email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

รักอำพราง - ตอนที่ 7 มีอาการ

ชื่อตอน : รักอำพราง - ตอนที่ 7 มีอาการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.8k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 02:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักอำพราง - ตอนที่ 7 มีอาการ
แบบอักษร

ตอนที่ 7 มีอาการ 

ฟ้าใสมองตามแผ่นหลังแข็งแรงจนกระทั่งเจ้าของห้องเดินหายเข้าไปในห้องนอน ก่อนที่เธอจะดึงสายตากลับมามองหม้อต้มโจ๊กที่ตั้งอยู่ตรงหน้าอย่างชั่งใจ  

“ลองดีไหมนะ? อยากรู้ก็อยากรู้ แต่ถ้าโดนจับได้ขึ้นมา พี่นัทตีตายแน่เลย ฮืออออ เอาไงดี ๆ ๆ” 

เรื่องที่พี่นัทเอ็นดูเพื่อนสนิทของเธอจนมากกว่าพี่น้องนั้น เธอดูออกมาตั้งนานแล้ว แต่ในเมื่อเพื่อนของเธอตัดสินใจเปิดเผยความสัมพันธ์กับพี่คชาไปแล้ว เธอก็มีสิทธิที่จะเดินหน้าเต็มกำลังแล้วใช่ไหม 

แล้วอีกอย่าง..... พี่นัทถึงขนาดให้เข้ามาถึงในห้องแบบนี้แล้ว  เธอก็ต้องพิเศษกว่าคนอื่น ๆ บ้างแหละ! 

คิดเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพ มือเล็กก็หยิบหม้อโจ๊กขึ้นมาถือไว้แล้วยื่นเท้าออกมาข้างหน้าเล็กน้อยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ   

แววตาวูบไหวมองปลายเท้าของตัวเอง แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เรียกกำลังใจให้ตัวเอง 

“เอาวะ! นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ถึงตายหรอก ถ้ามันทำให้แกได้พี่นัทมาเป็นหลัว โคตรคุ้มเลยนะโว้ยฟ้าใส!!” 

ฟ้าใสเน้นย้ำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองอีกครั้งแล้วหลับตาปี๋  ใจดวงน้อยเต้นแรงระรัวด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกลั้นใจคลายมือที่จับหม้อโจ๊กออกในที่สุด 

ปึก! โครมมม!!!  

“อึก!”  

จะ..เจ็บ แง~ เจ็บมากกกกกกกกกกก 

ฟ้าใสกรีดร้องอยู่ในใจพลางยกมือเล็กขึ้นตะปบปิดปากตัวเองแน่น   ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเหยเกเมื่อความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วหลังเท้าจนน้ำตาเอ่อขึ้นมาคลอเต็มสองเบ้า  

คำสบถหยาบคายผุดขึ้นมาในหัวมากมายเป็นดอกเห็ด เมื่อระดับความเจ็บที่พบเจอ มันแทบจะเป็นทวีคูณจากที่คาดคิดไว้  

เท้าฉันจะหักไหมนะ ฮือออ เธอลืมไปเลยว่าไอ้หม้อที่อิมพอร์ตจากประเทศที่มีโอปป้าหล่อ ๆ นี่ มันผลิตมาจากหินอ่อนที่แม่งไม่อ่อนเหมือนชื่อเลยสักนิด!! 

เสียงโครมครามดังลอยเข้าไปถึงในห้องนอน นัทรีบโยนกล่องยาสามัญประจำบ้านทิ้งลงบนปลายเตียงแล้ววิ่งออกไปดูต้นเสียงที่ด้านนอกอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวว่าคนซุ่มซ่ามจะเผลอทำอะไรให้ตัวเองได้เลือดเข้าอีก 

“ฟ้าใส!!!!” 

เสียงตวาดดังขึ้นลั่นห้องจนเจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง ก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงของรุ่นพี่วิ่งถลาเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเป็นกังวล แต่ดู ๆ แล้วน่าจะค่อนไปทางโกรธเคืองเสียมากกว่า 

“เกิดอะไรขึ้น!!” 

“เอ่ออ....” 

มือหนายึดต้นแขนนุ่มเอาไว้แน่น ละสายตาจากหม้อที่นอนตะแคงอยู่บนพื้นมาไล่สายตาดุดันมองสำรวจไปตามร่างกายของหมอสาว ปากก็เอ่ยตำหนิหมอสาวไปด้วย 

“เมื่อไหร่จะเลิกซุ่มซ่าม!!” 

“......”  

“เมื่อไหร่จะเลิกเหม่อซะที!!” 

“.....” 

“จะรักษาคนไข้ยังไง ถ้ายังทำตัวสวยใสไร้สติไปวัน ๆ แบบนี้ ฮึ!!”  

แรงบีบที่ต้นแขนเพิ่มมากขึ้นจนหมอสาวนิ่วหน้า แววตาวูบไหวจ้องมองใบหน้าถมึงทึงของรุ่นพี่ด้วยความหวาดหวั่น ไม่คิดว่าปฏิกิริยาตอบกลับของเขาจะรุนแรงถึงเพียงนี้ 

“ฮึก ๆ จะ...เจ็บ ฟ้าใสเจ็บ” 

เสียงหวานสั่นเครือบวกกับท่าทีตื่นตระหนกของหมอสาวทำให้นัทได้สติ คลายมือออกจากต้นแขนนุ่มที่ปรากฏรอยแดงเป็นริ้วจากการบีบรัดอย่างชัดเจน พร้อมกับลูกไฟในดวงตาคมกริบก็ค่อย ๆ มอดลงอย่างช้า ๆ  

เสียงพ่นลมหายใจอย่างหนักหน่วงของรุ่นพี่ ทำเอาฟ้าใสสะดุ้งแล้วก้าวถอยหลังอย่างหวาดระแวง ด้วยกลัวว่าจะถูกดุอีกรอบ  

ฮือออ เท้าก็เจ็บ แขนก็เจ็บ ใจก็เจ็บ ไหนในหนังสือบอกว่าถ้าผู้ชายมีใจแล้วเขาจะแสดงความห่วงใยออกมาไง แต่ไอ้คำพูดร้ายกาจเมื่อกี้มันดูจะห่างไกลจากคำว่า 'เป็นห่วง'​ ไปหลายพันกิโลเลยนะ! 

นัทมองหน้าคนนอยด์ที่เอาแต่ก้มหน้างุด ๆ แล้วพ่นลมหายใจหนัก ๆ ด้วยความหงุดหงิด  ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอคงกำลังตัดพ้อเขาอยู่ในใจยาวเหยียด 

ใจก็อยากจะดุคนซุ่มซ่ามให้เข็ดหลาบแต่พอเห็นหยาดน้ำใส ๆ ไหลซึมออกจากหางตา  ใจแกร่งก็อ่อนยวบลงไปกว่าครึ่ง  จำต้องเก็บถ้อยคำรุนแรงเอาไว้ในใจไปก่อน  

ทำไมถึงชอบทำให้ตัวเองเจ็บตัว  ทำไมชอบทำให้เขาต้องโมโหอยู่เรื่อยเลยนะ!? 

ดวงตาคมกริบเหลือบมองเท้าบอบบางที่เริ่มบวมแดงจนเห็นได้ชัดแล้วถอนหายใจพรืด เอื้อมมือไปคว้ามือเล็กมาเกาะกุมแล้วดึงรั้งให้เธอก้าวเดินตาม 

“มานี่!” 

“อ๊ะ!” 

เพียงแค่เดินไปข้างหน้าได้ก้าวเดียว ความเจ็บก็แล่นพล่านจนขาเรียวอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแรงของรุ่นพี่ที่คว้าเอวเธอเอาไว้ก่อน 

“ระวังหน่อย!!” 

ฟ้าใสเบ้หน้าใส่ทันทีที่ถูกดุอีก อ้าปากตั้งใจจะเถียงกลับว่าคนที่ทำให้เธอเสียหลักก็คือตัวเขานั่นแหละ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรร่างของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นจนตัวลอย 

“O_O” 

ฟ้าใสเลิ่กลั่กตกใจ สองแขนรีบตวัดโอบรอบคอของรุ่นพี่ตามสัญชาตญาณอัตโนมัติ  ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงเมื่อหันมาเจอเสี้ยวหน้าของรุ่นพี่ใกล้ ๆ ในระยะประชิดไม่ถึงคืบ 

ความใกล้ชิดทำให้ฟ้าใสได้กลิ่นกายของชายหนุ่มผสมกับกลิ่นของน้ำหอมจาง ๆ อย่างชัดเจน ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ พร้อมกับสติที่หลุดลอยหายไปในอากาศ 

นัทค่อย ๆ วางร่างบางลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง แล้วประเมินอาการบาดเจ็บให้หมอสาวอีกครั้งผ่านทางสายตาอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน 

อืมมม ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมาก และในหม้อก็ไม่มีของอะไรร้อน ๆ แล้ว 

ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมายจะเดินเข้าไปหยิบกล่องยาที่ทิ้งไว้บนเตียง แต่ไม่วายหันกลับไปกำชับคนหน้าเหวอข้างหลังด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

"นั่งนิ่ง ๆ แล้วก็อย่าซนอีก!"  

ฟ้าใสอ้าปากค้าง มองแผ่นหลังแข็งแรงแล้วค้อนปะหลับปะเหลือกใส่ไล่หลังอย่างขุ่นเคือง  

ใคร? ใครซน? ดูใช้คำเข้า ทำราวกับเธอเป็นเด็กอายุ 3 ขวบอย่างงั้นแหละ ฮึ!  

มือเล็กเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์​มือถือมาเปิดเครื่อง แล้วไล่ตอบข้อความต่าง ๆ ของใครหลาย ๆ คนที่ฝากทิ้งไว้ หลังเธอหายออกจากโลกโซเซียลไปค่อนวันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

ฟ้าใสเหลือบตาไปมองหลังเท้าบวมแดงของตัวเองแวบนึงก่อนจะกดถ่ายภาพมันไว้หลาย ๆ ภาพ ก่อนเลือกรูปที่ดีที่สุดอัพลงโลก​โซเชียล​อย่างว่องไว  

ในเมื่อพี่นัทไม่สนใจ เธอไปขอคำปลอบจากคนอื่นก็ได้ เชอะ! 

ไม่นานรุ่นพี่ก็กลับมาหาเธอที่โซฟาพร้อมกล่องยาในมือ เธอมองรุ่นพี่ที่ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าด้วยสายตางุนงง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกตะลึงเมื่ออีกฝ่ายทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย​ 

"ดะ... เดี๋ยวค่ะ"  

ฟ้าใสทำตาโต สะดุ้งโหยงแล้วทำท่าจะชักเท้ากลับเมื่อจู่ ๆ รุ่นพี่วางผ้าขนหนูขาวสะอาดผืนเล็กที่ด้านในมีเจลประคบแบบเย็นลงบนหลังเท้าของเธอ ทว่าอีกคนคล้ายจะรู้ทันจึงรีบคว้าข้อเท้าของเธอเอาไว้แน่น 

"พะ... พี่นัท" 

"อยู่นิ่ง ๆ" 

นัทเอ็ดเด็กซนเสียงเข้ม ใช้สายตาดุ ๆ ตรึงเธอให้หยุดทุกการกระทำ แล้วค่อย ๆ ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและห้อเลือดให้เธออย่างเบามือ 

ดวงตากลมโตเหม่อมองใบหน้านิ่งขรึมแต่การกระทำกลับอ่อนโยนของรุ่นพี่แล้วใจดวงน้อยก็สั่นไหวรุนแรง แก้มนวลเห่อร้อนจนแดงก่ำ 

เฮือก!  

" เจ็บเหรอ?" 

นัทเงยหน้าขึ้นมาถามคนขาเจ็บด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงไปมาก หลังเห็นเธอสะดุ้งทุกครั้งที่เขาขยับมือย้ายที่ประคบเย็นไปรอบ ๆ หลังเท้า 

ฟ้าใสเม้มปากแน่นแล้วส่ายหน้าปฏิเสธอย่างช้า ๆ เธอไม่ได้เจ็บที่เขาจับ แต่เธอที่สะดุ้งเพราะรู้สึกเหมือนถูกช็อตด้วยกระแสไฟอ่อน ๆ ทุกครั้งยามที่นิ้วมือของเขาแตะลงบนผิวหนังของเธอต่างหาก 

เมื่อเห็นว่าหมอสาวเงียบ นัทจึงก้มหน้าก้มตาประคบเย็นต่อไป บรรยากาศในห้องเงียบกริบอีกครั้งจนฟ้าใสนึกหวั่นว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงของเธอหรือไม่ 

ครืดครืดดดดด ครืดครืดดดดด 

'พี่เกมส์สุดหล่อ(เหรอ?)​'​ 

เสียงโทรศัพท์​สั่นเตือนสายเรียกเข้าดังขึ้น ดึงให้สายตาสองคู่เหลือบไปมองรายชื่อที่โชว์บนหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ก่อนจะเบนสายตามาสบประสานกันโดยบังเอิญ 

ฟ้าใสสะดุ้ง รีบคว้าโทรศัพท์มาถือไว้แล้วหลุบตาลงมองต่ำ หลังรู้สึกได้ว่าแววตาของรุ่นพี่แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย  

เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะหึง? 

ฟ้าใสสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวอย่างรวดเร็ว ชำเลืองตามองคนที่กำลังง่วนกับเท้าของเธอแวบนึงก่อนจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงใส ๆ ลงไป 

"ขาาาาา คุณพี่!"  

(เป็นอะไรยัยเด็กเอ๋อ ไปเดินตกหลุมรักคนหล่อ ๆ ที่ไหนมาอีก)​ 

"ฮ่า ๆ ๆ ตกหลุมรักแรงมากด้วยค่ะ แต่น่าเสียดายอยู่อย่างนึง"  

(เสียดายอะไรละหื้ม เสียดายที่เขาไม่รับรัก?)​ 

"เสียดายที่ตกลงไปแล้วไม่เจอพี่เกมส์เลย ฮ่า ๆ ๆ"  

(หึหึ มีแรงแซวพี่แบบนี้ แสดงว่าไม่เป็นอะไรมากแล้วสินะ )​ 

"ฟ้าใสเจ็บขานะคะ ไม่ใช่เจ็บปาก อ๊ะ!! "  

แรงกดที่หลังเท้าทำเอาฟ้าใสสะดุ้งสุดตัวจนเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธออ้าปากจะบ่นคนมือหนักแต่พอสบสายตานิ่ง ๆ ที่เดาอารมณ์ไม่ออกของเขาแล้วคำพูดก็ถูกกลืนลงท้องไปโดยปริยาย  

(เนี้ย! ยังไม่ทันขาดคำ! )​ 

"อ่าา พี่เกมส์ ๆ เดี๋ยวฟ้าใสโทรกลับนะคะ บ๊ายบายย" 

(อ้าว ดะ....)​ 

ติ้ด!  

ฟ้าใสรีบกดวางสายโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไรต่อ จู่ ๆ ก็รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ  

"เอ่อออ พี่นัทคะ"  

"อยู่นิ่ง ๆ!"  

ฟ้าใสทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจที่ถูกเอ็ดอีกแล้ว ทอดมองรุ่นพี่ที่มัวแต่จดจ้องบาดแผลของเธอแล้วหยิบโทรศัพท์​มือถือขึ้นมาแอบถ่ายภาพความประทับใจ​เก็บไว้จนเต็มเครื่อง 

ฟ้าใสใช้นิ้วเลื่อนดูรูปภาพไปทีละภาพ ซูมเข้าซูมออกอยู่หลายหนเพื่อดูเสี้ยวหน้าที่ดูจริงจังของรุ่นพี่แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข 

"คิกคิก" 

พรึ่บ!  

ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ โทรศัพท์มือถือ​สีชมพูก็ถูกรุ่นพี่ฉกฉวยเอาไปถือไว้ ก่อนที่ร่างสูงจะผละออกห่างจากเธอไปไกลแล้วใช้นิ้วมือเลื่อนดูข้อมูลด้านในอย่างหน้าตาเฉย 

"พี่นัท! เสียมารยาท!"  

"แล้วที่แอบถ่ายรูปคนอื่นนี่ ไม่เสียมารยาทเหรอ? ฮึ!"  

ฟ้าใสอึ้งไปชั่วครู่เมื่อถูกยอกย้อน แต่ด้วยความปากหนักไม่อยากยอมรับว่าแอบถ่ายเขาจริง ๆ คนมีความผิดจึงเชิดหน้าแล้วแถข้าง ๆ คู ๆ อย่างไม่ยอมแพ้ 

"ใครบอกฟ้าใสถ่ายพี่ ฟ้าใสจะถ่ายขาตัวเองต่างหาก แต่แค่ติดพี่นัทเฉย ๆ!"  

" เหรอ? อืมมมมม ติดเฉย ๆ แต่แค่ติดทุกรูป" 

"นี่! หยุดนะ! ห้ามดู! เอาของฟ้าใสคืนมา! "  

นัทเค้นหัวเราะในลำคอ โบกโทรศัพท์มือถือ​ไปมา ก่อนจะหย่อนมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยกยิ้มมุมปากเย้ยหยันอย่างผู้ที่เหนือกว่า 

" ไว้ลบหมดแล้วจะคืนให้" 

" พี่นัท!!! " 

ความอับอายจากการถูกจับได้ผสมกับความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายเยาะเย้ยยียวน ผลักให้ฟ้าใสผุดลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้าหาร่างสูงหมายจะยื้อแย่งเอาของ ๆ ตัวเองคืน 

"เห้ย!"  

นัทอุทานดังลั่นแล้วรีบเบี่ยงตัวหลบมือเล็กเป็นพัลวัน นึกไม่ถึงว่าเด็กไม่เต็มบาทที่มักเกรงกลัวเขาอยู่เสมอจะกล้าทำอะไรที่แสนอุกอาจถึงเพียงนี้ 

ดวงตาคมกริบเบิกกว้าง ใจแกร่งกระตุกวูบเมื่อมือเล็กที่แสนซุกซนปัดไปโดนหัวเข็มขัดเข้าอย่างจังขณะพยายามหาทางล้วงเข้าไปในกระเป๋า 

เกือบไปแล้ว!!  

ในขณะที่หมอสาวกลับไม่ได้สนใจเลยว่ามือของเธอจะมีโอกาสพลาดไปโดนอะไรบ้าง เพราะในสมองเธอคิดแต่เพียงว่า... ต้องเอา​โทรศัพท์​คืนมาให้จงได้!!  

ติ้ด ติ้ด ติ้ด ติ้ด ติ้ดดดดดด 

ทั้งสองยังคงวุ่นวายกับการทำสงครามแย่งชิงโทรศัพท์​มือถือกันอย่างเมามันส์ จนไม่มีใครทันสังเกตเลยว่าประตูห้องกำลังถูกใครบางคนกดรหัสผ่านจากด้านนอกเข้ามา 

แอดดดดดดด 

"ทำอะไรกันน่ะ!!!"  

 

 

 

 

************ 

ไม่มีบัตรก็เข้าห้องได้!  

ด้วยเทคโนโลยีที่แสนทันสมัย ทำให้แค่มีรหัสก็สามารถกดเข้าห้องได้เช่นกันโดยไม่ต้องใช้บัตร  

 

ถ้าอย่างนั้น...... เขาคือใครกันนะ!  

ความคิดเห็น