email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

รักอำพราง - ตอนที่ 9 หัวขโมย

ชื่อตอน : รักอำพราง - ตอนที่ 9 หัวขโมย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2563 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักอำพราง - ตอนที่ 9 หัวขโมย
แบบอักษร

ตอนที่ 9 หัวขโมย

รถยนต์คันหรูแล่นไปตามถนนที่เปิดโล่ง มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่หมอสาวบอกไว้ด้วยความเร็วคงที่  บรรยากาศในรถไร้ซึ่งคำพูดคุยเนื่องจากผู้ร่วมทางผล็อยหลับไปตั้งแต่ออกจากคอนโดได้เพียงสิบนาทีแรก 

เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันดังขึ้นเมื่อคนข้าง ๆ ขยับตัวพลางยกแขนขึ้นกอดตัวเองแล้วหลับต่ออย่างสบายอกสบายใจ 

“ยัยเด็กกะโปโลเอ้ย”

นัทหันไปมองเด็กขี้เซาที่ขดม้วนหนีลมแอร์ราวกับเม่นตัวเล็กแล้วอมยิ้มน้อย ๆ   อาศัยจังหวะที่รถยนต์จอดแน่นิ่งขณะรอสัญญาณไฟจราจร หันไปดึงเสื้อเชิ้ตสำรองที่มักแขวนเอาไว้ติดรถแล้วค่อย ๆ วางคลุมลงบนร่างของหมอสาวอย่างเบามือ

ฟ้าใสขยับตัวเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงเงาวูบไหวที่ลอยไปมาอยู่เหนือร่าง ทว่าเปลือกตาของเธอกลับหนักอึ้งเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมามองมัน 

ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มือเล็กจึงเอื้อมมาดึงรั้งแล้วกำเสื้อเชิ้ตไว้ในมือแน่น  ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ขึ้นบนใบหน้าราวกับกำลังฝันดี ก่อนที่เธอจะผ่อนลมหายใจแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง 

@คฤหาสน์ตระกูลวรสกุลเกียรติ

ไม่นานรถยนต์ก็แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง นัทปลดเข็มขัดนิรภัยให้ตัวเองก่อน จากนั้นจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้ร่างเล็กเพื่อปลดล็อคให้เธอด้วยเช่นกัน

“อื้ออ”

เสียงหวานครางแผ่วเบาพลางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดึงรั้งที่พาดทับบนลำตัว พลันดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อสิ่งแรกที่ปะทะสายตา คือข้างแก้มขาว ๆ นวลเนียนที่น่าสัมผัสของนายแพทย์รุ่นพี่

นี่ฝันหรือความจริง? อ่า สงสัยต้องลองแตะดู

ถึงแม้ในหัวจะแค่คิดทว่าร่างกายกลับขยับตามความต้องการไปเสียแล้ว! 

คนที่ยังตกอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มสากเบา ๆ เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยในหัวของตัวเอง 

จุ๊บ!

ร่างสูงสะดุ้งเฮือกแล้วรีบผละออกห่างด้วยสีหน้าตกตะลึง ดวงตาคมกริบจ้องใบหน้างัวเงียของหมอสาวพลางยกมือขึ้นแตะที่ข้างแก้มบริเวณที่ถูกสัมผัส พลันใจแกร่งก็กระตุกวูบไหวกับความรู้สึกแปลก ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจอย่างน่าประหลาด

ปฏิกิริยานิ่งอึ้งของรุ่นพี่ทำให้ฟ้าใสรับรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่เธอใช้ปากสัมผัสเมื่อครู่นั้นคือของจริง! ดวงตาเบิกกว้างขึ้นจับจ้องใบหน้านิ่งอึ้งของรุ่นพี่พลางเอนกายถอยจนหลังแนบชิดไปกับกระจกรถ

“เอ่อออ ....”

“.....”

ตายแล้วววว หรือว่าเมื่อกี้นี้ …. ฉันเพิ่งจะได้หอมแก้มผู้ชายในฝัน!!!

ฟ้าใสทำตาโต ลนลานปัดเสื้อเชิ้ตออกจากร่างแล้วรีบกระโดดลงจากรถอย่างตื่นตระหนก แต่ยังมีสติมากพอที่จะหันมากล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา ก่อนที่เธอผลักประตูรถยนต์ให้ปิดเสียงดัง

“อ่า ขะ..ขอบ ขอบคุณค่ะ กลับดี ๆ นะคะ!!!”

ฟ้าใสก้มหัวทำความเคารพเสร็จก็วิ่งแจ้นหนีเข้าไปในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูเล็กด้วยความเขินอาย หากมีปี๊บอยู่ใกล้ ๆ มือเธอคงไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะหยิบมันขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อหลบหนีจากแววตาลึกล้ำคู่นั้น

ตึก ตึก ตึก

ปัง!

ทันทีที่ประตูปิดลง ร่างบางก็ถลาเข้าไปเกาะประตูระเบียงก่อนค่อย ๆ แง้มผ้าม่านสีฟ้าอ่อนให้มีช่องว่างเล็กน้อย สายตามองตามไฟท้ายของรถยนต์คันหรูอย่างไม่ละสายตา

รอจนกระทั่งมันหายลับออกไปจากสายตา ฟ้าใสจึงเดินกลับมาทิ้งตัวลงนอนแผ่หราอยู่บนเตียงนอนอย่างอ่อนแรง

มือเล็กยกขึ้นแตะลงบนริมฝีปากแล้วกัดกลีบปากล่างเบา ๆ  รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้าเมื่อยามนึกถึงสัมผัสที่ได้รับมาอย่างคาดไม่ถึง

“เห้อออ นุ่มมาก ดีมาก อ๊ายยยยยยย มันดีมากจริง ๆ !!!”

ฟ้าใสกรีดร้องพลางพลิกตัวไปมา แดดิ้นบิดม้วนด้วยความขวยเขินเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด แต่เมื่อกี้เธอแค่สะลึมสะลือจนแยกแยะความจริงกับความฝันไม่ออก ถึงได้เผลอทำตัวน่าอายลงไปแบบนั้น

เพราะถ้าเธอตั้งใจจะทำจริง ๆ เธอไม่เล็งแค่แก้มแน่! 

“เห้อออ นึกแล้วก็อยากลองแตะมันดูอีกสักทีจังงงง”

หัวขโมยที่คิดการใหญ่ยิ้มกริ่ม พร่ำเพ้อถึงสัมผัสอ่อนนุ่มอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลิ้งตัวเข้าไปใกล้กระเป๋าสะพายที่โยนทิ้งไว้อยู่ปลายเตียง

มือเล็กสอดเข้าไปด้านในเพื่อหาโทรศัพท์มือถือ คาดเดาจากระยะทางระหว่างบ้านของเธอและคอนโดของรุ่นพี่แล้วนั้น ป่านนี้อีกฝ่ายคงจะใกล้ถึงเต็มที

หื้มมมม? ทำไมไม่มี?

คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันแน่นขณะควานหาเจ้าโทรศัพท์เจ้าปัญหา แต่ไม่ว่าจะล้วง จะควัก ลากกระเป๋ามาเทข้าวของข้างในออกมาจนกระจัดกระจายเต็มเตียงไปหมด เธอก็ยังไม่พบสิ่งที่ต้องการอยู่ดี

“โอ๊ยยย  ไปซ่อนอยู่ในซอกหลืบตรงไหนอีกเนี้ย??   เมื่อตอนก่อนกลับบ้าน ก็ยังใช้ถ่ายรูปพี่นัทนั่งทำผะ....!!!”

ฟ้าใสบ่นพึมพำพลางนึกทบทวนไล่ลำดับเหตุการณ์ไปด้วย ก่อนที่เสียงหวานหลุบหายในไปลำคอและเบิกตากว้างขึ้น หลังนึกขึ้นได้ว่าถูกคนหวงตัวยึดโทรศัพท์ไปเพื่อลบรูปถ่าย แล้วยังไม่ทันที่เธอจะแย่งมันคืนมาได้ น้องสาวของเขาก็โผล่พรวดเข้ามาในห้องเสียก่อน

แล้วแบบนี้เธอจะได้โทรศัพท์คืนวันไหนเนี้ย!? ก็เธอเล่นสะสมรูปของเขาเก็บไว้เป็นพัน ๆ !

................................

เช้าวันถัดมา @คอนโด S

ครืดครืด ครืดครืด ครืดครืด

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดของผู้เป็นเจ้าของ หลังถูกรบกวนจากเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวติด ๆ กันไม่หยุดหย่อนตลอดช่วงเช้าของวันหยุดจนจำต้องตื่นขึ้นมาก่อนเวลาที่ต้องการ

ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ปรากฏตัวเลข 07:50 บนหัวเตียงแล้วถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่  ยัยเด็กนี่มีธุรกิจพันล้านหรือยังไง ทำไมโทรศัพท์ถึงส่งเสียงดังตลอดเวลาแบบนี้

นัทเอื้อมมือไปหยิบเจ้าโทรศัพท์มือถือเครื่องสีชมพูขึ้นมา หมายจะกดปิดเสียงเพื่อตัดความรำคาญ ทว่านิ้วมือกลับชะงักค้างอยู่เหนือปุ่มกด

“หึ!”

ความงัวเงียสลายหายไปทันทีเมื่อมองเห็นชื่อของเจ้าของข้อความที่ส่งมาก่อกวนนับสิบฉบับเต็ม ๆ ตาตั้งแต่เช้า ไม่ยักรู้ว่าก่อนว่าทั้งสองจะสนิทชิดเชื้อกันจนมีเรื่องให้ต้องสนทนากันมากมายขนาดนี้

 

‘พี่เกมส์สุดหล่อ (เหรอ?) : ยัยเด็กเอ๋อ เป็นยังไงบ้าง ขาหายเจ็บหรือยัง’

‘พี่เกมส์สุดหล่อ (เหรอ?) : ถ้าเจ็บหนักก็แวะมาที่โรงพยาบาลได้นะ’

‘พี่เกมส์สุดหล่อ (เหรอ?) : เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะเสียสละช่วยตรวจดูให้’

‘พี่เกมส์สุดหล่อ (เหรอ?) : แลกกับกาแฟสักแก้วสองแก้ว หรือถ้าอยากได้ข้อมูลอย่างอื่น พี่สืบให้ได้นะ 5555’

 

กวาดสายตาอ่านลวก ๆ ได้ถึงแค่ฉบับที่สี่ นัทก็กดปิดเครื่องแล้วโยนมันกลับไปไว้ที่เดิมอย่างรวดเร็ว แววตาราบเรียบชำเลืองมองหน้าจอมืดสนิทของสิ่งที่ก่อกวนทั้งกายและใจแวบหนึ่ง ก่อนจะพลิกตัวแล้วนอนหันหลังให้อย่างไม่สบอารมณ์

เหอะ แค่ปิดเสียงคงไม่พอ เดี๋ยวก็ต้องมานั่งรับสายแทนอีก ปิดเครื่องไปเลยแบบนี้แหละ ดีแล้ว!

แต่ถึงแม้จะไม่มีเสียงแจ้งเตือนก่อกวนเวลาพักผ่อนอีกต่อไป ชายหนุ่มก็ไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับได้อีกอยู่ดี ร่างสูงจึงพลิกตัวกลับมานอนหงายเหมือนเดิมพลางเหม่อมองเพดานสีขาวสะอาดอย่างใช้ความคิด  

ภายในหัวนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ประกอบกับข้อความที่เพิ่งเห็นเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อสักครู่ ความสงสัยต่าง ๆ นานาจึงเริ่มผุดขึ้นมาเต็มไปหมด

ตกลงยัยเด็กกะโปโลคิดยังไงกับเขากันแน่?  

หรือว่าเธอ .... จะคิดอะไรกับเพื่อนเขาด้วยเหมือนกัน?

“แล้วจะไปนึกถึงทำไม มันไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย”

นัทพึมพำแผ่วเบาพลางส่ายหัวไล่ความคิดต่าง ๆ ออกจากหัว ผุดลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะกลับออกมาในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนและกางเกงขาขาวที่เข้าเซตกัน

มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มาหย่อนลงกระเป๋ากางเกง แล้วปรายตามองเจ้าเครื่องสีชมพูที่วางอยู่ข้าง ๆ กันด้วยแววตาครุ่นคิดแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันติดมือไปด้วยในที่สุด

ไหน ๆ บ้านของเธอก็อยู่ไม่ไกลมากนัก แวะเอาไปคืนสักหน่อยก็ได้ 

แอดดดดดดด

ทันทีที่ประตูห้องนอนเปิดออกกว้าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหารมื้อเช้าก็ลอยเข้ามาแตะจมูก 

สายตาคมกริบหันขวับไปมองเคาน์เตอร์ครัวด้วยความประหลาดใจ เพราะนอกจากยัยเด็กกะโปโลแล้วก็ไม่มีใครยุ่มย่ามตรงนั้นมาก่อน

“หาอะไรคะพี่ชายยย”

น้ำค้างตะโกนถามพลางมองพี่ชายด้วยสายตาสงสัย หลังอีกฝ่ายดูจะมีสีหน้าตกใจเล็ก ๆ และมีท่าทางแปลก ๆ ราวกับกำลังมองหาอะไรในครัว

นัทดึงสายตากลับมามองเจ้าของคำถามแล้วเบนสายตาไปมองชามโจ๊กร้อน ๆ ที่วางอยู่ตรงหน้าน้องสาว เขาส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งข้าง ๆ น้องสาวด้วยสีหน้าราบเรียบ

โจ๊กส่งกลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งไปทั่วห้อง ทำให้เขาเผลอยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกไปถึงคนที่เคยทำอาหารให้เขาทานจนซุ่มซ่ามทำตัวเองเจ็บตัวเมื่อคืน ซ้ำยังขโมย .....

พอนึกถึงสิ่งที่เด็กนั่นทำกับเขาบนรถ ความร้อนวูบวาบแปลก ๆ ก็แผ่ซ่านไปทั่วแก้มสากทั้งสองข้างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อเห็นสายตาของพี่ชายที่จับจ้องชามโจ๊กอย่างไม่วางตา น้ำค้างจึงดึงชามโจ๊กเข้าหาตัวเองแล้ววางแขนลงบนโต๊ะในท่าทีปกป้องตามประสาคนห่วงกิน ด้วยคิดว่าพี่ชายจะเข้ามาแย่ง แต่พอสังเกตดี ๆ อีกฝ่ายกลับทำในสิ่งที่เธอขนลุกขนพองไปหมดแทน

“เป็นอะไรของพี่เนี้ย มองโจ๊กแล้วก็ยิ้มหน้าแดง เป็นบ้าเหรอ?”

คำทักของน้องสาวดึงให้นัทได้สติ เขากระแอมไอแล้วยกมือขึ้นตบหน้าผากนูนของน้องสาวเบา ก่อนจะพูดเอ็ดเธออย่างไม่จริงจังนัก

“แค่ก ๆ  รีบ ๆ กิน รีบ ๆ ไปเรียน!”

นัทเบือนหน้าหนีสายตาคลางแคลงใจที่น้องสาวส่งมา เอนกายพิงโซฟาแล้วแสร้งทำเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแก้เก้อ  

มือหนายกหนังสือขึ้นสูงจนปิดบังใบหน้าพลางใช้อีกมือลูบข้างแก้มเบา ๆ ด้วยความไม่เข้าใจ

อย่างเขาเนี้ยนะจะหน้าแดง เหอะ!  ยัยน้ำค้างคงเรียนมากจนสมองกลับไปแล้ว?

น้ำค้างแหล่ตามองอาการแปลกประหลาดของพี่ชายแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนค่อย ๆ ละเลียดตักโจ๊กที่รสชาติแปลกประหลาดไม่ต่างจากคนข้าง ๆ ขึ้นใส่ปากจนเกลี้ยงชาม 

หากไม่เห็นซองที่วางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ครัวเธอคงต้องทนหิวไปจนถึง ม. แน่ ๆ เห้ออ ต้องขอบคุณพี่สะใภ้ที่ทำให้รู้ว่าในห้องนี้ยังมีอย่างอื่นที่กินได้นอกจากน้ำ!

น้ำค้างผลักชามออกห่างแล้วหันไปหาพี่ชาย ตั้งใจจะเอ่ยปากขอค่าขนมไปมหาลัย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นความชมพูมุ้งมิ้งที่แสนขัดกับบุคลิกของปีศาจตนข้าง ๆ ที่โผล่พ้นขอบกระเป๋ากางเกงเข้าเสียก่อน

“โอ๊ะ! เดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมแล้วเหรอคะพี่ชายยยย คิกคิก”

พรึ่บ!

มือเล็กดึงเอาสิ่งนั้นออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้ววิ่งหนีพี่ชาย พลางพยายามกดปลดล็อคเพื่อแอบดูภาพหน้าจอด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่หน้าจอกลับมืดสนิท เธอจึงลนลานรีบกดเปิดเครื่องให้ทันก่อนที่จะถูกแย่งกลับ

“น้ำค้าง! เอาคืนมา!”

นัทปรามเสียงเข้ม ทำสีหน้าเอือมระอาแล้วรีบสาวเท้าเดินตามเจ้าน้องสาวตัวแสบที่วิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องโดยใช้โซฟาเป็นสิ่งกีดขวางไม่ให้เขาสามารถเข้าถึงตัวได้

“ของพี่สะใภ้เหรอคะ”

“ยัยนั่นไม่ใช่พี่สะใภ้เธอ!”

“หู้วววว ใช่พี่คนนั้นจริง ๆ ด้วย คิกคิก” 

น้ำค้างหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีเมื่อภาพหน้าจอปรากฏสู่สายตา เมื่อคำตอบเป็นอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด เธอจึงยอมคืนโทรศัพท์ให้พี่ชายที่ยืนทำหน้ายักษ์ใส่แต่โดยดี

“อ๊ะ ๆ คืนแล้ว ๆ หวงจังเลยเนี้ย!!!”

นัทกระชากโทรศัพท์กลับมาแล้วรีบยัดลงไปในกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว 

มือหนาง้างขึ้นกลางอากาศหมายจะฟาดยัยน้องตัวแสบสักทีที่เสียมารยาท แต่ก็ไม่ทันเพราะคนรู้ทันวิ่งแจ้นไปถึงประตูหน้าห้องเสียแล้ว

น้ำค้างหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้พี่ชายอย่างยียวน เธอมองใบหน้าถมึงทึงของพี่ชายผู้ปากแข็งแล้วทิ้งคำแนะนำจากใจจริงไว้ให้อีกฝ่ายก่อนจะดึงประตูปิดลง

“ทั้งพาขึ้นห้อง ทั้งฝากโทรศัพท์ไว้ขนาดนี้ พาไปเปิดตัวกับที่บ้านสักทีเถ้อะะะะะ ~ พ่อกับแม่จะได้สบายใจสักที!”

ปัง!

“ยัยเด็กแก่แดด!!”

 

 

**************************

พบคนไม่รู้ใจตัวเอง 1 อัตรา! 55555555

ความคิดเห็น