email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 ช่วยมาติน

ชื่อตอน : บทที่ 6 ช่วยมาติน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2563 18:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 ช่วยมาติน
แบบอักษร

บทที่ 6

 

ช่วยมาติน

 

.....6  วันต่อจากนั้น

 

ผมอยู่กับไอ้คนโรคจิตนี้มาก็เกือบๆอาทิตย์แล้วครับ แถมยังต้องมานอนบนเตียงเดียวกัน ตอนผมป่วยอีกฝ่ายก็ดูแลผมดีอยู่หรอก พอผมทำท่าจะหายป่วยก็ชอบลวนล่าม จับนั้นจับนี้ไปเรื่อย จนผมต้องแกล้งป่วย หลายครั้งต่อหลายเพื่อเอาตัวรอดครับ

 

บางวันถ้าไอ้หื่นนั้นเข้าบริษัท มันถือได้ว่าเป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้จริง ไม่ต้องคอยหลบเลี่ยงอยู่ห่างจากกันประมาณสองเมตร เพื่อลดความเสี่ยงต่อการโดนลวนลาม  แต่มันก็ไม่ได้ผลหรอกครับ พอผมเดินสำรวจคฤหาสน์หลังนี้อยู่ดีๆเจ้าของบ้านก็จะเข้ามา กอดผมจากข้างหลังแล้วแบกขึ้นไหล่ เพื่อให้ไปนั่งกินข้าวด้วย!

 

ใช่!....มันแบกผมขึ้นไหล่เพื่อให้ผมไปนั่งกินข้าวด้วย อีกคนทำแบบนี้จนเขาเริ่มชินไปแล้ว ก็นะ....พออยู่นี้ได้หลายวันก็เริ่มคุ้นเคยกับที่นี่ขึ้นมานิดหน่อย แถมการ์ดที่นี่ยังดูน่าแกล้งจนถึง น่าหมั่นไส้ เพราะเขาคุยอะไรด้วยก็ไม่ตอบ ทำหน้านิ่งๆ หน้าตาเหมือนหิน เขาก็เลยเอาคืนไปบ้าง อะไร โดยการตีหน้านิ่งใส่เหมือนกัน พร้อมกับทำสีหน้าเย็นชา บ้าเลือด  ลากมากระทืบให้หนำใจแต่มันนิ่งมาก ไม่เอาคืนเขาเลย

 

ผมเลยตัดใจแล้วเปลี่ยนมาบังคับให้มาออกกำลังกายเช่นว่า ลองเชิงมวย วิชาป้องกันตัวไรงี้ ปกติผมค่อนข้างไม่ชอบอยู่นิ่งน่ะครับ ถ้าไม่ป่วยจริงๆ แล้วปกติ เวลาผมอยู่กับลูกน้องจะเล่นอะไรพวกนี้เพื่อพัฒนาฝีมืออยู่บ่อยๆ มันเลยชิน ส่วนกับไอ้ตินไม่ต้องพูดถึงครับ มันชอบดูอยู่เฉยๆ แต่เก็บรายละเอียดข้อผิดพลาดได้แล้วเอามาบอกพวกเขา

 

เรียกว่า เก็บได้ละเอียดจนน่ากลัว.....แต่หลังๆที่มันไปอยู่กับบอสรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปมาก อย่างกับคนละคน ไอ้คนที่เย็นชา หน้าเรียบเฉย แถมกวนตีนหน่อยๆ เริ่มหายไป ล่าสุดที่ผมเจอคือมันดูเหมือนเด็กสองขวบน้ำตาตื้น หรือว่าจะเป็นเพราะมันท้องว่ะ แต่ช่างมันเถอะ

 

พึบ!....หมับ!!"เฮือก!!"

 

"นายต้อนรับฉันกลับบ้านแบบนี้รึไง"

 

"เหอะ!...ใครใช้ให้นายโผล่มาข้างหลังฉันละ"

 

บัดดี้สะดุ้งโหยงเมื่อมีใครมาสะกิดที่หลังก่อนจะฟาดศอกใส่ด้วยเร็ว เสียดายที่ไอ้คนตรงหน้ารับได้ไม่อย่างนั้นคงได้เลือดแน่ๆ  แต่วันนี้ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกลับจากบริษัทมาเร็วแฮะ ปกติเห็นมาช่วงตอนเย็นๆ แต่วันนี้มาตอนบ่ายๆ? ทำไมผมต้องใส่ใจด้วยเนี่ย! 

 

"ไปกินข้าวกันเถอะ"

 

"ไม่.....ฉันกินมาแล้ว"

 

"ไปนั่งเป็นเพื่อนหน่อย"

 

"ไม่เว้ย!! อะ....ปล่อย"

 

"ไม่..."

 

"ฉันเดินเองได้ จะอุ้มทำไม"

 

"ฉันจะอุ้ม"

 

เอ้า....ไอ้นี่ พอผมยอมไปด้วยแต่ไม่ยอมปล่อยผมลงจากบ่าคือไรว่ะ  กูมีขาไหม เดินเองได้  ไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนอะไรเอาแต่ใจชิบหาย! ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมผมไม่ดิ้น ผมเคยดิ้นตอนที่ไอ้หื่นนี้อุ้มตอนช่วงแรกๆ แต่มันไม่เป็นผล และรู้แล้วครับว่า ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่า เลยอยู่เฉยๆ ให้อีกคนแบก ดีเหมือนกันจะได้ไม่เหนื่อย

 

เหมันต์อุ้มบัดดี้ขึ้นบ่าพร้อมกับพาคนปากกล้าไปนั่งกินข้าวด้วยกัน ไม่รู้ทำไมผมต้องทำแบบนี้ แต่พอมีอีกคนมานั่งกินด้วย แล้วกับข้าวมันดูอร่อยขึ้นมา ทั้งที่ปกติผมจะกินข้าวได้ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนมากเลยกินแค่กาแฟกับขนมปังเคยลองให้คนอื่นมานั่งแทนที่บัดดี้แล้ว แต่เหมือนจะบั่นทอนให้อาหารแทบไม่มีรสชาติ กินแทบไม่ลง

 

เหตุผลที่อุ้มร่างบางก็ไม่มีอะไรมาก  แค่เห็นหน้าแล้วมันหมั่นเขี้ยวเลยอยากอุ้มเฉยๆ 

 

.....ณ โต๊ะอาหาร

 

ผมที่โดนลากมาดูคนที่ประสาทกลับอย่างไม่มีทางเลือก คนตรงหน้ากินข้าวพร้อมกับมองผมตามไปด้วย แต่ผมไม่ได้สนใจหรอกครับ ผมสนใจกับข้าวมากกว่า เพราะมันดูน่ากินไปหมด ถ้าไม่กินก็เสียดายแย่ 

 

"อร่อยไหม"

 

"อืม..."

 

บัดดี้ตอบในลำคอก่อนจะกินต่อไม่สนคนที่แบกตนมาเลยสักนิด ตอนแรกก็ไม่หิวหรอกนะครับ แต่ใครใช้ให้แบกมากันเล่าเพราะฉะนั้นจะแย่งกินแม่งให้หมดเลย ถ้ากินข้าวเปลืองก็อย่ามาว่ากันทีหลังก็แล้วกัน จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ได้กลับไปเยี่ยมมาตินตั้งนานแล้วนะ อยากไปดูว่าท้องมันโตรึยัง อยากรู้ว่าตอนนี้มันเป็นยังไงบ้าง

 

"นี่...."บัดดี้

 

"ว่า..."เหมันต์

 

ครงตรงหน้าตอบรับคำเรียกของผม  ก่อนจะมองผมพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย ผมมองหน้าคนตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ความจริงผมควรจะขอบคุณคนตรงหน้าดีไหมที่ช่วยปลดหนี้ของผมจนหมด แล้วผมก็กลายเป็นหนี้คนตรงหน้าแทน พร้อมกับหนังสือสัญญายอมรับเป็นลูกหนี้ของอีกคน

 

ครับ....ผมเป็นหนี้ไอ้โรคจิตนี้ประมาณเกือบ 5 ล้าน  ไม่รู้ชาตินี้จะใช้หมดไหม แค่ล้านเดียวก็ว่ายากแล้ว แต่มันก็ไม่มีสัญญาลูกหนี้ข้อไหนหรอกครับ ที่ให้ลูกหนี้มาอยู่กับเจ้าหนี้ในบ้านเดียวกัน แล้วยังอยู่ห้องเดียวกันอีก มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอครับพี่!

 

"ฉันขอไปเยี่ยมเพื่อนหน่อยได้ไหม"

 

"ถ้านายไม่หนีฉัน ก็ไปได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนิดๆหน่อยๆ"

 

"ข้อแลกเปลี่ยนอะไร?"

 

บัดดี้ทำท่าขมวดคิ้วพร้อมกับมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ แต่ลางสังหรณ์มันบอกว่าต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ 

 

"หึ....ช่วยฉันสามรอบ"

 

"อะ....ไอ้โรคจิต!"

 

"ถ้านายไม่รับข้อเสนอฉัน นายก็ไม่ต้องไป จะเอายังไง"

 

บัดดี้ทำท่าคิดหนัก เมื่อรู้ความนัยกับคำพูดของคนตรงหน้า ที่รู้เพราะอีกฝ่ายชอบพูดแบบนี้แล้วยังลวนลามผม สายตานี้แทะโลมผมจนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว!

 

"อึก...ฮึย!  แค่รอบเดียวก็พอ!"

 

บัดดี้ทำเสียงไม่พอใจก่อนจะเริ่มต่อรอง อย่างน้อยก็ขอแค่ได้ไปหาไอ้มาตินก็พอ เพราะหลังจากนั้นจะนอนอยู่ที่ห้องสักคืนสองคืน ให้ทำใจก่อนค่อยกลับมา ไม่รู้ทำไมต้องมาต่อรองเรื่องลามกแบบนี้ด้วยว่ะ

 

"สามรอบ"

 

"รอบเดียว!"

 

"สามรอบ"

 

"รอบเดียว!"

 

"สามรอบ"

 

"โธ่เว้ย! สองรอบถ้าไม่ตกลงฉันจะขังตัวเองให้ตายหนีหนี้นายไปเลย!!"

 

บัดดี้ยื่นคำขาดอย่าคิดว่าเขาทำไม่กล้าทำนะ เพราะเคยทำมาแล้ว ตอนที่หายแล้วและโดนจับได้นั้นแหละครับ ไอ้คนตรงหน้ามันจ้องจะจับผมกิน ผมเลยขังตัวเองไว้ในห้องน้ำสุดหรูจนถึงเช้า พอถึงเที่ยงก็ไม่ยอมออกมา จนไอ้คนหื่นมันทนไม่ไหวพังประตูน้ำแล้วมาลากตัวเขาออกไปกินข้าว

 

ถามจริงๆนี้มันเป็นห่วงผมรึเปล่า ผมไม่รู้ว่ามันทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร พอกินข้าวเสร็จก็นั่งกกผมไม่ให้ออกจากตัวเลยบ้าจริงๆ ถึงจะไม่ได้ทำอะไรแต่ก็ยังทำตัวเองให้เป็นมือปลาหมึก ลูบไล้ไปทั่ว พอผมไม่ยอมก็ขู่ ผมอยู่นั้นแหละ พอดิ้นแล้วรู้สึกได้ถึงอันตราย เลยปล่อยให้ลูบไม่งั้นโดนเสียบแน่ๆ

 

"เอางั้นก็ได้...แต่นายต้องรีบมาก่อนค่ำนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะบุกไปเอาตัวนายที่บ้านของคุณอัคคี อย่าคิดว่าฉันไม่กล้า"

 

"รู้แล้วน่า!"

 

โดนดักทางเฉยเลย อะไรว่ะ แต่ยังไงก็ขอแค่ได้ออกไปจากที่นี่ก็พอ แล้วค่อยต่อรถทัวร์ไปต่างจังหวัดหาที่ลงก็จบ.....สิ้นคิดชิบหาย! คุณครับ! ไอ้คนตรงหน้ามันคือคนที่ ไม่ธรรมดานะครับ ต่อให้หนียังไงก็คงหนีไม่พ้น ยิ่งอีกคนถือสัญญาหนี้ผมอยู่ ถ้ามันเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ เรื่องใหญ่แน่ๆ คนตรงหน้ายิ่งมีอิทธิพลอยู่ด้วยการหาตัวผมมันคงเป็นอะไรที่ง่ายเหมือนปอกกล้วย

 

โดนจับไม่พอ ถ้าเกิดว่าไอ้หื่นมันคิดจะลงโทษผมล่ะ.....อึย! แค่คิดก็เสียวสันหลังแล้ว! 

 

"ฉันยืมรถนะ"บัดดี้

 

"อืม....อยากได้คันไหนล่ะ"เหมันต์

 

"คันไหนก็ได้"บัดดี้

 

ผมบอกออกไปอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก ก่อนที่อีกฝ่ายจะหยิบกุญแจรถสุดหรูมาให้ผม ผมแสยะยิ้มเล็กน้อย แล้วเดินออกไปอย่างไม่มีความเกรงใจใดๆทั้งสิ้น มันไม่ใช่รถผมนิครับ จะทำอะไรก็ได้ถูกไม หึหึหึ

 

เหมันต์มองคนที่เดินออกไปด้วยสีหน้ายิ้มร้าย คิดว่าคงจะทำอะไรสักอย่างกับรถที่เขาให้ แน่นอน แต่ผมไม่ใส่ใจอะไรหรอกครับ เพราะผมถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่มานั่งกินข้าวกับเขาแล้วกัน

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

......ณ    ลานจอดรถของบริษัทอัคคี

 

ผมขับรถมาที่บริษัทเพราะคิดว่าตอนนี้บอสคงยังไม่เลิกงาน และไอ้มาตินก็คงจะอยู่กับบอส เพราะฉะนั้นก็เลยเอารถมาจอดไว้ที่นี่ แล้วกะจะเดินเข้าบริษัท แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นร่างๆหนึ่งที่คุ้นตากำลังนอนจมกองเลือดอยู่

 

"บะ....บอส!!"

 

ปึง! เสียงปิดประตูรถดังขึ้นก่อนที่จะเรียกสายตาผมได้เป็นอย่างดี ผมเห็นชายตัวใหญ่ชุดดำกำลังอุ้มใครบางคนขึ้นรถตู้  เขาหรี่ตาลงมองก่อนที่ประตูจะปิดลง ใบหน้าของไอ้มาตินเด่นชัดทำให้บัดดี้ ตื่นตัว รีบวิ่งไปขึ้นรถที่ตัวเองขับมาแล้วคว้าหาโทรศัพท์เพื่อโทรหา ใครบางคน

 

ตู๊ดดด....กึก..."ฮัลโหล! เรื่องใหญ่แล้ว ไอ้มาตินโดน ลักพาตัว ใครก็ได้ลงมาดูบอสที่ลานจอดรถ แล้วตามกูมา กูจะเปิดเครื่องติดตาม รีบ ตามมา!!"

 

"รับทราบครับ!!"

 

เสียงการ์ดคนหนึ่งที่ผมติดต่อไปขานรับก่อนจะรีบทำตามคำสั่งผมอย่างรวดเร็ว ผมมองรถคันข้างหน้า พร้อมเหยียบคันเร่งตามไปอย่างเร็ว พวกมันเหมือนจะรู้ตัวว่าผมขับตาม เลยขับปาดซ้ายปาดขวาทำให้ผมต้องลดความเร็ว แล้วขับตามไปตอนแรกผมทิ้งระยะห่างเล็กน้อย แต่ตอนนี้คงไม่จำเป็น

 

รถตู้คันสีดำเริ่มหาจังหวะที่จะทำให้ผมเสียหลักก่อนจะพาผมเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยว สองข้างทางมีเพียงป่าไม้ ผมขับตามไปติดๆ ก่อนที่จะมีรถสองคันมาปาดหน้ารถผมแบบกระชิดผมตกใจ  จนต้องบิดพวงมาลัยไปชนต้นไม้แถวนั้น จนหัวไปฟาดเข้ากับพวงมาลัย  ดีที่มีระบบนิรภัย ไม่อย่างนั้นคงเจ็บมากกว่านี้ 

 

ผมกัดฟันพยายามเอาตัวเองออกมาจากรถก่อนจะล้มลงอยู่ข้างๆ  ร่างกายเหมือนมีส่วนที่หัก พร้อมกับสติที่พร่ามัว คงเพราะผมที่หัวฟาดเข้ากับพวงมาลัยเมื่อกี้

 

ร่างกายมีบาดแผลที่เกิดจากเศษกระจกรถ ก่อนที่จะมีชายชุดดำเดินเข้ามาหาผม ผมมองด้วยความเหม่อลอย เพราะสติเริ่มไม่มีแล้ว

 

"เฮ้อ.....คงต้องเอาไปด้วยสินะ ถ้านายไม่ใช่เพื่อนของนายน้อย ฉันคงจะปล่อยให้ตายไปแล้ว ขอบคุณนายน้อยของฉันด้วยล่ะ"

 

"นี้....ฉันว่าเราคงต้องรีบหน่อย คนของท่านนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"

 

"อืม.....แบกดิ"

 

พวกมันคุยอะไรสักอย่างก่อนจะแบกผมขึ้นบ่า ผมทำได้แค่อยู่นิ่ง ร่างกายปวดร้าวไปแทบทุกส่วน ผมพยายามพยุงสติ แต่ร่างกายได้รับความเสียหายมากเกินไปทำให้ผมสลบไปทันที

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ควบสอง555 เอาละ ให้สามีทั้งสองคนเป็นห่วงเล่นๆ หัวร้อนเป็นฝืนเป็นไฟกันบ้าง(≧∇≦)/

 

เตรียมทำบุญให้เล่าการ์ดของทั้งสองฝั่งด้วยนะคะ5555  คาดว่าจะโดนหนัก(〃゚3゚〃)

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว