email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 440

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2563 10:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

หลังได้ข้าวต้มบวกกับไข่เจียวของยายมะลิไป ยาหยีก็รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้าง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในห้องน้ำ ทั้งเขาและเธอก็เลือกที่จะเงียบ ต่างคนต่างไม่ได้พูดอะไร แต่การดูแลเอาใจใส่ของภวิศยังคงเหมือนเดิม

"ยายจ๋า หยีอยากกลับบ้าน" ยาหยีพูดเสียงเบา เมื่อเห็นภวิศกำลังเดินออกจากห้องไป

"หมอบอกว่าอีก 2-3 วันนะลูก อยู่เช็กให้แน่ใจก่อนดีไหม"

ยาหยีกวาดตามองไปรอบห้อง "หยีกลัวเงินไม่พอ อีกอย่างเรายังเก็บเงินไม่ได้ตามเป้าด้วย"

ยายมะลิลูบหัวหลานสาว "เจ้าของเงินเขาอยู่ตรงนี้แล้ว มีอะไรก็พูดไปเลยลูก จะได้ไม่ต้องหยิบยืมใครเค้าอีก"

"ยาย...ยายรู้เหรอจ๊ะ"

"ก็เขานี่แหละ ให้คุณนายไปหายายที่โรงพยาบาล ว่าแต่จะเอายังไงก็คุยกันนะลูก"

หญิงสาวถอนหายใจด้วยความกังวล สีหน้าดูหม่นหมองทันตา "เรื่องเงิน หยีน่าจะผัดผ่อนเขาได้ แต่เรื่องอื่นๆ มันผ่านไปแล้วจ้ะ"

ยายมะลิทำหน้าสงสัย ปากขยับจะถามต่อ แต่ภวิศพาหมอและพยาบาลเดินเข้ามาพร้อมกัน คนสูงวัยจึงลุกขึ้นยืนด้วยไม้เท้า เพื่อจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา โดยมีชายหนุ่มช่วยพยุง

"เป็นไงบ้างหยี นอนอิ่มไหม" หมอพูดพลางสังเกตสีหน้าของหญิงสาวไปด้วย  

ยาหยีแปลกใจไม่น้อยที่เห็นหมอจิตเวชที่รักษาเธอมาโดยตลอด อยู่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ด้วย "คุณหมอรักษาที่นี่ด้วยเหรอคะ"

"หมอมารับจ๊อบ ฮ่าๆ  ถามเก่งแบบนี้ น่าจะดีขึ้นแล้วเนอะ คราวนี้หมอปรับยาให้ใหม่หมดเลยนะ ที่นี่มียาดีๆ ให้เลือกเยอะ ผลข้างเคียงก็น้อยด้วย"

"ค่ะ" ตกปากรับคำของหมอ แต่สมองยังครุ่นคิด ถ้าเป็นแบบนี้พี่ใหญ่น่าจะรู้เรื่องอาการป่วยของเธอหมดแล้วสินะ

หมอพยักหน้ารับ และหันไปมองภวิศ "พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้เลยครับ แต่ถ้าจะปรึกษาเรื่องการรักษาหู ผมแนะนำให้ไปที่กรุงเทพฯ ดีกว่า มีโรงพยาบาลที่รักษาเฉพาะ อุปกรณ์ครบด้วย"

"ขอบคุณหมอมากเลยนะครับ" ภวิศยิ้มให้หมอ ก่อนจะส่งสายตาแสนห่วงใยไปให้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียง สีหน้าของเธอดูกังวลเหมือนคิดอะไรอยู่ เขาจึงเลือกที่จะไปส่งหมอหน้าห้อง

"หมอ ผมต้องสังเกต หรือใส่ใจอะไรเป็นพิเศษไหมครับ"

"เท่าที่ดู ตอนนี้หยีน่าจะกังวลอยู่ แนะนำให้ค่อยๆ คุยกัน พยายามเข้าใจเธอหน่อย สังเกตปฏิกิริยาทางกายไปด้วย เช่น เหงื่อออกมากไหม หายใจถี่ขึ้นหรือเปล่า หน้ามืด คล้ายๆ คนจะเป็นลม อันนี้ก็ต้องระวัง เพราะหยียังมีอาการแพนิคร่วมด้วย จำได้ไหมที่เราคุยกันเมื่อวาน ตอนคุณอ่านไดอารี่ที่หมอให้หยีบันทึกช่วงป่วยใหม่ๆ คุณจะเห็นเลยว่า เธอกังวล และกลัวการถูกทิ้ง มันกระตุ้นให้เธอกลายเป็นคนไร้ค่า อันนี้แหละที่ต้องระวัง ฉะนั้นคุณอาจจะต้องพยายามไม่กดดัน และไม่ให้เธอรู้สึกว่าไร้ค่า หรือจะถูกทิ้ง แต่เท่าที่ประเมินโดยรวม หมอว่าหยีดีขึ้นเยอะเลย รอบนี้หมอปรับยาใหม่ รอบหน้ามาประเมินอีกที น่าจะปรับยาให้เบาลงได้แล้ว"

"ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ ครับ" ภวิศพูดจากใจจริง

//////

ยาหยีรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย หลังจากยายมะลิกลับไปทำกายภาพที่โรงพยาบาล และมีกำหนดจะกลับบ้านอีกครั้งในสัปดาห์หน้า นั่นก็หมายความว่า เธอต้องอยู่คนเดียว แต่ถ้าอยู่คนเดียวจริงๆ ก็ไม่น่าอึดอัดเท่ากับการมีคนตัวโตมาอยู่ใกล้ๆ  

"อาบน้ำแล้ว สบายตัวบ้างไหม"

เธอเลือกพยักหน้าตอบรับ แม้จะรู้สึกแปลกใจ ตั้งแต่ยายกลับไปชายหนุ่มก็พูดไปเรื่อย แม้เธอจะตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่เขาก็ยังพูดอยู่แบบนอนสต๊อป  

"คุณใหญ่คะ"

"ครับ"

ยาหยีสูดลมหายใจเข้าปอด เพื่อเติมความกล้าให้กับตัวเอง "ตอนนี้หนูเก็บเงินได้แสนห้าแล้ว ยังขาดอีกห้าหมื่น หนูจะพยายามหามาคืนคุณนะคะ" เธอรีบก้มหน้าลงทันที เพราะจำสายตาของเขาเมื่อ 6 ปีก่อนได้ มีทั้งโกรธ โมโห และผิดหวังอยู่ในดวงตาคู่นั้น

ภวิศนิ่งเพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง ข่มใจให้เย็นเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ "คืนทำไมครับ....ก็หยีไม่ได้ขโมย" สำหรับเขา เรื่องนั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเธอตั้งหากที่สำคัญที่สุด

ยาหยีเงยหน้าขึ้นในฉับพลัน น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลลงมาเป็นทาง เขาเลือกที่จะเชื่อเธอหรือ

"เหนื่อยไหม อยากร้องก็ร้องนะ" เขาเดินเข้าไปกอดหญิงสาว ลูบผม และตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ "พี่ขอโทษนะ"

เมื่อได้ยินคำว่า 'ขอโทษ' ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือออกจากปากเขา ก็ยิ่งทำให้เธอร้องไห้หนักเพิ่มขึ้นไปอีก

เงื่อนของความรู้สึกที่ผูกเป็นปมอยู่ในใจ มันคลายออก แค่ได้ยินคำว่า 'ขอโทษ' ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เขาเลือกที่จะเชื่อเธอแล้ว

"ขอโทษที่มาช้า ขอโทษจริงๆ"

////

อย่าลืมเลขเด็ดนะคะ

เยิฟๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว