ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 7 กำไล (2)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 7 กำไล (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 150

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2563 18:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 7 กำไล (2)
แบบอักษร

เธอบอกลาลิเดียกลับมายังโลกข้างนอก แล้วเอาของฝากไปให้เชลซีในทันที 

“กลับมาแล้วค่ะ คุณเชลซี” 

“กลับมาแล้วรึ ร่างกายยังปกติดีใช่ไหม” 

เพราะได้ฟังมาว่าอยู่ในช่องมิตินานๆ แล้วจะส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ เชลซีเลยถามด้วยความเป็นห่วง 

“สบายมากค่ะ แต่ไม่รู้อีท่าไหน ฉันทำสัญญากับเขาไปแล้ว เลยช่วยลดผลกระทบลงด้วย” 

“...นี่เจ้าทำสัญญากับภูตแห่งกาลเวลาแล้วรึ” 

หญิงชราเบิกตาโตเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง 

“เขาว่างั้นน่ะค่ะ มีของมาฝากคุณเชลซีด้วยนะ” 

พูดแล้วเธอก็วางเครื่องประดับกับอาวุธที่ได้มาลงบนโต๊ะ 

รูรินึกว่าอีกฝ่ายจะดีใจ แต่ปฏิกิริยานั้นผิดจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง 

“นี่มันอะไรกัน!?” 

เจ้าตัวตกใจแทบตาถลน “เจ้านั่งลงคุยกันหน่อยซิ” แล้วไม่รู้ทำไมก็เปิดฉากสั่งสอนทันที 

“เอ๋?” 

“นั่งลงซะ” 

“ค่ะ...” 

เธอนั่งลงอย่างงงๆ แล้วเชลซีก็ชันหางคิ้วขึ้นพร้อมกับเริ่มซักถาม 

“เจ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน!? ไม่ใช่ของที่ซื้อมาจากในเมืองใช่ไหมล่ะ ถึงพวกภูตจะเอามาให้ด้วยความหวังดี แต่อยู่ๆ ไปรับของไม่รู้ที่มาน่ะไม่ได้หรอกนะ!” 

“เอ๋? ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ!” 

อีกฝ่ายดูจะเข้าใจผิดว่าเป็นของที่ภูตไปเอามาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เธอจึงรีบลนลานอธิบาย 

“ได้มาจากภูตแห่งกาลเวลา? มาจากช่องมิติอื่นกับผู้ทำสัญญาคนก่อน?” 

“ใช่ค่ะ ลิเดียบอกว่าเจ้าของไม่อยู่แล้ว จะเอาไปใช้ยังไงก็ได้เลยไม่เป็นไร...คุณเชลซี?” 

เชลซีเงียบไปเฉยๆ เธอจึงเอียงคอสงสัย 

เจ้าตัวบอกว่าปวดหัวแล้วกลับไปห้องของตัวเอง 

“อ๊ะ...แล้วจะทำยังไงกับนี่ดีล่ะ...” 

เธอว่าจะถาม แต่อีกฝ่ายก็กลับห้องไปแล้ว เหลือแต่เสียงของรูริดังไปในห้องอย่างเหงาหงอย เธออุตส่าห์นึกภาพว่าหญิงชราจะยินดี และไม่เข้าใจเลยว่ามีอะไรไม่ถูกต้องตรงไหน 

หญิงสาวนอนลงบนเตียงของตัวเอง เมื่อถอนใจแล้วก็หยิบกำไลที่เพิ่งได้ออกมา 

ลวดลายสลักอันอ่อนช้อยกับอัญมณีนั้นสวยจนเธอยิ้มออก 

“จากนี้ไปไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่นั่นกลับน่ากลัวเหมือนกัน...” 

อยู่ๆ มีทรัพย์มหาศาลวิ่งเข้าหา แต่เธอกลับนึกกังวลขึ้นมา เป็นไปได้สูงเลยทีเดียวที่หากใครรู้ว่าเธอมีสมบัติมากมายปานนั้น ก็จะถูกปองร้ายเอาได้ 

จึงตกลงใจว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครนอกจากเชลซีจะดีกว่า 

คิดแล้วก็สวมกำไลเข้ากับข้อมือ แสงแดดอุ่นๆ ทำให้เธอผล็อยหลับลงอย่างไม่อาจเอาชนะความง่วงได้ 

รอจนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พระอาทิตย์ก็ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว 

เธอผุดลุกขึ้นคิดว่าต้องรีบไปทำอาหารเย็น 

หากตอนนั้นเองที่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ 

(อ้าว มันมีอะไรแปลกๆ อยู่นะ...) 

ห้องที่เห็นตรงหน้าดูผิดจากที่ผ่านมา 

แต่เครื่องเรือนก็ล้วนอยู่ในตำแหน่งเดิม เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรกันแน่ที่เปลี่ยนไป 

เธอลุกขึ้นจะลงจากเตียงทั้งที่ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ แล้วก็หันไปเห็นมือของตัวเอง 

มือเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยขนนุ่มสีขาวโพลน 

เมื่อพลิกมือ ก็เห็นอุ้งเท้าสีชมพูน่ารัก 

หลังจากชะงักค้างไปครู่หนึ่ง รูริก็กรีดร้องขึ้นมา 

“เมี้ยวววววว!!” 

หากเสียงร้องนั้นหาได้เป็นคำพูดดังที่เธอคิด ทำให้หญิงสาวยิ่งแตกตื่นขึ้นไปอีก 

(เกิดอะไรขึ้นนนน!!) 

เชลซีคงได้ยินเสียงที่ว่า จึงเปิดประตูเข้ามาในห้อง 

“เอะอะอะไรกัน รูริ ไปทำอาหารได้แล้ว...อ้าว ไม่อยู่...” 

หากรูริไม่ได้อยู่ที่นั่น มีแต่แมวสีขาวอยู่ตัวเดียว 

“อ้าว แมวเข้ามาจากทางไหนเนี่ย รูริเป็นคนเก็บมารึ เด็กคนนั้นนี่จริงๆ เลย...” 

(แมว!? ฉันกลายเป็นแมวเหรอ!?) 

สมองนึกว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง แต่มือของตัวเองที่เห็นอยู่ก็ประกาศอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเป็นแมว 

ยิ่งเชลซีมองเธอแล้วเรียกว่าแมว รูริก็ยิ่งแตกตื่นขึ้นไปอีก 

“เหมียว เมี้ยวววว (คุณเชลซี นี่รูริเองค่ะ)” 

เธอพยายามบอก แต่แน่นอนว่าภาษาแมวย่อมสื่อไม่ถึง และเชลซีก็เข้าใจไปเป็นอย่างอื่น 

“อะไรรึ หิวงั้นรึ” 

“เหมียว (ไม่ใช่อย่างนั้น)” 

เธอกำลังจะสิ้นหวังอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครเข้าใจ พวกภูตก็มาช่วยไว้พอดี 

‘แมวตัวนี้คือรูริไง’ 

‘รูริกลายเป็นแมวไปแล้วเหรอ’ 

‘ตัวเล็กลงอย่างนี้ ก็นั่งบนไหล่ไม่ได้แล้วสิ’ 

‘นั่งบนหลังแทนไหม’ 

ขอบคุณมากคุณภูต ในใจนั้นซาบซึ้งน้ำใจ แต่ก็อดแขวะไม่ได้นิดๆ ว่าอย่าเอะอะก็มานั่งบนตัวคนเขาสิ 

ฟังคำพูดของภูตแล้ว เชลซีก็เบิกตามองแมวขาว ก่อนจะถามอย่างหวาดๆ 

“...รูริจริงๆ รึ” 

“เหมียวๆ” 

ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง เธอจึงพยักหน้าเต็มเหวี่ยง 

หากเชลซีก็ยังทำใจเชื่อไม่ลงอยู่ดี 

“รูริเป็นเผ่ามนุษย์นี่ เท่าที่ฟังเล่ามา โลกของรูริไม่มีเผ่าโบราณอยู่เลย อย่าบอกนะว่าเจ้ามีสายเลือดเผ่าแมวด้วย?” 

หญิงชราครุ่นคิด แล้วพวกภูตก็ตอบขึ้นมา 

‘เพราะกำไลที่รูริสวมอยู่ไง’ 

‘กำไลที่ทำให้กลายเป็นแมวไง’ 

เธอก้มลงมองเท้าหน้า และเห็นว่ามีกำไลสวมอยู่ 

กำไลที่เคยมีขนาดพอดีข้อมือตอนเธอเป็นมนุษย์ มาตอนนี้ก็ย่อขนาดลงมาพอดีกับเท้าหน้าของแมวด้วย 

เชลซีลองถอดกำไลนั้นจากเท้าหน้าของเธอ มันหลุดตามมือหญิงชราไปโดยไม่ขัดขืน ก่อนจะกลับไปมีขนาดเท่ากำไลวงเดิม 

ร่างของรูริพลันโอบอุ้มด้วยแสงเหมือนตอนที่เชลซีแปลงร่างเป็นมังกร ก่อนเธอจะกลับเป็นคนในพริบตา 

เธอมองดูมือที่กลับเป็นมือมนุษย์และจับหน้าจับตัวของตน จึงค่อยมั่นใจว่ากลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว และโล่งใจอย่างหมดความคำบรรยาย 

“รอดไปที! อยู่ๆ กลายเป็นแมว แถมพูดไม่ได้ นึกว่าจะไม่ได้กลับเป็นคนแล้วเสียอีก” 

“เฮ้อ นึกว่าเจ้าทำสัญญากับภูตแห่งกาลเวลาไม่ทันไร คราวนี้ก็กลายเป็นแมวอีก อยู่กับเจ้านี่ทุกวันไม่มีเบื่อเลยนะ” 

เธอรับกำไลคืนมาจากเชลซีซึ่งทำหน้าระอาใจ แล้วกลับไปขอคำอธิบายจากลิเดียในทันที ได้ความว่ากำไลวงนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดา แต่เป็นวัตถุเวทของอดีตกาลเมื่อนานมาแล้ว มีอำนาจเปลี่ยนให้ทุกคนไม่ว่าเผ่าไหนกลายร่างเป็นแมว 

ฟังว่าผู้สร้างนั้นชมชอบแมวมากขนาดทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อประดิษฐ์กำไลนี้ขึ้นมา 

รูริที่ชอบสัตว์ขนฟูเองก็อยากจะคุยกับเขาเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะเป็นคนที่มีชีวิตอยู่เมื่อนานมาแล้ว 

คราวนี้เธอดีใจว่าได้ของที่ตรงใจ 

และจำให้ขึ้นใจว่าควรตั้งใจฟังคำพูดคนอื่นให้ดีด้วย 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น