email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2563 11:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5.2
แบบอักษร

 

กับแก้มและเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ็คใหญ่ถูกย้ายจากโต็ะในสวนหย่อมหลังบ้านมาตั้งบนโต๊ะอาหาร กลิ่นของผัดขี้เมาทะเลและอาหารหอมฟุ้งไปทั่วห้องอาหารชวนให้น้ำลายสอ สองหนุ่มจึงไม่รีรอที่จะตักอาหารมาใส่ในจานของตัวเอง

“ วันนี้ลาภปากแท้ๆ ที่น้องแพรมาทำอาหารเย็นให้พี่กินถึงที่บ้าน ” สรวิทย์พูดขึ้นแล้วตัดกุ้งตัวโตเข้าปาก

“ กับแก้มอย่างดีเลยใช่ไหมล่ะพี่หนุ่ม ” สุรนันทน์ถามพี่ชายอย่างยียวน

“ ก็ใช่น่ะสิ ผัดขี้เมาทะเลกินกับเบียร์เย็นๆ สุดยอดเลย ” หนุ่มพูดทั้งที่กุ้งยังเต็มปาก

แพรวาได้แต่ยิ้มรับคำชมไม่ได้พูดอะไรสักคำ

ปวีณ์สังเกตุที่นิ้วของอดีตภรรยาทั้งสองข้างแล้วขมวดคิ้วถาม “ ไปโดนอะไรมา? ” เขายังต้องอยู่ที่นิ้วมือของเธอ

แพรวาลดมือลงมาไว้ที่ตัก “ เปล่า ” เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ แพรมันไประบายอารมณ์กับกระสอบทรายมาน่ะพี่วีนิ้วมันก็เลยแดงเถือกทั้งแปดนิ้วไง ” สุรนันทน์ตอบแทนให้แพรวาจึงหันควับไปค้อนใส่ตาเขียว

“ อ้อ ” ปวีณ์พยักหน้าเข้าใจแล้วยิ้มมุมปากเหล่มองแพรวาที่ยังทำหน้าง้อต้อนสุรนันท์อย่างเอาเรื่อง

“ ค้อนฉันทำไม? ฉันพูดเรื่องจริง ” สุรนันทน์ทำไม่สนใจสายตาของเพื่อนแล้วตักข้าวเข้าปาก

“ แล้วนี่สองคนจะไปทำงานที่ระยองกันเมื่อไหร่ ” สรวิทย์เปลี่ยนเรื่องสนทนา

“ แพรต้องไปวันพฤหัสบดีค่ะคุณกรอยากไปดูสถานที่ให้เรียบร้อยก่อน ส่วนทีมงานจะตามไปวันศุกร์ ” แพรวาตอบ

“ ไปกันสองคนเรอะ ” หนุ่มทำเป็นถามเสียงดังแต่ปวีณ์ที่นั่งจอบเบียร์อยู่ทำท่าไม่สนใจ หนุ่มจึงพูดขึ้นอีก

“ คุณกรนี่ใช่คนที่สาวเล่าว่าไปรับไปส่งน้องแพรอยู่ใช่ไหม ” คำถามของหนุ่มทำเอาปวีณ์ฉุนกึกกำกระป๋องเบียร์ในมือแน่น สรวิทย์จึงเหยียดยิ้มอย่างพอใจ

“ ค่ะ ” แพรวาตอบสีหน้าเรียบๆ

“ เขาตามจีบน้องแพรอยู่ใช่ไหม ”

แค่ก แค่ก... ปวีณ์กำลังยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มสำลักจนหน้าแดงก่ำ

“ พี่วี! ” สุรนันทน์รีบส่งกระดาษทิชชูให้ปวีณ์ที่สำลักเบียร์จนหน้าแดง แพรวาหันมาเห็นเข้าพอดีแทบจะขำออกมาแต่ก็กลั้นเอาไว้เธอทำเป็นไม่สนใจหันไปตอบคำถามของหนุ่ม

“ เปล่าหรอกค่ะพี่หนุ่ม คุณกรก็แค่ต้องขับรถผ่านทางนั้นพอดีก็เลยแวะรับแพรไปด้วย ” แพรวาชายตามองปวีณ์นิดนึงแล้วจึงพูดต่อ

“ คุณกรเป็นคนใจดีค่ะไม่ถือตัวว่าเป็นเจ้านายเวลาแพรทำงานกับคุณกรแพรไม่เคยรู้สึกอึดอัด ”

“ ฮึ! ” ปวีณ์ฮึดอัดลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินลงส้นเท้าตึง ๆ ไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

ประตูห้องน้ำปิดเสียงดัง โครม! ทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในห้องอาหารสะดุ้งไปตาม ๆ กัน

“ ดูท่าไอ้วีมันคงของขึ้น ” สรวิทย์พูดพลางยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาจิบ

“ อย่าไปสนใจเลยค่ะ เรากินข้าวเถอะ ” แพรวายิ้มมุมปากรู้สึกสะใจที่ทำให้ปวีณ์เสียอาการได้

ส่วนคนที่เสียอาการทำตัวเองขายหน้าจนต้องหลบมาเข้าห้องน้ำ กำลังสูดลมหายใจเข้าออกควบคุมสติอารมณ์อย่างยากลำบาก เขายืนจ้องหน้าตัวเองในกระจกปากก็ขมุบขมิบ

“ คุณกรเขาเป็นคนดี คุณกรเขาน่ารักไม่ถือตัว ” ปวีณ์จับปากจีบคอทำเสียงเล็กน้อยแล้วเบ้ปาก

“ ที่อยากจะหย่านักก็เพราะไอ้หน้าเต้าหู้นี้ใช่ไหม อย่าหวังเลยแพรวา ” ริมฝีปากหยักยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

ปวีณ์เช็ดหน้าเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้องน้ำ สีหน้าของเขาดูสงบนิ่งแต่ดวงตายังแวววาวด้วยความร้อนในใจที่ยังดับไม่ได้ พอเดินมาถึงโต๊ะอาหารเขาก็หย่อนตัวลงนั่งมองหน้าแพรวาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่แพรวาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนมันทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย

“ วี มึงเป็นยังไงบ้างวะ ” สรวิทย์ถามขึ้น

ปวีณ์ยิ้มมุมปากคล้ายจะยิ้ม “ กูไม่ได้เป็นอะไร ” เขาตอบเสียงเรียบ

“ ไม่เป็นไรแล้วก็กินข้าว ” หนุ่มตักกับข้าวใส่จานของปวีณ์แต่เจ้าตัวผลักจานข้าวออก

“ อาหารรสชาติเดิม ๆ ฉันกินจนเบื่อแล้ว ” เขาพูดพลางเหล่มองแพรวาแล้วพูดต่อ

“ แกอยากกินก็กินไปไม่ต้องมาชวนฉัน ” ปวีณ์หยิบเอากระป๋องเบียร์อันใหม่ขึ้นมาเปิดแล้วยกดื่มรวดเดียวจนหมด จากที่ตอนแรกแดงเพียงใบหน้ามาตอนนี้จึงแดงไปจนถึงคอและใบหู

“ กินขนาดนั้นแกจะขี่รถกลับบ้านยังไงวะ ” สรวิทย์หันมาว่าปวีณ์แต่เขาไม่สนใจหยิบกระป๋องใหม่ขึ้นมาเปิดอีก

“ ถ้าขี่รถกลับไม่ไหวก็ให้เขานอนที่นี่สิคะ ” แพรวาพูดลอย ๆ

“ แค่เบียร์ไม่กี่กระป๋องทำอะไรคนอย่างปวีณ์ไม่ได้หรอก ”

“ เบียร์ทำอะไรคนอย่างคุณปวีณไม่ได้ แต่ด่านตำรวจคงจะทำให้คุณปวีณ์เข้าไปนอนในคุกได้ ” สรวิทย์พูดพลางดึงกระป๋องเบียร์ออกจากมือของปวีณ์

ปวีณ์มองหน้าหนุ่มตาขวางดูน่ากลัว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่แล้วยิ่งเดือดดาลได้ง่ายขึ้น

“ ปล่อยเขาเถอะค่ะเข้าไปนอนสงบสติอารมณ์ในคุกบ้างก็คงจะดี จะได้สงบสติอารมณ์ได้บ้าง ” แพรวาพูดจบก็ช่วยสุรนันทน์ยกจานชามเข้าไปล้างในห้องครัว

ปวีณ์มองตามหลังแพรวาไปดวงตาเหมือนกำลังคิดอะไนบางอย่างที่หนุ่มเองก็อ่านไม่ออก

แพรวาช่วยสุรนันทน์ล้างจานจนเสร็จเรียบร้อยเธอจึงขอตัวกลับบ้านเพราะค่ำมากแล้ว

“ ให้ฉันขับรถไปส่งแกที่บ้านไหม ” สุรนันทน์ถามขึ้น

“ ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวเรียกแท็กซี่เอาดีกว่า ”

“ แต่มันดึกแล้วนะ อีกอย่างก็แกแต่งตัวแล้วฉันไม่อยากให้แกนั่งแท็กซี่กลับไปคนเดียว เอาอย่างนี้ดีกว่า ” สุรนันทน์สาวเท้ารวดเร็วมาที่ห้องอาหาร

“ พี่วี แพรมันจะกลับแล้วพี่ก็กลับไปกับแพรเลยนะทางเดียวกันนั่งรถแท็กซี่ไปด้วยกันสาวจะได้ไม่ต้องห่วงมันด้วย ”

“ สาวฉันกลับคนเดียวได้ ไม่ต้องการเพื่อนกลับบ้าน” แพรวาทำหน้าบึ้งตึงมองสุรนันทน์

“ ไม่ต้องห่วงพี่ตะส่งเพื่อนสาวให้ถึงประตูบ้านเลย ” ปวีณ์ยิ้มนัยน์ตาฉ่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

“ ไอ้สาว! ” แพรวาเอ็ดสุรนันทน์ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อข้อมือเล็กๆ ของเธอก็ถูกปวีณ์กำเอาไว้แน่น

“ ไปแพรกลับบ้าน ” ปวีณ์ไม่ฟังเสียงใคร ไม่รอให้แพรวาปฏิเสธเขาดึงข้อมือเธอให้เดินตามออกมาที่หน้าบ้าน สุรนันทน์รีบเอากระเป๋าสะพายของแพรวามาส่งให้ปวีณ์ เขาก็รับเอาไว้แล้วนำมาสะพายที่หัวไหล่ แพรวาหันรีหันขวางหูขวางร่างผอมบางถูกดึงให้เดินตามไปอย่างขัดขืนไม่ได้

ที่หน้าบ้านมีรถแท็กซี่มาจอดรออยู่แล้ว ปวีณ์ดันตัวแพรวาเข้าไปในรถแล้วตามเข้าไปนั่งข้าง ๆ แพรวาต้องรีบขยับตัวเองเข้าไปอีกด้าน เธอค้อนปวีณอย่างเหลืออดแต่เจ้าตัวทำไม่สนใจทั้งยังโบกมือให้หนุ่มและสุรนันทน์พร้อมรอยยิ้ม

รถแท็กซี่เคลื่อนออกไปตามถนนแล้ว สองพี่น้องก็หันมามองหน้ากันและยกมือขึ้นมาตบกันเสียงดัง

“ มันคงไม่ไปตีกันกลางทางจนแท็กซี่เขาไล่ลงนะ ” สรวิทย์พูดขึ้น

“ ไม่หรอกพี่หนุ่ม ไม่แน่นะอาจจะคืนดีกันเร็วขึ้นก็ได้” สุรนันทน์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

บรรยากาศในรถแท็กซี่อึมครึมน่าอึดอัดแม้กระทั่งคนขับเองยังรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กับสีหน้าของผู้โดยสารทั้งสองคนที่นั่งกอดอกหันหน้าออกไปมองคนละทาง แต่สายตาของคนขับที่มองผ่านกระจกมองหลังมาดูจะสนใจเรียวขาวของแพรวาจนปวีณ์ต้องถอดเสื้อแจ็กเก็ตของเขาออกมาคลุมขาของแพรวาเอาไว้แล้วจ้องกลับไปที่กระจกมองหลัง คนขับจึงรีบกลับไปมองที่ถนนใหญ่

“ อย่าใสกระโปรงสั่นขนาดอีกนะ ” ปวีณ์พูดขึ้นได้ยินเพียงสองคน

“... ” แพรวาไม่พูดอะไรแต่ขยับเสื้อเจ็กเก็ตที่ปิดขาเธออยู่ให้มิดชิดขึ้น

“ จะไประยองวันพฤหัสใช่ไหม ”

“ ค่ะ ”

“ แล้วจะไปถึงกี่โมง ”

“ เก้าโมง ถามทำไมคะจะตามไปหรือไง ”

“ ถามเฉย ๆ ” ปวีณ์ทำลอยหน้าไปทางอื่น

“ จะถามทำไม? ” แพรวาบ่นงึมงำผินหน้าออกไปนอกหน้าต่าง

“ ขอดูมือหน่อย ” ปวีณ์คว้าเอามือของแพรวาขึ้นมาพลิกซ้ายพลิกขวาดูแล้วคว้าเอาอีกข้างขึ้นมาดูด้วย แพรวาจะดึงมือของเธอออกแต่ปวีณ์ยิ่งจับเอาไว้แน่นขึ้น

“ มียาทาหรือยัง ”

“ มีที่บ้าน ” แพรวาตอบเสียงอ่อน

“ กลับไปทาซะนะ พรุ่งนี้มันคงจะเขียวแน่ ๆ ” พูดจบเขาก็วางมือเธอลงบนหน้าตักของเธอ

รถขับมาเรื่อย ๆ จนมาจอดที่หน้าบ้านซึ่งเคยเป็นเรือนหอของทั้งคู่ แพรวาเปิดประตูกำลังจะลงรถปวีณ์ก็เปิดลงมาพร้อมๆ กับเธอ เขาก้มตัวลงพูดกับคนขับแท็กซี่

“ รอแป๊บนึงนะพี่ ”

“ พี่วีกลับไปเถอะค่ะ ” แพรวาเดินมายืนอยู่หน้าประตูรั้ว

“ เข้าบ้านสิ ” ปวีณยืนอยู่ที่ประตูรถมองแพรวาจนเธอเปิดประตูรั้วเดินเข้าไปในบ้านเขาจึงกลับเข้าไปในรถ

แพรวาที่เดินมาถึงหน้าประตูบ้านถึงนึกขึ้นได้ว่าเธอถือเสื้อแจ็คเก็ตของปวีณ์ติดมือมาด้วย มือของเธอกระชับเสื้อแจ็กเก็ตเอาแน่นราวกับกลัวใครจะมาแย่งเอาไป น้ำใสเริ่มรื่นขึ้นมาที่ดวงตาทั้งคู่แพรวาจึงเงยหน้าขึ้นไม่ให้มันไหลออกมา

“ หนูแพร ” เสียงป้าศรีนวลดังออกมาจากกำแพงเตี้ยข้างบ้าน

“ ป้าศรี ” แพรวารีบเกลี่ยน้ำตาที่เอ่ออยู่ขอบตาออกแล้วหันไปยิ้มให้ป้าศรีนวล

“ ทำไมวันนี้กลับบ้านค่ำนักล่ะลูก ” ป้าศรีนวลถามด้วยความห่วงใยสายตาก็สอดส่องไปทั่วเหมือนหาอะไรบางอย่าง

“ ป้าศรีมองหาใครคะ ”

“ ป้าเห็นพ่อวีมาส่งหนู แล้วพ่อวีหายไปไหนซะล่ะ ”

“ เขากลับไปแล้วค่ะ ” แพรวาตอบสองแขนกระชับแจ็กเกตแน่น

“ เหรอเสียดายจังป้าเลยอดเจอพ่อปวีณ์เลย เมื่อวันก่อนเขาก็มาหาหนูนะ ” ป้าศรีพูดพลางขยับตัวเข้ามาใกล้กำแพงบ้าน

“ ตอนไหนคะ แพรไม่เห็นรู้เรื่องเลย ” แพรวาขมวดคิ้วสงสัย

“ ก็วันที่พ่อรูปหล่อเอารถสปอร์ตมารับหนูแพรไง เขายังเจอกันเลยนะป้าเห็น ” ป้าศรีนวลทำสีหน้าจริงจังมองดูปฏิกิริยาของแพรวา

“ หนูขอตัวเข้าบ้านก่อนนะคะป้าศรี ” แพรวายิ้มสุภาพค้อมตัวลงเล็กน้อยแล้วเปิดประตูเข้าบ้านไป ป้าศรีนวลจึงต้องเข้าบ้านเพราะไม่มีใครให้คุยด้วย

แพรวายืนพิงประตูบ้านริมฝีปากบางคลี่ยิ้มดวงตาคู่ก็ระยิบระยับเธอรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงแก้มนวลซับสีแดงระเรื่อ

“ หยุดคิดไร้สาระ ” แพรวายังหุบยิ้มไม่ได้กอดกระชับเสื้อแจ็กเก็ตแน่นเข้าซบหน้าลงบนเสื้อพลางยิ้มกริ่ม

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว