email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2563 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12.3
แบบอักษร

 

“ คุณณดา ” เสียงเรียกของสุรนันทน์ทำให้ณดาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปหาต้นเสียงด้วยสีหน้างุนงง เธอมองหน้าหญิงสาวที่เรียกเธอแล้วจึงเอ่ยถาม

“ คุณเรียกฉัน? ” คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย ณดามองสุรนันทน์ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าแล้วจึงนึกออกว่าคนที่เรียกเธอคือสุรนันทน์น้องสาวของหนุ่ม

“ ค่ะ ” สุรนันทน์ตอบแล้วตีหน้าสงสัยก่อนจะพูดต่อ

“ ฉันนึกว่าคุณกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับพี่วีเสียอีก นี่ตอนแรกฉันว่าจะเข้าไปทักทายคุณสองคนด้วยนะคะแต่คิดดูอีกทีท่าทางพวกคุณคงจะต้องการความเป็นส่วนตัวฉันเลยไม่เข้าไป แต่คุณณดายืนอยู่ตรงนี้แล้วพี่วีกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับใครล่ะคะท่าทางสนิทสนมกันมากด้วยฉันเห็นเขาตักกับข้าวให้กันด้วย ” เธอหันไปมองทางร้านอาหาร ณดาก็พลอยมองตาไปด้วย

“ วีอยู่ที่นี่เหรอ ” สีหน้าของณดาบึ้งตึงขึ้นทันที

สุรนันทน์ซ่อนยิ้มสะใจเอาไว้แล้วตอบ “ ค่ะ ร้านอาหารร้านนั้นไงคะ ” เธอชี้ไปทางร้านอาหารที่ปวีณ์และชมพู่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่

“ ฉันขอตัวก่อนนะ ” พูดจบณดาก็เดินตรงไปยังร้านอาหารทันที ท่าทางของเธอดูโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดงด้วยอารมณ์หึงหวง

สุรนันทน์หัวเราะ ฮึๆ มองตามหลังณดาไปแล้วจึงรีบเดินไปที่ลานจอดรถทั้งที่อยากจะอยู่ติดตามผลงานใจจะขาดแต่ก็กลัวแพรวาจะผิดสังเกตที่เธอหายไปนาน

ณดาเดินหน้าตึงเข้าไปในร้านอาหารมองหาปวีณ์ว่าเขานั่งอยู่ตรงไหนพอเห็นแล้วก็รีบสาวเท้ารวดเร็วตรงไปยังโต๊ะที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ทันที

“ บังเอิญจังเลยค่ะที่เจอวีที่นี่ ” เสียงของณดาเอ่ยขึ้นทำให้ปวีณ์ต้องทักทายเธอส่วนหญิงสาวที่รั่งร่วมโต๊ะได้แต่มองผู้ที่เจ้ามาใหม่อย่างไม่พอใจ

“ คุณมาทำธุระเหรอณดา ” ปวีณ์ถาม

“ ค่ะ แต่เสร็จแล้วล่ะค่ะก็เลยว่าจะหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน ” ณดาสนใจเพียงปวีณ์โดยไม่มองผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่เลย

“ ถ้าคุณไม่รังเกียจนั่งโต๊ะเดียวกันเลยก็ได้นะ ” ปวีณ์เอ่ยปากชวนณดาทำเอาชมพู่หน้าเสียทันที

“ วีคะ ” ชมพู่จะเอ่ยทัดทานแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว ณดาหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ปวีณ์อย่างแนบชิดแล้วเหยียดยิ้มปลายตามองเธอ

“ ขอโทษจริง ๆ นะคะฉันไม่ทันมองว่ามีคนนั่งอยู่ด้วย ” ณดาพูดขึ้นมองเหยีดหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“ เหรอคะ ” ชมพู่ถามน้ำเสียงสะบัด

ณดายังยิ้มเยาะเธอและหันไปถามปวีณ์ “ เพื่อนคุณเหรอคะวีณดาไม่เคยเจอเลย ” เธอวางมือข้างซ้ายลงบนแขนของปวีณ์แสดงสนิทสนม ทำให้ชมพู่นั่งกัดกรามแน่นพยายามข่มอารมณ์

“ ใช่ ” ปวีณ์จึงแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน สองสาวมองหน้ากันอย่างหยั่งเชิง

“ คุณณดาดูสนิทกับวีจังเลยนะคะ ” ชมพู่พูดขึ้น

“ เราสองคนทำงานใกล้ชิดกันมาตลอดน่ะค่ะเลยสนิทกัน” เธอทำเป็นนึกคำนวณแล้วหันไปถามปวีณ์

“ กี่ปีแล้วนะคะวี ” เธอถามเพื่อให้ปวีณ์ยืนยันคำพูดของเธอ

“ ห้าหกปีแล้วมั้งก่อนที่คุณจะปิดนิตยสาร ” ปวีณ์ ตอบ

“ อ้อ ” ชมพู่พยักหน้ารับรู้ เธอตีสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างแนบเนียนทั้งที่ภายในใจกำลังนึกก่นด่าผู้หญิงตรงหน้าอยู่ในใจ

“ คุณจะสั่งอะไรเพิ่มไหมณดา ” ปวีณ์ถามณดา หญิงสาวจึงได้ทีแสดงท่าทางออดอ้อน

“ วี สั่งให้ณดาเลยก็ได้ค่ะ เพราะวีรู้ว่าณดาชอบกินอะไร ” เธอชายหางตามองผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเย้ยหยัน

“ ก็ได้ ” ปวีณ์จึงเรียกพนักงานของร้านเข้ามารับออเดอร์

ทั้งสามคนนั่งกินข้าวด้วยกันอย่างน่าอึดอัดโดย เฉพาะปวีณ์ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รับรู้ว่าสองสาวกำลังจะทำศึกชิงตัวเขากันอยู่แต่เขาไม่สนใจเพียงแต่นึกรำคาญก็เท่านั้น ยิ่งสองคนพากันเอาใจเขาโดยการแย่งกันตักกับข้าวใส่จานให้เขาก็ยิ่งอยากจะลุกหนีไปให้พ้น ๆ

กึก!

ปวีณ์วางช้อนส้อมลงกระแทกจานข้าวอย่างหงุดหงิดก่อนจะตวัดหางตามองณดาและกราดไปที่ชมพู่

“ หยุด! เห็นไหมว่าจานข้าวผมมันมีกับข้าวของพวกคุณล้นจานไปหมดแล้ว ” เสียงแข็งกร้าวดังขึ้น

สองสาวมองหน้ากันแล้วสะบัดหน้ากันไปคนละทาง ณดาแสร้งยิ้มออดอ้อนเกาะแขนปวีณ์ “ ณดาเห็นวีไม่ค่อยตักอะไรกินเลยณดาก็เลยตักให้ ”

“ ชมพู่อยากให้วีลองกินแกงจืดปลาหมึกยัดไส้นี่คะ ร้านนี้เขาทำอร่อยมากเลยนะคะ ” ชมพู่พูดขึ้นบ้าง

“ ผมอิ่มแล้ว ” ปวีณ์กระแทกหางเสียงแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มน้ำ ชมพู่กับณดายังคงใช้สายตาฟาดฟันกันอย่างไม่ยอมแพ้จนปวีณ์วางแก้วน้ำลงทั้งสองจึงหันหน้าไปคนละทางอีกครั้ง

“ ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ พวกคุณนั่งรออยู่นี้แหละ ” พูดจบร่างสูงใหญ่ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้เดินออกไปจากร้าน

“ เพราะเธอนั้นแหละวีถึงได้อารมณ์เสีย ” ณดาจ้องหน้าชมพู่อย่างหมั่นไส้

“ เหรอคะ แต่ตอนที่วีอยู่กับฉันสองคนฉันไม่เห็นว่าเขาจะอารมณ์เสียเลยดูอารมณ์ดีมากด้วยซ้ำ แต่พอคุณเดินเข้ามาเท่านั้นแหละเขาก็หงุดหงิดเฉยเลย ” ชมพู่จ้องหน้าณดากลับ

“ อย่าคิดนะว่าฉันดูไม่ออกว่าเธอคิดยังไงกับวี ฉันจะบอกให้เอาบุญนะเธอไม่ทีทางสมหวังหรอกตัดใจเสียเถอะ ” ณดาพูดลอยหน้าลอยตาแล้วทำเป็นหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

ชมพู่เหยียดริมฝีปาก “ ก็ไม่แน่นะคะฉันกับวีเราเคยคบกันมาก่อน บางทีการพัดถ่านไฟเก่าให้ติดอีกครั้งอาจจะง่ายกว่าการพยายามก่อไฟอย่างที่คุณทำก็ได้นะ ”

“ ฉันเตือนเธอแล้วนะ ” ณดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาล

“ ฉันไม่กลัว ” ชมพู่เน้นย้ำน้ำเสียงหนักแน่น

ปวีณ์เดินกลับเข้ามาในร้านก็ยังเห็นสองสาวกำลังปะทะคารมกับอย่างดุเดือด เขาส่ายหน้าแล้วเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์รีบเคลียร์ค่าอาหารแล้วฝากโน้ตให้พนักงานเอาไปให้สองคนที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะส่วนตัวเขาเดินกลับออกไปยังลานจอดรถ

แพรวาและสุรนันทน์มาถึงที่ร้านก็ช่วยกันเอาของเข้าไปให้พนักงานในห้องครัว

“ แกไปนั่งรอฉันที่ห้องทำงานเถอะ ฉันจะไปดูน้อง ๆ จัดโต๊ะกับเช็คสต๊อกก่อนเสร็จแล้วจะตามขึ้นไป ” แพรวาพยักหน้ารับ สุรนันทน์จึงเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อเช็คบัญชีเหล้าและตรวจดูความเรียบร้อยภายในร้าน

เสียงเพลงแจ๊สดังขึ้นเพียงเบาๆ พอให้ได้บรรยากาศในการนั่งจิบเครื่องดื่มของลูกค้ามีอรรถรสมากขึ้น เวลานี้ร้าน warm and cosy ของสุรนันทน์ยังมีลูกค้าเข้ามานั่งดื่มไม่มากนักเพราะเป็นเวลาหัวค่ำเจ้าของร้านจึงพอมีเวลาดูแลลูกค้าคนพิเศษของเธอด้อย่างเต็มที่

“ เอาเรด แพชชั่น ให้พี่แพรแก้วหนึ่ง ” สุรนันทน์หันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ของเธอ

“ รู้ใจจริง ๆ สาว ” แพรวายิ้มหวานให้เพื่อนรัก

“ แกนั่งคนเดียวไปก่อนนะ ฉันขอเข้าไปดูในครัวหน่อยว่าเขาเตรียมของเสร็จแล้วหรือยัง ” พูดจบสุรนันทน์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์กลับเข้าไปด้านหลังของร้าน แพรวามองตามเธอออกไปแล้วจึงหันกลับมามองรอบๆ ร้านพลางคิดถึงเรื่องที่รับรู้เมื่อตอนเย็นแล้วถอนหายใจ

‘ พี่ต้องการแพร ’ มันก็เป็นแค่ข้ออ้างที่ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้นเพราะต้องการจะมีอะไรกับเธอก็เท่านั้น ‘ เธอทำถูกแล้วแพรวาที่ไม่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจให้เขา ’

“ เรด แพชชั่น ได้แล้วครับพี่แพร ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มวางแก้วเครื่องดื่มสีแดงทับทิมให้แพรวาบนเคาน์เตอร์บาร์

“ ขอบใจจ้ะ ” หญิงสาวหยิบเครื่องดื่มขึ้นมาจิบพลางหลับตาฟังเสียงเพลงให้ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเสียให้หมด

“ ขอผมนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ ” เสียงทุ้มอบอุ่นดังขึ้น แพรวาจึงลืมตาขึ้นมอง

“ พี่กร ” หญิงสาวยิ้ม

“ น้องแพรใจร้ายมากเลยนะครับจะมานั่งดื่มก็ไม่ยอมบอกพี่ ” คิรากรลดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ เธอ

“ พี่กรรู้ได้ยังไงคะว่าแพรอยู่ที่นี่ ”

“ พี่มีสปายครับ ” เขาตอบยิ้ม ๆ แพรวาพยักหน้าเข้าใจ

“ แพรขอโทษด้วยนะคะที่สองวันมานี้แพรไม่ได้ติดต่อพี่กรเลยพอดีแพรยุ่งๆ อยู่ ”

“ พี่เข้าใจครับแต่หลังจากวันนี้น้องแพรห้ามหายไปจากชีวิตพี่อีกนะ พี่ไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ” เขาขมวดคิ้วหรี่ตามองแพรวา

“ ค่ะ แพรจะไม่หายไปไหนตกลงไหมคะ ” เธอรับปากแล้วส่งยิ้มให้เขา

ทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาของสุรนันทน์ที่ยืนแอบมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงสาวรู้สึกเสียวแปลบที่อกด้านซ้ายและยังมีอาการใจหวิว

“ ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย ” สุรนันทน์สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ พยายามตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะควบคุมความรู้สึกประหลาด ๆ นั่นได้ เธอปล่อยให้คิรากรและแพรวานั่งคุยกันอยู่พักใหญ่จึงเข้าไปหาทั้งสองคน

ในเวลาเดียวกันนั้นหนุ่มและปวีณ์ก็เดินเข้ามาในร้านพอดี หนุ่มเห็นแพรวานั่งอยู่กับคิรากรเขาจึงตัดสินใจดึงปวีณ์ไปนั่งโต๊ะอีกด้านที่อยู่ตรงมุมหลังเคาน์เตอร์บาร์

“ มึงดึงกูมานั่งตรงมุมอับแบบนี้ทำไมวะ ” ปวีณ์บ่นอย่างไม่พอใจ

“ กูอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง นั่งแต่ตรงเคาน์เตอร์บาร์มึงไม่เบื่อบ้างไง อีกอย่างตรงนี้มันไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมึงอยากนั่งดื่มเงียบ ๆ ไม่ใช่เรอะ ” หนุ่มอ้าง

ปวีณ์ยังคงทำหน้าบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี พนักงานในร้านรีบนำเหล้าและมิกเซอร์มาวางบนโต๊ะของทั้งสองคนทันที

“ พี่หนุ่มจะสั่งอะไรเพิ่มอีกไหมครับ ” พนักงานถาม

“ ยัง ถ้าจะสั่งเดี๋ยวพี่เรียกเอง ” หนุ่มบอกและโบกมือให้พนักงานออกไป

“ ไอ้สาวล่ะ ตั้งแต่เข้ามากูยังไม่เห็นเลย ” ปวีณ์มองไปรอบร้าน

“ มันคงยุ่งอยู่มั้ง ไม่ต้องให้มันมาวุ่นวายแหละดีแล้ว เดี๋ยวมันจะทวงเงินค่าเหล้ากูอีก ” หนุ่มบอกพลางผสมเหล้าส่งให้ปวีณ์

“ พรุ่งนี้กูจะรีบถ่ายงานของชมพู่ให้เสร็จ ” ปวีณ์พูดขึ้น

“ มึงจะให้เสร็จพรุ่งนี้ไม่ต้องถ่ายกันยันดึกดื่นเหรอวะ งานเขาต้องการความสวยงามนะโว้ย ไม่ใช่ทำลวก ๆ ”

“ กูรู้ แต่ที่กูจะถ่ายให้เสร็จพรุ่งนี้เลยเพราะกูไม่อยากเจอเขาอีกมึงเข้าใจไหม ” ปวีณ์ยกแก้วขึ้นดื่ม

“ เออ ๆ กูเข้าใจ กูผิดเองที่ดึงเขาเข้ามาในชีวิตมึง แต่ไอ้วีมึงจะไม่เปิดใจให้ใครหน่อยเหรอวะ แพรเขาก็มีคนอื่นไปแล้ว ” หนุ่มพูดต่อ

“ กูพูดเรื่องนี้กับมึงแล้วนะ ” ปวีณ์เสียงกร้าวขึ้นอย่างไม่พอใจ

“ กูไม่พูดแล้วก็ได้ ” หนุ่มต้องยอมเลิกล้มความตั้งใจ

“ ดี อย่าได้คิดจะพาใครเข้ามาในชีวิตกูอีก ” ปวีณ์จ้องหน้าเพื่อนของเขาแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง สายตาก็เหลือบไปเห็นแพรวาเดินตรงไปทางห้องน้ำพอดี เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว หนุ่มได้แต่อ้าปากจะร้องเรียกปวีณ์เอาไว้แต่ก็ไม่ทันแล้ว

ปวีณ์ยืนพิงพนังตรงมุมทางเดินเพื่อรอดักแพรวาที่กำลังเข้าห้องน้ำอยู่อย่างใจเย็น จนแพรวาเดินออกมาเธอชะงักเท้ามองซ้ายมองขวาเหมือนจะหาใครมาช่วยพาเธอออกไปแต่ก็ไม่มีใครเลย จะถอยก็ต้องกลับเข้าไปในห้องน้ำจะเดินออกไปก็ติดปวีณ์ที่ยืนขวางอยู่ หญิงสาวจึงยืนนิ่งอยู่ไม่ขยับไปไหน

“ ทำไมไม่เดินออกมาล่ะ จะยืนขวางทางคนอื่นเขาทำไม ” ปวีณ์ถามขึ้น

“ ก็หลบซีคะแพรจะได้เดินออกไป ” แพรวาจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ ปวีณ์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่ก็ยอมหลีกทางให้เธอ

“ แพรเดี๋ยวก่อน ” เขาเอื้อมมือไปดึงแขนของแพรวาเอาไว้เธอจึงหันกลับมาหาเขา

“ มีอะไรอีกคะ ” เสียงหญิงสาวเอ่ยถามแต่เธอไม่ยอมสบตา

“ หลังจากวันนี้เราสองคนก็คงจะต้องเลิกกันจริงๆ แล้วสินะ ” เขามองหน้าเธออย่างอาลัยอาวรณ์แล้วจึงพูดต่อว่า

“ กอดกันสักครั้งก่อนจะต้องบอกลากันได้ไหม ” น้ำใสรื้นขึ้นที่ขอบตาของชายหนุ่ม

“ พี่วี ” แพรวาใจหายทันทีที่เห็นว่าเขากำลังจะร้องไห้ เธอยืนมองนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก

“ พี่เข้าใจแล้ว ” ปวีณ์สูดลมหายใจเข้าเหมือนกำลังพยายามควบคุมความรู้สึกแล้วจึงถอยหลังออกห่างจากเธอ มือเล็กของแพรวาจึงดึงมือของเขาเอาไว้แล้วค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ก่อนจะกอดเขาเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อบอกลา ปวีณ์จึงใช้ทั้งสองแขนโอบกอดร่างบอบบางของแพรวาเอาไว้แน่นแล้วจูบลงบนผมของเธอก่อนจะเงยหน้าขึ้นคลี่ยิ้มเย้ยหยันใครบางคนที่ยืนมองอยู่อีกมุมอย่างผู้ชนะ

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว