email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2563 18:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12.2
แบบอักษร

 

ร่างอวบอิ่มสวมใส่ชุดกระโปรงยาวผ้าเนื้อบางเบาสีฟ้าอ่อนเดินออกมาจากในห้องนอนแล้วมาหยุดยืนตรงหน้าเพื่อนรักที่นั่งดูข้อความโทรทัศน์แล้วทำหน้าตาเซ็งๆ กดรีโมทโทรทัศน์ให้เลื่อนผ่านช่องนั้นช่องนี้โดยไม่ได้สนใจดูเนื้อหาใดๆ

“ ดูอะไรอยู่? ” เสียงห้าวหวานเอ่ยถามขึ้น แพรวาจึงเงยหน้าขึ้นมองคนถามแล้วเบ้ปาก

“ ดูไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ” แพรวาตอบแล้วจึงกดรีโมทปิดโทรทัศน์แล้วยิ้มให้สุรนันทน์

“ แกยิ้มแบบนี้น่ากลัววะ อยากได้อะไรอีกล่ะ ” สุรนันทน์ถามอย่างรู้ทันเพื่อนสาว

“ ฉันจะชวนแกไปหาคุณปู่คุณย่าที่ตลิ่งชัน ” แพรวาตอบ สุรนันทน์ยิ้มกว้างทันทีเมื่อคิดถึงขนมไทยอร่อย ๆ ฝีมือคุณย่าเจิมคุณย่าของแพรวา

“ ไปสิ ไปตอนนี้เลยไหม ” สาวร่างอวบจึงรีบกระวีกระวาดเข้าไปหยิบกระเป๋าสะพายในห้องอย่างรดเร็ว

ใช้เวลาเพียงไม่นานรถยนต์ของแพรวาก็ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านไม้สีขาวสองชั้นที่ปลูกบ้านสไตล์โคโลเนียล ที่มีเฉลียงรอบด้าน หน้าต่างและประตูบ้านอยู่ในแนวเดียวกัน ด้านบนของประตูและหน้าต่างเป็นช่องลมรูปสีเหลี่ยมจัตุรัสฉลุลายดอกไม้ดูสวยงามที่หน้าต่างติดผ้าม่านลูกไม้สีนวลตา ตัวบ้านชั่นล่างเปิดประตูเอาไว้ทั้งสองบานจึงมองเห็นพื้นกระเบื้องลายไม้สีเบจ ชั้นบนของตัวบ้านส่วนหน้าเป็นระเบียงกว้างกั้นด้วยไม้ระแนงฉลุลายดอกพิกุล ด้วยคุณนริศคุณปู่ของแพรวาเป็นสถาปนิกท่านจึงออกแบบและตกแต่งบ้านหลังนี้ด้วยตัวท่านเองเพื่อเป็นเรือนหอของท่าน

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนซึ่งมีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุมากกว่าตัวบ้านด้านหน้าติดถนนส่วนหน้าหลังของบ้านมีศาลาริมน้ำที่ยื่นออกไปตรงคลองใช้สำหรับนั่งรับลมยามเย็นและบ้านหลังนี้เองที่ใช้ทำพิธีรับไหว้และรดน้ำสังข์ในวันแต่งงานของแพรวาและปวีณ์

สองสาวเปิดประตูลงมาจากรถพร้อมกันแล้วมองไปรอบบริเวณบ้านด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน สายลมโชยอ่อนพัดมาจากทางหลังบ้านพาให้รู้สึกสดชื่นอย่างที่สุด

“ คุณแพร คุณสาว ” เสียงหญิงสูงวัยดังมาจากทางเดินที่ทอดจากตัวบ้านไปที่ศาลาริมน้ำดังขึ้น ทั้งสองคนจึงหันไปมองตามเสียงนั้น

“ ป้ากบ ” แพรวายกเอ่ยเรียกคนเก่าคนแก่ของคุณย่าเจิมอย่างสนิทสนม หญิงสูงวัยจึงรีบสาวเท้ารวดเร็วเข้ามาหาด้วยความคิดถึง

“ คุณแพรไม่ได้มาหาคุณท่านเสียนาน ป้าบ่ะคิดถึงคุณแพรมากเลยนะคะ ” ป้ากบโอบกอดร่างบอบบางของแพรวาอย่างรักใคร่

“ คุณถึงแต่แพรเหรอคะป้า ” สุรนันทน์ทำเสียงเย้าแหย่ ป้ากบจึงหันไปยิ้มให้เธอ

“ ป้าก็คิดถึงคุณสาวเหมือนกันค่ะ ”

ทักทายกันเสร็จแล้วจึงพากันเดินเข้าไปในบ้านคุณย่าเจิมทักนิตติ้งนั่งอยู่ที่โซฟาหวายส่วนคุณปู่นริศกำลังอ่านหนังสืออยู่เก้าโยกตัวโปรด เสียงของหญิงสาวต่างวัยที่เดินพูดคุยกันมาตลอดทางทำให้ท่านทั้งสองวางมือจากสิ่งที่ทำอยู่และหันไปมองที่ทั้งสามคน

แพรวารีบเดินเข้าไปคุกเข่าแล้วก้มลงกราบที่ตักของคุณย่าเจิมด้วยความเคารพรัก สุรนันทน์เองก็ทำเช่นเดียวกันและทั้งสองจึงหันไปไหว้คุณปู่นริศ

“ แพร... ” คุณย่าเจิมลูลูบศีรษะและมองดูหลานสาวสุดที่รักด้วยความคิดถึง

“ ว่ายังไงหึ ไม่ได้มาหาปู่กับย่านานแล้วนะ ” คุณปู่นริศถามหลานสาว

แพรวายิ้ม “ ช่วงนี้งานแพรยุ่งมากเลยค่ะคุณปู่ แต่พอเสร็จงานปุ๊บแพรก็มาหาคุณปู่คุณย่าปั๊บเลยนะคะ” เธอยิ้มออดอ้อน

“ คุณปู่คุณย่าสบายดีนะคะ ” สุรนันทน์ถามขึ้นบ้าง

“ สบายดีลูก ” คุณย่าเจิมตอบ

“ วันนี้แพรกับสาวจะมาฝากท้องที่นี่ค่ะ คิดถึงฝีมือทำกับข้าวของคุณย่าที่สุดเลย ” สุรนันทน์รีบประจบประแจง

“ เอาสิลูก อยากกินขนมด้วยไหม ” คุณย่าเจิมถามอย่างรู้ใจเพื่อนรักของหลานสาว

สุรนันทน์ยิ้มจนตาหยีแล้วพยักหน้างึก ๆ ทำเอาคุณย่าหัวเราะอย่างชอบใจ

หลังจากส่งมารดาที่สนามบินเรียบร้อยแล้วปวีณ์ก็ขับรถกลับไปที่สตูดิโอเพื่อทำงานต่อ ในเวลาเดียวกันนั้นที่สตูดิโอชมพู่และทีมงานของเธอก็กำลังจัดฉากและเตรียมเสื้อผ้าสำหรับถ่ายภาพแฟชั่นในวันพรุ่งนี้

“ จะถ่ายทั้งหมดกี่ชุดน่ะชมพู่ ” สรวิทย์ถามขึ้น

“ สิบชุด ” ชมพู่ตอบพลางดูลูกน้องของเธอที่กำลังทำงานกันอยู่อย่างขมักขเม้น

“ สิบชุดคงใช้เวลาประมาณสองวันน่าจะเสร็จ ” สรวิทย์พูดขึ้นอีก

“ แล้ววันนี้วีตะเข้ามาไหมหนุ่ม ” ชมพู่ถาม

“ ไม่เข้าหรอก มันพาแม่ไปหาหมอน่ะ ” สรวิทย์ตอบ

“ คุณแม่ขึ้นมากรุงเทพฯ เหรอ ”

“ ใช่ ”

“ เสียดายจังชมพู่ไม่รู้ว่าคุณแม่ของวีมาไม่งั้นคงได้ไปช่วยวีดูแลท่าน ” เธอพูดด้วยความเสียดาย

“ ไม่ต้องหรอกน้องแพรเขาดูแลอยู่แล้ว ” สรวิทย์หลุดปากพูดออกมา

“ ไหนว่าเลิกกันแล้วไง ” เสียงที่อ่อนหวานแปลเปลี่ยนเป็นกระชากเสียง

“ ก็เลิกกันแล้ว แต่ว่า.... ” สรวิทย์อึกอัก

“ แต่ว่าอะไรหนุ่ม ” ชมพู่ถาม

“ วีมันไม่อยากเลิก มันกำลังตามง้อน้องแพรอยู่ ” สรวิทย์ตอบเสียงอ้อมแอ้ม

หน้าของชมพู่แสดงความไม่พอใจอย่างปิดไม่อยู่ เธอจึงต้องรีบไปหาที่สงบสติอารมณ์ก่อนที่ใครจะทันเห็นแต่ปวีณ์ก็เดินเข้ามาในสตูดิโอพอดี หญิงสาวจึงต้องรีบเก็บอาการและปรับสีหน้าให้ดูเรียบร้อยอ่อนหวานเหมือนภาพที่เธอสร้างเอาไว้ ทำเอาสรวิทย์ตามอารมณ์ของเธอไม่ทันเขาได้แต่มองแล้วทำตาปริบ ๆ

“ ชมพู่มาจัดของเหรอ ” ปวีณ์ถามด้วยสีหน้าเรียบๆ

ชมพู่ยิ้มหวานแล้วจึงตอบ “ ใช่ ชมพู่พาทีมงานมาจัดของพรุ่งนี้เราจะได้เริ่มถ่ายทำกันเลย วีจะได้ไม่เสียเวลาไงคะ”

ปวีณ์พยักหน้ารับรู้แล้วมองไปที่ทีมงานที่กำลังช่วยกันจัดฉากและอุปกรณ์ที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้

“ ชมพู่นึกว่าวันนี้จะไม่ได้เจอวีเสียอีก เห็นหนุ่มบอกส่าวีตะไม่เข้ามา ” เธอถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าน้อยอกใจน้อยใจ

“ พอดีธุระเสร็จเร็วน่ะ ฉันก็เลยแวะเข้ามาดูรูปที่แต่งค้างเอาไว้ ” ปวีณ์ตอบอย่างไม่สนใจ ยิ่งทำให้ชมพู่รู้สึกขุ่นเคืองจนแทบจะเก็บกดอาการหงุดหงิดเอาไว้ไม่อยู่แต่เธอก็ยังควบคุมมันได้

“ วี ” ชมพู่เอ่ยเรียกเขาเสียงหวาน

“ มีอะไร? ”

“ ยังจำได้ไหมว่าวีสัญญากับชมพู่ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน ” เธอทวงสัญญา

“ จำได้ ” ปวีณ์ตอบ

“ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้วีไปกินข้าวกับชมพู่นะ ”

“ ได้สิ ” ปวีณ์ตอบและจึงขอตัวกลับไปทำงานของเขาที่ยังค้างอยู่ ชมพู่จึงยิ้มออกมาได้ถึงแม้จะยังรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้างก็ตาม

แพรวาและสุรนันทน์ใช้เวลาอยู่ที่บ้านของคุณปู่คุณย่าจนกระทั่งเกือบสี่โมงเย็น ทั้งคู่จึงขอตัวกลับเพราะสุรนันทน์จะต้องไปซื้อของเข้าร้าน

“ น่าจะอยู่กินข้าวเย็นกับปู่ย่าก่อน ” คุณย่าเจิมพูดขึ้น

“ เอาไว้คราวหน้านะคะ วันนี้ยายสาวต้องรีบไปซื้อของ ” แพรวาบอกพลางกอดคุณย่าเจิมของเธออย่างออดอ้อน

“ รับรองค่ะว่าสาวจะมาฝากท้องทั้งสามมื้อเลย ” สุรนันทน์บอกพร้อมยิ้มกว้าง

“ แพรกลับก่อนนะคะคุณปู่ คุณย่า ” แพรวาผละออกจากอ้อมแขนของคุณย่าเจิมแล้วยกมือไหว้ท่านและคุณปู่นริศ สุรนันทน์ก็เช่นกัน

ทั้งสองจึงรีบออกจากบ้านของท่านเพราะกลัวว่ารถจะติดและที่สำคัญคือต้องรีบไปหาซื้อของที่ลูกน้องของสุรนันทน์ส่งรายการมาให้เธอด้วย

“ แพรคืนนี้แกต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันที่ร้านนะ ” สุรนันทน์พูดขึ้น

“ ได้แต่ฉันอยู่จนร้านปิดไม่ได้นะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า ”

“ ก็ได้ เห็นว่าแกต้องไปทำงานหรอกนะ ไม่งั้นฉันจะให้แกอยู่จนร้านปิดเลย ”

ทั้งสองคนขับรถฝ่าการจราจรที่กำลังติดด้วยเป็นเวลาเลิกงานมาถึงห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับร้านของสุรนันทน์ พอเลือกซื้อของเสร็จแล้วจึงรีบพากันตรงไปที่ลานจอดรถ สายตาของสุรนันทน์ก็เห็นปวีณนั่งอยู่ในร้านอาหารกับหญิงสาวคนหนึ่งแต่เธอรู้สึกไม่คุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้น

“ แพรนั้นพี่วี ” เธอชี้ไปที่คนทั้งสองแพรวาก็มองตามไป

“ มากับใครมองไม่ถนัดเลย ” สุรนันทน์ยังคงพยายามหามุมที่เธอจะมองหน้าผู้หญิงให้ชัดเจนขึ้น แต่แพรวาฉุดมือเธอออกมา

“ เขาจะมากับใครมันก็เรื่องของเขาอย่าไปยุ่งเลยสาว”

“ แกไม่อยากรู้จริง ๆ เหรอ ” สุรนันทน์มองหน้าแพรวาแต่เธอแสร้งหันไปมองทางอื่น

“ จะรีบไปร้านไม่ใช่หรือไง ” แพรวาเริ่มเสียงขุ่น

“ ถ้าแกไม่อยากรู้ฉันก็ไม่อยากรู้แล้ว ” สุรนันทน์ผินหน้ากลับมา เธอก็บังเอิญเห็นณดาเดินออกมาจากอีกด้านหนึ่งของทางเดิน รอยยิ้มร้ายกาจค่อยคลี่ออกอย่างมีแผนการ

“ แกเอาของไปเก็บที่รถก่อนนะแพร ฉันจะไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวตามไป ”

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว