ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 6 ตลาด (1)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 6 ตลาด (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 152

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 17:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 6 ตลาด (1)
แบบอักษร

บทที่ 6 ตลาด 

 

ออกมาจากช่องมิติแล้ว รูริกับเชลซีก็เตรียมเดินทางไปยังตลาดในเมืองหนึ่งของเขตอาณาจักรมังกร 

“คุณเชลซี ตลาดนี่อยู่ที่ไหนเหรอคะ แล้วมีรถหรือเปล่า” 

“รถ...หมายถึงรถม้ารึ ของแบบนั้นจะไปมีได้ยังไง เรามีม้าที่ไหนกัน” 

“งั้นจะไปยังไงล่ะ!?” 

บ้านหลังนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าทึบ 

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีตลาดอยู่ใกล้ๆ 

“ถ้าเดินไปตามปกติ หมู่บ้านใกล้ที่สุดจะอยู่ห่างจากที่นี่ห้าวัน” 

“ห้าวัน!! ต้องเดินขนาดนั้นเลย!?” 

“ถ้าเดินไปละนะ ข้าไม่บอกสักคำว่าต้องเดินไป แล้วตลาดไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านนั่นหรอก เราต้องไปถึงเมืองที่อยู่เลยไปอีก” 

“วิธีไปอย่างอื่นนอกจากเดินเท้าก็ไม่มี แล้วยังต้องไปต่ออีก...อ๊ะ หรือว่ามีวิธีวาร์ปไปแบบแฟนตาซีน่ะ?” 

อีกฝ่ายปล่อยให้รูริพูดอย่างตื่นเต้น แล้วเดินไปยังที่โล่งซึ่งไม่มีของเกะกะ ก่อนที่ร่างของหญิงชราจะเปล่งแสง 

รูริหรี่ตาลงด้วยความแสบตา แสงนั้นยิ่งขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่ยิ่งกว่าบ้าน ไปจนมีความสูงพอๆ กับยอดไม้ 

“หวาาาาาา!” 

เมื่อแสงหายไป สิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือกิ้งก่าขนาดยักษ์ ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ด มันมีหางยาวและปีกขนาดใหญ่ 

“คุณเชลซีกลายเป็นกิ้งก่าไปแล้ว!!” 

เธอตะโกนอย่างแตกตื่น แล้วเชลซีก็แขวะกลับมาเหมือนทุกที 

‘ไม่ใช่กิ้งก่า มังกรต่างหาก! อย่าเอามังกรผู้มีเกียรติไปรวมกับกิ้งก่าธรรมดาได้ไหม เสียมารยาทจริงๆ’ 

เสียงนั้นไม่ได้ผ่านหู หากดังขึ้นในสมองโดยตรง 

“เสียงนี่มัน คุณเชลซี?” 

‘โทรจิตไงละ ข้าพูดกับในหัวเจ้าโดยตรง เพราะร่างมังกรพูดไม่ได้หรอก’ 

“มังกร...คุณเชลซีเป็นเผ่ามังกรเหรอคะเนี่ย” 

ตอนแรกนึกว่าเป็นกิ้งก่าตัวใหญ่ แต่เมื่อวิ่งอ้อมวนรอบตัวเชลซีที่เป็นมังกรแล้ว ก็พบว่ามีจุดแตกต่างอยู่หลายอย่าง 

อีกอย่างคือไม่ใช่มังกรตัวยาวๆ แบบมังกรจีน แต่เป็นมังกรแบบตะวันตก 

ซึ่งน่ากลัวเอาการทีเดียว... 

เธอรู้ว่านี่คือเชลซีจึงทำเหมือนเป็นปกติได้ แต่ถ้าเป็นมังกรตนอื่น ก็คงจะตัวสั่นงันงกไปนานแล้ว 

‘เอ้า มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบขึ้นมาเร็ว’ 

ตกลงว่าจะไม่เดินไป แต่บินไปแทน เธอเข้าใจในที่สุดว่ารถนั้นไม่มีความจำเป็นเลย 

“ขึ้นมาที่ว่านี่ จะให้ขึ้นยังไงล่ะ...” 

เชลซีในตอนนี้สูงประมาณตึกห้าชั้น เกล็ดทั่วร่างเป็นมันวาว ดูแล้วไม่น่าจะปีนไหวสักนิด 

‘เจ้ามีเวทมนตร์นี่ ลองใช้พลังของภูตลมช่วยให้ตัวลอยขึ้นมาสิ’ 

เธอลองวาดภาพบินขึ้นฟ้าตามคำแนะนำ แล้วร่างก็พลันลอยขึ้นไป 

แต่การทรงตัวก็ยากเย็นจนไม่สามารถลอยอยู่นิ่งๆ ได้ และหมุนตัวไปมากลางอากาศ 

‘ตอนแรกจะทรงตัวยากหน่อย แต่รูริชินเมื่อไหร่ก็น่าจะบินไปพร้อมกับข้าได้ แต่ตอนบินต้องใช้พลังเวทไปเรื่อยๆ ด้วย จะบินก็ระวังด้วยละว่ามีพลังเวทเหลือพอไหม แต่สำหรับรูรินี่คงไม่ต้องห่วงหรอกมั้ง’ 

เธอบินเบี้ยวไปมาแต่ก็มาถึงบนตัวของเชลซีได้ในที่สุด มือก็เอื้อมไปเกาะเขาอันหนึ่งซึ่งงอกมาจากหัวของมังกร 

‘เอ้า ออกเดินทางกันเถอะ จับไว้ให้ดีล่ะ’ 

“ค่า” 

ได้ยินเสียงขานรับของรูริแล้ว ร่างมหึมาของเชลซีก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า 

ในพริบตา พวกเธออยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า มองลงมาเห็นป่าอยู่ด้านล่าง 

รูริไม่ถูกกับเครื่องเล่นเรียกเสียงกรีดร้องในสวนสนุกอยู่แล้ว 

ไหนจะไม่มีเข็มขัดนิรภัย อย่างเดียวที่พึ่งได้คือเขาของเชลซี หากผิดคาดที่เธอกลับไม่รู้สึกกลัว 

นั่นคงเพราะพลังของภูตลมที่สัมผัสได้จากรอบตัว 

ถึงจะพลัดตกลงไป เธอก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ต้องห่วงอะไรเลย 

อีกทั้งเชลซียังกางเขตแดนไว้รอบๆ ลมที่พัดมาปะทะจึงเพียงแผ่วเบาสบายตัวเท่านั้น 

วันนี้ฟ้าโปร่ง มองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน 

ข้างล่างคือป่าซึ่งมีบ้านของเชลซีอยู่ 

มองจากข้างบนก็เห็นว่าป่านั้นต่อเนื่องไปสุดลูกหูลูกตา หากถูกทิ้งไว้ที่นี่โดยปราศจากอุปกรณ์ใดๆ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเอาชีวิตรอดได้ 

เธอยิ่งซาบซึ้งที่ตัวเองยังมีชีวิตรอดอยู่ 

หากไม่มีพวกภูต เธอก็คงอดตายไปแล้ว ถือว่ารูริยังโชคดี 

นาดาเชียก็คงไม่มีใครคิดว่ารูริจะรอดตายมาได้ ถ้าพวกเขายอมตัดใจคิดเสียว่าเธอตายไปแล้วก็ดีหรอก... 

พวกเธอผ่านหมู่บ้านที่ต้องเดินเท้าห้าวันไปในไม่ช้า และไปต่ออีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากออกเดินทาง 

เมื่อผ่านชุมชนหลายแห่งไปแล้ว ก็เห็นเมืองขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า 

‘ถึงแล้ว’ 

เชลซีร่อนตัวลงห่างจากประตูเมืองไประยะหนึ่ง 

ในใจแอบคิดว่าลงไปที่หน้าประตูเมืองเลยก็ได้ พลางลงจากหัวมังกร 

เห็นว่ารูริลงไปแล้ว ร่างของเชลซีก็ทอแสงอีกครั้ง ก่อนจะกลับเป็นร่างมนุษย์ดังเดิม 

อีกฝ่ายหยิบวิกผมสีน้ำตาลของรูริจากช่องมิติมาส่งให้ พอเห็นเธอทำหน้างงก็บอก 

“ข้าลืมบอกไป เจ้าใส่นี่ไว้ตอนเข้าเมืองดีกว่า แล้วเวลาอยู่ในเมืองห้ามถอดออกละ” 

“ได้ค่ะ แต่ทำไมเหรอคะ” 

“สีผมของรูริ สำหรับโลกนี้แล้วเป็นของแปลกมากไงเล่า ดีไม่ดีเจ้าจะโดนพ่อค้าทาสหมายตาเอาได้ ห้ามถอดออกเวลาอยู่กับคนอื่นเด็ดขาด” 

“มีทาสด้วยเหรอคะ!?” 

เป็นเรื่องช็อกไม่เบาสำหรับรูริที่โตมาในประเทศที่ห่างไกลจากคำว่าทาส ไม่แน่ว่าโลกนี้อาจจะมีความปลอดภัยน้อยกว่าที่เธอคิดอีกก็ได้ 

“อาณาจักรมังกรไม่มีหรอก แต่ประเทศที่ถือว่าระบบทาสถูกต้องตามกฎหมายก็มีอยู่ไม่น้อย เผ่าหายากหรือคนที่มีสีแปลกตาจะถูกซื้อขายในราคาสูง ที่โดนลักพาตัวไปก็มีบ่อยๆ ประเทศของรูริน่าจะสงบมาก ขอให้เจ้าระวังตัวให้ดีเถอะ โดยเฉพาะกับเผ่ามนุษย์นั่นแหละ” 

รูริทำหน้าไม่พอใจที่เชลซีกำชับเหมือนเธอเป็นเด็กเล็กๆ แต่ไม่ทันจะบ่นก็ได้ยินประโยคที่สะดุดเสียก่อน 

“โดยเฉพาะมนุษย์เหรอคะ” 

“ใช่ มนุษย์นั่นแหละ” 

เชลซีกวาดตาไปรอบๆ ตัวรูริเหมือนอ่านออกว่าเธอไม่เข้าใจเหตุผลเลย 

รูริพลอยหันไปมองตาม แต่ก็เห็นเพียงภูตอยู่รอบๆ ตัวเหมือนเช่นเคย 

เธอเอียงศีรษะอย่างกังขา แล้วเชลซีก็อธิบายปนถอนใจ 

“คิดจะปองร้ายคนที่มีภูตติดตามเป็นโขยงแบบนี้ ถ้าไม่ใช่มนุษย์ที่พลังเวทน้อยจนมองไม่เห็นภูต ก็ต้องเป็นพวกอยากฆ่าตัวตายละ” 

“เผ่าโบราณก็มีคนที่มีพลังเวทน้อยไม่ใช่เหรอคะ” 

“ถึงมองไม่เห็น เผ่าโบราณก็มีประสาทสัมผัสไวกว่ามนุษย์หลายเท่า มีภูตอยู่เยอะขนาดนี้ก็พอรู้สึกได้หรอก แต่มนุษย์น่ะคงมีคนที่มีพลังเวทสูงจนมองเห็นอยู่แค่หยิบมือเดียว เจ้าถึงควรระวังตัวให้ดี อย่าไปเตะตาใครเข้าให้ล่ะ” 

หากมีอันตรายถึงตัวรูริ ที่จะเจออันตรายยิ่งกว่าก็คือคนรอบๆ 

กว่าจะเดินไปถึงเมือง เชลซีก็กำชับเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนหูแทบชาไปเลย 

รอจนลอดผ่านประตูเมืองไป ที่นั่นก็คือสวนสวรรค์ของความนุ่มฟู... 

ตึกอาคารแบบยุโรปกับถนนปูแผ่นหิน สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้า มีผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยกันคลาคล่ำ 

แต่คนที่มาซื้อของเหล่านี้ ไม่มีใครถือข้าวของไว้ในมือเลย นั่นคงเพราะเวทช่องมิติที่เธอเพิ่งเรียนมาวันนี้เอง 

เมืองที่มีคนคับคั่ง แล้วบวกด้วยอีกองค์ประกอบที่ทำให้เธอยิ่งตื่นเต้น 

มนุษย์สัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ก็มีหูหรือหางสัตว์ด้วย หรือมนุษย์สัตว์ที่ใกล้เคียงไปทางสัตว์ซึ่งเดินสองขา บนถนนเต็มไปด้วยคนที่มีความหลากหลายเช่นนั้นเดินกันขวักไขว่ 

เผ่าโบราณบางคนเช่นเชลซีก็มีรูปร่างไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ จึงเป็นการยากที่จะแยกว่าใครเป็นเผ่ามนุษย์บ้าง หากในเมืองนี้ก็เป็นเผ่าโบราณเกือบทั้งหมด 

เด็กๆ ในเมืองนั้น บ้างก็มีหูหรือหางสัตว์ บ้างก็มีท่อนล่างหรือท่อนบนเป็นสัตว์ 

นั่นเพราะยังเล็กอยู่ จึงไม่สามารถอยู่ในร่างมนุษย์ให้สมบูรณ์ได้ 

เด็กตัวเล็กๆ กับขนนุ่มนิ่มนั้นช่างน่ารักเสียเหลือเกิน 

อยากขอฟัดสักที... 

เธอถึงกับเดินซวนเซไปหาเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่ ก่อนจะย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน 

เด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่เงยหน้ามองรูรินั้นมีหูแมวตั้งตรงกับหางยาวฟูไปด้วยขน คงเพราะยังแปลงร่างมนุษย์ได้ไม่ถนัด ใบหน้าก็ยังมีจมูกกับหนวดเป็นแมวด้วย 

“คือว่านะ ขอลูบหัวหน่อยได้ไหมจ๊ะ” 

“ได้สิ” 

เธอคิดอยู่ว่าเจอคนโรคจิตมาขอลูบหัวทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนี่ต้องโดนปฏิเสธแน่เลย แต่อีกฝ่ายก็รับปากอย่างง่ายดาย 

ความไร้เดียงสานั้นทำให้รูริที่เป็นฝ่ายถามยังอดห่วงขึ้นมาไม่ได้ แต่ความน่ารักกับขนฟูฟ่องก็ทำให้หน้าเธอทลายลงเป็นรอยยิ้ม 

หูที่ลูบนั้นอุ่นมือ และกระดิกไปมาเหมือนจั๊กจี้ บอกให้รู้ว่านี่เป็นหูจริงๆ ไม่ใช่ของปลอม จากนั้นเธอหันไปลูบหัวเด็กอีกคนที่มีหูกระต่ายสีขาวโพลนบนศีรษะราวกับกระต่ายขาวในอลิซ และเป็นปลื้มกับความน่ารักของพวกเขา 

“สวรรค์แท้ๆ...” 

“มัวทำอะไรอยู่น่ะ รูริ ไปกันได้แล้ว” 

“ดูสิ เชลซี น่ารักสุดๆ เลย” 

“เด็กๆ น่ารักก็ถูกต้องแล้ว เลิกเถลไถลแล้วไปทำธุระซะทีเถอะ” 

เชลซีดึงแขนเธอไปในขณะที่รูริโบกมืออำลาเด็กๆ ด้วยความอาลัยอาวรณ์ เธอตามหลังผู้ร่วมทางไปยังตลาดโดยระวังไม่ให้พลัดหลงไปกับฝูงคน 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น