ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (3)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 141

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 17:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 4 พลังของภูต (3)
แบบอักษร

รูริตั้งใจจะแก้แค้นก็จริง แต่เธอไม่ได้อยากทำให้ประเทศปั่นป่วนหรือต้องล่มสลายไป 

ที่เธออยากแก้แค้นคือพระราชา นักบวช และทหาร ไม่ใช่คนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้น อย่าว่าแต่การทำลายประเทศหนึ่งเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่รูริจะลงมือได้ 

คนที่เติบโตมาในโลกที่ไม่มีเวทมนตร์อย่างเธอ นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากมีประเทศไหนในโลกนี้เกิดใช้เวทมนตร์ไม่ได้ มันจะกลายเป็นความอลหม่านสักแค่ไหน หากน้ำเสียงหนักแน่นของเชลซี ทำให้เธอตกลงใจห้ามพวกภูตทันที 

หากฝ่ายภูตก็แย้งกลับด้วยท่าทีไม่พอใจ 

‘เอ๋ ทำไมล่ะ’ 

‘รูริอยากจะแก้แค้นใช่ไหมล่ะ’ 

“ก็ใช่หรอก…แต่นี่มันปัญหาส่วนตัวของฉันเอง ฉันก็ต้องสั่งสอนพวกนั้นด้วยมือฉันเองสิ ทุกคนไม่ต้องลงมือหรอกนะ” 

‘พวกเรา…เกะกะเหรอ…’ 

เหล่าภูตพากันน้ำตาซึมอย่างน่าเอ็นดู จนรูริต้องผงะไป 

“ไม่ใช่อย่างนั้น! ฉันสิที่ต้องขอบคุณพวกเธอมากๆ” 

‘จริงเหรอ’ 

“จริงสิ ถึงเวลา ฉันจะขอให้ทุกคนช่วยเอง ตอนนี้ไม่ต้องทำอะไรหรอกนะ ตกลงไหม” 

‘อื้ม ก็ได้!’ 

สายตาเชลซีทิ่มแทงไม่เบา แต่อย่างน้อยเธอก็โล่งใจว่าสีหน้าเศร้าหมองของภูตค่อยกลับมาร่าเริงดังเดิม 

หญิงชราถอนใจเหมือนช่วยไม่ได้ 

“รูริ ขอเตือนเจ้าอย่างหนึ่ง คราวนี้เจ้าก็น่าจะเข้าใจแล้ว ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า พวกภูตก็พร้อมจะลงมือทันที จากนี้ไปคงจะมีใครต้องการใช้ประโยชน์จากเจ้าด้วย ข้าจะสอนความรู้ทุกอย่างเท่าที่ข้ามีให้กับเจ้า เจ้าก็คงคิดเองตัดสินใจเองได้ว่าอะไรถูกหรืออะไรผิด อย่าให้ใครมาหลอกใช้เจ้าได้เชียวละ” 

“...พูดแบบนี้กับฉันจะดีเหรอคะ” 

“หมายความว่าไงรึ” 

“ก็ตอนฉันหลงทางในป่าไม่มีที่ไป คนที่เก็บฉันมาก็คือคุณเชลซีนี่คะ คุณมีบุญคุณกับฉันจนไม่รู้จะตอบแทนยังไงให้หมดเลยค่ะ ฉันในโลกนี้ก็เหมือนกับเด็กทารกไม่ประสีประสาอะไร คุณจะปลูกฝังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้เอียงตามคุณยังไงก็ได้ เพราะฉันคงจะเชื่อคำพูดของคุณที่เป็นผู้มีพระคุณทุกอย่างเลยนี่คะ?” 

นั่นคือคำถามเป็นนัยว่า คุณก็มีโอกาสจะหลอกใช้ได้แล้วจะไม่ทำหรือ ซึ่งเชลซีก็แค่นหัวเราะตอบ 

“มันฟังเหมือนง่ายก็จริง แต่ก็อันตรายมากด้วย เจ้าฉลาดพอที่จะรู้ตัวว่ามีโอกาสโดนครอบงำ เมื่อรู้แล้วว่าการมัดใจภูตไว้นั้นอันตรายแค่ไหน เจ้าก็จะระวังไม่ให้พวกเขาทำอะไรเลยเถิดแน่นอน แต่โลกนี้ยังมีคนเขลาที่ต่อให้รู้อันตรายของภูต ก็ยังจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่า เจ้าจึงไม่ควรถูกใครชักจูง ขอให้จำข้อนี้เอาไว้ให้ดี” 

“ฉันจะจำเอาไว้ค่ะ แต่ภูตมีพลังขนาดนี้ เกิดฉันนี่แหละคิดขึ้นมาว่าใช้ภูตครองโลกดีกว่า ถึงตอนนั้นจะทำยังไงเหรอคะ” 

“ก็ได้แต่ภาวนาว่าเจ้าจะไม่ทำแบบนั้นแล้วกัน แต่คนใจปลาซิวอย่างรูริคงไม่มีปัญญาทำเรื่องเลวร้ายใหญ่โตปานนั้นใช่ไหมล่ะ ถ้าแค่เล่นซนนิดๆ หน่อยๆ น่ะไม่มีปัญหาหรอก” 

“ไม่ปฏิเสธหรอกค่ะว่าฉันมันใจเล็ก แต่ภูตนี่อันตรายอย่างที่คุณเชลซีพูดจริงๆ เหรอคะ” 

หญิงสาวทำหน้าเหมือนอยากแย้งว่าพวกเขาออกจะน่ารักขนาดนี้ 

ไม่ใช่แค่หน้าตา กระทั่งวิธีการพูดก็ยังคล้ายเด็กเล็กๆ รูริจึงไม่สามารถมองว่าเหล่าภูตเป็นอันตรายได้เลย 

นอกจากนี้ เธอเห็นว่าเวทมนตร์ช่วยให้สะดวกสบายก็จริง แต่ก็คิดด้วยว่าถึงไม่มีเวทมนตร์ คนเราก็ใช้ชีวิตต่อไปได้อยู่ดี 

“แล้วจะค่อยๆ อธิบายให้อีกทีแล้วกัน...ว่าแต่วันนี้เอะอะจังเลยนะ” 

เชลซีหันไปย่นคิ้วใส่ในทิศทางอื่นในขณะที่เธอเอียงคองงๆ 

“ไม่มีใครเอะอะอะไรนี่คะ?” 

เหล่าภูตที่อยู่รอบๆ ตัวเธอต่างก็เงียบกันแล้ว 

“ไม่ใช่ที่นี่ ข้างนอกเขตแดนต่างหาก” 

“เขตแดน?” 

“ข้ากางเขตแดนเวทมนตร์ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นไว้รอบๆ บ้านหลังนี้ คนอื่นจะเข้ามาไม่ได้ ตอนเจ้ามาที่นี่ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง” 

มาย้อนคิดดูก็นึกได้ว่าตอนนั้นเธอรู้สึกเหมือนทะลุผ่านสิ่งที่คล้ายม่านบางๆ ก่อนจะจะพบบ้านหลังนี้อยู่ตรงหน้า 

“จะว่าไป ตอนมาที่นี่ก็เหมือนทะลุผ่านอะไรมาค่ะ” 

“ปกติจะต้องโดนเขตแดนกันไว้เข้ามาไม่ได้หรอกนะ แต่เวทมนตร์พวกนี้จะไม่ได้ผลกับคนที่มีพลังเวทสูงกว่า ตอนแรกข้าถึงตกใจ มาดูก็เจอยัยเด็กหน้ามอมแมม แถมโดนเป็นลมใส่อีก” 

“...ขอโทษจริงๆ ค่ะที่รบกวน” 

ว่าแล้วเธอกับเชลซีก็ไปดูเขตแดนด้วยกัน 

จากตอนแรกที่ไม่ทันรู้ตัว มายามนี้เมื่อแยกแยะพลังเวทออกแล้ว รูริก็สัมผัสได้จากพลังเวทว่าที่นี่มีเขตแดนอยู่ 

เธอมองอย่างสนอกสนใจ และพบตัวต้นเหตุในไม่ช้า 

“...อ๊ะ! เจ้าสัตว์ประหลาดตอนนั้น! แถมเอาวิกฉันไปใส่ด้วย” 

สัตว์ร้ายขนาดใหญ่ที่มีลำตัวเหมือนหมี หน้าเหมือนหมูป่าและหางเหมือนแมงป่องนั้นกำลังพุ่งตัวชนเขตแดนอยู่ไม่เลิก 

บนหัวของมันใส่วิกสีน้ำตาลที่รูริคงทำตกตอนวิ่งหนีมันนั่นเอง 

อุตส่าห์ไปเก็บมาอีก... 

“สงสัยจะหิวเลยตามมาจะกินฉันแน่เลย...คุณเชลซี เรารีบหนีกันดีกว่า!” 

เธอหันไปดึงเสื้อหญิงชรา หากอีกฝ่ายก็ไม่ยอมขยับ 

“ใจเย็นก่อน ถ้าพลังเวทไม่สูงพอก็ผ่านเขตแดนข้ามาไม่ได้หรอก สบายใจเถอะว่าเจ้าสัตว์มารนี่ทำไม่ได้แน่ๆ” 

“สัตว์มาร?” 

“สัตว์ที่ต่างจากสัตว์ทั่วไปตรงที่มีพลังเวทอยู่...แต่แปลกจริง ปกติมันไม่เคยทำแบบนี้เลยนี่นา” 

พอเชลซีกำลังครุ่นคิดอยู่ พวกภูตก็พากันโพล่งขึ้นมา 

‘เขาเอาผมของรูริมาให้เท่านั้นเอง’ 

“ไม่ได้จะมาทำร้ายกันเหรอ” 

‘ไม่ใช่สักหน่อย รูริทำของตก เลยเก็บมาให้ต่างหาก’ 

‘ไม่ทำร้ายหรอก ตอนอยู่ในป่าก็ช่วยคุ้มครองรูริด้วย’ 

ฟังจากคำของภูต หลายวันที่รูริปลอดภัยอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและสัตว์มารนี่ก็เพราะมีสัตว์มารตนนี้แอบตามคุ้มครองอยู่นั่นเอง 

มันซ่อนตัวไว้เพราะไม่อยากให้รูริกลัว แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้เลยโผล่มาหา แน่นอนว่ารูริกลัวจนหนีไป ซึ่งฝ่ายสัตว์มารก็พลอยไล่ตามโดยสัญชาตญาณไปด้วย 

ท่าทีเกรี้ยวกราดในตอนนั้นไม่ใช่เพราะเจอเหยื่อ แต่เป็นเพราะดีใจจนควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่ พอหารูริไม่เจอจึงค่อยได้สติ ที่เก็บวิกที่เธอทำตกไว้มาก็เพราะอยากจะขอโทษ แต่รอแล้วรอเล่ารูริก็ไม่มาเสียที เลยลงมือใช้กำลังเป็นวิธีสุดท้าย 

ราวกับยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์ก็ไม่ปาน 

“มันมีพลังเวท เลยถูกคลื่นของรูริดึงดูดใจไว้เหมือนพวกภูตสินะ” 

“นี่ทุกคนพูดกับสัตว์มารตัวนี้รู้เรื่องด้วยเหรอ” 

สัตว์มารเพียงแต่ส่งเสียงฮึ่มแฮ่ แต่ดูเหมือนเหล่าภูตจะเข้าใจว่ามันต้องการบอกอะไร รูริจึงถามขึ้นมาให้แน่ใจ 

‘อื้ม รู้เรื่องสิ’ 

“ถ้าพูดกับภูตรู้เรื่อง ก็ฝากบอกกันมาก็ได้นี่นา...” 

จะได้ไม่ต้องมารออยู่ตั้งหลายวัน หากฝ่ายภูตก็เพียงตอบเฉยๆ ว่า ‘ลืมไปเลย’ และเธอคงไม่ได้คิดไปเองว่าเห็นสัตว์มารทำไหล่ตกเหมือนท้อใจ 

หญิงสาวออกเขตแดนไปหาสัตว์มารอย่างระมัดระวัง มันหยิบวิกบนหัวมายื่นให้ เธอจึงรับไว้อย่างอดกลัวไม่ได้ 

“ขอ ขอบคุณนะ...” 

พอรูริขอบคุณ มันก็ร้อง “มอรรรรร์” เสียงสนั่นทำให้เธอสะดุ้งโหยง 

‘เขาอยากให้รูริลูบหัวน่ะ’ 

“เอ๋ เอาจริงสิ?” 

สัตว์หน้าตาประหลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่านั้นน่ากลัวไม่เบา เป็นไปได้เธอก็อยากจะปฏิเสธ 

แต่เมื่อเห็นมันย่อตัวลงมาจ้องมองเธอด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างคาดหวัง หญิงสาวก็ไม่สามารถบอกเช่นนั้นไปได้ 

มือยื่นไปที่หัวของสัตว์มารในขณะที่ขาเตรียมพร้อมหนีตลอดเวลา ก่อนจะลูบใบหน้าที่คล้ายกับหมูป่าของมัน 

มันครางเสียงยินดีเหมือนกับออดอ้อน แต่เสียงนั้นต่ำจนเธอแอบกลัวนิด...ไม่สิ กลัวมากเชียวละ 

ผิดคาดที่ขนของมันอ่อนนุ่มกว่าที่เห็นมากทีเดียว 

“อ๊ะ ลูบดูแล้วนุ่มมือกว่าที่คิดแฮะ” 

พอได้ยินดังนั้น เหล่าภูตก็แห่มาร่วมพิสูจน์ด้วย 

นับจากวันนี้ ชีวิตของรูริก็มีสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นหนึ่งตัว 

 

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite 

https://bit.ly/368lZi2 

ความคิดเห็น