email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2563 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13.2
แบบอักษร

 

ท่านรองประธานฝ่ายบริหารของทองธารา กรุ๊ป นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานเหม่อมองผ่านกระจกบานกว้างหลังโต๊ะทำงานออกไปยังตึกละฟ้าเบื้องหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่สิบแล้วเห็นจะได้ดวงตาคมคล้ายกำลังครุ่นคิดบ้างสิ่งอย่างเคร่งเครียด ตั้งแต่เข้ามามานั่งในห้องทำงานเขานังไม่ได้เปิดแฟ้มเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะเลยสักเล่มเดียวด้วยไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรในตอนนี้

ก๊อก ก๊อก...

“ เข้ามาได้ ” เก้าอี้ของคิรากรค่อย ๆ หันกลับมาที่หน้าโต๊ะทำงาน

ประตูห้องเปิดออกคุณสิรีนุชเลขาธิการวัยสี่สิบของเขาก็เดิดเข้ามา “ ท่านรองฯ คะ ท่านประธานเรียกให้เข้าไปพบที่ห้องของท่านค่ะ ”

คิ้วหนาได้รูปขมวดเข้าหากัน “ คุณนุชรู้ไหมว่าท่านประธานเรียกพบผมด้วยเรื่องอะไร ”

“ ไม่ทราบค่ะเลขาของท่านประธานไม่ได้บอกอะไรดิฉัน เพียงแต่บอกว่าให้ท่านรองฯ รีบเข้าไปพบท่านค่ะ ” สิรีนุชตอบ

คิรากรพยักหน้าแล้วจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ คุณออกไปทำงานเถอะ ”

“ ค่ะ ” สิรีนุชรับคำแล้วจึงเดินกลับออกไป

คิรากรเดินตามเลขานุการของเขาออกไปสีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้วยิ่งดูจะขมวดตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร้อยวันพันปีบิดาของเขาไม่เคยเรียกให้เข้าพบด่วนแบบนี้หรือจะมีปัญหาอะไรสำคัญที่จะต้องให้เขารีบแก้ไข ร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดยืนที่หน้าประตูห้องทำงานของประธานบริหารบริษัททองธารา กรุ๊ป ประตูห้องก็เปิดออกทันที

“ มาแล้วเรอะ? ” เสียงดุมากอำนาจเอ่ยขึ้น

“ ครับ ” คิรากรตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นบิดา

“ ฉันได้ข่าวว่าแกกำลังคบกับรองผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์จริงหรือเปล่า? ” บิดาของเขาถามขึ้น

สีหน้าของคิรากรตระหนกเล็กน้อย “ ใช่ครับ ผมกำลังคบกับคุณแพรวาอยู่จริง ๆ ” เขาตอบ

“ แล้วทำไมไม่บอกพ่อกับแม่ให้รู้บ้าง แม่แกเขาคงดีใจที่แกมีแฟนเหมือนกับคนอื่นเขาสักที ” น้ำเสียงและแววตาดุดันหายไป ตอนนี้มีเพียงแววเอ็นดูรักใคร่บุตรชายคนเล็กของท่าน

“ ผมเองก็ยังไม่แน่ใจเลยครับพ่อว่าคุณแพรเขาคิดยังไงกับผมกันแน่ ” สีหน้าของคิรากรดูไม่มีความเชื่อมั่นในรักครั้งนี้ของเขา

“ เอาอย่างนี้แกชวนแฟนของแกไปกินข้าวที่บ้านเรา แล้วพ่อกับแม่จะดูให้เองว่าเขาคิดยังไงกับแก พ่อกับแม่จะได้ทำความรู้จักแฟนแกด้วยดีไหม ”

“ ครับพ่อ ” รอยยิ้มกว้างขวางของคิรากรทำให้บิดาของเขาพลอยยิ้มตามไปด้วย

คิรากรเดินออกมาจากห้องทำงานของบิดาด้วยสีหน้าสบายใจขึ้น เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาแล้วตรงไปยังฝ่ายประชาสัมพันธ์แทนที่จะกลับไปยังห้องทำงาน

ในช่วงใกล้พักเที่ยงแบบนี้พนักงานในแผนกต่าง ๆ ก็จะทยอยกันออกมาเพื่อไปรับรับประทานอาหารกลางวัน ตรงบริเวณหน้าลิฟต์จึงคับคั่งไปด้วยพนักงานของบริษัท แต่แพรวาไม่จำเป็นต้องไปยืนรอลิฟต์เหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ เพราะคิรากรพาเธอไปใช้ลิฟต์ของผู้บริหารจึงทำให้มีสายตานับสิบ ๆ คู่ที่มองดูเธอด้วยความอิจฉา แพรวาเคยชินเสียแล้วกับการถูกมองและเอาไปนินทากันลับหลังเธอจึงไม่สนใจ

“ น้องแพรครับวันเสาร์นี้น้องแพรว่างหรือเปล่า ” คิรากรถาม

“ ว่างค่ะ ” แพรวาตอบน้ำเสียงเรียบๆ

“ ดีเลยครับ พี่จะชวนน้องแพรไปกินข้าวที่บ้าน ” เขายิ้ม

“ ที่บ้าน? ” แต่แพรวากลับมาสีหน้าเป็นกังวล

“ คุณพ่อคุณแม่ของพี่ท่านอยากเจอน้องแพรครับ ” เขายังคงยิ้มเหมือนเด็ก ๆ ที่กำลังมีความสุข

“ ค่ะ ” เธอตอบรับอย่างไม่เต็มเสียง

“ พี่ไปรับน้องแพรที่คอนโดตอนสิบโมงนะครับ ” เสียงของคิรากรมีความสุขใบหน้าคมก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

“ ค่ะ ” ต่างจากแพรวาที่รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

รถยนต์ของแพรวาขับเข้าไปจอดที่หน้าสตูดิโอของหนุ่มและปวีณ์ ทำเอาคนที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่พอเห็นคนขับลงมาจากรถรอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าทันที ปวีณ์ผุดลุกขึ้นจากเคาน์เตอร์ต้อนรับเดินกลับขึ้นไปยังสตูดิโอที่กำลังจะมีการถ่ายแบบอย่างไม่สนใจหญิงสาวที่กำลังเปิดประตูเข้ามา สุรนันทน์จึงแบะปากแล้วเชิดใส่เขา

“ สมน้ำหน้าผิดหวังล่ะสิ ” เสียงเย้ยหยันดังตามขึ้นไปถึงชั้นบน

“ ไอ้สาวมาทำอะไร? ” หนุ่มเดินออกมาจากห้องทำงานของเขาเพราะเสียงแหลมของน้องสาวดังเข้าไปถึงในห้อง

“ ว่างเลยแวะมาหา ” สุรนันทน์ตอบแล้วมองไปรอบ ๆ ร้าน

“ แกมองหาอะไร ” หนุ่มก็พลอยมองตามน้องสาวไปด้วย

“ เปล่า ” สุรนันทน์ส่ายหน้า

“ มาก็ดีแล้วช่วยสั่งข้าวให้หน่อยฉันหิวจะตายอยู่แล้วเมื่อเช้ารีบออกมายังไม่ได้กินอะไรเลย ”

“ อะไรอะ นี้จะให้น้องเลี้ยงด้วยใช่ไหมเป็นพี่ชายแบบไหนเนี่ย ” สุรนันทน์ค้อนใส่พี่ชายของเธอวงเบ้อเร่อแต่ก็ต้องจำใจกดสั่งอาหารเช้าให้เขาอยู่ดี

สองพี่น้องนั่งคุยกันอยู่อีกพักใหญ่ก็มีรถยนต์ขับเข้ามาจอดที่หน้าสตูดิโอหญิงร่างบางระหงลงจากรถและเดินเข้ามาในร้าน เธอสวมชุดกระโปรงผ้าไหมที่ตัดเย็บอย่างทันสมัยสีฟ้าอ่อนดูสวยหรู ใบหน้าหวานยิ้มเยือนให้คนทั้งสองที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ

“ สวัสดีหนุ่ม ” เสียงหวานเอ่ยทักทายเพื่อนแล้วชายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ สวัสดีชมพู่มาแต่เช้าเชียว ” หนุ่มทักทายกลับและกำลังจะแนะนำน้องสาวของเขาแต่สุรนันทน์ดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้แล้วเม้มปากขยิบตา หนุ่มตีหน้างงแต่ก็พอเข้าใจว่าน้องสาวไม่ต้องการให้เขาแนะนำเธอ

“ วีมาถึงหรือยัง ” ชมพู่ถามถึงชายที่เธอต้องการพบทันที

“ พี่วีมาถึงแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่บนห้องสตูดิโอแล้วเดี๋ยวฉันพาคุณขึ้นไปหาพี่วีนะคะ” สุรนันทน์ตอบแล้วยิ้มเยือนทำท่ามีจริตอย่างชมพู่บ้าง

“ ไม่เป็นไรคะ ฉันขึ้นไปเองดีกว่า ” ชมพู่มองสุรนันทน์อย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก

สุรนันทน์ยิ้มแล้วจีบปากพูดต่อ “ ให้ฉันพาคุณขึ้นไปดีกว่าค่ะฉันก็ต้องขึ้นไปช่วยพี่วีด้วย นี้แอบหนีลงมาอู้อยู่นานแล้วพี่สีคงคิดถึงแล้วแน่ๆ ” เธอทำเป็นยิ้มเขิน หนุ่มขมวดคิ้วมองหน้าน้องสาว

“ เชิญนำไปสิคะ ” ชมพู่กระแทกหางเสียงอย่างไม่พอใจ

สุรนันทน์ไม่สนใจเดินนำชมพู่ขึ้นไปยังชั้นสามซึ่งเป็นสตูดิโอที่จะใช้ถ่ายงานแฟชั่นในวันนี้ พอเข้าไปถึงก็รีบเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ปวีณ์และเกาะแขนของเขาซบหน้าลงอย่างออดอ้อนพลางกระซิบที่ข้างหูของปวีณ์

“ ถ้าอยากให้ยายนี้หลุดออกไปจากชีวิตพี่ล่ะก็ ทำตามที่สาวบอก ”

“ อะไรของแก ” ปวีณกระซิบถาม

“ จะให้ช่วยไหม? ” สุรนันทน์ถามต่อ ปวีณ์พยักหน้าแล้วยิ้ม

ชมพู่ที่ยืนมองอยู่แทบจะพุ่งเข้าไปกระชากร่างอวบที่กระแซะปวีณ์ออกมาแต่ก็ต้องทำเป็นยิ้มแต่นัยน์ตาวาวด้วยความโกรธ

“ วีคะ ” เสียงของเธอยังหวานหูแต่ดวงตาน่ากลัวจนสุรนันทน์ขนลุกซู่

“ ชมพู่ นั่งสิทีมงานของฉันเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วนะ นางแบบของเธอมาถึงเมื่อไหร่ก็เริ่มถ่ายได้เลย ” เขาพูด

“ จะเสร็จกี่โมงคะพี่วี ” สุรนันทน์ทำเสียงอ้อน

ปวีณ์ลูบที่ผมของเธอแล้วตอบ “ ค่ำ ๆ ค่ะสาวรอได้ใช่ไหม ” เขาถามอย่างเอ็นดู

สุรนันทน์ยิ้มชายตามองชมพู่ “ ได้ค่ะ พี่วีทำงานเถอะค่ะสาวอยากดูพี่วีทำงาน ” เธอซบหน้าลงที่บ่าของเขา

“ วี ชมพู่ขอตัวออกไปดูพวกนางแบบก่อนนะคะว่ามาถึงหรือยัง ” ชมพู่มองสุรนันทน์อย่างจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ

“ ก็ไปสิ ” ปวีณ์พูดห้วนๆ ไม่ได้สนใจท่าทีของชมพู่เลย

“ วี! ” ชมพู่เดินตึง ๆ ออกไป

ปวีณ์และสุรนันทน์มองตามออกไปแล้วหันกลับมามองหน้ากัน

“ แกคิดว่ามันจะได้ผลเรอะ? ” ปวีณ์ถาม

“ มันก็ขึ้นอยู่กับพี่ว่าจะแสดงได้แนบเนียนหรือเปล่า สาวว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เรียบร้อยอ่อนหวานอย่างที่แสดงออกหรอก ” เธอพูดอย่างมั่นใจ

“ แกรู้ได้ยังไง ” ปวีณ์ทำหน้าสงสัย

“ เชื่อเถอะ เดี๋ยวสาวจะกระชากหน้ากากหล่อนออกมาเอง ” สุรนันทน์ยิ้มเจ้าเล่ห์

“ แกจะทำอะไรไอ้สาว ” ปวีณ์มองอย่างไม่แน่ใจ สุรนันทน์ยิ้มแล้วยักคิ้วให้เขา

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว