ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ

ชื่อตอน : (Re-write) 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 424

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 01:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(Re-write) 7
แบบอักษร

7 

ณ คฤหาสน์ตระกูลดารา

นิ้วเรียวของรสรินจับปลายมวนบุหรี่บดขยี้ลงในที่เขี่ยบุหรี่แก้วทรงกลม  พลางฟังความคืบหน้าจากช้างเผือกคนหนึ่งในตระกูลดาราซึ่งถูกส่งไปหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำเพชรตลอดทั้งสัปดาห์

“แปลกมากนะครับคุณนาย  เด็กคนนี้แทบไม่มีข้อมูลก่อนหน้าเลยนอกเหนือจากข้อมูลจากโรงพยาบาลที่เราขโมยมาได้  ส่วนข้อมูลอื่นก็มีเพียงข้อมูลที่ถูกยื่นให้ทางมหาวิทยาลัยเท่านั้น”

“ไม่มีข้อมูลเลยหรือว่าเธอเป็นคนของตระกูลไหน?”

“ไม่มีเลยครับ  แต่ตอนนี้คงเป็นคนของสุริยันไปแล้ว”

“แล้วเรื่องที่บอกว่าเป็นหลานสาวของกิ่งแก้วล่ะ?”

“ประวัติกิ่งแก้วเป็นความลับครับ  คงจะถูกเก็บเป็นความลับมาตั้งแต่ตอนที่มาทำงานกับคุณนายเพชรรัตน์”  ชายช้างเผือกคนนั้นบอกกับเธอ  “ส่วนเรื่องอุบัติเหตุก็ไม่มีข้อมูลที่ตรงกันเลย”  

“หากไม่ถูกเป็นความลับก็คงไม่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่แรก”  รสรินเอ่ยพร้อมกับควงปากกาในมืออย่างติดเป็นนิสัย  สายตาเฉี่ยวของเธอจ้องมองไปยังรูปถ่ายของน้ำเพชรซึ่งถูกแอบถ่ายในแท็ปเล็ตแล้วคิดบางสิ่งในหัว  “ดูเหมือนว่าเธอจะไร้เดียงสากว่าที่คิดนะ  หรือเป็นเพราะความทรงจำที่หายไปกัน”

นิ้วเรียวยังควงปากกาไปมาท่ามกลางกลิ่นบุหรี่อบอวลที่ถูกดับไปก่อนหน้า  ในครั้งแรกที่พวกเธอได้พบกันนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าน้ำเพชรไม่มีท่าทีของคนที่เป็นช้างเผือกเลยสักนิด  หากจะบอกว่าเธอช่วยงานบางอย่างของตระกูลสุริยันก็คงไม่ใช่  อีกทั้งแววตาของธีร์ที่ลอบมองเธอนั้นมันมีความรู้สึกมากกว่าแค่คนรู้จัก

เธอคนนี้ดันมีบางอย่างที่คล้ายเพชรรัตน์เสียด้วย

ไม่แปลกที่ธีร์จะให้เธออยู่ในบ้านราวกับเจ้าหญิงทั้งที่เป็นเพียงหลานของลูกน้องภรรยาที่เสียชีวิตไป  หากแต่หญิงสาวนามว่าน้ำเพชรนั้นเป็นใคร มาจากไหนกันแน่  มันคงง่ายขึ้นหากรสรินได้รู้แต่มันก็คงยากหากธีร์จัดการข้อมูลส่วนนั้นไปหมดสิ้น

“อีกเรื่องที่คุณนายต้องรู้คือเรื่องตระกูลจันทราครับ”  ช้างเผือกคนนั้นเอ่ยขึ้น

“ทำไม?”

“นายหญิงราตรีกลับมาแล้วครับ  และเธอจะกลับเข้าที่ประชุมจักรวาลด้วย”

“ราตรี...”  รสรินทวนชื่อนั้นซ้ำ  เธอจำราตรีได้เป็นอย่างดี  คนที่เปรียบเสมือนญาติมิตรทางสามีซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาในเส้นทางเดียวกัน  การกลับมาที่แสนจะได้จังหวะขนาดนี้คงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน  

รสรินไม่ได้รู้สึกแย่กับมัน  ในทางกลับกันเธอกลับรู้สึกยินดีนักที่หนึ่งในปรปักษ์ของเธอหวนคืนกลับสังเวียนหลังวางมือไปสองทศวรรษ  เพราะรสรินรักสงครามและสมรภูมิ หลายปีที่ผ่านมานั้นมันช่างน่าเบื่อสิ้นดี  เธอหวังว่าโซ่ศศิธรของราตรีนั้นจะยังแข็งแกร่งพอที่จะเทียบเคียงธนูมูลาไหว  ไม่ใช่ว่าต้องเสียเวลาเคาะสนิทใหม่

แน่นอนว่าเรื่องนี้ทิวา สามีของเธอคงไม่รู้สึกดีอย่างนั้น  เพราะเขาไม่มีวันให้อภัยน้องสาวตัวแสบที่ยึดอำนาจของตัวเองไปแล้วหายเข้ากลีบเมฆแบบนั้น  เพียงแต่ทิวาจะสามารถทำอะไรได้ในเมื่อเขาก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรในมือนัก

ก๊อกๆๆ

“คุณนายครับ  คุณหนูโรสขอเข้าพบครับ”  การ์ดคนหนึ่งเคาะประตูห้องพร้อมเข้ามาบอกกับรสริน  เธอพยักหน้าก่อนจะส่งสายตาให้ช้างเผือกคนแรกออกไปเสียก่อนที่โรสจะเดินเข้ามา

โรสเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มรูปภาพภายในมือเพราะเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน  หญิงสาวยิ้มให้กับแม่ของเธอก่อนที่จะเดินมานั่งลงตรงเก้าอี้  รสรินมองลูกสาวเพียงคนเดียวก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้โรสสนิทกับน้ำเพชรเป็นพิเศษ

“คุยงานกันอยู่หรือคะ?”  โรสเอ่ยถาม

“เปล่าหรอก  คุยเสร็จไปแล้ว”

“ตอนแรกโรสนึกว่าพ่ออยู่กับแม่ซะอีก  ยังไม่กลับจากปักกิ่งอีกหรือคะ”

“คงเป็นอาทิตย์หน้าน่ะ  ช่วงนี้ทางนั้นก็ยุ่งเหมือนกัน”  รสรินพูดก่อนจะมองไปยังแฟ้มรูปของโรสที่วางบนตัก  “นั่นที่เรียนมาหรือ  แม่ขอดูหน่อย”

ผู้เป็นลูกยื่นแฟ้มภาพวาดในมือให้กับรสริน  มือบางรับแฟ้มนั้นมาเปิดดูด้วยแววตานิ่ง  โรสจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบเหยือกน้ำตรงโซฟาอีกฝั่งในห้องมารินลงแก้วน้ำ

“ว่าแต่ช่วงนี้ได้เจอน้ำเพชรบ้างหรือเปล่า  เรียนด้วยกันไหม?”

“เรียนคนละคณะค่ะ  แต่เจอกันแทบทุกวัน  เดี๋ยวนี้โรสไปกับเพชรบ่อยมากเลย”

“น้ำเพชรนี่เป็นหลานของกิ่งแก้วใช่ไหม?”

“เท่าที่ได้ยินมาก็ประมาณนั้นนะคะ  แต่ยังหาทางติดต่อคุณกิ่งแก้วไม่ได้ก็เลยต้องอยู่กับคุณธีร์ไปก่อน”  โรสพูดพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบไปอึกหนึ่ง  “เห็นว่าความจริงก็อยู่กับครอบครัวในไทย แต่พอประสบอุบัติเหตุมีเพชรรอดมาคนเดียว  จะตามหาญาติก็มีแต่คุณกิ่งแก้ว  คุณธีร์คงเห็นว่าคุณกิ่งแก้วเป็นคนของคุณนายเพชรรัตน์ล่ะมั้งคะถึงดูแลไว้ก่อน”

รสรินคิดตามที่โรสบอก  ช่างน่าขัน  ทั้งที่น้ำเพชรก็ไม่ใช่เด็กแล้วและอยู่ในวัยที่ใช้ชีวิตของตัวเองได้แต่ก็ยังไม่ไปไหนเพราะไม่มีความทรงจำและไม่มีที่ไป  ส่วนธีร์นั้นดูจะมีความต้องการอื่นแฝงอยู่  สัมผัสได้จากสายตาของเขาที่ไม่ได้มองใครแบบนั้นมานานมากแค่ไหน  ไม่มีทางที่น้ำเพชรจะเป็นเพียงคนอื่นไกลมาก่อนแน่

“ดูสองคนนั้นจะสนิทกันเป็นพิเศษนะ”  รสรินเอ่ยขึ้น

“อาจเพราะอยู่บ้านเดียวกันมั้งคะ  คุณธีร์ดูแลเพชรดีมากเลยด้วย  อยากเรียนก็ส่งให้เรียน อยากไปไหน ทำอะไรก็ไม่เคยว่าอะไร  ดีที่เพชรไม่ใช่พวกเหลวไหลน่ะค่ะก็เลยไม่มีปัญหา”

“แล้วไตรล่ะ สนิทกับน้ำเพชรบ้างหรือเปล่า  บ้านนั้นมีแต่ผู้ชายคงจะอึดอัดนะ”

“พี่ไตรก็ดูสนิทนะคะ  แต่พี่ไตรก็ไม่ได้อยู่บ้านนั้นตลอดคงไม่อะไรมาก”  โรสตอบไปตามที่คิดก่อนที่จะกลับมานั่งลงตรงเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับรสริน  “ดูแม่จะสนใจน้ำเพชรนะคะ  มีอะไรหรือเปล่า?”

“เปล่า  แม่แค่ถามเฉยๆ  เห็นว่าช่วงนี้สนิทกับแกนี่นา”

“เพชรนิสัยดีนะคะ  แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”

“อืม  ถ้าอย่างนั้นว่างๆ ก็ชวนมากินข้าวที่บ้านเราหน่อยสิ”

“ได้สิคะ  เดี๋ยวโรสชวนให้”

หลายวันต่อมา

น้ำเพชรเดินตามหลังร่างสูงของธีร์เข้ามายังร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งถูกจองโต๊ะไว้ก่อนหน้านี้  หญิงสาวสวมชุดเดรสสั้นสีขาวพร้อมมัดผมเบี่ยงข้างขวาทำให้เธอดูอ่อนหวานถนัดตา  ขณะที่นายใหญ่นั้นสวมชุดสูทสีเทาเข้ม  ซึ่งเธอก็ชินตากับการที่เขาสวมสูทไปแล้ว

คำถามเมื่อหลายวันก่อนที่เธอถามเขาในสนามซ้อมยิงปืนนั้นได้คำตอบที่ไม่น่าประทับใจนัก  แต่น้ำเพชรก็เผื่อใจไว้ตั้งแต่แรกว่าเขาคงตอบว่า ไม่รู้ แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิด  เพิ่มเติมแค่เขาบอกว่าหุ้นส่วนรายใหญ่คนใหม่ของเขาก็มีชื่อว่าจอมทัพเช่นกัน  ซึ่งตอนนี้บริษัทของเขาก็มีเรื่องไม่ชอบมาพากลตั้งแต่จอมทัพคนนั้นกวาดซื้อหุ้นไป

ต้องเป็นคนเดียวกันแน่

ตั้งแต่วันนั้นที่พวกเขาคุยกัน  น้ำเพชรก็รู้สึกได้ว่าเธอเห็นหน้านายใหญ่น้อยลง ซึ่งมันคงเป็นอย่างที่เขาบอกว่าบริษัทของเขามีเรื่องไม่ชอบมาพากลและเขาเองก็ดูเป็นคนให้ความสำคัญกับงานมากด้วย

การที่พวกเขาไม่ค่อยได้เจอกันและครั้งสุดท้ายที่คุยก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูห่างเหินไปจากเดิม  น้ำเพชรรู้ดีว่าเธอเองก็เป็นฝ่ายรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดไปไกลมากกว่านั้น  แม้คืนนั้นเธอจะสัมผัสได้ว่าเขารู้สึกยังไงและมันยิ่งอันตรายที่เธอเองก็เริ่มรู้สึกแบบเดียวกัน  ทั้งที่เธอก็ต้องการความทรงจำของตัวเองคืน

วันนี้จึงถือว่าเป็นโอกาสพิเศษเล็กๆ ที่น้ำเพชรเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะพามากินข้าวนอกบ้าน  สองเท้าก้าวมาตามทางโดยที่ร่างสูงคอยลอบมองเธออยู่ไม่ห่าง  ก่อนที่เขาจะละสายตาจากเธอไปเพราะพบกับชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินสวนมา

จอมทัพกับราตรี

ทั้งคู่มองมาทางพวกเขาพร้อมกับเดินเข้ามาหยุดยืนคุยกันตามประสาคนรู้จัก  น่าแปลกที่จอมทัพกับราตรีรู้จักกัน  น้ำเพชรมองราตรีที่ยิ้มให้กับเธอ  ผู้หญิงคนนี้แม้จะดูมีอายุประมาณหนึ่งแต่กลับยังสวยและดึงดูดสายตา ทั้งหน้าตา การแต่งตัว แม้บุคลิกจะดูน่ากลัวไม่ต่างจากรสริน

น้ำเพชรไม่รู้ว่าเธอคนนี้เป็นใคร  เพียงแต่เห็นแววตาจอมทัพที่มองมาทางเธอนิ่งสลับกับมองนายใหญ่นั้นมันดูเป็นสายตาที่ไม่สบอารมณ์นัก  ก่อนที่จอมทัพจะเปลี่ยนสีหน้าแล้วเป็นฝ่ายทักทายนายใหญ่ก่อน

“สวัสดีครับ  บังเอิญจังที่เจอคุณที่นี่”  จอมทัพพูดขึ้นพร้อมพลางยิ้มมุมปาก

“ครับ  ไม่คิดว่าคุณจะรู้จักกับราตรีด้วย”  นายใหญ่พูดแบบนั้นจึงทำให้น้ำเพชรลอบมองเขาและผู้หญิงตรงหน้าโดยทันที  หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่ในที่ประชุมจักรวาลด้วยอีกคน

“คงรู้จักกันแล้วสิ  จอมทัพเป็นลูกบุญธรรมของฉันเอง”  ราตรีตอบ

“ถ้าอย่างนั้นตระกูลจันทราก็คงมีทายาทแล้ว”

“ก็คงดีกว่านี้ถ้าไม่ได้เป็นแค่ผู้นำตระกูลเดียว”  ราตรีพูดอย่างมีเลศนัยก่อนจะหันไปมองน้ำเพชรที่ยิ้มรับเมื่อเห็นว่าเธอมองมา  “ดูเหมือนว่าการันต์จะพูดถูกนะ  ที่บอกว่าถ้าฉันมาเจอเธอเองก็คงจะสนใจไม่ต่างกัน”

“?”

“ฉันราตรี  ยินดีที่ได้รู้จัก”  ราตรีพูดพลางยื่นมือมาทางน้ำเพชร  ทำให้หญิงสาวอายุน้อยกว่าเอื้อมมือไปจับเพื่อทักทายกลับพร้อมยิ้มบางให้  ถึงแม้ว่าใจจริงเธอจะอยากไหว้มากกว่าแต่คิดว่าราตรีคงชินกับธรรมเนียมเมืองนอกไปแล้ว

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ  ฉันน้ำเพชร  อ๊ะ!”  น้ำเพชรหลุดอุทานออกมาหลังจากที่ราตรีจับมือเธอแน่นแล้วกระชากเธอเข้าไปหาตัวกะทันหันจนเธอเกือบล้มเข้าไปในอ้อมแขนของผู้หญิงตรงหน้า  

ราตรีดูจะไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนใจอะไรนักกับพฤติกรรมไร้มารยาทแบบนั้น แต่เธอกลับลอบยิ้มที่มุมปากแล้วก้มหน้าลงมาใกล้น้ำเพชรพร้อมกับจดจ้องใบหน้าของเธอไม่วางตาจนน้ำเพชรไม่กล้าหลบสายตาไปด้วย

ทำไมผู้หญิงของที่ประชุมจักรวาลถึงน่ากลัวแบบนี้นะ

แต่เดี๋ยวก่อน  หากราตรีคือผู้นำตระกูลจันทรา  นั่นก็หมายความว่าเธออาจเป็นน้องสาวที่ทรยศพี่ชายด้วยการยึดอำนาจมาเมื่อหลายปีก่อนจะหนีไปอย่างที่นายใหญ่เคยบอกก็ได้  เพราะฉะนั้นเธอจึงจัดว่าเป็นคนที่อันตรายและไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่นัก  และถ้าเธอเป็นแม่เลี้ยงของจอมทัพ  เธอยังจะสามารถไว้ใจจอมทัพได้อยู่หรือเปล่า

“ชื่อน้ำเพชรหรือ  ใครเป็นคนตั้งให้เนี่ย”  ราตรีถามด้วยระยะใบหน้าห่างกันเพียงคืบ  พร้อมกับมองน้ำเพชรพร้อมยิ้มอย่างไม่น่าไว้ใจนัก  แต่น้ำเพชรก็พยายามรักษามารยาทเอาไว้

“เอ่อ ฉันลืมไปแล้วน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ คุณ...!”  น้ำเพชรสะดุ้งอีกครั้งเมื่อราตรียื่นหน้าเข้ามาจูบลงตรงข้างแก้มของเธอเบาๆ ทำให้เธอชะงักไปทันที

“เป็นเด็กดีแบบนี้  ธีร์คงจะเอ็นดูมากเลยนะ”

“ลูกชายของเธอก็ดีนะ  ท่าทางว่าจะชอบเรื่องธุรกิจไม่ต่างกัน”  ธีร์พูดพลางเอื้อมมือไปประคองเอวของน้ำเพชรให้ออกมาจากราตรีพลางลอบมองรองเท้าของเธอที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก  ก่อนจะตัดบทสนทนาเสียงเรียบด้วยใบหน้านิ่ง  “ฉันไม่กวนแล้วดีกว่า  แล้วเจอกันครั้งหน้าละกัน  ขอตัวก่อนนะครับคุณจอมทัพ  ราตรี”

“แล้วเจอกันนะครับคุณธีร์  คุณน้ำเพชร”  จอมทัพพูดก่อนที่ทั้งหมดจะเดินแยกกันไปคนละทาง  โดยที่จอมทัพลอบมองตามน้ำเพชรไม่วางตา  ส่วนน้ำเพชรเองก็หันหลังกลับไปมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“รู้จักเขาหรือ?”  นายใหญ่เอ่ยถาม

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ”

“ปกติหนูไม่เคยมองใครแบบนั้นนี่นา”

“ไม่รู้จักหรอกค่ะ  แค่คุ้นๆ เท่านั้นเอง”  น้ำเพชรแสร้งพูดไปแบบนั้นเพราะยังไม่อยากรีบบอกความจริงกับเขาไป  เธออยากดูสถานการณ์ของทุกคนให้แน่ใจเสียก่อน

“ก็ไม่แปลกนะที่จะคุ้น”

“?”

อะไรกัน นายใหญ่พูดแปลกๆ อีกแล้ว...

“นั่งก่อนสิ”  ธีร์พูดพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้น้ำเพชร  รู้ตัวอีกทีเธอก็เดินมาจนถึงโต๊ะอาหารตรงดาดฟ้าที่มองเห็นวิวทิวทัศน์และท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน  ซ้ำยังเป็นโต๊ะที่แยกเป็นส่วนตัวไม่ปะปนกับโต๊ะอื่นในร้าน

หญิงสาวนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับคนอายุมากกว่า  เธอมองเชิงเทียนที่ถูกจุดขึ้น แก้วไวน์และดอกไม้ที่วางประดับบนโต๊ะก็รู้ได้ทันทีว่าอาหารมื้อนี้ต้องมีราคาไม่ธรรมดาแน่ๆ  ไม่นานนักพนักงานเสิร์ฟถือไวน์ขวดหนึ่งมารินให้กับทั้งคู่แล้วอาหารที่สั่งไว้จึงถูกมาวางเสิร์ฟตามหลัง

ธีร์ลอบมองคนตรงหน้าที่ลองลิ้มรสไวน์แดงแล้วเปลี่ยนไปมองบรรยากาศรอบนอกก่อนจะทำสีหน้าพอใจกับมัน  เขาลอบยิ้มออกมาพลางมองเธอนิ่งก่อนจะที่เธอจะหันกลับมาแล้วหยิบส้อมกับมีดมาหั่นอาหารในจาน

ราวกับภาพวาดที่ความทรงจำใดจะระลึกไว้ได้หมด  ช่วงเวลายามที่เห็นรอยยิ้มของเธอนั้นมันช่วงเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปในใจของเขาได้มากมายโดยที่เธอเองก็คงไม่รู้ตัว  น้ำเพชรเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมามองเขาพลางย่นคิ้วเมื่อเห็นเขาเอาแต่นั่งจ้องเธออย่างนั้นพร้อมกับเอามือเท้าคาง

“มีอะไรติดหน้าหนูหรือเปล่าคะ?”  เธอเอ่ยถาม

“เปล่า  แค่วันนี้หนูสวยเป็นพิเศษ”

“จะไม่สวยได้ยังไงคะ  เลือกชุดตั้งนานยิ่งกว่ามาออกเดทอีก”

“ก็ถือว่าซ้อมไปก่อนสิ”  เขาพูดพลางยิ้มมุมปากแล้วยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม  ส่วนน้ำเพชรนั้นลอบยิ้มเขินเพียงลำพังหลังได้ฟังคำพูดของเขาแบบนั้น  พูดจาหวานก็เป็นด้วยนะคนแก่เนี่ย  “ชอบที่นี่หรือเปล่า?”

“ชอบค่ะ  วิวสวยดี  ขอบคุณนะคะ”

“แล้วที่บ้านล่ะ  ชอบหรือเปล่า?”

“ก็ชอบนะคะ”  น้ำเพชรพูดพร้อมกับหั่นเนื้อในจานแล้วตัดเข้าปากไปหนึ่งคำ  ก่อนเธอจะนึกได้ระหว่างเคี้ยวอาหารในปาก  “นายใหญ่คะ”

“?”

“คุณราตรี   ใช่คนที่ยึดอำนาจมาจากพี่ชายอย่างที่คุณเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่าคะ?”

“ดูตาเธอก็น่าจะรู้นะ  ร้ายกาจขนาดนั้น”  ธีร์พูดพลางลอบยิ้มและขำเสียงเบา  “ความจริงราตรีไม่ใช่พวกที่จะต้องกลัวหรอก  ถ้าไม่มีใครเผลอไปเหยียบเท้าก็แทบจะไม่ใส่ใจใครเลย  เพียงแต่ภายนอกดูไม่น่าคบแล้วก็ไม่ค่อยเกรงใจใครเท่าไหร่”

“...”

“น่าแปลกนะที่เธอมีลูก  ปกติเธอดูจะไม่สนใจเรื่องครอบครัวสักนิด”

“คุณจอมทัพคนนี้หรือคะที่มาทำธุรกิจกับคุณ?”

“อืม  ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมหุ้นถึงแปลกไป”

“...”

“ถ้าโตมากับราตรี  ก็แทบไม่ต้องกลัวเรื่องหุ้น”  ธีร์พูดพร้อมกับวางแก้วไวน์ไว้ตรงขอบโต๊ะ  ก่อนที่พนักงานเสิร์ฟจะเดินมารินเพิ่มให้  “กลัวเรื่องอื่นที่มันจะร้ายแรงกว่าเรื่องหุ้นมากกว่า”

“คุณดูไม่ไว้ใจเขาเลยนะคะ”

“ในทางธุรกิจก็ไม่น่าไว้ใจตั้งแต่เข้ามากวาดหุ้นทั้งหมดแล้วล่ะ  พอรู้ว่ามาจากตระกูลจันทราก็ยิ่งต้องระวัง  แต่ที่จริงแล้วมันก็มีเรื่องอื่นที่ทำให้ฉันไม่ค่อยไว้ใจเขาสักเท่าไหร่”

“?”

“เขาหน้าเหมือนคนที่ฉันรู้จัก  เหมือนเกินไป”

“คนที่คุณเคยรู้จัก?”  น้ำเพชรขมวดคิ้วพลางจ้องเขาด้วยความสงสัยหลังได้ฟังแบบนั้น  ผู้ชายคนนั้นคือคนที่อยู่ในความฝันของเธอและเขาคงเป็นคนที่อยู่ในความทรงจำที่หายไปของเธอด้วย  แต่นายใหญ่กลับเคยเห็นเขามาก่อน  มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า  ยิ่งทุกอย่างเกิดในช่วงเวลาเดียวกันยิ่งแปลก

จอมทัพกับนายใหญ่ พวกเขา...

ปัง!

ยังไม่ทันที่น้ำเพชรจะได้ถามต่อ  ลูกกระสุนปริศนาก็พุ่งเข้ามาเฉียดนายใหญ่ไปเพียงนิดเดียวเพราะเขาประสาทสัมผัสดีพอที่จะรู้ทันว่ากำลังถูกลอบทำร้าย  ทำให้ลูกกระสุนนัดนั้นพุ่งไปทะลุแก้วทรงสูงที่อยู่ในมือของเขาแทน  เศษแก้วจึงกระจายแตกเป็นเสี่ยงและมีบางเศษที่บาดมือของเขาจนเลือดไหลเป็นทาง

เพล้ง!

บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความวุ่นวาย  เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากทั่วสารทิศด้วยความตกใจและหวาดกลัว  ทุกคนต่างวิ่งและมีส่วนใหญ่ที่หมอบลงกับพื้น  ธีร์รีบลุกขึ้นพร้อมกับดึงปืนจากข้างลำเอวของตัวเองออกมาพร้อมกับประคองเอวบางแล้วพาน้ำเพชรออกจากที่นี่อย่างไวที่สุด

“ทางนี้ครับนายใหญ่”  ขุนพูดพร้อมเปิดประตูทางออกหลังร้านให้ทั้งคู่  ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกไปทางนั้นโดยผ่านครัวที่กำลังวุ่นวายหลังจากมีเสียงปืนนัดที่สองดังตามมาเพียงไม่กี่นาที

น้ำเพชรรีบสับขาเดินไปพร้อมนายใหญ่ก่อนที่จะมีชายในชุดพ่อครัวคนหนึ่งฝ่าวงล้อมเข้ามาพร้อมมีดกระโจนเข้ามาหาทั้งคู่แต่มือหนาของนายใหญ่รีบดึงน้ำเพชรออกไปจากตรงนั้น  พร้อมกับส่งขายาวถีบกลางอกชายคนนั้นอย่างแรงในเวลาเสี้ยววินาทีจนชายคนนั้นกระเด็นไปอีกทาง

โครม!

“รองเท้าวิ่งถนัดหรือเปล่า”  ร่างสูงเอ่ยถามน้ำเพชรก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับไปเสียก่อน  ทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจกับมันมากนัก  แต่ในช่วงเวลานี้มันคับขันเกินกว่าจะหยุดถอดรองเท้าได้

ขุนมองไปด้านหน้าแล้วพบกับชายอีกสองคนที่ตรงเข้ามาพร้อมอาวุธ  ทำให้เขาต้องจัดการคว้ามีดขึ้นมาสู้ด้วยการฟันไปที่พวกมันแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันความปลอดภัยของเจ้านายด้วย  ธีร์เห็นดังนั้นจึงคว้าปืนขึ้นมายิงเข้าทั้งคู่ด้วยความแม่นยำ  แล้วจึงพาน้ำเพชรวิ่งออกไปอีกทางหลังจากมีพวกที่เหลือวิ่งตามเข้ามาในครัว

“เดี๋ยวผมจัดการเองครับ”  ขุนพูดพร้อมกับรับมือพวกคนที่ตามมา  โดยที่น้ำเพชรกับธีร์นั้นรีบสาวเท้าวิ่งลงบันไดหลังร้านแล้วรีบเดินออกจากตรงนั้น

ไม่ทันที่จะเดินไปได้ไกลเท่าไหร่นัก  กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทำให้ธีร์ดึงน้ำเพชรเข้ามาในอ้อมแขนแล้วหลบมัน  น้ำเพชรเริ่มหอบหายใจด้วยความตกใจก่อนที่ธีร์จะยิงไปที่มือปืนคนนั้นและพวกที่อยู่อีกฝั่งซึ่งกำลังสาดกระสุนมาทางพวกเขา  ร่างสูงจึงพาน้ำเพชรนั่งหลบตรงขั้นบันไดที่เป็นแผ่นปูนหนา

ปัง!  ปัง!!

“มือคุณ..”  น้ำเพชเอ่ยทักเมื่อเห็นว่ามือของธีร์มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“ไม่เป็นไร  เอาปืนมาด้วยหรือเปล่า?”

“เอามาค่ะ  คุณจะใช้มันหรือ?”

“เปล่า  หนูเก็บไว้ใช้เองเลย  แล้วก็เอานี่ไว้ด้วยเผื่อกระสุนหมด”  นายใหญ่พูดพร้อมกับดึงมีดพกของเขาให้กับน้ำเพชร  เธอรับมาแม้จะไม่มั่นใจนักแต่ในเวลานี้คงไม่เหมาะต่อการถาม  “ฉันจะถ่วงเวลาตรงนี้ให้  หนูรีบวิ่งไปถนนหน้าร้านแล้วหารถกลับบ้าน  ไม่ก็โทรให้ไตรมารับตามพิกัดมือถือ  เข้าใจไหม?”

“แล้วคุณล่ะคะ?”

“เดี๋ยวฉันตามไป  ไม่ต้องห่วง”

“แต่...”

“นับหนึ่งถึงสามในใจแล้ววิ่งเลย”  เขาพูดกับเธอพร้อมเอามืออีกข้างที่ไม่เปื้อนเลือดลูบแก้มของเธอเพื่อทำให้เธอสงบลงและตั้งสติให้เร็วที่สุด  “ไม่ต้องกลัว  เดี๋ยวเจอกันที่บ้าน

น้ำเพชรพยักหน้าก่อนจะนับหนึ่งถึงสามอย่างที่เขาบอกจากนั้นจึงรีบวิ่งไปสุดฝีเท้า  โดยที่นายใหญ่คอยยิงคุ้มกันให้  หญิงสาวหันกลับมามองเขาเพียงแวบเดียวด้วยความเป็นห่วงแต่เธอก็เชื่อคำพูดที่เขาสัญญาเอาไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนว่าพวกเขาจะไปเจอกันที่บ้าน

หญิงสาววิ่งมาจนลับตาของอีกฝ่าย  เธอหันซ้ายขวาเพื่อดูว่าไม่มีใครตามมา  น้ำเพชรเดินไปตามทางมืดเปลี่ยวด้วยอาการตัวสั่นจากความกลัว  ดวงตาคู่สวยมีน้ำตาคลอทำให้มือบางรีบปาดมันออกไปซะ  สองเท้าย่างกรายบนพื้นถนนนั้นรีบย่างก้าวและภาวนาให้เรื่องร้ายมันผ่านไป

เธอพยายามรวบรวมความกล้าแล้วเดินต่อไปพร้อมกับคอยมองด้านหลัง  ทั้งต้องคอยระวังว่าจะมีคนมาทำร้ายและอีกใจเธอก็รอคอยให้ธีร์วิ่งตามเธอมาจากทางนั้นด้วยสภาพที่ปลอดภัย

แต่แล้วเธอต้องชะงักฝีเท้าทันใดเมื่อสายตาของเธอพบกับชายกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังตรงมาทางเธอ ทำให้น้ำเพชรรีบเดินกลับทางเดิมแต่เธอก็ต้องรีบหลบตรงมุมตึกเพราะพวกมันเริ่มยิงมาทางเธออย่างไม่สนใจอะไร  น้ำเพชรดึงปืนออกมาพร้อมกับเตรียมลั่นไก  โดยรอให้พวกนั้นกระสุนหมดเสียก่อน

ปัง! ปัง! ปัง!

หญิงสาวตอบโต้กลับบ้าง  เธอดึงสติตัวเองกลับมาพร้อมกับรัวกระสุนไปด้วยความแม่นยำแต่แน่นอนว่าทางนั้นก็ไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้เธอง่ายๆ  เธอจึงหลบเข้าที่เดิมแล้วก็ต้องหัวเสียที่ลูกกระสุนดันหมดเสียได้  น้ำเพชรนิ่งเมื่อเสียงปืนจากฝั่งนั้นเงียบไปก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาแทน  เธอจึงดึงมีดพกสั้นของธีร์ขึ้นมาพร้อมป้องกันตัว

น้ำเพชรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกในมุมตึกที่เป็นช่องทางแคบ  มือของเธอเริ่มสั่นแต่เธอก็มั่นใจกับมีดเล่มนี้มากกว่าปืนที่กระสุนหมดไปแล้ว  มือเรียวกำด้ามมีดในมือแน่นก่อนจะมองตามเงาของชายกลุ่มนั้นแล้วตัดสินใจเปิดงานด้วยการพุ่งเข้าไปฟันแขนพวกมันแล้วหาทางวิ่งหนีออกมา  แต่มันก็ไม่ง่ายเพราะพวกมันไม่ยอมปล่อยเธอไปไหน

พลั่ก!

เธอถูกผลักลงกับพื้นจนร่างกายแทบระบม  แต่น้ำเพชรก็หลบเท้าของพวกมันทันและรีบลุกขึ้นมาสู้ต่ออย่างคล่องตัวโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงเป็นไปอย่างไม่ต้องควบคุม  เมื่อได้สติอีกครั้งเธอก็หมุนตัวแล้วใช้มีดฟันเข้าที่ลำตัวของพวกมันพร้อมใช้เท้าถีบคนที่วิ่งมาจากอีกฝั่งด้วยความแหลมของส้นสูง

ขาข้างหนึ่งฟาดเข้าที่ก้านคอของพวกคนที่สูงกว่า  มือของเธอควงมีดในมืออย่างคล่องแคล่วและพร้อมรับมือกับคนตรงหน้า  มือสวยฟาดฟันมีดไปตามท่วงทำนองที่ลอยเข้ามาในหัว  ภาพความทรงจำบางอย่างเข้ามาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือด  ทำให้เธอนิ่งไปจนไม่ทันมองว่ายังเหลืออีกคนที่ยังรอดและยืนเล็งปืนมาทางเธอเพื่อลั่นไก

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง  ทำให้น้ำเพชรสะดุ้งออกมาจากภวังค์ความคิดประหลาดนั้นแล้วหันหลังกลับไปมองคนข้างหลังที่ล้มลงไปพร้อมรอยกระสุนที่ถูกเจาะกระโหลก  หญิงสาวหันไปตามวิถีกระสุนนั้นก่อนจะพบกับนายใหญ่ที่เดินมาด้วยสภาพสะบักสะบอม  ตามตัวของเขามีรอยเลือดและร่องรอยการต่อสู้

“ปลอดภัยใช่ไหม?”  เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางมองมายังเธอ  ทั้งที่เขาเองก็เดินแทบจะเซ  น้ำเพชรพยักหน้าแล้วรีบเดินไปหาเขาพร้อมกับยื่นมือไปจับทั่วร่างเพื่อดูว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนบ้าง  “ฉันไม่เป็นไร  ไม่เป็นไรแล้วนะ”

“คุณไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมคะ?”  น้ำเพชรถามด้วยน้ำเสียงลนลานพร้อมกับน้ำตาที่คลอตรงขอบตาหวาน  เธอทั้งสับสน หวาดกลัวและเป็นห่วงจนมืดสั่นระริก  ทำให้ร่างสูงกุมมือข้างนั้นไว้แล้วทาบลงที่หัวใจของเขา  เธอจึงเริ่มนิ่งลง

“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ  ใจเย็นๆ น้ำเพชร”

“...”

“กลับบ้านกะ...”

ปัง!

“!!”  น้ำเพชรเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงปืนนัดนั้นก่อนที่ลูกกระสุนจะพุ่งเข้ามาที่ธีร์  ทำให้เขาล้มลงในอ้อมแขนของเธอ  หญิงสาวตกใจและเผลอร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว  เธอเขย่าตัวเขาเพื่อเรียกสติแต่ดวงตาของเขาก็ทำท่าจะปิดลงเต็มที  “คุณธีร์! ฮึก  อย่าเพิ่งหลับนะ  ฮือ  คุณธีร์”

น้ำเพชรเรียกเขาอยู่อย่างนั้นเหมือนคนเสียสติ  เธอปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ พร้อมกับเขย่าตัวเขาไปด้วย  แต่ทันใดนั้นก็มีกลุ่มชายลึกลับเข้ามาประชิดตัวเธอแล้วกระชากร่างของเธอออกมาจากเขาอย่างแรง

“ปล่อย!!  คุณธีร์!”  หญิงสาวตะเกียกตะกายแต่ไม่เป็นผลเพราะชายสองคนที่ดึงเธอออกมานั้นมีแรงที่เยอะกว่าและเธอก็เผลอทิ้งมีดไปแล้วก่อนหน้านี้

ร่างบางดีดดิ้นทั้งน้ำตาด้วยความกลัวสุดขีด  เธอมองไปยังธีร์ที่นอนคว่ำกับพื้นก็เห็นได้ทันทีว่าเขามีรอยมีดฟันที่หลังเป็นทางยาวก่อนจะถูกกระสุนนัดนั้นยิงเสียอีก  น้ำเพชรถูกฉุดกระชากขึ้นรถตู้สีดำคันหนึ่งก่อนที่จะมีมือหนาโปะผ้าเช็ดหน้าซึ่งมียาสลบเข้าหน้าของเธอจนหญิงสาวแน่นิ่งไป

“นายใหญ่!”  ขุนรีบวิ่งมาเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า  แต่เมื่อเขามาถึงรถตู้ของพวกมันก็แล่นออกไปแล้วพร้อมกับน้ำเพชรที่ถูกลักพาตัวไป  เขาทำได้เพียงมองป้ายทะเบียนรถคันนั้นแล้วรีบเข้ามาดูอาการของธีร์ที่สลบอยู่ตรงพื้น

พวกมันเป็นคนของใครกัน...

 

#วชิรอาญา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว