facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #01​ คู่อริ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2563 14:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
#01​ คู่อริ
แบบอักษร

"เฮือก..." ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยตวามตกใจ และยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นว่าตัวฉันนั้นเปลือยเปล่า ไร้ซึ่งอาภรณ์ใดใดห่อหุ้ม ไหนจะรอยจ้ำช้ำๆทั่วตัวนี่อีกล่ะ ซวยแล้ว ยัยเมลเอ๋ย เมาจนไปนอนกับใครมาล่ะเนี่ย อุตส่าห์รักษาความบริสุทธิ์มานาน 20 กว่าปี กลับมาเสียซิงเพียงเพราะความเมา กับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ

"อืมม.." เสียงครางเบาๆดังขึ้นจากข้างหลังฉัน ฉันค่อยๆหันไปมองกับคนข้างๆที่น่าจะเป็นเจ้าของรอยช้ำบนตัวฉัน ใบหน้าของเขากำลังหลับสนิท ใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดของเขาทำให้ฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งทีเดียว และฉันคงจะจับเขาเป็นแฟนทันทีถ้าไม่ติดว่าฉันมีแฟนอยู่แล้วในตอนนี้

"เชี่ยยยย" ฉันค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงอย่างทุลักทุเล และไม่ลืมหยิบผ้าห่มบนเตียงมคลุมตัวเองด้วย ฉันค่อยๆหยิบเสื้อผ้าที่ถูกกระชากจนขาดคนละทางมาดูอย่างเคร่งเครียด มันต้องรุนแรงขนาดไหนวะ เสื้อผ้าฉันจึงขาดไม่มีชิ้นดีอย่างนี้ และเมื่อไม่มีทางเลือก ฉันจึงเดินอย่างทุลักทุเลไปแอบเปิดตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ของเขา และหยิบเสื้อแบรนด์เนมจากตู้เขามาใส่แทน

"เชี่ย...แล้วที่นี่ที่ไหนวะเนี่ย" ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงของเขามาสะพายและค่อยๆย่องออกมาจากห้องหรูที่มีผู้ชายลึกลับนอนอยู่ หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีกนะ นายหน้าหล่อ

"อ้าว ที่นี่มันม.น้ำนี่นา" ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ แถวนี้ฉันรู้จักดี เพราะแฟนฉันเรียนอยู่ที่นี่ และยังอยู่คอนโดหรูตรงข้ามกับคอนโดที่ฉันยืนอยู่ด้วย ฉันไม่รอช้ารีบขึ้นแท็กซี่กลับไปยังบ้านทันที วันนี้ฉันมีนัดทานข้าวเย็นกับครอบครัวใหม่ของแม่ที่บ้านท่าน ฉันบอกแม่ว่าจะไปแต่เช้า แต่ตอนนี้มันบ่ายสามแล้ว มีหวังโดนแม่บ่นอีกแน่เลย

...............................................................................................................................

"พี่เมล โห เสื้อแบรนด์เนมเลยเหรอพี่" เสียงน้องชายแก่แดดวัย 15 ปีของฉันเอ่ยทักฉันทันทีที่ฉันมาถึง เพราะกว่าจะมาถึงที่นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันจึงไม่มีเวลาไปเปลี่ยนชุดให้เสียเวลา และตรงมาที่บ้านแม่ทันที

"รู้จักด้วยเหรอเรา แบรนด์นมแบรนด์เนมอ่ะ" ฉันลูบหัวเขาเบาๆอย่างเอ็นดู

"โห่พี่ เสื้อแบรนด์นี้ ผมโคตรอยากได้เลย แต่พ่อกับแม่ไม่ซื้อให้ ถ้าพี่เบื่อเมื่อไหร่ ก็โยนมาให้ผมนะพี่"

"ฮ่าๆ ได้ อีกสองอาทิตย์พี่จะยกให้เลย" ฉันหัวเราะเบาๆ กับน้องชายต่างพ่อของฉัน ขอแค่ฉันซักเสร็จ ฉันจะยกเสื้อตัวนี้ให้เขาเลย ดีนะที่ใส่เสื้อแบรนด์เนมเขามา อย่างน้อยก็หยิบเสื้อแพงๆติดตัวมาล่ะว้า

"ทำไมวันนี้พี่มาช้าจังอ่ะ เห็นแม่บอกว่าจะมาตั้งแต่เช้าแล้ว"

"มีธุระนิดหน่อย ไม่ได้บอกแม่ด้วย เตรียมตัวโดนบ่นได้เลย" ฉันกับน้องชายพูดคุยพลางเดินมาเรื่อยๆ และทันทีที่แม่เห็นฉัน แม่ก็ไม่วายบ่นฉันตามเคย

"ยัยเมล ทำไมหน้าแกโทรมขนาดนั้นล่ะ เหมือนไปฟัดกับผู้ชายที่ไหนมา"

"อึก..." ฉันสะอึกเล็กน้อยกับคำพูดของแม่ แม่พูดเหมือนรู้เลยอ่า

"แม่ หนูไปทำรายงานบ้านเพื่อนมา ไม่ได้นอนทั้งคืนก็โทรมแบบนี้แหละ"

"เออ เอาให้จริงหน่า อย่าให้แม่รู้ว่าแกไปนอนกับผู้ชายไปทั่ว แล้วท้องมาหาแม่นะ แม่จะคว้าอีโต้ไล่สับแกตั้งแต่หน้าบ้านยันหน้าปากซอยเลย"

อึก ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างกลัวๆ แม่ ลูกสาวแม่ไม่ได้มั่ว แต่ไปนอนกับผู้ชายมาจริงๆอย่างที่แม่เดาน่ะแหละ

"แหม่แม่ก็ พูดเหมือนไม่รู้จักลูกสาวตัวเอง หนูไม่มั่วผู้ชายหรอกแม่ ยังซิงอยู่แม่" ใช่ฉันโกหกแม่ออกไปแล้ว

"อืม หัดเก็บความบริสุทธ์ไว้ให้เจ้าบ่าวในอนาคตบ้าง ไม่ใช่แจกจ่ายไปทั่ว เป็นสาวเป็นนาง รักนวลสงวนตัวให้มากๆ" ฮือ ฉันอยากจะร้องไห้กับคำพูดของแม่ ในเมื่อฉันไม่สามารถเก็บความบริสุทธ์ไว้ให้เจ้าบ่าวในอนาคตของฉันอีกแล้ว มันเสียไปพร้อมกับความเมาของลูกสาวแม่เมื่อคืนนี้เอง

"ค่าคุณแม่ขา"

หลังจากนั้นพวกเราก็รวมตัวกันกินข้าวเย็น พ่อกับแม่ฉันเขาหย่ากันตั้งแต่ฉันอายุ 5 ปี ตอนแรกฉันก็อาศัยอยู่กับแม่ แต่หลังจากนั้นแม่ก็แต่งงานใหม่ และท้องน้องชายฉันขึ้นมา ฉันเลยต้องย้ายมาอยู่กับพ่อต่อ ตั้งแต่นั้นมาฉันก็อาศัยอยู่กับพ่อและย่ามาตั้งแต่เด็ก จนฉันโตขึ้น จึงมีโอกาสย้ายมาอยู่หอพักที่ใกล้มหาลัยมากขึ้น และฉันก็ต้องมากินข้าวกับแม่ทุกเดือน เหมือนวันนี้ไงล่ะ

"คืนนี้นอนนี่ไหม" แม่ถามฉันขึ้นมา ฉันส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก

"ไม่อ่ะแม่ หนูมีงานค้างอยู่ ต้องรีบกลับไปทำ เดี๋ยวหนูนังแท็กซี่กลับเอง" ฉันปฏิเสธแม่ไป เพราะฉันอยากอาบน้ำเต็มทีแล้ว ตั้งแต่ตื่นมาฉันยังไม่ได้อาบน้ำชำระล้างตัวเลยนะ

"แล้วเรื่องความรักกับน้ำล่ะ ยังคบกันดีอยู่หรือเปล่า"

"ก็เรื่อยๆอ่ะแม่ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ ต่างคนต่างงานเยอะน่ะ"

"อือ แล้วเค้าดีกับแกรึเปล่า"

"ก็ดีอ่ะแม่ เหมือนตอนคบกันใหม่ๆเลย"

"แล้วนอนด้วยกันหรือยัง"

"แม่ ก็บอกอยู่ว่ายังซิงอยู่ คิดว่าหนูจะนอนกับมันรึไง วันๆเอาแต่เรียน เล่นเกมเข้าชอป ก็ไม่มีเวลาจะนอนแล้ว จะให้หนูเอาเวลาที่ไหนไปนอนกับมัน"

"ก็ดี แม่ไม่อยากให้แกมอบความซิงของแกให้ใครไปเรื่อย เพราะวันหนึ่งแกเจอคนที่แกอยากมอบให้เขาจริงๆ แกจะได้ไม่เสียดายทีหลัง"

"แหะๆ แม่ไว้ใจเมลเลย ไม่มีวันนั้นหรอก" ฉันตัดสินใจไม่บอกเรื่องนี้ให้กับแม่รู้ เพราะมันก็แค่วันไนท์แสตนด์ เสียไปแล้วก็เสียไป แค่ฉันไม่บอก มันก็คงไม่มีใครรู้หรอก

และหลังจากที่ฉันได้กินข้าวกับแม่เสร็จ ฉันก็นั่งแท็กซี่กลับมาที่หอพักตัวเองต่อ แต่ยังไม่ทันเข้าหอพักไอ้คุณแฟนตัวดีที่หายหน้าหายตาไปหลายวันก็ส่งข้อความที่ทำให้ฉันต้องรีบร้อนออกจากหอพักไปทันที

Namm: เมล มาประกันตัวหน่อยดิ

Numm: sent location

ทันทีที่ฉันเห็นโลเคชั่นที่เขาส่งมาให้ ฉันก็ต้องรีบร้อนออกจากหอโดยที่ยังไม่ได้เข้าห้องเลยสักนิด เพราะโลเคชั่นที่เขาส่งมา คือ สน.ตำรวจนี่สิ

"แล้วอย่าไปมีเรื่องกับใครอีกล่ะ"

"ครับ"

"อ้าว ไปได้" ฉันมองพวกเพื่อนๆและน้ำแฟนของฉันที่นั่งนอบน้อมต่อหน้าพี่ตำรวจอย่างขำๆ ต่อหน้าตำรวจแล้วหน่อมแน้มชิบหาย

"เชี่ยยย นึกว่าจะได้นอนคุกซะแล้ว" เสียงทีป เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของเขาพูดขึ้น

"ขอบใจมากนะเมล เดี๋ยวโอนเงินคืนให้" น้ำพูดขึ้น เขาโอบคอฉันลงบันไดลงมาอย่างสบายๆ ผิดกับใบหน้าตอนอยู่กรงขังอย่างลิบลับ

"เออ ขอค่าน้ำมันด้วยล่ะ จะเก็บให้คุ้มเลย"

"สัส ขี้งกว่ะ มึงอ่ะ" น้ำพูดขึ้นอย่างขำๆ

"แหม่ กูไม่ได้รวยแบบมึงนี่หว่า แค่เศษเงินกูก็งกโว้ย" ฉันเดินลงมาเรื่อยๆจนถึงรถของพวกเพื่อนๆของน้ำที่ถูกตำรวจยึดมา และขณะที่ทุกคนกำลังจะขึ้นรถนั่นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังของพวกเราทันที

"เชี่ย คนแบบพวกมึงสามารถประกันตัวได้ด้วยเหรอวะ" ฉันหันไปก็พบเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับพวกเรา ดูเหมือนรถเขาก็โดนยึดมาเหมือนกัน

"สัส" แต่ทีปกลับทำท่าจะเดินเข้าไปต่อยมันอีก

"เอาดิ ต่อยกูครั้งนี้ มึงได้นอนคุกยาวแน่ อย่าหวังเลยว่าจะได้ประกันตัวเหมือนคราวนี้" สิ้นเสียงของอีกคน ทีปก็เหมือนจะยอมลดหมัดลง มันสบถอย่างโมโหและเดินเข้ารถไป เพื่อนคนอื่นๆก็เลิกสนใจพวกมัน และทยอยเข้ารถไปทีละคนๆจนเหลือแต่ฉันยืนอยู่คนเดียวนอกรถ

"เชี่ยส์ เขาใส่เสื้อมึงป่าววะ โคตรเหมือนเสื้อมึงเลย ขาดที่เดียวกันด้วย เด็กมึงอ่อวะไอ้รักษ์"

กึก! ฉันหันไปอีกฝั่งอย่างตกใจ พลันหันมามองเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ เออ มันมีรอยขาดเล้กๆตรงชายเสื้อ น่าจะโดนอะไรสักอย่างเกี่ยวเข้า

"เออ เหมือนแต่ไม่ใช่ว่ะ" ฉันหันไปมองตามเสียง ก็พบเข้ากับใบหน้าที่คุ้นเคย ที่ฉันเพิ่งจากเขามาได้ประมาณ 10 ชั่วโมง และที่สำคัญเสื้อที่ฉันใส่อยู่นี่ดันเป็นเสื้อเขาจริงๆนั่นแหละ เขาสบตาฉันด้วยสายตานิ่งขรึม มองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ มุมปากเขาเหยียดยิ้มเล็กน้อยเหมือนพอใจอะไรสักอย่าง ตึก ตัก ตกตัก ใจฉันเต้นรัวเหมือนคนที่กำลังจะถูกจับได้ ไม่หรอก เขาจำฉันไม่ได้หรอก

"เมล เข้ามา"

"ออ" ฉันรับคำของน้ำพลันรีบแทรกตัวเข้าไปในรถอย่างรวดเร็ว และไม่หันไปมองทางเขาอีกเลย ได้แต่หวังว่าเขาจะจำฉันไม่ได้นะ

"เป็นไร พวกมันพูดไรกับมึง" น้ำถามฉัน ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่ได้พูดกับฉันหรอก เขาพูดกับเพื่อนเขาต่างหาก

"ทำไมถึงไปมีเรื่องจนเข้าสน.ได้ล่ะเนี่ย" ฉันเบี่ยงเบนประเด็และถามพวกเขาแทน แต่ละคนเริ่มอึกอัก ยกๆยักๆไม่ตอบคำามสักที

"พวกห่านั่นกวนตีนพวกกูก่อน" ทีปพูดขึ้น และทุกคนก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามตาม

"รู้จักกันเหรอ"

"เออ คณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน แต่เสือกเป็นอริกัน" ทีปพูดขึ้น และทุกคนก็พยักหน้าให้ฉันหงึกหงักอีกครั้ง

"มีเรื่องกันหลายครั้งแล้วว่างั้น"

"ป่าว เขม่นกันมานานละ ครั้งนี้ทนไม่ไหว กวนตีนเกิ๊น เลยใส่เต็มแรงเลย นั่นแหละ สุดท้ายก็มาจบที่นี่ คุกๆๆๆ" ทีปแกล้งสำลักไอออกมาเป็นจังหวะ ทุกคนก็พยักหน้าอีกครั้ง ฉันหายใจเข้าออกลึกๆ หวังว่าเขาจะจำฉันไม่ได้และคงไม่ไปบอกกับน้ำและเพื่อนๆเขาหรอกนะ ในเมื่อพวกเขาเป็นอริกันนี่

ความคิดเห็น