ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 4 : หลุดปาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 746

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2563 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : หลุดปาก
แบบอักษร

เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์ตโฟนที่ดังอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนทำให้เต้ค่อยๆ ลืมตาตื่นกับเช้าวันใหม่ของสัปดาห์ที่กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง เต้ค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพลางบิดขี้เกียจเล็กๆ ก่อนที่สมองของเขาจะนึกถึงเรื่องของพี่ไทม์ที่คุยกับตินเมื่อวันก่อน ว่าถ้าอยากให้พี่ไทม์ปรับปรุงตัว เขาก็ควรจะต้องบอกพี่ไทม์เอง

 

เราต้องบอกให้พี่ไทม์รู้ตัวจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย!

 

เต้พึมพำกับตัวเองพร้อมกับการถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะจริงๆ แล้วเขาเองก็ไม่อยากจะเอ่ยมันออกไป ด้วยสาเหตุที่เต้นั้นเพิ่งเข้ามาใหม่และก็เด็กกว่าพี่ไทม์ การที่จะออกปากเตือนคนที่มีอายุมากกว่า ก็อาจจะทำให้ตัวเขาเองนั้นดูไม่ดี มันยิ่งทำให้เต้ต้องมาคิดหนักอยู่อย่างนี้ ว่าควรจะเอ่ยปากบอกไปไหม

การทำงานในเช้าวันใหม่ เต้นั้นมาทำงานด้วยรถไฟใต้ดินที่นั่งไม่กี่สถานีจากคอนโดที่เต้อยู่ ก็สามารถมาถึงบริษัท N Seven ได้แล้ว

การมาทำงานเช้าทำให้เต้รู้ว่าพี่ๆ ในแผนกนั้นมาทำงานกันเวลาไหน โดยคนที่มาเช้าสุดก็คือพี่สรร มาถึงก่อนที่เต้จะมาถึงที่นี่ซะอีก ส่วนคนที่มาสายสุดและตอนนี้ก็ยังไม่โผล่ออกมาให้เต้ได้เห็นก็คือพี่ไทม์

เต้เงยหน้ามองไปยังโต๊ะทำงานของพี่ไทม์และก้มลงมามองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ที่ตอนนี้เกือบจะเก้าโมงครึ่งแล้ว พี่ไทม์ก็ยังไม่มาทำงาน ทำให้เรื่องที่เต้คิดทบทวนว่าจะบอกหรือไม่บอกพี่ไทม์ออกไปนั้น มันยิ่งทำให้เขารู้คำตอบเร็วขึ้น

...ว่าเขานั้นควรจะบอกพี่ไทม์ไปเพื่อไม่ให้พี่ไทม์มาสายในทุกๆ วันแบบนี้

 

ว่าแต่ว่าไม่มีใครคิดจะเตือนพี่ไทม์ เหมือนอย่างที่เราคิดจะเตือนบ้างเลยเหรอ

ทำไมทุกคนดูเหมือนไม่เดือดร้อนอะไรเลย ทำไมถึงมีเราเดือดร้อนอยู่คนเดียว

 

เต้หันหน้าไปมองพี่ๆ ในแผนกที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน โดยไม่มีใครสนใจเลยว่าพี่ไทม์จะมาทำงานสายเหมือนอย่างที่เต้สนใจอยู่หรือเปล่า ก่อนที่เขานั้นจะลุกขึ้นจากโต๊ะพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางเดินออกมาจากแผนกเพื่อไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากแผนกนัก

ห้องน้ำที่บริษัท N Seven นั้นถูกออกแบบในสไตล์​โมเดิร์น​มินิมอล โทนสีขาวหรูและสวย มีต้นไม้ปลอมต้นหนึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโถปัสสาวะของผู้ชาย ซึ่งมันทำให้ดูร่มรื่นถึงแม้ว่ามันจะเป็นต้นไม้ปลอมก็ตาม โถปัสสาวะของผู้ชายนั้นมีผนังกั้นที่ค่อนข้างไม่สูง แต่ก็พอบดบังอะไรได้บ้าง

เต้เดินมายังโถปัสสาวะพร้อมกับยืนทำธุระพร้อมกับคิดว่าควรจะเอ่ยปากบอกพี่ไทม์ด้วยคำพูดแบบไหนดี ที่จะเหมาะสมต่อการที่คนอายุน้อยกว่าเอ่ยปากเตือนคนที่อายุมากกว่า ซึ่งในจังหวะนั้นที่เต้กำลังคิดและยืนทำธุระไปด้วย เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องน้ำ ทำให้เต้นั้นค่อยๆ ชำเลืองสายตาไปมองพร้อมกับความตกใจเล็กๆ เพราะคนที่เดินเข้ามาในห้องน้ำนั้นก็คือพี่ไทม์

"อ้าวน้องเต้!"

"พี่ไทม์ สวัสดีครับ" เต้เอ่ยทักทายด้วยท่าทีที่เลิ่กลั่ก​นิดๆ เพราะไม่คิดว่าจะเจอพี่ไทม์ที่นี่ ก่อนที่พี่ไทม์นั้นจะเดินมายืนที่โถปัสสาวะข้างๆ เต้เพื่อทำธุระเหมือนกัน

หัวใจของเต้แอบเต้นเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้นและก็ตกใจที่พี่ไทม์มายืนทำธุระอยู่ข้างๆ เต้แบบนี้

"มาสายจังเลยครับพี่ไทม์" เต้ค่อยๆ เอ่ยปากทักพร้อมกับแซวนิดๆ

"อืม เมื่อคืนพี่นอนดึกน่ะ กว่าจะนอนก็ตีสองตีสามละ เช้ามาไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเลย ก็เลยตื่นสายน่ะ" พี่ไทม์เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้เต้ฟัง

 

คงจะเล่นเกมจนดึกล่ะสิ!

 

เต้แอบว่าพี่ไทม์ในใจ ซึ่งในจังหวะนั้นเองพี่ไทม์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับโถปัสสาวะของเต้ก็ค่อยๆ เอียงตัวมาชิดกับผนังกั้นฝั่งที่เต้ยืนอยู่และชะเง้อหน้ามามองที่โถปัสสาวะของเต้

"ฉี่นานจัง"

เสียงทักของพี่ไทม์ทำเอาเต้ตกใจจนต้องดันตัวเองให้ชิดกับโถปัสสาวะ​เพื่อปกปิดของตัวเอง

"เฮ้ย! พี่ไทม์ พี่ทำอะไรอะ"

เต้โวยวายด้วยความตกใจพร้อมกับมองพี่ไทม์ตาโต เขาไม่คิดว่าพี่ไทม์จะทำอะไรแบบนี้ โดยพี่ไทม์นั้นก็ค่อยๆ ขยับตัวเองกลับไปอยู่ที่ตำแหน่งเดิมพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

"จะตกใจไปทำไม พี่ก็แค่ชะเง้อมองเฉยๆ ตกใจทำไม มีเหมือนกัน"

พี่ไทม์พูดไปหัวเราะไป ซึ่งเป็นกิริยาที่เต้นั้นไม่ชอบเอาซะเลย เต้นั้นพยายามทำธุระให้เสร็จและรูดซิปปิดในทันที

"มีเหมือนกัน! ก็ไม่ได้แปลว่าพี่จะต้องชะเง้อคอมามองของใครก็ได้นะครับ" เต้แอบอารมณ์ร้อนเล็กๆ ที่ได้ยินพี่ไทม์พูดแบบนั้น

"ถ้าผมชะเง้อคอไปดูของพี่บ้างอะ พี่จะว่ายังไง!"

"ก็มาดูสิ ขอดูพี่ก็ให้ดู ไม่ได้หวง"

พี่ไทม์ไม่พูดเปล่า เขานั้นเหมือนจะหันสิ่งนั้นมาให้เต้ดูด้วย ยิ่งทำให้เต้ตกใจจนต้องหลบหน้าหนีพร้อมกับรีบเดินออกมาจากโถปัสสาวะที่อยู่ข้างๆ พี่ไทม์มายังอ่างล้างมือบริเวณใกล้ๆ กับทางออกจากห้องน้ำ

"พี่จะบ้าไปแล้วเหรอพี่ไทม์!" เต้สบถว่าพี่ไทม์ออกไปในทันที

"ผมไม่ได้สนิทกับพี่ขนาดนั้นนะ ผมเป็นพนักงาน ส่วนพี่ก็เป็นหัวหน้าของผม หัดทำตัวให้เป็นหัวหน้าที่น่าเคารพหน่อยได้ไหม" เต้พูดออกไปอย่างไม่คิด นิสัยอารมณ์ร้อนของเขาตอนนี้เริ่มติดแบบที่เขาเองก็ควบคุมตัวเองไม่ได้

"ตั้งแต่ที่พี่ทักผมว่าเป็นคนส่งของละ ถามจริงๆ ว่าเวลาทักคนอื่นที่ไม่รู้จักกัน เขาทักทายกันแบบนี้เหรอ มันไม่มีมารยาทครับพี่" เต้เอ่ยออกไปหมดกับสิ่งที่เขากำลังรู้สึก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเอ่ยปากบอกพี่ไทม์ในวันนี้ก็ตาม

สีหน้าของพี่ไทม์ที่เคยอารมณ์ดีและมีเสียงหัวเราะก็เริ่มนิ่งไปเมื่อเต้นั้นเริ่มว่าพี่ไทม์

"อย่าให้ผมสอนเลยครับพี่ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำอะ อย่างเรื่องมาทำงานสายก็เหมือนกัน เป็นหัวหน้าก็ควรจะมาเช้าเพื่อให้เป็นตัวอย่างของพนักงาน ไม่ใช่มาสายแทบจะทุกวัน ทำแบบนี้บ่อยๆ สักวันหนึ่งจะไม่มีใครเคารพเอานะครับพี่"

พี่ไทม์ที่ยืนนิ่ง ไม่โต้เถียงหรือพูดอะไรกลับมาสักคำในระหว่างที่เต้นั้นพูดเลย

"นี่... พี่แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ"

พี่ไทม์ค่อยๆ เอ่ยปากออกมาหลังจากที่เต้พูดจบ ทำให้อารมณ์ร้อนของเต้นั้นลดลงในทันที จนรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไปบ้าง

 

ฉิบหาย! นี่กูเผลอพูดออกไปหมดเลยเหรอเนี่ย!

 

เต้แอบกลืนน้ำลายเล็กๆ พลางมองพี่ไทม์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวๆ รอบนี้ไม่มีเสียงของตินเอ่ยห้ามเหมือนวันก่อนแล้ว

"อืม พี่ขอโทษเราแล้วกันนะ ถ้าเผลอทำอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไป ขอโทษจริงๆ"

พี่ไทม์พูดด้วยท่าทีที่รู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่พี่ไทม์จะค่อยๆ เดินผ่านเต้ไปล้างมือและก็เดินออกจากห้องน้ำไปในทันทีโดยไม่หันมาพูดคุยกับเต้สักคำ มันยิ่งทำให้เต้รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก ถ้าหากพี่ไทม์ไม่ชะเง้อมามองตอนที่เขากำลังทำธุระอยู่ เขาเองก็คงไม่ปรี๊ดแตกและว่าพี่ไทม์ จนเรื่องมันเกินเลยไปมากขนาดนี้

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

เต้นั่งทำงานที่โต๊ะทำงานของตัวเองด้วยความไม่เป็นสุขหลังจากที่เขานั้นทะเลาะกับพี่ไทม์ในห้องน้ำ อารมณ์ของเต้นั้นแปรปรวนทั้งรู้สึกโกรธกับสิ่งที่พี่ไทม์ทำ แต่ก็รู้สึกผิดที่เอ่ยปากว่าพี่ไทม์ไปแบบนั้นเหมือนกัน เต้เงยหน้ามองพี่ไทม์ที่ในตอนนี้ดูนิ่งและเงียบไปมาก เขานั้นนั่งทำงานกับเอกสารกองโตที่อยู่บนโต๊ะโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองใครเลย

"นี่เราต้องเข้าไปขอโทษใช่ไหม!" เต้พึมพำกับตัวเอง เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ยังไง คำพูดของพี่ไทม์ที่พูดในห้องน้ำ ยังก้องอยู่ในหัวของเขาแบบนี้

 

'พี่ขอโทษเราแล้วกันนะ ถ้าเผลอทำอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไป ขอโทษจริงๆ'

 

เวลานั้นล่วงเลยมาจนถึงเวลาพักเที่ยง เวลาที่เต้และพี่ๆ ในแผนกรวมถึงพี่ไทม์จะออกไปรวมตัวกินข้าวกลางวันกัน ทำเอาเวลานี้หัวใจของเต้นั้นเต้นแรง เขาแอบกลัวและก็ไม่รู้จะมองหน้าพี่ไทม์ยังไงเหมือนกัน มันมีความรู้สึกผิดเล็กๆ ก่อตัวในความรู้สึกนี้

"พี่ไทม์ครับ ไปกินข้าวกันครับ"

พี่บอมเอ่ยชวนพี่ไทม์เมื่อลุกขึ้นยืนหลังจากเก็บข้าวของบนโต๊ะเสร็จ ซึ่งเต้เองก็แอบชำเลืองสายตาไปมองพี่ไทม์เหมือนกัน

พี่ไทม์ค่อยๆ เงยหน้าที่นิ่งเฉยขึ้นมามองทุกคนพลางยิ้มเล็กๆ

"ไปกันก่อนเลยครับ ผมยังเคลียร์เอกสารไม่เสร็จเลย ต้องรีบส่งคุณนิพลบ่ายนี้"

พี่ไทม์ปฏิเสธที่จะไปกินข้าวเที่ยงด้วยในวันนี้ ทำเอาพี่ๆ ในแผนกมองหน้ากันที่ได้ยินพี่ไทม์ปฏิเสธ ซึ่งมันก็เป็นครั้งแรกที่เต้ได้เห็นว่าพี่ไทม์ไม่ยอมไปกินข้าวด้วย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไปด้วยกันทั้งแผนก

จังหวะนั้นเองสายตาของพี่ไทม์ก็แอบชำเลืองมามองที่เต้แวบหนึ่งก่อนที่เขาจะก้มหน้าก้มตาลงไปทำงานต่อ ซึ่งเป็นแววตาที่พอจะทำให้เต้รู้ตัวแล้วว่า สาเหตุที่พี่ไทม์ไม่ไปกินข้าวกลางวันด้วยในวันนี้ คงเป็นเพราะเขานั่นแหละ... ที่ทำให้พี่ไทม์ไม่อยากไป

"งั้นเดี๋ยวผมซื้อน้ำซื้อขนมขึ้นมาฝากแล้วกันนะครับพี่ไทม์" พี่บอมเอ่ย

พี่ไทม์พยักหน้าเล็กๆ เพื่อเป็นการตกลง ก่อนที่ทุกคนจะค่อยๆ เดินออกจากแผนกไปด้วยความรู้สึกโหวงๆ โดยเฉพาะเต้ที่ทั้งรู้สึกโหวงและรู้สึกผิดเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

เต้นั่งเขี่ยจานข้าวไปมา เขารู้ตัวว่าไม่มีความสุขและไม่อยากกินข้าวเลยตั้งแต่ที่มีเรื่องกับพี่ไทม์ เพราะถึงแม้ว่าคำพูดเหล่านั้น มันจะเป็นสิ่งที่เต้รู้สึกจริง แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยอย่างนั้นออกไปเลย อารมณ์ร้อนที่เป็นนิสัยประจำตัวของเต้มันทำให้เขารู้สึกแย่

"เฮ้ยไอ้ชานนท์ พี่ไทม์นี่เขางานเยอะแค่ไหนวะ ทำไมวันนี้เขาถึงลงมากินข้าวด้วยไม่ได้" เสียงพูดคุยของพี่บอมและพี่ชานนท์ที่อยู่อีกโต๊ะหนึ่งนั้นดังขึ้น ทำให้เต้ที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งกับพี่สรรและพี่โน้ตนั้นหันไปมอง

"ก็น่าจะเยอะอยู่มั้ง เมื่อคืนกูทักพี่ไทม์ไปกะว่าจะชวนเล่นเกม พี่เขาก็ปฏิเสธเหมือนกัน"

"เหรอวะ"

การพูดคุยของพี่ชานนท์และพี่บอมทำให้เต้นั้นคิดตาม การที่พี่ไทม์มาสายนั้น อาจเป็นเพราะว่าพี่ไทม์ทำงานดึกดื่นจริงๆ

"แล้วเราสามารถช่วยอะไรพี่ไทม์เขาได้หรือเปล่าวะไอ้ชานนท์ มึงลองถามๆ พี่ไทม์หน่อย เพื่อพวกเราจะแบ่งงานช่วยกันได้"

พี่ๆ คนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะกับพี่บอมและพี่ชานนท์พยักหน้ารับในทันที ดูเหมือนว่าทุกคนนั้นพร้อมใจที่จะช่วยพี่ไทม์เกือบทุกคนเลย มันยิ่งทำให้เต้รู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมทุกคนถึงดูรักพี่ไทม์และอยากช่วยพี่ไทม์ ทั้งๆ ที่พี่ไทม์นั้นทำตัวก็ไม่ค่อยดูเหมือนหัวหน้าซะเท่าไหร่เลย

"น้องเต้!" พี่ชานนท์เอ่ยเรียก ทำให้เต้นั้นสะดุ้งออกจากความคิดและมองหน้าพี่ชานนท์ในทันที

"ครับพี่ชานนท์"

"พี่ไทม์ได้บอกเราหรือยังว่าวันศุกร์นี้จะไปกินเลี้ยงต้อนรับเราเข้าแผนกน่ะ"

"ครับ บอกแล้วครับ" คำถามของพี่ชานนท์ทำให้เต้นึกออกถึงตอนที่เขานั้นคุยกับพี่ไทม์ที่ร้านขายน้ำหน้าร้านสะดวกซื้อ

"เตรียมตัวเคลียร์กระเพาะรอเลยนะ จัดหนักจัดเต็มไปเลย พี่ไทม์เลี้ยง" พี่ชานนท์พูดและก็ยิ้ม

"อ๋อ ครับ" เต้เอ่ยพลางพยักหน้ารับทราบเล็กๆ ก่อนที่พี่ชานนท์จะหันหน้าไปพูดคุยกับพี่ๆ คนอื่นๆ ในแผนกต่อด้วยท่าทีที่มีความสุข ผิดกับเต้ตอนนี้ที่รู้สึกผิดจนบอกไม่ถูก ยิ่งได้รู้ว่าพี่ไทม์จะไปเลี้ยงเขาต้อนรับเข้าแผนกด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นที่พูดกับพี่ไทม์แบบนั้นไป

 

꧁⊱ ⊰꧂

 

ในบ่ายวันนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จ เต้ไม่ได้พูดคุยอะไรกับพี่ไทม์อีกเลย กว่าเขาจะรู้ตัวและเงยหน้าขึ้นมามองที่โต๊ะทำงานของพี่ไทม์ พี่ไทม์ก็ไม่อยู่ที่โต๊ะทำงานแล้ว ยาวจนถึงเวลาเลิกงานพี่ไทม์ก็ยังไม่กลับมา ทำให้เต้ต้องแบกรับความรู้สึกผิดนั้นกลับมาที่คอนโด ก่อนที่เขาจะพยายามโทรหาตินเพื่อจะระบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ตินฟัง แต่ทว่า... ตินเพื่อนสนิทของเขาไม่ยอมรับสาย มันยิ่งทำให้เต้รู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีก

"แม่งหายไปไหนวะ" เต้พึมพำพร้อมกับกดโทรหาตินอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งปลายสายของเต้นั้นรับสาย

"ฮัลโหล!" เสียงของตินแอบกระแทกเสียงใส่เต้นิดๆ

"นี่มึงไปไหนมาเนี่ย สมาร์ตโฟนไม่อยู่กับตัวหรือไง กูโทรหามึงจนเกือบจะร้อยสายได้แล้วมั้งเนี่ย" เต้แอบบ่นตินด้วยความอารมณ์เสีย

"กูลืมไว้บนรถ พอดีเพิ่งไปรับไอ้เตยมาจากเรียนพิเศษ กูเพิ่งเดินลงมาเอาเนี่ย" ตินอธิบายพร้อมกับเอ่ยถึง เตย น้องสาวของตินที่ห่างกันเกือบห้าปี

"มึง! ฉิบหายแล้วว่ะ!" เต้เอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง

"ฉิบหายอะไรวะ! เกิดอะไรขึ้น" ตินเอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่ก็แอบตกใจกับคำพูดโปรยหัวของเต้

"มึง! กูเผลอหลุดปากด่าหัวหน้ากูไปว่ะ" เต้เอ่ย

"อ้าว! แล้วมึงไปด่าหัวหน้ามึงทำไม อย่าบอกนะว่าเขาเรียกมึงว่าคนส่งของอีกแล้วอะ"

"ไม่ใช่!" เต้ส่ายหัวเล็กๆ "คือมึงจำเรื่องที่กูคุยกับมึงที่คาเฟ่ได้ป่ะ ที่มึงเป็นคนแนะนำกูอะ ว่าถ้าอยากให้หัวหน้ากูเขาปรับปรุงตัว กูก็ควรจะบอกหัวหน้ากูเอง"

"เออ จำได้" ตินเอ่ย

"นั่นแหละ! กูก็พยายามคิดอยู่ว่าจะหาทางบอกยังไง แล้วมึงรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น กูดันเจอหัวหน้ากูในห้องน้ำ แล้วหัวหน้ากูดันชะเง้อคอมามองตอนที่กูกำลังฉี่อะ ห่า! กูปรี๊ดแตกด่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กูคิดกับเขานะตอนนั้นเลยมึง" เต้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ตินได้ฟัง ทำเอาตินขำออกมาเบาๆ

"มึงเนี่ยนะไอ้เต้ กูไม่รู้จะเตือนเรื่องอารมณ์ของมึงยังไงแล้ว ได้เจอกับตัวอีกสักครั้งก็คงดี" ตินแอบประชดใส่เต้

"มึงอย่าซ้ำเติมได้ไหมวะ แค่นี้กูก็เครียดมากพอล่ะ กูก็กะจะขอโทษ แต่หัวหน้ากูก็ดันไม่อยู่โต๊ะจนเย็น ก็เลยไม่ได้เอ่ยปากบอกไปเลย" น้ำเสียงของเต้ดูกังวลได้อย่างเห็นได้ชัด

"กูไม่ได้กะจะซ้ำเติมมึงขนาดนั้น แต่อย่างน้อยมันก็เป็นบทเรียนของมึงอีกครั้งหนึ่งไง มึงจะได้รู้ตัวว่าคราวหน้าคราวหลังควรคิดก่อนพูด ไม่ใช่พูดก่อนคิด!"

"คร้าบ รู้แล้วครับ" เต้แอบส่งเสียงประชดกลับที่ตินนั้นมาเป็นบทความอย่างกับครูสอนนักเรียน

"แล้วกูจะทำยังไงต่อดีวะ ตอนนี้เขาเหมือนหลบหน้ากูเลยว่ะ เอาซะกูไม่กล้ามองหน้าหรือสบตาเลย" เต้แอบรู้สึกแย่

"แล้วมันจะไปยากอะไรล่ะ พรุ่งนี้มึงก็แค่ขอโทษกับสิ่งที่มึงทำไป แค่นั้นก็จบ ไม่เห็นต้องคิดมากอะไรเลย" ตินแนะนำแนวทางที่พอจะเป็นไปได้ให้เต้ได้ฟัง

"แล้วถ้าเขาไม่ให้อภัยกูล่ะ กูพูดแรงไปมากเลยนะเว้ย" เต้ยังคงกังวล

"แล้วมึงลองหรือยังล่ะ! ไม่ต้องคิดล่วงหน้า ยังไงการขอโทษก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเว้ย"

เต้พยักหน้ารับทราบเล็กๆ ตามที่ตินพูด พร้อมกับการคาดหวังว่าถ้าเกิดพรุ่งนี้เขาเอ่ยปากขอโทษพี่ไทม์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันก็คงจะดีขึ้นอย่างทันตา

 

~ โปรดติดตามตอนต่อไป ~

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว