ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 5 : คำขอโทษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 595

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2563 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5 : คำขอโทษ
แบบอักษร

เช้าวันถัดมา

เต้เดินออกมาจากประตูลิฟต์เมื่อลิฟต์นั้นมาจอดอยู่ที่ชั้นสาม ชั้นที่เต้ต้องทำงานด้วยความรู้สึกผิดที่ยังคงอัดแน่นมาจากเมื่อวันก่อนที่เขานั้นทะเลาะกับพี่ไทม์ โดยเขาตั้งใจจะเอ่ยปากขอโทษพี่ไทม์ในวันนี้ถึงสิ่งที่เขานั้นทำไป เพื่อให้ความรู้สึกผิดนี้มันหายไป

เต้เดินตรงมายังแผนกพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ระหว่างที่เดินมา เริ่มมีพนักงานของแผนกอื่นมาทำงานแล้ว ก่อนที่ในจังหวะนั้นเขาจะมองเห็นพี่สรรที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พี่สรรยังคงมาเช้าในทุกๆ วันเสมอต้นเสมอปลาย

"สวัสดีครับพี่สรร" เต้เอ่ยทักทายเมื่อเขานั้นเดินมาถึงโต๊ะ

"สวัสดีน้องเต้ มาเช้าจังเลย"

"พี่มาเช้ากว่าผมอีกพี่สรร ทำไมพี่ถึงมาเช้าทุกวันเลยครับเนี่ย" เต้เอ่ยถามและยิ้มเล็กๆ พลางดึงเก้าอี้ออกมาจากโต๊ะและนั่งลงไปข้างๆ โต๊ะของพี่สรร

"อ๋อ พี่ต้องไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนน่ะ ก็เลยต้องตื่นแต่เช้า ส่งเสร็จก็ขับรถมาเลย" พี่สรรเอ่ยพร้อมกับยิ้มเล็กๆ ตอบ เป็นคำตอบที่ทำให้พี่สรรดูน่ารักขึ้นมาก เหมือนพ่อบ้านใจกล้าเลย

"ลูกสาวพี่สรรนี่อายุเท่าไหร่แล้วครับ?"

"อายุ 14 จะ 15 แล้ว กำลังเป็นสาวเลย" พี่สรรเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก่อนที่พี่สรรจะเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนของพี่สรรเองที่วางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับสไลด์หน้าจอเปิดเข้าโหมดรูปภาพและโชว์รูปลูกสาวของพี่สรรให้เต้ได้เห็น

"ว้าว หน้าตาน่ารักเชียวครับพี่สรร"

เต้เอ่ยชมรูปลูกสาวของพี่สรร ที่กำลังยืนยิ้มถ่ายรูปกับพี่สรรด้วยสีหน้าที่มีความสุข

"หน้านี่ได้แม่มาเลย เสียดายไม่ทันได้ดูลูกตอนโต"

พี่สรรที่สีหน้ากำลังดูมีความสุขก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่ดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด เต้เองที่กำลังยิ้มๆ อยู่ ก็ต้องหยุดยิ้มเหมือนกันพลางมองหน้าพี่สรรด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับพี่สรร?"

"แฟนพี่เสียแล้ว เป็นโรคหัวใจน่ะ" พี่สรรตอบเต้ ทำเอาบรรยากาศนั้นดูหดหู่ในทันที

"เสียใจด้วยนะครับพี่สรร"

"อืม... ขอบใจนะ จริงๆ เรื่องมันก็ผ่านมา 8 ปีแล้วล่ะ พี่ทำใจได้นานแล้ว" พี่สรรเอ่ยพร้อมกับยิ้มเล็กๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เต้นั้นพอสบายใจขึ้นได้บ้าง บรรยากาศจะได้ไม่เศร้าจนเกินไป

พี่สรรค่อยๆ เก็บสมาร์ตโฟนเข้ากระเป๋ากางเกง พลางขยับตัวทำนู่นนั่นนี่ต่อในทันที ส่วนเต้เองก็ค่อยๆ ถอดกระเป๋าที่กำลังสะพายอยู่เก็บเข้าลิ้นชักของตัวเอง ซึ่งในจังหวะนั้นเขาได้มองเห็นสติกเกอร์ข้อความหนึ่งแปะอยู่ในลิ้นชัก มันเป็นข้อความที่เต้เห็นตั้งแต่วันที่เข้ามาทำงานที่นี่เป็นวันแรกแล้ว

 

เนย &​ นีโน่

 

"พี่สรรครับ" เต้เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยเรียกพี่สรร

"ว่าไงน้องเต้"

"พนักงานคนก่อนที่ใช้โต๊ะนี้ เขาลาออกไปไหนเหรอครับ พี่สรรพอจะรู้ไหม"

เต้เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เพราะสิ่งที่เต้นั้นรู้มาอย่างเดียวตอนที่พี่ไทม์พาเขาเข้ามาที่ผนกครั้งแรก ว่าโต๊ะนี้คือโต๊ะของพี่เนย

"อ๋อ! น้องเขาออกไปคลอดลูกน่ะ ก็เลยลาออกเลย"

พี่สรรเอ่ยตอบ ทำเอาเต้เซอร์ไพรส์เล็กๆ เพราะเขานึกว่าลาออกไปทำงานที่อื่น

"น้องเนยนี่เก่งมากเลยนะ เป็นผู้หญิงคนเดียวที่มาทำงานที่แผนกนี้ เพราะตั้งแต่เแรกเลยเนี่ย แผนกนี้มีแต่ผู้ชายและก็สลับหมุนเวียนเปลี่ยนไป มีเข้ามีออก มีเข้ามีออก รู้สึกรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่สี่แล้วมั้งที่มาทำงานที่แผนกนี้" พี่สรรเริ่มเล่าประวัติ​ของแผนกนี้ให้เต้ฟัง โดยที่เต้นั้นก็ตั้งใจฟังไม่เบือนหน้าหนี

"ก็มีไอ้น้องชานนท์ ไอ้น้องบอม ไอ้น้องโน้ต ไอ้น้องไทม์ และก็เรานี่แหละ ที่เข้ามา"

พี่สรรเอ่ยพลางชี้นิ้วมาที่เต้ ก่อนที่เต้จะขมวดคิ้วเล็กๆ เมื่อเขานั้นได้ยินชื่อของพี่ไทม์ในรุ่นที่สี่ด้วย

"เดี๋ยวนะครับพี่สรร ผมนึกว่าพี่ไทม์เข้ามารุ่นเดียวกันกับพี่นะครับเนี่ย" เต้รู้สึกสงสัย

"เปล่า รุ่นพี่นี่ยุคบุกเบิกเลย ไม่มีทางที่ไอ้น้องไทม์จะอยู่รุ่นเดียวกับพี่หรอก จริงๆ ดูหน้าตาก็รู้นะ ว่าไอ้น้องไทม์มันเด็กกว่าพี่"

เต้พยักหน้าด้วยความเข้าใจเรื่องอายุ แต่มีอีกเรื่องหนึ่งต่างหากที่เขานั้นไม่เข้าใจ

"แล้วทำไมพี่ไม่ได้เป็นหัวหน้าล่ะครับพี่สรร ในเมื่อพี่อยู่รุ่นแรก ทำไมพี่ไทม์ที่อยู่รุ่นสี่ ถึงได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าล่ะครับ"

นั่นคือสิ่งที่เต้สงสัยมากที่สุด เพราะพี่ไทม์นั้นเด็กกว่าพี่สรร แต่ดันได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า ทั้งๆ ที่พี่สรรนั้นดูบุคลิกเหมาะที่จะเป็นหัวหน้ามากกว่าพี่ไทม์ซะอีก ก่อนที่พี่สรรจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

"จริงๆ หัวหน้าเก่าเขาก็อยากให้พี่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าเหมือนกันแหละ แต่พี่ปฏิเสธที่จะไม่เป็นเอง"

คำตอบของพี่สรรยิ่งทำให้เต้นั้นไม่เข้าใจ

"ทำไมล่ะครับพี่สรร?"

"พี่ว่าภาระมันเยอะเกินไป ไหนจะต้องคอยควบคุมงาน ต้องคอยตามงาน ต้องคอยตอบคำถามผู้จัดการ ไปนู่นนั่นนี่ พี่เห็นหัวหน้าคนเก่าทำแล้ว พี่ว่าพี่คงทำไม่ไหว แล้วพี่เองก็คงไม่มีความสุขและก็คงไม่มีเวลาให้ลูกสาวของพี่"

เต้พยายามตั้งใจฟังถึงสาเหตุที่พี่สรรไม่ยอมขึ้นมาเป็นหัวหน้า ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลดีที่พี่สรรนั้นไม่ยอมเป็น อาจเป็นเพราะพี่สรรต้องดูแลลูกสาวคนเดียวด้วย ยิ่งทำให้พี่สรรปฏิเสธที่จะเป็นหัวหน้าแทนคนเก่าแบบนี้

"หัวหน้าเก่าของพี่สรร เขาก็เลยให้พี่ไทม์ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแทนเหรอครับ?"

"ใช่ เพราะไอ้น้องไทม์มันเคยรักษาการแทนตอนที่หัวหน้าเก่าเขาไปต่างประเทศน่ะ พอหัวหน้าเก่าเขาลาออก เขาก็เลยไว้วางใจให้ไอ้น้องไทม์ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแทนซะเลย"

เต้ยังคงพยักหน้าอย่างต่อเนื่องเมื่อได้รู้เรื่องราวก่อนหน้าที่พี่ไทม์จะได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า

"แล้วพี่ไทม์พอเขาได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า เขาทำหน้าที่นี้ได้ดีไหมครับ" เต้เอ่ยถามเบาๆ เพราะกลัวว่าใครจะได้ยินในสิ่งที่เต้นั้นเอ่ยถามพี่สรร ก่อนพี่สรรจะหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเต้เอ่ยถามคำถามนี้

"ฮ่าฮ่า รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ จริงๆ พี่ก็ไม่ค่อยโอเคหรอกที่ได้ไอ้น้องไทม์ขึ้นมาเป็นหัวหน้าในตอนแรกๆ กลัวเหมือนกันว่ามันจะรับมือกับทุกสิ่งทุกอย่างไหวไหม เพราะหัวหน้าคนเก่าเขารับมือไว้ดีมาก" พี่สรรเอ่ยตอบกลับเบาๆ เหมือนอย่างที่เต้เอ่ยถามออกมา

"แต่พออยู่มาได้สักพัก พี่ก็ต้องเอ่ยชมมัน ยอมรับว่าน้องมันเก่งที่สามารถรับมือกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ น้องมันไม่เคยบ่น หรือมีท่าทีที่เหนื่อยให้ใครได้เห็นเลย ไอ้น้องไทม์มันเก่งจริงๆ นะ"

เต้แอบรู้สึกดีต่อพี่ไทม์พร้อมกับยิ้มเล็กๆ เมื่อได้ฟังมุมดีๆ ของพี่ไทม์จากปากของพี่สรร

"และที่สำคัญที่พี่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือน้องมันไม่หยิ่งและก็อัธยาศัยดี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีมากที่ไอ้น้องไทม์มันมี ได้เป็นทั้งหัวหน้าและก็เป็นทั้งเพื่อนของน้องๆ พนักงานคนอื่น มันทำให้น้องๆ คนอื่นๆ นั้นกล้าที่จะพูดคุยกับไอ้น้องไทม์โดยไม่กลัว ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ พี่ว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากเลยนะ จนบางทีพี่ก็แอบคิดว่า ถ้าวันนั้นหัวหน้าเก่าเขาไม่ได้เลือกไอ้น้องไทม์ขึ้นมาเป็นหัวหน้า แล้วเลือกคนอื่นขึ้นมาเป็นหัวหน้าแทน คนที่ได้มานั้นเขาจะประพฤติตัวและก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าไอ้น้องไทม์ไหมก็ไม่รู้!"

การที่พี่สรรพูดถึงพี่ไทม์ให้เต้ได้ฟังในเช้าวันนี้ มันทำให้ความรู้สึกของเต้ที่มีต่อพี่ไทม์นั้นเปลี่ยนไปในทันที รวมถึงความรู้สึกของพี่ไทม์ที่เอ่ยทักทายเต้ในลิฟต์ตอนเช้าวันแรกที่ได้เจอกัน มันก็เปลี่ยนไปหมด พี่ไทม์ที่พยายามทำตัวเป็นกันเองเมื่อเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าเต้เป็นพนักงานใหม่ของแผนกซิสเต็ม มันยิ่งทำให้เต้รู้สึกดีและอยากจะเอ่ยปากขอโทษพี่ไทม์ถึงสิ่งที่ทำลงไป ณ เวลานี้เลย

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

ช่วงเวลาก่อนแปดโมง เต้ได้นั่งพูดคุยกับพี่สรรและพี่ชานนท์ถึงงานที่จะต้องทำในวันนี้ ซึ่งในจังหวะที่เขากำลังนั่งจดและนั่งฟังรายละเอียดของงาน เสียงกระแทกเบาๆ ของรองเท้าก็เดินเข้ามายังแผนกซิสเต็ม ทำให้เต้ และพี่ๆ คนอื่นๆ ในแผนกนั้นหันไปมองในทันที ซึ่งมันก็ทำให้เต้ตกใจ เพราะคนที่เดินเข้ามา​ยังแผนกซิสเต็มนั้นไม่ใช่ใคร เขาคือพี่ไทม์

 

เฮ้ย! พี่ไทม์มาเช้า มาก่อนแปดโมง

 

เต้รีบพลิกนาฬิกาข้อมือของตัวเองเพื่อดูเวลา เผื่อนาฬิกาของบริษัทนั้นจะเดินไม่ตรง แต่ทว่านาฬิกาข้อมือของเต้นั้นก็บอกว่าก่อนแปดโมงเหมือนกัน ยิ่งทำให้เต้แปลกใจที่พี่ไทม์มาทำงานเช้าขนาดนี้

พี่ไทม์เดินสะพายกระเป๋าเข้ามายังแผนกและก็เดินมายังโต๊ะที่พี่ชานนท์นั้นกำลังนั่งอธิบายงานให้เต้ฟังอยู่

"ทุกคนครับ วันนี้ตอนเก้าโมงผมจะเรียกประชุมเกี่ยวกับโปรเจคใหม่ที่ผมได้รับมานะครับ เสร็จแล้วผมจะแจกแจงรายละเอียดและก็แบ่งงานในห้องประชุมนะครับ ฝากชานนท์ขอห้องประชุมให้ผมด้วย เอาให้ที่นั่งเพียงพอต่อคนในแผนกของเราทั้งหมดนะ"

พี่ไทม์พูดด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจนเต้สังเกตได้ พี่ไทม์ไม่เคยทำสีหน้าที่ดูจริงจังขนาดนี้

พี่ไทม์ในวันนี้ดูเหมือนเป็นอีกคนไปเลย

"ครับพี่ไทม์"

พี่ชานนท์เอ่ยรับทราบ ก่อนที่พี่ไทม์จะหมุนตัวและเดินออกจากโต๊ะของพี่ชานนท์ไปในทันที โดยไม่ได้หันมามองหรือพูดกับใครอีกเลย

เต้ชำเลืองสายตามองพี่ไทม์ที่กำลังค่อยๆ นั่งลงที่โต๊ะทำงานของเขาเอง เขายังคงสังเกตเห็นว่าบุคลิกของพี่ไทม์นั้นเปลี่ยนไปจริงๆ

"มาน้องเต้ เดี๋ยวพี่อธิบายงานต่อ ถึงไหนแล้วนะ"

พี่ชานนท์หันมาทวนสิ่งที่คุยไว้กับเต้ ก่อนที่เต้จะละสายตาจากพี่ไทม์และเริ่มพูดคุยกับพี่ชานนท์ต่อ

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

ในช่วงเวลาประชุม เต้และพี่ๆ ในแผนกนั้นเข้ามาในห้องประชุมล่วงหน้าประมาณห้านาทีเพื่อเตรียมความพร้อมของห้องประชุม ก่อนที่ทุกคนจะนั่งกันเป็นระเบียบเพื่อรอพี่ไทม์นั้นเข้ามาในห้องในเวลาเก้าโมง เต้เองนั่งอยู่บริเวณเกือบท้ายสุดของห้องประชุม เขาไม่กล้าที่จะนั่งเผชิญหน้ากับพี่ไทม์ตรงๆ ความรู้สึกของเขาตอนนี้ยังคงรู้สึกผิดต่อพี่ไทม์ ซึ่งไม่นานนักพี่ไทม์ก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ถือซองเอกสารจำนวนหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือโน้ตบุ๊กที่พี่ไทม์นั้นใช้งานอยู่ที่โต๊ะอยู่เป็นประจำ

พี่ไทม์ใช้โน้ตบุ๊กที่ถือมานั้นเชื่อมต่อกับเครื่องฉาย ก่อนที่เขาจะเริ่มอธิบายงานที่เขาได้รับมาอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง การพูดคุยของพี่ไทม์ในห้องประชุมวันนี้ดูแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด พี่ไทม์ดูนิ่งขึ้น เคร่งขรึมขึ้น ไม่มีพูดเล่น หรือไม่มีเสียงหัวเราะออกมาเหมือนอย่างที่เคยเป็นเลย เป็นอาการที่เต้นั้นจับผิดได้ตั้งแต่ต้นการประชุม จนถึงเวลาที่แจกจ่ายงาน พี่ไทม์ก็ยังคงเคร่งขรึมเหมือนเดิม

 

พี่ไทม์เปลี่ยนไปจริงๆ ด้วย เป็นเพราะเราหรือเปล่าที่ว่าพี่ไทม์ในห้องน้ำเมื่อวันศุกร์นั้น

 

เต้แอบโทษตัวเองที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้วันนี้พี่ไทม์นั้นเปลี่ยนไป

"เอาเป็นว่าน่าจะครบถ้วนแล้ว ผมขอปิดการประชุมครับ"

พี่ไทม์เอ่ยส่งท้ายเพื่อปิดการประชุม ก่อนที่พี่ๆ ทุกคนในแผนกจะลุกขึ้นจากโต๊ะในเวลาไล่เลี่ยกันและพากันเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับซองเอกสารที่พี่ไทม์นั้นถือเข้ามาแจกจ่าย เต้นั้นค่อยๆ ลุกขึ้น และพยายามทำอะไรให้มันชักช้าเพื่อที่จะให้พี่ๆ ในแผนกนั้นเดินออกจากห้องไปให้หมด เพื่อที่เขาจะได้ออกเป็นคนสุดท้าย พลางมองพี่ไทม์ที่กำลังจัดการปิดโน้ตบุ๊กและเก็บเอกสารที่เตรียมมาที่หัวโต๊ะของแผนก ซึ่งไม่นานนักทุกคนก็เดินออกจากห้องประชุมไปจนเหลือแค่เต้และพี่ไทม์เพียงสองคนเท่านั้น

 

เอาวะ เวลานี้แหละ เอ่ยขอโทษพี่ไทม์ซะ

 

เต้สูดลมหายใจเข้าเบาๆ เพื่อเรียกกำลังใจของตัวเองพร้อมกับเดินเข้าไปหาพี่ไทม์ที่เหมือนจะเก็บของเสร็จแล้ว

"พี่ไทม์ครับ" เต้เอ่ยเรียกเมื่อเดินมาถึงพี่ไทม์ ทำให้พี่ไทม์ชะงักเล็กๆ ก่อนที่เขาจะหันหน้ามามองที่เต้

"เรื่องวันศุกร์น่ะครับ ผมขอโทษพี่ไทม์ด้วยนะครับ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดอย่างนั้นจริงๆ ครับ" เต้เอ่ยขอโทษถึงสิ่งที่เขานั้นทำลงไป พลางมองหน้าพี่ไทม์ที่ยังคงมองหน้าเขาด้วยท่าทีที่นิ่งๆ

 

พูดอะไรสักหน่อยสิพี่ไทม์ อย่านิ่งไปแบบนี้

 

บรรยากาศในห้องประชุมนั้นเงียบขึ้นมาในทันทีเมื่อเต้นั้นเอ่ยขอโทษพี่ไทม์ไป พี่ไทม์ยังคงจ้องมองหน้าเต้ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ส่ายหัวเบาๆ

"ขอโทษทำไม" พี่ไทม์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งแตกต่างกับน้ำเสียงที่ใช้ประชุมก่อนหน้านี้มาก

"พี่ทำผิดเอง มันถูกแล้วที่พี่ต้องโดนว่า"

คำพูดของพี่ไทม์เป็นเหมือนมีดเล่มเล็กๆ ที่มาปักเข้ากลางหัวใจของเต้ เพราะพี่ไทม์นั้นเปลี่ยนไปจากคำพูดของเต้จริงๆ

"ไม่ครับพี่ไทม์ ผมไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่เองครับ ผมขอโทษครับ" คราวนี้เต้ไม่พูดเปล่า เขานั้นพนมมือเพื่อจะไหว้ขอโทษพี่ไทม์ด้วย

"เฮ้ยๆ ไม่ต้อง!" พี่ไทม์นั้นรีบกำมือของเต้พร้อมกับดึงลงเพื่อไม่ให้เต้นั้นไหว้เขา "อย่าทำแบบนี้ พี่ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองแก่ เข้าใจไหม ไม่ต้องทำแบบนี้" พี่ไทม์คิ้วขมวดใส่เต้เล็กๆ

"พี่ก็อย่าเปลี่ยนไปได้ไหมครับ!"

เต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ทำเอาพี่ไทม์มองหน้าพร้อมกับมือของตัวเองที่ยังคงจับที่มือของเต้อยู่อย่างนั้น

"เป็นแบบที่พี่เคยเป็น ผมอยากเจอพี่ไทม์คนเก่าครับ!"

เต้จ้องมองพี่ไทม์ด้วยความคาดหวังว่าพี่ไทม์จะสลัดลุคนี้ทิ้งและกลับมาเป็นคนเดิม คนที่หัวเราะเฮฮาและเป็นกันเองกับพนักงาน ก่อนที่พี่ไทม์จะค่อยๆ ปล่อยมือของเขาออกจากมือของเต้พร้อมกับยิ้มเล็กๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มแรกในวันนี้ที่เต้ได้เห็นจากพี่ไทม์ มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ไปทำงานได้แล้วไป โอ้เอ้อยู่นั่นแหละ!"

พี่ไทม์เอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่ดูดุ แต่เต้กลับไม่รู้สึกกลัวเลย เพราะพี่ไทม์นั้นยิ้มด้วยท่าทีเขินๆ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวและเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับโน้ตบุ๊กที่อยู่ในมือ

เต้ยืนมองพี่ไทม์ที่เดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับยิ้มเล็กๆ เหมือนกัน ที่ดูเหมือนพี่ไทม์คนเดิม คนที่เต้รู้จักจะกลับมาแล้ว มันทำให้เต้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก รวมถึงความรู้สึกผิดภายในใจที่เขามีต่อพี่ไทม์ ตอนนี้มันก็เริ่มหายไปหมดแล้วเช่นกัน

 

~ โปรดติดตามตอนต่อไป ~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว