email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13.1
แบบอักษร

ความพยายามเท่ากับศูนย์

รถยนต์ยุโรปราคาแพงของคิรากรขับเข้ามาจอดที่หน้าตึกคอนโดมิเนียมของแพรวาในเวลาเที่ยงคืนพอดี ตลอดทางที่ทั้งสองคนนั่งมาในรถด้วยกันมีแต่ความเงียบงันดูน่าอึดอัดจนแพรวารู้สึกถึงความผิดปรกติบางอย่างที่เกิดระหว่างคิรากรและเธอ

คิรากรลงจากรถเดินอ้อมด้านหลังมาเปิดประตูให้แพรวา “ ฝันดีนะครับ ” นั้นคือประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ

แพรวามองหน้าคิรากรแล้วยิ้มบางๆ “ ขับรถกลับดี ๆ นะคะพี่กร ”

“ ครับ น้องแพรขึ้นห้องเถอะดึกมากแล้ว ” คิรากรปิดประตูรถกำลังจะก้าวเท้าเดินกลับไปที่ฝั่งคนขับ แพรวาจึงดึงข้อมือของเขาเอาไว้ เขาชะงักเท้าหันไปหาเธอ

“ ฝันดีนะคะ ” แพรวาปล่อยมือทันทีหลังจากพูดจบประโยค คิรากรยังมองหน้าหญิงสาวดวงตาของชายหนุ่มมีคำถามมากมายแต่ไม่รู้ว่าเขาควรจะเอ่ยถามออกไปไหม

“ พี่กรมีอะไรหรือเปล่าคะ ”

“ ไม่มีครับ น้องแพรขึ้นห้องเถอะ ” คิรากยิ้มแต่รอยยิ้มของเขาแฝงไปด้วยความคลางแคลงใจและน้อยใจ แพรวาเองก็พอจะดูออกแต่เธอไม่รู้ว่าเขาระแวงและน้อยใจเธอด้วยเรื่องอะไร

“ แพรไปก่อนนะคะ ” แพรวาโบกมือให้คิรากรและเดินเข้าไปในคอนโดมิเนียม

พอเห็นว่าหญิงสาวเดินเข้าไปเรียบร้อยแล้วคิรากรจึงขึ้นรถขับออกไปทันที ภาพที่เขาเห็นมันยังติดตาราวกับกำลังเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้ตรงหน้าเขา สองคนนั้นกอดกันด้วยความรัก ใช่เขาสองคนยังรักกันอยู่แล้วคนที่มาก่อนแต่เพิ่งจะได้รับโอกาสอย่างเขาจะต้องทำอย่างไร จะให้ถอยออกมาเขาก็รักแพรวาไปจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้นแล้ว จะให้เขาฝืนเดินหน้าก็ไม่เห็นหนทางที่จะเข้าไปแทนที่ปวีณ์สามีเก่าของเธอได้เลย

ดวงตาคมเริ่มร้อนผ่าวที่ขอบตาทั้งสองข้าง คิรากรจึงพยายามควบคุมไม่ให้มันรื้นกลับขึ้นมาอีก เขายังไม่แพ้ตราบใดที่แพรวายังยืนอยู่ข้างๆ เขาเธอก็ยังเป็นคนรักของเขาอยู่ คิรากรปลอบใจตัวเองทั้งที่ไม่มีความเชื่อมั่นเลยสักนิด

จากที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะกลับบ้านเลยหลังจากส่งแพรวาเสร็จ ชายหนุ่มกลับเหยียบคันเร่งบังตับพวงมาลัยรถมาจอดที่หน้าร้าน warm and cosy อีกครั้ง

ถึงเวลานี้จะเป็นช่วงที่ร้านใกล้จะปิดแล้วแต่ก็ยังมีลูกค้านั่งดื่มอยู่สองสามโต๊ะ คิรากรเดินเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้ตัวเดิมตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์

“ คุณกลับมาดื่มต่อหรือครับ ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยถาม

“ ครับ อยากดื่มอีกสักสองสามแก้วแล้วจะกลับ ” คิรากรตอบดวงตาก็มองหาหญิงสาวเจ้าของร้าน

“ มองหหาพี่สาวหรือคุณ ” บาร์เทนเดอร์ถามพร้อมส่งแก้วค็อกเทลให้เขา

“ คุณสาวกลับไปแล้วเหรอ ”

“ ยังครับ เห็นบอกว่าจะไปเก็บค่าเหล้าพี่หนุ่ม ” บาร์เทนเดอร์ตอบ

“ ใคร? ” คิ้วหนาขมวดมุ่น

“ พี่ชายแกน่ะครับ ติดค่าเหล้ามาเป็นเดือนแล้วยังไม่ยอมจ่าย พี่สาวแกก็เลยต้องไปเก็บเอง ”

“ พี่ชาย ” สีหน้าของเขาเคร่งขึง พี่ชายของสุรนันทน์ก็คือเพื่อนสนิทของปวีณ์อดีตสามีของแพรวา

ค็อกเทลแก้วแรกหมดไปแล้ว บาร์เทนเดอร์จึงผสมแก้วที่สองให้

“ เอาเข้มกว่าแก้วแรกนะครับ เมื่อกี้มันอ่อนเกินไป ” คิรากรบอกบาร์เทนเดอร์

“ เอาเป็นม็อคเทลดีกว่าค่ะ คืนนี้คุณดื่มเยอะแล้ว ” เสียงห้าวหวานดังขึ้น

“ คุณสาว ” เขายิ้ม

“ กลับมานั่งดื่มอีกทำไมคะ ” สุรนันทน์นั่งลงที่เก้าอี้ข้างเขา

“ ผม... ” นั้นสิเขากลับมานั่งดื่มอีกทำไมกัน

“ คุณกรคะ ”

“ ครับ ”

“ ทะเลาะกับยายแพรมาเหรอคะ ” สุรนันทน์มีสีหน้าเป็นกังวล

“ เปล่าครับ ” คิรากรตอบ

“ เจ้ ตกลงให้ผสมม็อคเทลใช่ไหม ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มถามขึ้น

“ เอาเป็นน้ำเปล่าก็ได้ครับ ” คิรากรบอก

“ น้ำเปล่า? ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มทำหน้างง ๆ

“ ลูกค้าบอกจะเอาน้ำเปล่าแกก็เอาน้ำเปล่ามาเสริฟสิ ” สุรนันทน์มองหน้าบาร์เทนเดอร์ของเธอ

“ ครับเจ้ ”

น้ำดื่มหนึ่งขวดถูกนำมาสาวตรงหน้าคิรากร

“ คุณสาวต้องอยู่ปิดร้านใช่ไหมครับ ” คิรากรถาม

“ ค่ะ ” สุรนันทน์ตอบ

“ ผมอยู่เป็นเพื่อนนะครับ ”

สุรนันทน์เลิกคิ้ว “ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานหรือไงคะ”

“ ทำครับ ” เขาตอบ

สุรนันทน์มองหน้าคิรากร “ คุณมีเรื่องไม่สบายใจอะไรคะ บอกสาวได้ไหม ”

“ ที่จริงก็มีนิดหน่อย ” คิรากรหลุบตาลงมองที่เคาน์เตอร์บาร์

“ เรื่องอะไรคะ เล่าให้สาวฟังได้ไหม? ” เธอถามด้วยความเป็นห่วง

“ คือว่า... ” คิรากรยังไม่ทันจะได้พูด ปวีณ์และหนุ่มก็เดินเข้ามาพอดี

“ สาวพี่สองคนกลับก่อนนะ ” หนุ่มพูดขึ้นแล้วชายตามองคิรากรอย่างไม่ไว้ใจ ส่วนปวีณ์เขาทำเป็นค้อมศีรษะและยิ้มให้คิรากร

“ ขับรถกลับดี ๆ ล่ะ พี่วีด้วยขี่มอเตอร์ไซค์ระวังๆ หน่อยนะพี่ ” สุรนันทน์โบกมือให้ทั้งสองคนที่เดินออกไปแล้วมองคิรากร

“ เป็นเพราะพี่วีใช่ไหมคะ ที่เป็นต้นเหตุให้คุณไม่สบายใจ ” สุรนันทน์ถามตรง ๆ

“ ครับ ” คิรากรก็ตอบรับไปตรง ๆ

“ คุณกรคะ อย่าเอาเรื่องที่เห็นไปคิดมากเลยนะคะมันไม่มีอะไรหรอกค่ะ ”

“ เหรอครับ คุณสาวคิดว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ เหรอครับ ” คิรากรทำหน้าตึงขึ้นมาทันที สุรนันทน์เองก็ไม่กล้ารับรองเธอจึงเงียบไป

“ ผมเจอน้องแพรครั้งแรกตอนที่เธอเข้ามาฝึกงานที่บริษัทของผม ตอนนั้นเธอยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลย น้องแพรน่ารักเรียบร้อยแต่ก็มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ” สีหน้าของชายหนุ่มดีขึ้นเมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

“ นั้นมันเกือบเจ็ดปีแล้วนะคะ ก่อนยายแพรเจอพี่วีเสียอีก ” สุรนันทน์พูดขึ้น นี่ผู้ชายคนนี้แอบชอบเพื่อนของเธอมานานขนาดนั้นได้ยังไง ดวงตาของสุรนันทน์มองคิราด้วยความชื่นชม

“ ครับ ” คิรากรเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้สุรนันทน์ฟัง เธอก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจยิ่งทำให้คิรากรรู้สึกสบายใจขึ้น เขาคิดถูกจริง ๆ ที่ขับรถกลับมาที่นี่

“ คุณกรอดทนมานานขนาดนั้นได้ยังไงกันคะ คุณไม่เคยมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาบ้างเลยเหรอ ” เธอถามเพราะอยากรู้

“ ก็พอมีครับแต่ก็ต้องเลิกลากันไป เพราะผมไม่มีเวลาให้เขา ”

“ เพราะคุณไม่เคยลืมยายแพรมากกว่า ” เสียงของสุรนันทน์แปร่งไป

“ ก็อาจจะจริง เพราะเราสองคนทำงานอยู่ด้วยกันทุกวัน ” เขายอมรับ

“ แล้วถ้ายายแพรกับพี่วี... ” เสียงของสุรนันทน์แผ่วลงจนเหมือนพูดกับตัวเอง

“ ผมเชื่อว่าผมทำให้น้องแพรลืมผู้ชายคนนั้นได้ ” คิรากรพูดขึ้น

“ ค่ะ สาวเชียร์คุณกรนะคะ ” สุรนันทน์ยิ้มแห้งๆ เธอแค่อยากให้กำลังใจเขา

“ ขอบคุณครับ ” คิรากรขอบคุณเธอจากใจ

เวลาล่วงมาถึงเกือบตีสองลูกค้าในร้านกลับกันไปจนหมดแล้ว พนักงานก็พากันทำความสะอาดเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับบ้าน สุรนันทน์ขึ้นไปหยิบกระเป๋าสะพายของเธอบนห้องทำงานโดยมีคิรากรนั่งรออยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ พอหญิงสาวเดินลงมาเขาก็ลุกขึ้นเดินไปหาเธอ

“ ให้ผมขับรถไปส่งคุณสาวนะครับ ”

“ ไม่เป็นไรค่ะ สาวต้องขับรถยายแพรกลับ ” สุรนันทน์ปฏิเสธ

“ เดี๋ยวผมขับตามไปจนกว่าคุณสาวจะถึงคอนโด แล้วกันนะครับ ห้ามปฏิเสธอีก ผมอยากแน่ใจว่าคุณถึงบ้านแล้วอย่างปลอดภัย ” เขายิ้มจริงใจ มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้สุรนันทน์ใจแกว่ง

“ ตามใจคุณ ” พูดจบสุรนันทน์ก็เดินนำคิรากรออกไป เธออยากจะตะโกนใส่หน้าเขาจริง ๆ ว่า ‘ อย่าทำให้ฉันหวั่นไหวได้ไหม ’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว