email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2563 13:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10.3
แบบอักษร

 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่แพรวาทำงานอยู่ในเวลานี้กำลังวางแผนงานประชาสัมพันธ์โรงแรมในเครือทองธารา กรุ๊ป กันอย่างเคร่งเครียดเพราะใกล้ถึงงานไทยเที่ยวไทยที่จัดโดยกระทรวงการท่องและกีฬาแล้วจึงทำให้พนักงานทุกคนในฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องเข้าประชุมหารือร่วมกับฝ่ายการตลาดที่มีหน้าที่คิดโปรโมชั่นและโปรแกรมส่งเสริมการขายที่จะใช้ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการโรงแรมทองธาราให้มากกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา การประชุมดำเนินไปอย่างไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าไหร่นักด้วยความเห็นที่ต่างกันของแต่ละคน จึงทำให้การประชุมยืดเยื้อกว่าสองชั่วโมงถึงได้ข้อสรุปที่ได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย

หลังการประชุมเสร็จสิ้นลงทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานของตนพรประทีปจะต้องเอาแผนงานไปเสนอกับฝ่ายบริหารเธอจึงแยกตัวออกไป แพรวาจึงกลับมาที่แผนกประชาสัมพันธ์โดยมีลูกหยีผู้ช่วยคนสนิทของเธอติดตามมาด้วย

“ พี่แพรเห็นหน้ายายอรอุษาไหมคะ ตอนที่หล่อนมองหน้าพี่แพรน่ะ มองจากดาวพลูโตยังรู้เลยว่าหล่อนต้องอิจฉาพี่แพรแหง ๆ ” ลูกหยีพูดอย่างไม่ชอบใจนักที่มีคนมาแสดงท่าทีไม่ดีต่อรุ่นพี่ที่เธอรักและเคารพ

“ เขาจะคิดยังไงก็ปล่อยเขาไปเถอะลูกหยีจะเอามาใส่ใจทำไมหึ พี่ยังไม่เห็นสนใจเลย ” แพรวาพูดน้ำเสียงเรียบเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจ

“ ก็มันหมั่นไส้นี่คะ ทีเมื่อก่อนยังพูดกับพี่แพรดี ๆ อยู่เลย พอรู้ว่าพี่แพรเป็นแฟนของท่านรองฯ เท่านั้นแหละก็ทำท่าอิจฉาจนออกนอกหน้า นี่หล่อนยังเอาพี่แพรไปนินทาด้วยนะคะ ลูกหยีได้ยินมากับหูเลยนึกแล้วคันมืออยากจะเข้าไปตบปากนัก ” สีหน้าของเธอบอกว่าโกรธแค้นแทนแพรวาอย่างที่สุด

“ เขาจะพูดอะไรก็ช่างเขาเถอะลูกหยีเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดสักหน่อย ” แพรวากลับเป็นคนต้องปลอบใจผู้ช่วยของเธอเสียเองทั้งที่คนที่ถูกว่าร้ายคือตัวเธอ

“ พี่แพรอ่ะเป็นอย่างนี้ทุกทีเลยคนอื่นถึงได้ชอบเอาพี่แพรไปนินทาอยู่เรื่อย ถ้าลูกหยีเป็นพี่แพรนะลูกหยีจะฟ้องท่านรองฯ ให้ท่านรองจัดการไอ้คนปากมากพวกนั้นให้หมดเลย ” เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเดือดดาล

“ ลูกหยีเอ้ย! ” แพรวาตบบ่าผู้ช่วยของเธอเพื่อเรียกสติ ในระหว่างที่ทั้งสองคนเดินกลับเข้ามาในแผนกประชาสัมพันธ์พนักสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาแพรวา

“ พี่แพรคะ มีแขกมารอพบค่ะ ”

คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม “ ใครจ๊ะ ”

“ เขาบอกว่าชื่อปวีณ์ค่ะ ”

คิ้วเรียงขมวดเล็กน้อย “ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ” สีหน้าของแพรวายังสงบนิ่งมีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ลุกวาวด้วยโทสะ

“ นั่งรออยู่ที่ห้องทำงานของพี่แพรค่ะ หนูบอกเขาแล้วนะคะว่าให้รอข้างนอกแต่เขาก็ไม่ยอม เขาบอกว่าเขากับพี่แพรสนิทสนมกับมากพี่แพรคงไม่ว่าอะไรถ้าเขาจะรอในห้องของพี่ ” พนักงานสาวพูดอย่างกลัวเกรง

“ ไม่เป็นไรจ้ะ ไปทำงานต่อเถอะ ” แพรวารีบเดินไปที่ห้องทำงานของเธอทันที ลูกหยีจึงกลับไปที่โต๊ะของเธอ

แพรวายืนนิ่งสูดลมหายใจเข้าออกอยู่สองสามครั้งจึงเปิดประตูเข้าไปในห้อง ภาพที่เห็นคือปวีณ์นั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเธอ พอได้ยินเสียงเปิดประตูชายหนุ่มก็หันเก้าอี้มาส่งยิ้มให้เธออย่างหน้าหมั่นไส้

“ เพิ่งประชุมเสร็จเหรอพี่มารอแพรตั้งนานแล้วนะ ” เขาพูดน้ำเสียงยียวน

“ นี่มันยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนะคะ พี่วีจะรีบมาทำไม ” เธอพูดอย่างหงุดหงิด

“ พี่กลัวแพรจะลืมว่าพี่จะมารับ พี่ก็เลยมานั่งรอแพรที่นี่ไง ” เขาตอบพร้อมยิ้มกวนประสาท

แพรวาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างที่สุดไม่ให้ปรี๊ดออกมาเธอพูดน้ำเสียงเรียบว่า “ แพรไม่ลืมหรอกค่ะ พี่วีคะพี่ควรจะมีมารยาทบ้างนะคะที่นี่มันเป็นที่ทำงานของแพรไม่ใชาสถานที่ส่วนตัวที่พี่นึกอยากจะมาก็เข้ามาแบบนี้ อีกอย่างตอนนี้แพรก็ยังไม่เลิกงานเหลือเวลาอีกตั้งสามชั่วโมง ” เธอชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ

“ พี่จะลงไปนั่งรอที่ร้านกาแฟข้างล่าง เลิกงานแล้วก็ลงไปหาพี่แล้วกันนะ ” ปวีณ์จำใจลุกขึ้นเดินออกไปเพราะเขาเองก็รู้ดีว่าเขาทำไมถูกที่มารบกวนเวลางานของแพรวาแบบนี้ แต่ก็ยังเลือกที่จะทำเพราะเธอจะได้รู้ว่ามีเขานั่งรอเธออยู่แพรวาจะได้ไม่ไปกับคนอื่น

ปวีณ์เดินออกมาจากห้องทำงานของแพรวาก็สวนกับคิรากรที่กำลังเดินเข้ามาหาแพรวาเช่นกันชายหนุ่มทั้งสองคนจึงหยุดมองหน้ากัน ทั้งคู่จ้องหน้ากันราวกับศัตรูคู่อาฆาตที่จะต้องหั่มหั่นกันให้ตายไปข้างหนึ่ง ปวีณ์ที่มั่นใจว่าเขาเหนือกว่าคิรากรเหยียดมุมปากขึ้นยิ้มหยันแล้วไหวไหล่เดินออกไปอย่างไม่แยแส ส่วนคิรากรที่สุขุมและเก็บอารมณ์ได้ดีกว่าจึงยังมีสีหน้าสงบนิ่งแต่ภายในใจมันกำลังระอุจนแทบจะระเบิดออกมาในตอนนี้ แต่เขาเป็นถึงรองประธานบริษัทจึงต้องรักษาภาพพจน์ที่ดีเอาไว้

พนักงานในแผนกต่างพากันแอบมองชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นตาเดียว แต่พอคิรากรมองกลับไปพวกเขาก็ทำเป็นก้มหน้าทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คิรากรจึงสาวเท้ารวดเร็วกลับออกไปแทนที่จะไปหาแพรวาอย่างที่ตั้งใจ

เวลาสามชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วแพรวาเก็บข้าวของเธอลงกระเป๋าสะพายเตรียมตัวจะกลับบ้าน ประตูห้องทำงานของเธอก็เปิดออกร่างสูงโปรงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทสีน้ำเงินเข้มสวมกางเกงสีเดียวกับเนคไทก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานละมุน แพรวามองดูชายตรงหน้าสีหน้าไม่สบายใจนัก

“ กลับบ้านกันเถอะครับน้องแพร ” เขาเอ่ยเสียงทุ้มหวานกำลังจะเดินเข้ามาช่วยเธอถือของ

แพรวาทำหน้าไม่ถูกมองหน้าคิรากร “ พี่กรคะ คือว่าวันนี้... ” แพรวายังพูดไม่ทันจบประตูห้องทำงานของเธอก็เปิดขึ้นอีกครั้ง สองคนจึงหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน

ปวีณ์เดินอาด ๆ เข้ามาสีหน้าระรื่นเขามองคิรากร อย่างเหยียด ๆ เดินเข้ามายืนเคียงข้างกับแพรวาโอบเอวของเธออย่างถือตัวเป็นเจ้าของ แพรวาจะขยับตัวออกปวีณ์จึงใช้มือล็อกเอวของเธอเอาไว้แน่น หญิงสาวหันไปค้อนเขาตาเขียวแต่ชายหนุ่มไม่สนใจ

“ กลับบ้านกันเลยไหม เราต้องแวะซื้อของอีกนะถ้าออกช้ารถจะติดนะคะ ”

คิรากรมองดูพฤติกรรมของปวีณ์ด้วยความโมโห “คุณปวีณ์! คุณเอามือของคุณออกไปจากตัวน้องแพรเดี๋ยวนี้ ” น้ำเสียงของคิรากรเกี้ยวกราดดวงหน้าหล่อเหลาถมึงทึงจนน่ากลัว

ปวีณ์เหยียดยิ้ม “ ทำไมผมต้องปล่อยด้วย แพรยังไม่ว่าอะไรเลย ” เขาหันมามองหน้าแพรวาแล้วยิ้มกริ่ม “ จริงไหมคะ ”

แพรวากำหมัดแน่นสะบัดตัวออกจากวงแขนของปวีณ์ “ พี่วีออกไปรอข้างนอกก่อน ” เธอเสียงแข็งดวงตาทั้งคู่ยิ่งแข็งกร้าวมากกว่า

ปวีณ์ฮึดฮัดชักสีหน้าใส่แพรวาทันทีแต่พอคิดได้ว่าเขาจะทำให้เธอโกรธไปมากกว่านี้จึงยอมอ่อนลงแล้วเดินออกไปแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่วายกระแทกไหล่ของของคิรากรจนเขาเซไปข้างหลัง คิรากรกำหมัดแน่นแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้มือของเขากำลังยกขึ้น

“ พี่กรคะ! ” เสียงของแพรวาดังขึ้น คิรากรจึงลดมือลงสีหน้าของเขาแสดงออกถึงความคับข้องใจอย่างที่สุดดวงตาทั้งคู่ก็แฝงแววเศร้าระคนน้อยใจจนแพรวารู้สึกผิด

“ นี่มันเรื่องอะไรกันครับน้องแพร ” เขาถามเธอเสียงสั่น

“ พี่กรคะ แพรขอโทษที่ไม่ได้บอกพี่กรก่อน คือตอนนี้คุณแม่ของพี่สีท่านขึ้นมาพักอยู่ที่บ้านแพรเลยต้องไปค้างที่นั่นเพื่อดูแลท่านเพราะว่าท่านไม่คอยสบาย มันไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นเลยจริง ๆ นะคะ ” แพรวาพยายามอธิบาย

“ แล้วเขาก็อยู่ที่บ้านหลังนั้นด้วยใช่ไหม ” คิรากรถามสีหน้าหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด

“ ค่ะ แต่เราไม่ได้นอนที่เดียวกันนะคะ ” จะให้บอกว่านอนคนละห้องก็จะเป็นการโกหกซึ่งเธอจะไม่ทำ แพรวาจึงเลือกบอกออกไปอย่างนั้นเพราะเธอกับปวีณ์ก็ไม่ได้นอนที่เดียวกันจริง ๆ

“ แม่ของคุณปวีณ์จะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนครับ ”

“ อีกสองสามวันค่ะ ” แพรวาตอบพลางเดินเข้าหา คิรากรเธอเอามือเขาขึ้นมากุมเอาไว้แล้วยิ้ม

“ เชื่อแพรนะคะ ระหว่างแพรกับเขาจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเด็ดขาด ” สายตาของเธอแสดงออกมาชัดเจนว่าเธอไม่ได้โกหกจึงทำให้คิรากรใจชื้นขึ้นมาได้บ้างแต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี

“ พี่เชื่อใจน้องแพร แต่น้องแพรต้องสัญญากับพี่อย่างหนึ่งได้ไหมว่าน้องแพรจะไม่กลับไปหาผู้ชายคนนั้น” คิรากรมองตาแพรวา ดวงตาของเขาสั่นไหวดูน่าสงสารจนแพรวาหลุดปากให้คำสัญญาออกไป

“ ค่ะ แพรสัญญา ”

คนที่ยืนฟังอยู่ที่หน้าประตูก็เจ็บที่หัวใจเหมือนถูกแทงกระหน่ำด้วยมีดแหลม ปวีณ์รู้สึกหายใจไม่ออกปวดร้าวที่อกด้านซ้ายจนแทบจะยืนไม่อยู่แต่เขาไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด ชายหนุ่มยืดตัวตรงเก็บความปวดร้าวเอาไว้ภายในใจเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วพูดขึ้น

“ จะไปได้หรือยังแพร แม่รออยู่นะ ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่าวที่สุด

แพรวามองผ่านคิรากรไปที่ปวีณ์ด้วยสายตาขุ่นเคือง “ แพรกลับก่อนนะคะพี่กร ” เธอยิ้มให้คิรากรแล้วส่งค้อนไปให้ปวีณ์ ก่อนจะเดินผ่านคิรากรไปหาผู้ชายที่เธออยากจะฉีกเขาออกเป็นชิ้น ๆ

คิรากรได้แต่มองตามหลังทั้งสองคนไปจนทั้งคู่หายไปจากคลองสายตา

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว