email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 4.3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2563 11:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4.3
แบบอักษร

 

การประชุมเสร็จสิ้นลงด้วยดีภายเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงตอนนี้ก็เป็นเวลาพักกลางวันทุกคนจึงแยกย้ายกันออกไปจากห้องประชุมพรประทีป แพรวาและลูกหยีกำลังจะลุกออกจากโต๊ะคิรากรก็เดินตรงเข้ามาหาแพรวาทำให้ปวีณ์มองด้วยสายตาไม่พอใจ

“ คุณแพรครับออกไปกินข้าวกลางวันกับผมนะครับเราจะได้คุยเรื่องที่ค้างเอาไว้ต่อ ” คิรากรพูดขึ้น

ปวีณ์ตาลุกเป็นไฟทันทีที่ได้ยิน ‘ เรื่องคุยค้างเอาไว้ ’ มันเรื่องบ้าอะไรที่ประชุมงานกันเมื่อกี้ก็พูดกันรู้เรื่องแล้วนี่

“ ถ้าอย่างนั้นพี่กับลูกหยีขอตัวก่อนดีกว่า ” พรประทีปกระตุกแขนเสื้อของลูกหยีที่ยังเก็บเอกสารและแท็บเล็ตไม่เสร็จ ลูกหยีจึงรีบรวบเอาทุกอย่างขึ้นมากอดไว้ในอก

“ ไปกินข้าวด้วยกันซีครับคุณพร คุณลูกหยี ” คิรากรทั้งสองคนตามมารยาท

“ ไม่ดีกว่าค่ะ เชิญท่านรองฯ กับน้องแพรเถอะค่ะ เดี๋ยวดิฉันกับลูกหยีไปกินข้าวที่ร้านใกล้แถวนี้สะดวกกว่า” พรประทีปปฏิเสธพร้อมดึงแขนลูกหยีสาวร่างอ้วนที่ยืนทำหน้าเสียดายอยู่ข้างออกไปด้วย

“ พี่พรอ่ะ ทำไมปฏิเสธท่านรองฯ อย่างนั้นล่ะคะ ” ลูกหยีบ่นพึมพำ

“ เธอไม่เห็นสายตาของท่านรองฯ หรือไงยายลูกหยี ท่านก็แค่เชิญตามารยาทไปอย่างนั้น ” พรประทีปทำเสียงดุใส่ลูกน้องคนสนิท

“ อดกินของดี ๆ เลย ” ลูกหยียังคงบ่นกระปอดกระแปด

ในห้องประชุมตอนนี้จึงเหลือเพียงคิรากร แพรวา ปวีณ์และณดา คิรากรจึงต้องเชิญอีกสองคนที่ยังนั่งอยู่ตามมารยาทเช่นกัน

“ ณดา คุณปวีณ์ไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ ”

“ ก็ดีครับเราจะได้คุยเรื่องงานโปรโมทกันต่อด้วย ” ปวีณ์รีบตอบรับคำเชิญอย่างไม่ลังเล ทำเอาแพรวาและณดามองเขาเป็นตาเดียว

“ วี ไหนบอกว่าจะรีบกลับไปทำงานต่อไม่ใช่เหรอ ” ณดาถามด้วยเห็นสายตาของปวีณ์ที่มองแพรวาแล้วทำให้เธอไม่อยากให้ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันอีก ถึงแม้ตะมีคิรากรเป็นก้างอยู่ก็ตาม

“ งานไม่ได้เร่งอะไรเดี๋ยวค่อยกลับไปทำก็ได้ แต่งานของคุณคิรากรสำคัญกว่า ” ปวีณ์ส่งสายตายียวนไปให้แพรวาแต่เธอทำเป็นไม่สนใจ

“ คุณกรคะ เราไปกันเถอะค่ะ ” แพรวาเมินปวีณ์และหันไปยิ้มให้คิรากร เขาพยักหน้าแล้วทั้งสองคนจึงเดินออกไปพร้อมกัน

ปวีณ์กำหมัดแน่นกันฟันกรอดจนปวดหนึบที่กรามทั้งสองข้าง เขารีบสาวเท้าตามทั้งสองคนออกไปอย่างเร่งร้อนณดาจึงต้องรีบตามออกไป

ทั้งสี่คนมาหยุดยืนอยู่หน้าลิฟต์ของผู้บริหาร คิรากรเอื้อมมือไปกดลิฟต์ประตูลิฟต์จึงเปิดออก เขาผายมือให้แพรวาเดินเข้าไปก่อนปวีณ์จึงแทรกตัวตามเข้าไปด้วยทั้งยังยืนเอาตัวบังแพรวาเอาไว้ แพรวาขยับออกมาอีกทางเขาก็ขยับตามเธอขยับอีกเขาก็ตามไปอีกจนแพรวาเริ่มโมโห คิรากรเองก็โมโหแต่ยังเก็บอาการได้ดีเขาผายมือให้ณดาเดินเข้าไปในลิฟต์แล้วจึงตามเข้าเป็นคนสุดท้าย

“ จะเบียดเข้ามาทำไม ” เสียงพูดรอดไรฟันออกมาจากปากแพรวาแต่ปวีณ์ทำเป็นไม่สนใจ

“ จริงสิกร เธอยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าภาพเซ็ตแรกที่ส่งไปให้น่ะใช่ได้หรือเปล่า ฉันกับวีหามุมที่สวยที่สุดของโรงแรมเลยนะ ” ณดาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

“ ก็ใช่ได้แต่ฉันว่ามันยังดีไม่พอ ” คิรากรพูดน้ำเสียงของเขาเย้ยหยันปวีณ์ จนคนถูกดูหมิ่นเรื่องฝีมือเริ่มหัวร้อนอีกรอบ

“ ไม่เป็นไรครับถ้าคุณกรยังไม่พอใจผมจะไปถ่ายภาพให้อีกรอบ ” ปวีณ์พยายามสะกดอารมณ์อย่างที่สุด

“ ก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้นครับ ” คิรากรพูดน้ำเสียงเรียบเรื่อยอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ ฉันกับวีก็ต้องไปที่โรงแรมของเธออีกน่ะสิ แต่ก็ดีที่นั่นบรรยากาศโรแมนติกดีจริงไหมคะวี ” ณดาชายตาแล้วส่งยิ้มให้ปวีณ์

“ ครับ ” เขายิ้มตอบใช้หางตาเหล่มองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังแต่แพรวายังทำหน้านิ่งเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเธอเพียงเม้มริมฝีปากนิดๆ เท่านั้นคนที่ตั้งใจจะยั่วให้เธอหึงจึงเสียอาการไปเล็กน้อยแต่เขาก็ยังเชื่อมั่นว่าแพรวาจะต้องรู้สึกอะไรบ้างไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่เม้มปากอย่างที่ทำอยู่

ประตูลิฟต์เปิดออกคิรากรและณดาที่ยืนอยู่ด้านหน้าเดินออกมาก่อน ปวีณ์เดินตามหลังออกมาพร้อมแพรวา ที่ก้าวเท้ายาวๆ ออกมาให้ห่างเขา

“ กรจะไปร้านไหนฉันกับวีจะได้ตามไปถูก ” ณดารีบขยับตัวเข้าใกล้ปวีณ์ อันที่จริงเธออยากจะเอาแขนกลมกลึงของเธอคล้องเข้าไปในแขนแข็งของเขาแต่ดูจากท่าทางของปวีณ์แล้วอย่าเพิ่งเสี่ยงอะไรจะดีกว่า

“ ร้านชื่อห้องเครื่องอยู่เลยแยกไฟแดงตรงนี้ไปหน่อยติดริมถนนเลย ฉันจะคุณแพรไปกินข้าวที่นั่นบ่อยๆ อาหารอร่อยมากจริงไหมครับคุณแพร ” คิรากรมองหน้าแพรวาแล้วยิ้มหวานให้เธอ แพรวาพยักหน้ารับแล้วยิ้มตอบ

“ ไปกินด้วยกันบ่อย ๆ ” ปวีณ์ทำเป็นพูดงึมงำแล้วเหยียดริมฝีปากอย่างนึกหมั่นไส้

“ เราไปกันเถอะค่ะคุณกร ” แพรวาเดินตามคิรากรไปที่รถของเขาโดยไม่สนใจปวีณ์ที่มองตามเธอไปเลยสักนิด ถ้าเธอจะเริ่มต้นใหม่เธอต้องตัดใจให้ได้และต้องไม่ให้เขามามีอิทธิพลกับหัวใจของเธอ ‘ อดทนแพรวา อดทน ’ หญิงสาวท่องสองคำนี้ในใจ

“ วีคะ วีไปรถณดาเลยดีไหมแล้วค่อยกลับมาเอารถที่นี่ ” ณดาเสนอตัว

“ ผมจะเอารถไปเลยเราจะได้แยกกันตอนกินเสร็จ ” ปวีณ์ตอบแบบไร้เยื่อใย เขารีบสาวเท้ารวดเร็วไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาแล้วขี่มันออกไปทันทีเหมือนกลัวจะตามคิรากรและแพรวาไปไม่ทัน

“ วี! ” ณดาตะโกนตามหลังไปอย่างขุ่นเคือง เธอกำลังนับหนึ่งถึงสิบพร้อม ๆ กับเดินไปที่รถเพื่อจะขับตามทั้งสามคนไปที่ร้านอาหารแต่พอขึ้นรถได้เท่านั้นมืออวบทั้งสองข้างก็ตบลงที่พวงมาลัยอย่างเดือดดาล ดีที่รถของเธอติดฟิล์มสีดำสนิทคนภายนอกจึงมองไม่เห็นสิ่วที่เธอทำ

ร้านอาหารห้องเครื่องเป็นร้านอาหารไทยที่ตกแต่งภายในร้านแบบเรียบง่ายด้วยสีขาวสะอาดพื้นปูด้วยปาเก้สีน้ำตาลเข้มลายไม้ที่เคลือบพื้นจนขึ้นเงาดูตัดกับสีขาวของพนังกำแพงได้อย่างลงตัว ตามพนังตกแต่งด้วยรูปวาดจิตกรรมแบบไทยสวยงามพอเดินเข้ามาด้านในของร้านก็จะเจอกับโต๊ะนั่งรับประทานที่ทำจากไม้เนื้อดีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำบนโต๊ะปูดด้วยผ้าลายลูกไม้สีนวลสบายตา โต๊ะที่คิรากรเลือกอยู่ด้านในติดกับหน้าต่างกระจกบานยาวจึงสามารถมองเห็นสวนหย่อมเล็กๆ ที่ทางร้านจัดเอาไว้ด้านนอกได้

“ เชิญครับ ” คิรากรขยับเก้าอี้ให้แพรวาตามแบบของสุภาพบุรุษ

“ ขอบคุณค่ะ ” แพรวายิ้มรับและกล่าวขอบคุณก่อนจะลดตัวลงนั่ง

ปวีณ์มองดูการกระทำของคิรากรได้แต่นึกหมั่นไส้ในใจ พอเห็นคิรากรจะลดตัวลงนั่งข้าง ๆ แพรวาเขาก็รีบคว้าเก้าอี้ตัวนั้นแล้วนั่งลงทันที แพรวาหันไปค้อนใส่เขาและพูดเบา ๆ ให้ได้ยินเพียงสองคนว่า

“ ไม่มีมารยาท ”

แต่ปวีณ์ไม่ได้สนใจเขานั่งกอดอกเสมองนู่นนี้ไปเรื่อยเปื่อย คิรากรจึงต้องขยับไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับแพรวาแทน ณดาเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจำใจต้องนั่งลงข้างคิรากรทั้งที่เธออยากจะนั่งตรงที่ของแพรวามากกว่า

“ เราสั่งอาหารกันเลยดีไหมครับ ” คิรากรยกมือขึ้นเรียกบริกรของร้านให้เดินเข้ามารับรายการอาหาร

“ คุณแพรจะกินอะไรดีครับ เอาน้ำพริกลงเรืออย่างครั้งก่อนดีไหม ” คิรากรถาม

“ แล้วแต่คุณกรเลยค่ะแพรกินอะไรก็ได้ ” แพรวา ตอบแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม

“ เดี๋ยวนี้กินน้ำพริกเป็นด้วยเหรอ ” ปวีณ์ทำเป็นกระซิบกระซาบถาม

“ ค่ะ อร่อยดีนะคะไม่น่าเบื่อเหมือนของเดิม ๆ ที่เคยกิน ” แพรวาตอบแล้วยิ้มมุมปาก ทำเอาปวีณ์หน้าชารู้สึกเหมือนกำลังโดนกระทบกระเทียบว่าน่าเบื่อ

“ เอาน้ำพริกลงเรือ แกงรัญจวนแล้วก็ยำทวายครับ ณดาจะเอาอะไรเพิ่มก็สั่งเลยนะ ” คิรากรวางเมนูอาหารในมือลง

“ ผมเอาปลากระพงทอดน้ำปลา ” ปวีณ์สั่งอาหารแล้วเหล่ตามองแพรวาเพราะเป็นเมนูที่เธอชอบ

“ แค่นี้ก็เยอะแล้ว ” ณดาพูดขึ้นแล้ววางเมนูในมือลง เธอมองปวีณ์ด้วยสายตาน้อยใจและมองแพรวาอย่างขุ่นเคือง

ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาจัดบนโต๊ะอาหารครบทุกเมนูทั้งสี่คนจึงเริ่มลงมือรับประทาน คิรากรจัดแจงตักน้ำพริกลงเรือให้แพรวาแล้วตักผักเครื่องเคียงให้เธอ แพรวายิ้มรับและขอบคุณเขา เธอตักน้ำพริกลงเรือเข้าปากแล้วจึงตักผักตามเข้าไป

“ เป็นยังไงผักที่ไม่ชอบกินน่ะ อร่อยดีไหม ” ปวีณ์พูด

“ คุณแพรไม่ชอบกินผักหรือครับ ” คิรากรหน้าเสีย

“ แพรกินได้ค่ะคุณกร ” แพรวานึกโมโหที่ปวีณ์พูดมากทำให้เจ้านายของเธอเสียหน้าเธอจึงใช้เท้าเหยียบลงไปที่เท้าของปวีณ์อย่างแรงจนคนถูกเหยียบหน้าเหย

“ เป็นอะไรคะวี ” ณดาถามด้วยเป็นห่วง

“ ไม่เป็นไร ” ปวีณ์หันหน้ามองแพรวาอย่างคาดโทษแต่แพรวาไม่สนใจ

“ น้องแพรนี่ดูทำงานเก่งนะคะ ” ณดาทำเป็นพูดชมแพรวา แพรวายิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไร

“ คุณแพรทำงานเก่งมากนะณดาและงานที่คุณแพรรับผิดชอบไม่เคยผิดพลาดสักครั้ง ” คิรากรพูดอย่างชื่นชม

“ พี่ก็หวังว่าการทำงานร่วมกันของเราครั้งนี้จะไม่มีข้อผิดพลาดนะคะ น้องแพรอึดอัดใจหรือเปล่าที่จะต้องทำงานกับพวกพี่ ” ณดาส่งสายตาให้ปวีณ์

“ แพรไม่อึดอัดหรอกค่ะ เพราะแพรไม่เคยเก็บเอาเรื่องที่มันผ่านไปแล้วมาใส่ใจ อีกอย่างแพรเป็นมืออาชีพแพรจะไม่เอาเรื่องส่วนตามาปนกับเรื่องงาน ” แพรวาตอบเสียงติดจะห้วน

“ ก็ดีค่ะ พี่กับวีจะได้ทำงานอย่างสบายใจ ” ณดาเหยียดริมฝีปากคล้ายจะยิ้มแต่เป็นยิ้มเยาะมากกว่า

“ คุณณดาล่ะคะ อึดอัดหรือเปล่าที่ต้องทำงานกับแพรแบบนี้ ปรกติแพรเคยได้ยินว่าคุณณดาไม่เคยทำงานด้วยตัวเองเลยแต่คราวนี้คุณณดาทำงานเองคงจะต้องเหนื่อยหน่อยนะคะ เพราะเราต้องออกต่างจังหวัดเพื่อทำโครงการไม่ใช่ไปพักผ่อนเหมือนที่พวกคุณไปกันเมื่อครั้งก่อนอาจจะต้องตากแดดตากลมด้วย คุณณดาไหวใช่ไหมคะ ” แพรวายิ้มมุมปากเล็กน้อยเธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนจะไม่มีอะไรแอบแฝงแต่ณดารู้ดีว่ากำลังถูกแพรวาดูถูกว่าเธอทำงานไม่เป็น

“ ไม่ต้องห่วงค่ะ วีคงไม่ปล่อยให้พี่ลำบากหรอก ” ณดามองหน้าปวีณ์แล้วยิ้มพราย “ จริงไหมคะวี ” เธอถามเสียงหวาน

ปวีณ์ที่ชอบใจกับการเสียดสีแบบผู้หญิงเรียบร้อยของแพรวาจึงไม่ได้ใส่ใจฟังคำถามของณดา

“ วีคะ! ” ณดาทำเสียงกระเง้ากระงอด

“ แล้วเราจะไปทองธาราที่ระยองกันเมื่อไหร่ครับ ” ปวีณถามขึ้น

“ วันศุกร์หน้าครับ ผมกับคุณแพรจะล่วงหน้าไปจัดการสถานที่ก่อน แล้วจะส่งรถตู้ไปรับพวกคุณกับทีมงานวันศุกร์ ” คิรากรตอบ

“ อ้อ ” ปวีณ์พยักหน้าสายตาเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

ทั้งสี่คนรับประทานอาหารกันจนเสร็จเรียบร้อยพนักงานจึงยกถาดผลไม้เข้ามาวางบนโต๊ะ คิรากรใช้ส้อมตักแตงโมสีแดงสดน่ารับประทานสองชิ้นและชมพูสีเขียวหันชิ้นพอดีคำให้กับแพรวาและณดา

“ เอาใจเก่งจริ๊ง ” ปวีณ์งึมงำแล้วใช้ส้อมจิ้มแตงโมเข้าปาก

“ คุณกรเป็นสุภาพบุรุษค่ะ และก็เป็นเจ้านายที่น่ารักด้วย ” แพรวาพูดขึ้น

“ แล้วทำไมไม่รักไปเสียเลยล่ะ ” ปวีณ์ประชด

แพรวายิ้มแล้วมองหน้าคิรากรเขาก็หันมาสบตากับเธอพอดีจึงยิ้มหวานตอบกลับมา ปวีณ์จึงใช้ส้อมจิ้มแตงโมเต็มแรงจนปลายส้อมทะลุลงไปกระทบจานเสียงดัง กึก! แล้วยกชิ้นแต่งโมเข้าปากขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจนชิ้นแตงโมแหลกราวใช้เครื่องปั่น

พอรับประทานผลไม้เสร็จเรียบร้อยแพรวาก็ลุกขึ้นจากโต๊ะขอตัวไปเข้าห้องน้ำณดาจึงได้โอกาสเดินตามแพรวาไปด้วย

“ เดี๋ยวน้องแพร ” ณดาเรียกแพรวา เธอชะงักเท้าหันกลับมาหาคนที่เรียก

“ มีอะไรคะ? ” แพรวาเบิกคิ้วถาม

“ น้องแพรแน่ใจนะคะ ว่าอดีตก็คืออดีตแล้วก็จะไม่ลื้อฟื้นความหลังขึ้นมาอีก ” ณดากอดอกมองแพรวาอย่างเย้ยหยัน

“ คุณณดาคะ แพรเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นคุณณดาไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ ” แพรวามองณดาตั้งใจศีรษะจรดเท้าแล้วยิ้ม

“ แพรว่าที่คุณณดาควรกังวลก็คือจะทำยังไงให้คนที่คุณพยายามจะจับเขาให้ได้หันมาสนใจคุณดีกว่าไหมคะ อย่ามาเสียเวลากับแพรเลย ” พูดจบแพรวาก็สะบัดหน้าเดินตรงไปยังห้องน้ำ ปล่อยให้ณดาฮึดฮัดหายใจหอบด้วยความโมโหอยู่ตรงนั้น

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว