email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2563 12:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8.1
แบบอักษร

ลูกสะใภ้ที่รัก

ภายในห้องนอนมีเพียงแสงสลัวลางจากโคมไฟที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียงซึ่งเหมาะกับการนอนหลับให้สบายแต่ปวีณ์ก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ เขานอนพลิกตัวกลับไปกลับมาอยู่บนเตียงอย่างกระวนกระวายใจไม่ทันไรก็ลุกพรวดขึ้นมานั่งครุ่นคิดอะไรอีกครู่หนึ่งก็หยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงมากดโทรออกทั้วที่รู้ว่าเวลานี้มันดึกมากแล้ว

‘ แม่! ’ เสียงคนโทรดังขึ้นปลุกปลายสายที่ยังงัวเงียให้ตกใจตื่นด้วยกลัวมีคนโทรมาแจ้งเหตุร้าย

‘ เกิดอะไรขึ้นวีใครเป็นอะไร!? ’ เธอถามด้วยน้ำเสียงตระหนก

‘ แพร...’ พูดยังไม่ทันจบประโยคปลายสายก็ร้องถาม

‘ หนูแพรเรอะ ลูกสะใภ้ฉันเป็นอะไรแกรีบ ๆ บอกมา’ มารดาของเขาเริ่มใจคอไม่ดี

‘ แพรโกรธผม เราสองคนทะเลาะกันแล้วแพรก็กำลังย้ายออกจากบ้านแล้วแม่ ’ ปวีณ์ตอบแต่เขายังเล่าไม่หมด

‘ แกไปทำอะไรให้ลูกสะใภ้ฉันโกรธจนจะต้องออกจากบ้าน ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าให้ใจเย็นมีอะไรก็ค่อยๆ พูดจากัน นี่แกคงจะไปปากเสียใส่หนูแพรเขาใช่ไหมบอกแม่มาเดี๋ยวนะไอ้ลูกบ้า ’ มารดาของปวีณ์ตวาดลั่นด้วยความโมโห

‘ เรื่องมันยาวเดี๋ยวค่อยเล่านะแม่ แม่ช่วยผมด้วยนะมีแต่แม่ที่ตะทำให้แพรกลับมาหาผมได้ ’ ปวีณ์ขอร้องอย่างอับจนหนทาง

‘ แกนี่นะจริง ๆ เลย ’ มารดาของปวีณ์ยังต่อว่าต่อขานบุตรชายอีกยืดยาวก่อนจะลงท้ายว่า

‘ ฉันจะขึ้นไปจัดการเอง แต่ถ้าหนูแพรเขายังไม่หายโกรธฉันก็ช่วยอะไรแกไม่ได้แล้วนะ ’

ปวีณ์ดีใจจนแทบจะกระโดดนี่ถ้ามารดาของเขาอยู่ด้วยตอนนี้เขาก็คงจะกอดท่านแล้วหอมแก้มสักสองสามที ‘ ขอบคุณนะแม่ แม่รีบ ๆ ขึ้นมาเลยนะ ’ ปลายสายถูกตัดไป สีหน้าของปวีณ์ตอนนี้ดูเบิกบานราวกับความหวังของเขากำลังจะเป็นจริง เขาจึงล้มตัวลงนอนหลับตาพริ้มฝันถึงคืนวันที่กำลังจะหวนคืนมา

 

เสียงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของแพรวาดังขึ้นในตอนเช้าเธองัวเงียลุกขึ้นมารับโทรศัพท์

‘ หนูแพร ’ เสียงอ่อนโยนเจือความรักใคร่ทำให้แพรวายิ้มละมุนก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

‘ สวัสดีค่ะคุณแม่ ’

‘ แม่คิดถึงหนูแพรจังเลยลูก คิดถึงไอ้ลูกชายตัวดีของแม่ด้วยมันอยู่ไหนหึ อยู่กับหนูแพรหรือเปล่าลูก ’ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเหตุใดมารดาของอดีตสามีถึงได้ถามหาลูกชายของท่านทั้งที่เธอกับเขาหย่าขาดกันไปเกือบหกเดือนแล้ว

‘ ว่ายังไงลูกเจ้าวีอยู่ไหน ’

‘ พี่วีไม่อยู่ค่ะ ’ แพรวาตอบ

‘ ออกไปทำงานแล้วเรอะ ไปแต่เช้าเชียว ’

‘ ค่ะ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ’ แพรวาถาม

‘ วันอาทิตย์หน้าแม่จะขึ้นไปทำธุระที่กรุงเทพฯ หนูแพรบอกเจ้าวีด้วยนะลูกให้มารับแม่ที่สนามบิน หนูแพรด้วยนะมารับด้วยกันกับเจ้าวีแม่คิดถึงหนู แค่นี้นะลูกแม่ไม่กวนแล้ว ’ พูดจบปลายสายก็ถูกตัดไปทันทีไม่เปิดโอกาสให้แพรวาตอบปฏิเสธใด ๆ เธอจึงได้แต่ถอนหายใจ

“ แล้วนี่พี่วีรู้หรือยัง ” แพรวาพึมพำอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า

ส่วนทางแม่ของปวีณ์พอวางโทรศัพท์จากลูกสะใภ้แล้วก็มีสีหน้าครุ่นคิดเรื่องที่แพรวาอึกอักที่เธอถามหาลูกชาย

“ หรือว่าหนูแพรจะไม่ได้อยู่กับเจ้าวี ไม่ได้แล้วฉันจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ” พูดพลางก็รีบลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปเรียกหาแม่บ้านคนสนิท

หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมผิวสองสีรีบเดินขึ้นบันไดมาตามคำเรียกหาของนายผู้หญิง

“ ป้าฝ้ายฉันจะไม่อยู่สักอาทิตย์หนึ่งนะ ฝากดูแลบ้านด้วย ” คุณนายมยุรีสั่ง

“ คุณนายจะไปไหนคะ ”

“ ฉันจะขึ้นไปหาปวีณที่กรุงเทพฯ ” คุณนายมยุรีตอบ

“ วันไหนคะคุณนาย ” แม่บ้านถามต่อ

“ วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ป้าฝ้ายมีอะไรต้องทำก็ไปทำเถอะฉันจะขึ้นไปอาบน้ำแล้ว ”

“ ค่ะ ” ป้าฝ้ายแม่บ้านถอยหลังเดินออกไป คุณนายมยุรีจึงกลับขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกไปดูร้านทองที่ตลาด

สตูดิโอถ่ายภาพของหนึ่งและปวีณ์ได้ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญตั้งแต่เปิดร้าน หนุ่มกุลีกุจอเอาน้ำผลไม้ออกมาต้อนรับ

“ มาแต่เช้าเลยชมพู่ ฉันนึกว่าเธอจะเข้ามาสาย ๆ เสียอีก ” สรวิทย์พูด

“ พอดีชมพู่มีธุระแถวนี้พอดีน่ะเลยมาที่นี่ก่อน ” ชมพู่ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มพลางมองไปรอบ ๆ

“ ไอ้วียังไม่เข้ามาหรอก ปรกติมันจะมาตอนสายๆ ” สรวิทย์ตอบอยากรู้ทัน

“ อ้อ หนุ่มจำเรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานได้ไหม ” ชมพู่ถาม

“ จำได้สิ ชมพู่จะให้เราถ่ายแฟชั่นให้ ” สรวิทย์ยิ้ม

“ ใช้ วันนี้ชมพู่จะมาคุยเรื่องนี้แหละ แต่รอให้วีมาถึงก่อนแล้วกัน ” ชมพู่วางแก้วน้ำลงแล้วมองไปรอบ ๆ สตูดิโออีกครั้ง

สตูดิโอถ่ายภาพของสรวิทย์และปวีณ์เป็นตึกแถวสามคูหาอยู่ติดถนนใหญ่ ภายในตกแต่งแนวโมเดิร์นดูเรียบหรูทั้งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่างก็ดูรสนิยม

“ ใครเป็นคนแต่งที่นี่เหรอ ” ชมพู่ถาม

“ เรากับไอ้วีช่วยกันน่ะ ” สรวิทย์ตอบ

“ เหรอ ” ชมพู่ยังคงมองไปรอบ ๆ ด้วยความชื่นชมจนกระทั่งปวีณ์เปิดประตูเข้ามาด้านใน

ปวีณ์หยุดมองหญิงสาวที่รั่วคุยอยู่กับเพื่อนของเขาครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ว่าเธอเป็นใคร จึงเดินเข้าไปทักทายตามประสาเพื่อนเก่าที่ไมได้เจอกันนาน

“ ชมพู่ มาได้ยังไงไหนว่าอยู่เชียงใหม่ ” ปวีณ์ถาม

ชมพู่มองหน้าปวีณนัยน์ตาของเธอเป็นประกายระยิบ เธอคลี่ยิ้มหวานละมุนแล้วจึงทักทาย “ ไม่ได้เจอวีตั้งนาน ชมพู่นะกว่าสีจะลืมชมพู่ไปแล้วซะอีก ” เธอทิ้งสายตาอย่างมีจริตจะก้าน

“ ไม่ลืมหรอก ก็เราเป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปีจะลืมได้ยังไง ” ปวีณ์ลดตัวลวนั่งข้าง ๆ หนุ่ม

ชมพู่เห็นทีท่าของปวีณ์ดูจะไม่ได้สนใจเธอมากนักก็ให้รู้สึกผิดหวังแต่ก็ยังยิ้มหวานให้เขา “ วันนี้ชมพู่มาคุยเรื่องงานกับที่นี่น่ะ หนุ่มได้บอกวีหรือยังว่าชมพู่จะให้วีถ่ายแฟชั่นให้ ”

“ ยังเลย ” ปวีณ์ตอบ

“ คืออย่างนี้ ชมพู่เปิดห้องเสื้อก็เบยจะใช้สตูดิโอของเราถ่ายแบบคอลเลคชั่นใหม่ให้ ” สรวิทย์อธิบาย

“ ก็เอาสิ ” ปวีณ์พูด

“ วีจะมีคิวให้ชมพู่วันไหน ” ชมพู่ถามเสียงหวานทอดสายตาไปให้

“ ช่วงนี้เรายังมีงานค้างอยู่อีกสามงาน น่าจะเป็นเสร็จภายในสองสามอาทิตย์นี้ ชมพู่รีบไหมล่ะ ”

“ ชมพู่ไม่รีบเอาที่วีสะดวกเลย ” ชมพู่ตอบ

“ ถ้าอย่างนั้นก็นัดกับไอ้หนุ่มเลย เราขอตัวก่อนนะ ” พูดจบปวีณ์ก็ลุกและเดินขึ้นไปยังห้องสตูดิโอถ่ายภาพที่อยู่ชั้นบน

ชมพู่มองตามขึ้นไปสายตาส่อแววไม่พอใจที่ปวีณ์ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะสนใจเธอเลยสักนิด “ ไหนหนุ่มบอกว่าวีกำลังเศร้าต้องการคนปลอบใจไง ชมพู่ไม่เห็นว่าวีจะเหมือนคนที่กำลังเศร้าเลยสักนิด ” เธอตวัดสายตาค้อนหนุ่ม

“นั้นสิ ทำไมไอ้วีมันถึงดูมีความสุขนัก ” หนุ่มทบทวนเหตุการณ์เมื่อวาน ปวีณ์รีบออกจากร้านไปหลังจากที่คุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้ แล้วยังไม่ไปกินเลี้ยงรุ่นทุ้งที่รับปากเอาไว้แล้วว่าจะไป ‘ หรือว่ามันจะไปหาแพรแล้วก็.... ’ มุมปากของเขาค่อย ๆ ยกยิ้ม

“ หนุ่ม ” ชมพู่เรียกเขาแต่สรวิทย์ก็ยังเหมือนอยู่ในห้วงความคิดที่ไกลออกไปถึงไหนต่อไหน

“ หนุ่ม! ” เสียงของชมพู่ดังขึ้น สรวิทย์จึงรู้สึกตัวเขาหันไปมองเธอทำหน้าเหลอหลา

“ ชมพู่กลับก่อนนะ แล้วจะให้เลขาติดต่อกลับมาหาหนุ่มอีกที ” ชมพู่ลุกพรวดอย่างไม่พอใจ เธอตั้งใจกลับมาลื้อฟื้นความหลังกับอดีตคนเคยมีใจอย่างปวีณ์แท้ ๆ แต่เขากลับไม่สนใจเธอเลยสักนิด แต่คนอย่างเธอไม่เคยยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่แล้ว ในเมื่อตอนนี้ปวีณเองก็โสดเธอก็ยังโสด

สรวิทย์เดินออกไปส่งชมพู่ที่หน้าร้าน ก็มีรถยนต์สีแดงขับเข้ามาจอดตรงที่จอดรถแล้วณดาก็เปิดประตูลงมาจากรถพร้อมด้วยรอยยิ้ม เธอเดินตรงเข้ามาทักทายหนุ่มพร้อมส่งถุงของฝากให้เขาแล้วจึงเดินเข้าร้านไปราวกับที่นี่เป็นร้านของเธอเอง

สรวิทย์ยืนถอนหายใจ พลางคิดว่าถ้าณดากับชมพู่มาเผชิญหน้ากันจะต้องเกิดสถานการณ์เลวร้ายไม่ต่างจากสมรภูมิรบแน่ ๆ

“ ดีนะ ที่ชมพู่กลับไปแล้ว ” เขาได้แต่ขนพองสยองเกล้า

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว