตย์

 

คนครอบครัวนี้ทำเอาผมรู้แปลกใจหน่อยๆ เพราะเปลี่ยนกันไวเหลือเกิน อย่างน้อยก็ให้ผมได้ตั้งตัวบ้างก็ได้

 

"อะไร! ทำไมไม่ตอบ หรือว่าผู้ชายคนนั้นทำอะไรแปลกๆใส่เหรอ ไหนๆ มันทำตรงไหน ให้น้องคนนี้ดูหน่อย"รัชดา

 

"......"

 

คราวนี้เป็นคุณรัชดาที่เข้ามาพร้อมกับมองเขาไปทั่ว จ้องมองเล็งนั้นเล็งนี้ ผมคิดว่าถ้าตาเธอมีเรเซอร์นะ ผมคงโดนมองจนทะลุไปหมดแล้ว อะไรเนี่ย?  ผมขอยืนยันคำเดิมว่า ครอบครัวนี้ทำเอาผมแปลกใจไปเลย นึกว่าจะมีแค่คุณหญิงที่เปลี่ยนไปเสียอีกคราวนี้เป็นคุณรัชดาเหรอเนี่ย

 

"มานั่งนี้สิ"คิมหันต์

 

"คะ....ครับ"

 

ผมหลุดออกจากพะวังเมื่อเสียงเย็นๆจากใครบางคนเรียกให้ไปนั่ง ผมจูงมือพี่อัคที่ไม่ยอมปล่อยเสียทีไปนั่งตรงโซฟาเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนสัมผัสจากคุณแม่และน้องสาวของพี่อัค เพราะสองคนนั้นมองท้องผมแล้วยกมือขึ้นทำท่าจะจับ จนรู้สึกเสียวสันหลังเลยวุ่ย!

 

ผมเดินมานั่งที่โซฟาไม่ลืมไหว้ผู้อาวุโส แล้วก้มหัวให้คุณหญิงที่ทำท่าเสียดายพร้อมกับเดินมานั่งข้างๆคุณชายที่โซฟาสีนวล ส่วนคุณรัชดาเธอ มานั่งข้างๆผม ก่อนที่จะโดนคุณอันดาเธอลากไปนั่งที่โซฟาเดียวกันกับเธอ

 

"ว่าไงคุณ ลูกสะใภ้ได้เจอพ่อแท้ๆแล้วใช่ไหม"นายท่าน

 

"อ่อ....เอ่อ..มั้งครับ ผมไม่มั่นใจเท่าไหร่"

 

"งั้นก็ดีแล้ว....แล้วทางนั้นเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่"

 

"..??"

 

ผมเอียงคออย่างเป็นคำถามอะไรคือค่า สินสอดคงไม่คิดจะให้ผมแต่งงานกับพี่อัคใช่ไหม แล้วแบบนี้พี่อัคจะยอมไหม แต่ถ้าถามว่าผมยอมไหม..... ผมก็อยากยอมนะครับ แต่ฐานะจากการ์ดแล้วมาเป็นนายใหญ่ที่นี่มันจะดีเหรอ

 

"เอ่อ....คือ..."

 

"อีก อาทิตย์หนึ่งพ่อของมาตินจะมาที่นี่ครับ.....อาจจะต้องคุยค่าสินสอดกันตอนนั้น"

 

พี่อัคเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางอ่อนแรง แต่ไม่ยอมปล่อยมือผมเลย นี้พี่อัคกลัวผมจะหายไปรึไง ทำไมถึงได้จับแล้วไม่ปล่อยถึงขนาดนั้น แล้วที่พูดไปเทื่อกี้อย่าบอกนะว่า....

 

"พะ...พี่ จะดีเหรอครับ ผมคิดว่าผมไม่คู่-"

 

"ทำไมจะไม่คู่ควรล่ะ นายเป็นถึงนายน้อยของตระกูลเคนโซ ที่มีชื่อเสียงอันเลื่องลือ แถมยังเป็นมหาเศรษฐีเลยนะ"รัชดา

 

"ผมคงไม่ใช่หรอกครับ.. "

 

มาตินเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาพร้อมกับก้มหน้าทบทวนคำพูดของรัชดา ผมคิดไว้แล้วเชี่ยวว่าทำไมพวกท่านถึงได้เปลี่ยนไปแบบนี้ คงเป็นเพราะเงิน ชื่อเสียง และอำนาจสินะ พวกเขาไม่ได้ยอมรับผม ที่เป็นตัวผมจริงๆ ผมควรดีใจดีไหมที่พวกเขายอมรับผมได้สักที แต่แบบนี้มัน...

 

อัคคีที่เห็นมาตินก้มหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว เป็นปม ก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงคิดมากเรื่องที่อยากให้แม่ของตนและครอบครัวยอมรับสินะจึงส่งสายตาไปให้แม่ของตนให้อธิบายทุกอย่างให้มาตินเข้าใจ

 

"หึหึ....หนูติน อย่าไปสนคำพูดของเด็กเลยนะ ต่อให้หนูไม่ใช่แม่ก็ยอมรับหนูเป็นลูกสะใภ้เหมือนเดิม ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะหนูท้องให้ตาอัคก็เถอะ"

 

คุณหญิงเธอเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่กว้างต่างจากครั้งแรกที่ได้เจอกันอย่างสิ้นเชิง ในลุคนี้เธอดูเป็น คุณหญิงที่ใจดี มีเมตตา ครั้งแรกที่ เจอกัน เธอดูเป็นผู้หญิงที่หน้ากลัว พร้อมจะไล่ผมออกจากบ้านทันทีที่ทำอะไรผิดไปสักอย่าง

 

"ใช่! ต่อให้พี่สะใภ้ไม่ใช่ ยังไงหนูก็ยอมรับอยู่ดี ถึงจะเคยทำไม่ดี ยังไงหนูก็ขอโทษด้วยนะคะ หนูแค่หวงพี่ไปหน่อย"

 

รัชดาเธอรีบพูดแก้ตัวให้ตัวเองเมื่อเห็นว่าแม่ของตนเริ่มเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา เธอเองก็รู้สึกผิดที่เคยแกล้งเอาไว้ ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่เธอก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี เธอนอมรับพี่สะใภ้คนนี้ตั้งแต่ตอนร้านเค้กแล้ว

 

"ขอบคุณครับ"

 

มาตินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาบ้างพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มที่สดใสขึ้นมา จนคุณหญิงและคนที่นั่งอยู่นั้นพากันยกยิ้มตาม ยกเว้นเพียงคิมหันต์ที่นั่งยกกาแฟขึ้นมาจิบเบาๆแทน ผมคิดว่านี้คงเป็นลักษณะเฉพาะของอีกฝ่าย เป็นเสือยิ้มยากสุดๆ และคิดว่าคงจะไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เขาคิดว่าอาจจะคิดว่าผมเป็นธาตุอากาศไปแล้วก็ได้

 

.

 

.

 

.

 

หลังจากที่คุยเรื่องต่างๆ กับครอบครัวของพี่อัค ผมกับพี่อัคก็ขอตัวกลับห้อง ซึ่งผมเองก็มายังห้องที่อยู่เป็นประจำกับพี่อัค อยู่นานจนผมคิดว่ากลายเป็นห้องของตัวเองไปแล้วเนี่ย! 

 

"อึก...มาติน...ไปนั่งรอฉันอาบน้ำก่อนนะ"

 

"อ่า...ครับ"

 

ผมไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ปกติบอสออกจะชอบผมไปอาบน้ำด้วยบ่อยๆแต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้ถามหรอกครับ อุ้มเข้าห้องน้ำเลย แต่ครั้งนี้ออกจะแปลกไปนิดหนึ่งแฮะ  แต่ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ ต่อให้คนเป็นพี่ไม่บอกผมก็จะบังคับเอง

 

ผมนั่งอยู่โซฟาอ่านหนังสือคุณแม่มือใหม่เพลินๆไป  คิดแล้วก็ลูบท้องตัวเองที่ยื่นออกมาหน่อยๆ ถึงตอนนี้ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองท้อง คิดว่ามันยังเป็นความฝันอยู่เลย แต่ยังไงก็ ขอบคุณจริงๆที่ผมได้มีเจ้าตัวน้อยที่กำลังจะมาเกิดเป็นลูกของผมกับพี่อัค

 

ผมไม่คิดเลยว่าครอบครัวของพี่อัคจะพากันเห่อหลานถึงขนาดนี้ คุณหญิงเธอดูเป็นห่วงผมมากๆ ทั้งๆที่พึ่งรู้ว่าผมท้องได้แค่เดือนเดียว เธอยังเป็นห่วงถึงขนาดนี้ เธอบอกว่าเสียดายที่ต้องอยู่อีกแค่ อาทิตย์เดียวรอตาแก่ คนนั้นมาหา

 

'หึ....คงจะไม่ได้มาหาแล้วล่ะครับ'มาตินคิดในใจพร้อมกับยิ้มร้ายออกมา

 

แกร็ก....เสียงเปิดประตูทำให้มาตินต้องหลุดออกจากความคิดที่กำลังก่อตัวขึ้นมา พร้อมกับจ้องมองไปที่พี่อัคที่กำลังมีใบหน้าซีดเผือก พร้อมกับใส่ชุดหนาๆเดินออกมา กางเกงวอมขายาว เสื้อแขนยาวตัวหลวมๆ คิดว่าข้างในคงไม่ได้ใส่อะไรไว้

 

"เสร็จแล้วเหรอครับ...หน้าพี่ซีดมาก"

 

"อืม....ฉัน เคลียดเรื่องนายจนอาเจียนออกมาเยอะไปหน่อย"

 

"พี่ไหวจริงๆ ใช่ไหมครับ"

 

"อืม...."

 

อัคคีตอบพร้อมกับเดินมาหามาติน ก่อนที่มาตินจะลุกขึ้น แล้วลุกไปเอาผ้าขนหนูกับชุดนอนมา ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่ลืมมองไปที่คนเป็นพี่ 

 

บอสมองผมไม่ได้พูดอะไรออกมเพียงแค่ส่งสายตาที่เป็นห่วงมาให้พร้อมกับแววตาที่แสดงสื่อถึงความเสียดายออกมาเท่านั้นเอง ผมก็ไม่ได้พูดอะไร  ที่รีบเดินออกมาเพราะกลิ่นตัวผมแรงไปหน่อย ไม่อยากให้บอสบอกว่าเหม็นเหงื่อผมอ่ะนะ 

 

 

ใช้เวลาไม่นานหนักผมก็เดินออกมาก่อนจะพบกับร่างหนาของใครบางคนที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโซฟาแทนที่จะไปนอนบนเตียงกว้าง กลิ่นของสบู่ที่บอสใช้อาบยังอยู่ พร้อมกับใบหน้าหล่อๆของใครบางคนที่กำลังหายใจอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้ว่าหลับไปแล้ว 

 

"พี่อัค...."

 

ผมลองเรียกออกไปเผื่อว่าอีกคนยังไม่หลับสนิท ก่อนที่จะเอามือไปสัมผัสใบหน้าคมของใครบ้างคน แต่อีกคนทำเพียงขมวดคิ้วมุ่น ไม่ได้ ลืมตาตื่นขึ้นมา 

 

'นี้มันโอกาสดีเลยสินะ'มาตินคิดในใจก่อนจะค่อยๆจับแขนแกร่งของอัคคีออกไปเอาไว้ข้างลำตัว ขอดูหน่อยเถอะว่าบอสโดนมาหนักขนาดไหนทำไมถึงได้เป็นถึงขนาดนี้ ที่จริงอยากจะบังคับแล้วหาข้ออ้างเพื่อให้อีกฝ่ายยอม แต่ตอนนี้พี่อัคหลับไปแล้ว 

 

มาตินค่อยๆเปิดเสื้อแขนยาวราคาแพงสีเทาของอัคคีออกช้าๆ ก่อนจะค่อยๆเลิกขึ้นทีละนิด จนจะเกือบพ้นกางเกงวอมที่อัคคีใส่อยู่

 

พรึบ!....."อะ!..."

 

มาตินโดนมือหนาของใครบางคดึงเข้าไปในอ้อมกอดอย่างแรงจน ตัวเองต้องกัดฟันสะกดความเจ็บปวดเอาไว้ มาตินตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดของอัคคี ได้ยินเสียงหายใจเข้าออกอย่างถี่ๆก่อนจะค่อยๆผ่อนปรนลง คงจะเจ็บมากสินะ

 

"ทำอะไร"

 

"ดูว่าพี่เจ็บตรงไหนบ้าง"

 

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร"

 

"อย่าโกหกผม!"

 

มาตินว่าเสียงแข็งก่อนที่จะพยายามดึงเสื้อของอัคคีขึ้น ทั้งๆที่ตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้นะ แต่เพราะผมเป็นห่วงจริงๆ 

 

"เดี๋ยวก่อน!...อึก!!"

 

มาตินไม่ได้สนคำห้ามปรามของอัคคีก่อนจะดึงเสื้อของอัคคีจนถึงอก แล้วพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของอัคคี จนไปโดนแผลแล้วเผลอปล่อยให้อีกคน ได้ลุกขึ้นค่อมตัว แล้วกรวดสายตามองรอยฟกช้ำที่ได้มาจากพวกคนในแก็งค์เคน โซ

 

"พี่....โกหกผม"

 

มาตินแผลฟกช้ำไปทั่วร่างกาย แถมบางจุดยังช้ำจนมีเลือดคลั่งอยู่ข้างใน ดูแล้วเหมือนอีกคนจะช้ำในด้วย ไม่นึกเลยว่ามันจะขนาดนี้ นี้อีกคนทนฝืนยืนอยู่ข้างๆเขา ทั้งยังคอยเป็นห่วงเขาทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บถึงขนาดนี้เนี่ยนะ!

 

"ฉัน......เดี๋ยว! มาติน!"

 

อัคคีกำลังเอ่ยปากขอโทษเพราะมาตินทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ก่อนที่จะรู้สึกตกใจแทน เพราะมาตินกำลังพยายามถอดกางเกงตนออก แต่จะให้มาร้องห้ามตอนนี้คงไม่ทันแล้ว เพราะกางเกงของตนได้หลุดออกจากเอวของตน

 

"มาติน...อย่าจ้องมัน"

 

"พี่อัค...."

 

"เดี๋ยว! มาตินนี้นายจะทำอะไร!"

 

"ผมแค่จะลองดูว่ามันยังใช้การได้ไหมแค่นั้นเองครับ"

 

"........"

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

น้อง!!จะไปขืนใจพี่แบบนั้นไม่ได้นะลูก!! (〃゚3゚〃)

 

อะไรกันเนี่ยยยย˙˚ʚ(´◡`)ɞ˚˙

 

เอาละ...เข้าสู่ช่วงใกล้จะสอบ ทุกคนคงจะไปอ่านหนังสือสอบกัน ส่วนไรท์นั้นกำลังแต่งนิยาย555  ไม่องไม่อ่านแล้วหนังสือ  เด็กดีอย่าเอาแบบอย่างไรท์นะคะ(。・ω・。)

 

รักรี้ดทุกคนนนน จุ๊บๆ(≧∇≦)/

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว