email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 10.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2563 14:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10.1
แบบอักษร

คนมาที่หลัง

เปลือกตาบางของแพรวาเริ่มหนักขึ้นทุกทีพอมันจะปิดเธอก็ฝืนลืมตาขึ้น จนในที่สุดความอ่อนเพลียก็เอาชนะความตั้งใจว่าจะไม่ยอมหลับก่อนอดีตสามีเจ้าเล่ห์อย่างปวีณแน่นอน แพรวาผล็อยหลับไปทั้งที่หนังสือยังอยู่ในมือจนปวีณ์เปิดประตูอกมาจากห้องน้ำ เขามองดูนาฬิกาบนโต๊ะข้างเตียงนอนนี่เขาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำเป็นชั่วโมงเชียวหรือ

“ เราอาบน้ำนานขนาดนี้เลยเหรอวะ ” ปวีณ์นึกสมเพชตัวเองที่ต้องจัดการความต้องการเพียงลำพังคนเดียวทั้งที่แพรวาก็อยู่ในห้องด้วยแท้ๆ นี่ถ้าเขาปล่อยให้ความใคร่อยู่เหนือจิตสำนึกป่านนี้ก็คงได้นอนกอดหญิงสาวที่นั่งหลับอยู่บนเตียงสบายตัวไปแล้วแต่เขากับเธอคงจะไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมได้อีกแน่ๆ ‘ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ’ คือคติที่เขาท่องอยู่ในใจ

ปวีณเคลื่อนตัวเข้าไปที่เตียงค่อย ๆ หย่อนตัวลงนั่งข้างแพรวาแล้วประคองหญิงสาวให้นอนลงบนเตียงเพื่อที่เธอจะได้หลับอย่างสบาย มือใหญ่ดึงผ้านวมขึ้นมาห่มให้เธอแล้วลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ริมฝีปากของปวีณ์ก็คลี่ยิ้มออกมา แพรวายังคงเป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอมที่สุดของเขาเสมอ

‘ ถ้าได้จูบเธอสักนิดก็คงจะดี ’ ไม่ใช่แค่คิดแต่ปวีณ์ก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากของแพรวาแผ่วเบาแล้วรีบผละออกเพราะกลัวหญิงสาวจะตื่นขึ้นมา ดวงตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรักลึกซึ้งแล้วจึงตัดใจกลับไปนอนตรงที่ ๆ แพรวาจัดเอาไว้ให้ เขายังคงมองเธอคล้ายกำลังบันทึกภาพของเธอเอาไว้

“ ฝันดีนะ ” เสียงกระซิบแผ่วดังเพียงให้ตัวเองได้ยินเท่านั้น

นาฬิกายังคงเดินไปตามหน้าที่ของมันจนเวลาล่วงมาถึงเช้าของวันใหม่ เสียงของมันจึงดังขึ้นเพื่อปลุกชายหญิงที่ยังคงหลับสบายอยู่บนที่นอนให้ตื่นขึ้นมา

แพรวาปรือตาขึ้นมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วจึงขยับกายขึ้นมาบิดขี้เกียจไล่ความง่วงงุนออกไปจากตัว เธอเอี้ยวตัวไปมาเหลือบมองอดีตสามีที่ยังคงนอนขดตัวอยู่บนผ้าห่มนวมอย่างน่าสงสาร

“ คงจะนอนไม่สบายสินะ ช่วยไม่ได้ ” ริมฝีปากบางคลี่ออกแวบเดียวก็ต้องหุบลงเพราะร่างใหญ่ลืมตาขึ้นจ้องมาที่เธอ แพรวาจึงแสร้งบิดขี้เกียจแล้วขยับลงจากเตียง

“ กี่โมงแล้ว ” เสียงอู้อี้ถามขึ้น

“ หกโมงค่ะ ” เธอตอบ

“ ทำไมต้องปลุกนาฬิกาเช้าขนาดนี้ ” เขาถามต่อ

“ แพรต้องไปทำงาน ” เธอตอบพลางหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋า

“ ไปทำงานหรือจะรีบไปหาใครกันแน่ ” เสียงประชดประชันทำให้แพรวาแอบอมยิ้ม

“ ถ้าพี่วียังไม่อยากตื่นก็นอนต่อเถอะค่ะ แพรจะอาบน้ำแล้ว ” ร่างผมบางเดินมาหยุดอยู่ตรงประตูห้องน้ำมองดูคนที่เพิ่งจะลุกขึ้นจากที่นอน ผมของเขาดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงหน้าตาก็ดูงัวเงียแต่ภาพของเขาตอนนี้มันทำให้เธออดยิ้มไม่ได้

“ ทำไมยังไม่เข้าไปอาบน้ำอีกล่ะ ” ปวีณหันไปมองแพรวาที่ยังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ มือก็ลูบผมให้เข้าทรง

“ กำลังจะเข้าไปนี้ไง ” แพรวารีบก้าวเข้าประตูแล้วปิดดัง ปัง!

“ ตะลึงในความหล่อใช่ไหมคนอะไรเพิ่งตื่นยังหล่อ” เขาพึมพำแล้วก็อดหัวเราะท่าทางเหลอหลาของแพรวาเมื่อครู่ไม่ได้

แพรวาใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จแล้วเธอจึงเก็บที่นอนของทั้งตัวเธอและปวีณเพราะชายหนุ่มลุกจากที่นอนได้ก็เดินพรวด ๆ เข้าห้องน้ำทันทีอย่างไม่สนใจอะไร หน้าที่ดูแลและเก็บกวาดจึงกลับมาเป็นของแพรวาอีกครั้ง

“ ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ นะ ” ปากบ่นมือก็พับผ้าห่มและเก็บหมอนหนุนขึ้นไปวางไว้บนเตียง เรียบร้อยแล้วก็ลงไปชั้นล่าง

บนโต๊ะอาหารเวลานี้ข้าวต้มทรงเครื่องในโถหม้อเคลือบสีขาวถูกนำมาวางบนโต๊ะพร้อมด้วยเครื่องเคียงและถ้วยใส่ข้าวต้มอีกสามใบ แพรวามองหามารดาของอดีตสามีแต่ก็ไม่พบเธอจึงเดินออกมาที่หน้าบ้านจึงเห็นท่านกำลังคุยอยู่กับคุณป้าศรีนวล แพรวาจึงรีบเดินตามออกไป

“ คุณมยุรีไม่ได้มาที่นี่นานเลยนะคะ ” คุณป้าศรีนวลเอ่ยถาม

“ ค่ะ พอดีงานที่ร้านยังยุ่งๆ อยู่ก็เลยไม่ได้ขึ้นมากรุงเทพฯ เลย ” คุณนายมยุรีตอบไปตามมารยาท

“ ฉันยังบ่นกับพ่อวีและหนูแพรบ่อย ๆ ว่าคิดถึงคุณมยุรี ”

“ ค่ะ คุณศรีนวลดูแข็งแรงและก็สดใสตลอดเลยนะคะ ”

“ ปรกติค่ะ คงเป็นเพราะฉันเป็นคนอารมณ์ดีเลยดูสดใสแบบนี้ ” คุณป้าศรีนวลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างพอใจ

“ คุณมยุรีคะ ช่วงนี้หนูแพรกับพ่อวีเขา.... ” ป้าศรีนวลยังพูดไม่ทันจบแพรวาก็เดินมาหยุดยืนข้าง ๆ มารดาของอดีตสามีแล้วยิ้มให้ป้าศรีนวล แกจึงยิ้มตอบแล้วทำเป็นจัดของใส่บาตรแก้เก้อ

“ หนูแพรมาใส่บาตรกับคุณแม่เหรอลูก ” คุณป้าศรีนวลถาม

“ ค่ะ ” แพรวาตอบ

“ แล้วเจ้าวีบ่ะลูกยังไม่ตื่นเรอะ ” คุณนายมยุรีหันมองเข้าไปในบ้าน

“ พี่วีอาบน้ำอยู่ค่ะ ” แพรวาตอบ

“ พระท่านมาแล้วค่ะ ” คุณป้าศรีนวลรีบนิมนต์พระเข้ามารับบาตร ทั้งสามคนจึงได้ใส่บาตรพร้อมกัน เสร็จแล้วแพรวาก็พามารดาของอดีตสามีเข้าบ้าน คุณป้าศรีนวลจึงได้แต่มองตามไปอย่างเสียดายที่ยังคุยกับคุณนายมยุรีไม่จุใจ

“ ไม่รู้จะอยู่กี่วันนะ ” คุณป้าศรีนวลยกข้าวของเข้าบ้านแล้วจึงไปรดน้ำต้นไม้อยู่ข้าง ๆ กำแพงบ้านสายตาก็คอยสอดส่องเข้าไปด้านในบ้านของแพรวาอย่างเอาใจใส่

แพรวาและคุณนายมยุรีเดินกลับเข้ามาในบ้านก็เห็นปวีณนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ข้าวต้มก็ถูกตักใส่ถ้วยแล้วเรียบร้อย

“ ทำไมไม่ลงมาให้เร็วกว่านี้จะได้ออกไปใส่บาตรกับแม่และก็หนูแพร ” คุณนายมยุรีค้อนลูกชายตาเขียว

“ นี่วีก็ตื่นเร็วที่สุดแล้วนะแม่ ” ปวีณ์พูด

“ แล้ววันนี้แกไปทำงานหรือเปล่า ”

“ ไปแม่ ” ปวีณ์มองหน้าแพรวาคล้ายจะพูดอะไรกับเธอแต่เขาหันไปพูดกับมารดาแทน

“ เย็นนี้แพรจะทำกับข้าวให้แม่กิน ”

“ ไม่เป็นไรลูก แม่ทำเองดีกว่าแพรกลับจากทำงานก็เหนื่อยแล้ว ”

แพรวาแอบหันไปค้อนปวีณ์ “ แพรทำให้คุณแม่กินดีกว่าค่ะ ไม่ได้กับข้าวให้คุณแม่กินนานแล้ว ” เธอต้องตอบรับคำพูดของปวีณ์อย่างเสียไม่ได้

“ เดี๋ยวเลิกงานแล้วพี่ไปรับนะ จะได้แวะซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย ” ปวีณ์ได้ทีมัดมือชกแพรวา

“ ค่ะ ” แพรวาตอบรับอย่างสะบัดๆ คุณนายมยุรีดูออกทันทีว่าทั้งสองคนคงจะยังงอนกันอยู่แน่ ๆ

“ กินข้าวเถอะลูกเดี๋ยวไปทำงานสาย ” สีหน้าของคุณนายมยุรีบอกถึงความไม่สบายใจและลางสังหรณ์แปลก ๆ ที่เธอไม่รู้ว่าคืออะไร

เช้าวันนี้คิรากรดูสดใสกว่าสองวันที่ผ่านมาเพราะเขากำลังจะได้ออกจากโรงพยาบาลและคนที่มารับคือแฟนสาวที่เขาคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจ สีหน้าของ คิรากรจึงดูเปี่ยมสุขจนแพทย์เจ้าของไข้ต้องเอยทัก

“ วันนี้คนไข้ดูสดชื่นนะครับ ”

“ คงเพราะจะได้กลับบ้านน่ะครับผมเลยรู้สึกดีใจ ” เขาตอบยิ้ม ๆ

“ กลับไปแล้วอย่าเพิ่งออกกำลังกายหนัก ๆ น่ะครับเพราะอาการของคนไข้ยังไม่หายดี ”

“ ครับคุณหมอ ” คิรากรรับคำ

“ ไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ ” พูดจบนายแพทย์เจ้าของไข้ก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับนางพยาบาลที่ติดตามมาด้วย

คิรากรจึงขยับลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอแพรวามารับเขากลับบ้าน

“ สั่งดอกไม้ให้น้องแพรดีกว่า ” คิดได้ดังนั้นจึงรีบกดโทรศัพท์ไปที่ร้านดอกไม้ทันที เขาสั่งลิลลี่หนึ่งช่อใหญ่พร้อมการ์ดข้อความแสนหวานส่งไปให้แพรวาที่บริษัท เพื่อเวลาที่เธอเห็นดอกไม้จะได้คิดถึงเขาและรีบออกมารับเขาไวๆ

แพรวาและปวีณ์ออกจากบ้านหลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จ ชายหนุ่มตั้งใจจะขับรถไปส่งเธอที่บริษัทแต่แพรวาให้เขาไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมของเธอแทน ปวีณ์จึงทำสีหน้าไม่พอใจ

“ ตกลงวันนี้ไม่ได้ทำงานหรือไง? ” เขากระแทกเสียง

“ ทำค่ะ แต่แพรจะมาเอารถ ” เธอตอบน้ำเสียงเรียบๆ

“ มาเอารถไปรับไอ้ท่านรองฯ ใช่ไหม ” ปวีณ์ฮึดฮัดจ้องหน้าแพรวาอย่างเอาเรื่อง

“ ค่ะ ” แพรวาตอบแล้วจึงเปิดประตูลงจากรถ

ปวีณ์มองตามร่างบอบบางที่เดินเชิดหน้าหลังตรงออกไปจากรถของเขาอย่างเดือดดาล

“ อย่าหวังว่าจะได้ไปรับไอ้หน้าจืดนั่นเลยแพรวา ” พูดจบชายหนุ่มก็เหยียบคันเร่งทะยานออกจากลานจอดรถของคอนโดมิเนียมไป

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว