email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 9.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2563 08:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9.1
แบบอักษร

แผนลำลึกความหลัง

แพรวาทอดกายนอนลงบนเตียงกว้างอย่างหมดเรี่ยวแรงเคียงข้างกับสุรนันทน์ที่นอนอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคู่สวยจ้องมองบนเพดานห้องแล้วถอนหายใจ

“ เป็นอะไรถอนหายใจเสียงดัง ” สุรนันทน์เอ่ยถามพร้อมกับพลิกตัวขึ้นนอนนะแคงใช่มือขวารองศีรษะมองหน้าเพื่อนรัก

“ แค่รู้สึกแปลกที่นะ ไม่รู้คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่า” แพรวาตอบแล้วพลิกตัวตะแขงข้างหันเข้าหาเพื่อนสาว

“ ฉันก็นึกว่าแกคิดถึงเรือนหอรอรักของแกกับพี่วีเสียอีก ” สุรนันทน์หยอกเย้าแพรวา

“ ฉันจะต้องไปคิดถึงที่นั่นทำไมอีกฉันออกมาแล้วนะสาว ” แพรวามองหน้าสุรนันทน์ก่อนพูดต่อ

“ ฉันจะต้องก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่ถอยหลังกลับไปที่เดิม ฉันเหนื่อยเต็มทีแล้ว ” สีหน้ามุ่งมั่นแววตาเข้มแข็งของแพรวาทำเอาสุรนันทน์รู้สึกขนลุก

“ ฉันเชื่อว่าแกทำได้ ” สุรนันทน์ยิ้ม

“ หิวข้าวหรือยัง ” แพรวาหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง

“ แกเลี้ยงนะ ” สุรนันทน์ยิ้มเจ้าเล่ห์

“ โอเค ” สองสาวจึงพากันออกไปจากห้องเพื่อหาอะไรรับประทาน โดยที่แพรวาลืมไปสนิทเลยว่าเธอสัญญากับคิรากรเอาไว้ว่าจะกลับไปหาเขา

แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้ารอดผ่านผ้าม่านผืนหนาเข้ามาภายในห้องนอน พาดทับเปลือกตาของคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงให้รู้สึกตัว ร่างแบบบางผุดลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจไล่ความง่วงงุนออกไปทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา

เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น

“ ใครโทรมาแต่เช้า ” แพรวาขยับตัวไปที่ขอบเตียงแล้วเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย

‘ สวัสดีค่ะ ’ เสียงของแพรวายังงัวเงีย

‘ เพิ่งตื่นเรอะ ’ ปวีณ์ถาม

‘ ค่ะ นี่มันเพิ่งจะเจ็ดโมงเองนะคะ ’ น้ำเสียงของคนพูดดูจะไม่ค่อยอยากพูดคุยสักเท่าไหร่

‘ เราจะเจอกันกี่โมง ’ ปวีณ์ถามต่อ

‘ คุณแม่จะมาถึงที่สนามบินกี่โมงล่ะคะ ’

‘ สิบเอ็ดโมง ’ ปวีณ์ตอบ

‘ ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันสิบโมงครึ่งที่สนามบิน ’ แพรวาตอบ

‘ อือ พี่ว่า... ’ ปวีณ์กำลังจะพูดต่อแพรวาก็แทรกขึ้นมา

‘ แค่นี้นะคะ ’ พูดจบแพรวาก็กดตัดสายทันที

ปวีณ์โมโหจนหน้าดำหน้าแดงที่โดนตัดสายไปทั้งที่เขายังพูดไม่ทันจะจบประโยค

“ ได้ ตัดสายพี่ทิ้งใช่ไหมแพรวา ” ปวีณ์ยิ้มเหี้ยมเกรียม

เสียงประตูห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลเปิดออกทำเอาคนป่วยที่กำลังรอคนพิเศษของเขามาเยี่ยมใจเต้นแรงด้วยความดีใจ

คิรากรยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียงชะเง้อมองออกไปยังหน้าประตูพร้อมรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ เลือนไปจากใบหน้าทันทีเมื่อคนที่เดินเข้ามาคือแพทย์เจ้าของไข้และพยาบาล

“ สวัสดีครับ เช้านี้เป็นยังไงบ้างครับยังเจ็บที่ก้นกบมากอยู่หรือเปล่า ” นายแพทย์เอ่ยถามขึ้น

คิรากรยิ้มแห้งแล้งแล้วจึงตอบ “ ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วครับ ”

“ หมอขอดูอาการคุณคิรากรคืนนี้อีกหนึ่งคืนนะครับ ถ้าพรุ่งนี้อาการเจ็บทุเลาลงและไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นอีกหมอจะให้คุณกลับบ้านได้ ”

“ ขอบคุณครับคุณหมอ ” คิรากรยิ้มสุภาพค้อมศีรษะให้กับแพทย์ที่เป็นผู้ดูแลรักษาเขา พอทั้งแพทย์และพยาบาลเดินออกไปเขาก็มีสีหน้าห่อเหี่ยวหมดอาลัยตายอยาก จนเสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังขึ้นภาพที่หน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกมาได้อีกครั้ง

‘ น้องแพร ’ เสียงตื่นเต้นยินดีของคิรากรทำให้ปลายสายรู้สึกผิดอย่างที่สุด

‘ พี่กรคะ แพรขอโทษนะคะที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมพี่ที่โรงพยาบาล ’ น้ำเสียงของเธอสำนึกผิด

‘ ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจแพรคงจะเหนื่อยใช่ไหม จัดของเสร็จแล้วหรือยังครับ ’

‘ เสร็จแล้วค่ะ ’ แพรวาตอบ

‘ วันนี้จะเข้ามาหาพี่ไหมครับ ’ คิรากรถามอย่างมีความหวัง

แพรวาแอบถอนหายใจเบา ๆ แล้วตอบ ‘ วันนี้แพรมีธุระสำคัญมากจะต้องไปจัดการคงจะไม่ได้เข้าไปหาพี่กร ’ เสียงของเธอเบาลง

คิรากรรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายทันที แต่ก็ฝืนใจพูดน้ำเสียงปรกติว่า ‘ ไม่เป็นไรครับ น้องแพรไปทำธุระก่อนเถอะนะ แต่พรุ่งนี้พี่จะออกจากโรงพยาบาลแล้วน้องแพรมารับพี่นะครับ ’ เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

‘ ค่ะ แพรจะไปรับพี่กรที่โรงพยาบาลนะคะ ’ แพรวา ตอบรับเสียงหวาน

‘ น้องแพรครับ ’

‘ คะ? ’

‘ พี่คิดถึงน้องแพรนะครับ ’ เสียงของคิรากรหนักแน่นจริงจัง จนแพรวาอึ้งไปอึดใจ

‘ ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะพี่กร แพรต้องไปแล้ว ’ เธอกดวางสายแล้วถอนหายใจหนักหน่วงเหลือบดูนาฬิกาแขวนที่ผนังแล้วรีบคว้ากระเป๋าสะพายพาดบ่าเดินออกจากห้องพักด้วยใกล้จะถึงเวลานัดเต็มที

ลิฟต์เคลื่อนตัวลงมาถึงชั้นล่างของคอนโดมิเนียมพอประตูลิฟต์เปิดออกแพรวาก็ก้าวออกมาจากลิฟต์เดินตรงไปยังประตูทางออกลานจอดรถแต่ยังเดินไปไม่ถึงสองก้าวเสียงคุ้นเคยที่ไม่ประสงค์จะได้ยินก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

“ แพรวา ”

แพรวาหันควับมาตามเสียงด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ พี่วีมาที่นี่ได้ยังไงคะ ” เธอถาม

“ ขับรถมา ” ปวีณ์ตอบยียวน

“ แพรหมายถึงว่ารู้ได้ยังไงคะว่าแพรอยู่ที่นี่ ” แพรวาหยุดคิดแล้วตอบคำถามของตัวเอง “ ไอ้สาวบอกพี่ล่ะสิ”

“ ใช่ ”

“ นึกแล้วเชียว ” แพรวาหึดหัดไม่พอใจ

“ พี่บังคับให้สาวบอกพี่เองแหละอย่าไปโกรธเขาเลยนะ ”

“ พี่วีมารับแพรใช่ไหม ” แพรวาถาม

“ เราไปพร้อมกันดีกว่าขับรถไปคนละคันให้แม่สงสัย จริงไหม ” ปวีณยิ้มเจ้าเล่ห์

“ ค่ะ ” แพรวาตอบกระแทกเสียง

“ แล้วกระเป๋าเสื้อผ้าล่ะ ไม่เอาไปเลยเหรอ ” ปวีณ์ทำเป็นมองไปรอบ ๆ ตัวแพรวา

“ กระเป๋าเสื้อผ้า? ” คิ้วเรียวเลิกขึ้น

“ แม่จะมาค้างกับเราหนึ่งอาทิตย์ แม่ไม่ได้บอกแพรเหรอ ” ปวีณ์ถามหน้าตาย

“ คุณแม่บอกแค่ว่าจะขึ้นมาทำธุระ ” แพรวาตอบเสียงกร้าว

“ แม่คงลืมน่ะ แต่ไม่เป็นไรตอนนี้รู้แล้วก็ขึ้นไปเก็บกระเป๋าเถอะ เอาเสื้อผ้าไปสองสามชุดก็พอมั้งส่วนชุดนอนใส่เสื้อของพี่แบบที่แพรชอบใส่ก็ได้หรือจะไม่ใส่ก็ดีนะ ” ปวีณ์ยิ้มนัยน์ตาวาววับดูน่าหมั่นไส้

แพรวากระแทกลมหายใจออกหนักหน่วง เธอโมโหจนรู้สึกถึงลมร้อนที่พุ่งออกมาจากหูทั้งสองข้าง ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายตรงหน้าราวจะจับเขามาฉีกเป็นชิ้น ๆ

“ รีบขึ้นไปเก็บกระเป๋าเถอะ เดี๋ยวไปรับแม่ไม่ทันนะแพรก็รู้ว่าแม่ไม่ชอบรอ ” ปวีณ์ยังยิ้มยียวน

“ ค่ะ ” แพรวาฮึดฮัดหันหลังเดินกลับไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องของเธอปวีณ์จึงถือโอกาสเดินตามไปติด ๆ จนมาถึงห้องของแพรวาอย่างที่เขาตั้งใจ

“ ไปเก็บกระเป๋าสิพี่จะนั่งรอที่นี่แหละ เร็วๆ หน่อยนะเดี๋ยวรถติด ” พูดจบร่างสูงใหญ่ก็ลดตัวลงนั่งทีโซฟารับแขกอย่างสบายอารมณ์

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว