ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : พ่อกับลูก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 145.7k

ความคิดเห็น : 122

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2563 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่อกับลูก 100%
แบบอักษร

  

  

  

ตอนที่ 9 

พ่อกับลูก 

[Vee Vivis] 

  

  

  

  

ผมถูกแม่ยายชวนมาบ้านในวันเกิดของพ่อตา

และกิจกรรมแรกที่ผมทำร่วมกับพ่อตาคือปลูกผัก

อย่านับเรื่องการกินข้าวที่มันเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วเลยครับ มานับตอนนี้ ตอนที่ผมกำลังพรวนดินเพื่อให้ท่านวางมะเขือเทศต้นเล็กๆ นั่นลงที่แปลงนี่ดีกว่า มันไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย การปลูกพืชผักมันก็งานง่ายสำหรับผม แต่ถ้าให้เลือกระหว่างปลูกมะเขือเทศกับพ่อตากับทำกับข้าวในบ้านกับเมีย ผมขอเลือกอย่างหลังแบบไม่ต้องคิดเลย

ไม่ใช่กลัวพ่อตา แค่ไม่อยากห่างเมีย

“ดินสูงไปแล้ว” ท่านบอกผม

“ครับ ขอโทษครับ”

“ตอนปลูกก็ใส่ใจด้วย ห่างกันแค่นี้อย่าทำให้มันมากนัก” ท่านว่าออกมาด้วยเสียงนิ่งๆ ของท่าน

“ครับ?” ผมเงยหน้าขึ้นแล้วถามท่านกลับ

“กับเจ้ามาร์ค ห่างแค่นี้ทำเหมือนทนไม่ไหวแล้ว ต่อไปต้องห่างมากกว่านี้” ท่านขยายความออกมา แล้วคำที่ท่านพูดมามันทำให้ผมคิดได้จริงๆ

“ผม…” แค่ห่างจากมาร์คมาปลูกมะเขือเทศ ผมยังทำให้มะเขือเทศมันเกือบตายเลย แล้วถ้าให้มะเขือเทศนี่เป็นงานในอนาคตที่ต้องรับผิดชอบ แล้วมาร์คเป็นมาร์คที่ห่างอยู่ตรงนั้น ผมคงทำงานออกมาได้ไม่ดี ทำให้มันมีปัญหาเพราะว่ามัวแต่พะวงถึงมาร์คแบบนี้

“นายอยากทำเพื่อลูกชายฉัน แต่แค่ปลูกมะเขือเทศที่เขาชอบนายยังทำได้ไม่ดีเลย แล้วมากกว่านี้จะทำได้ดีได้ยังไง”

“ขอโทษครับ”

“ทำให้เห็น แทนคำพูด” ท่านว่า แล้ววางมะเขือเทศต้นเล็กๆ ไว้ที่ข้างผม คนสูงอายุคนนั้นเดินออกจากสวนนี้แล้ว สวนที่เหมือนเรือเพาะชำเล็กๆ ของมะเขือเทศ เรือนเพาะชำที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันและคอยทะนุถนอมมะเขือเทศที่ผมปลูก เหมือนพ่อของมาร์ค

ผมปลูกมะเขือเทศต่อเงียบๆ อยู่คนเดียว พ่อท่านก็หายออกไปไหนแล้วไม่รู้ ถ้าให้เดาก็คงไปทำงานของท่านหรือไม่ก็คงเข้าไปหาแม่ ผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวของท่านสักเท่าไหร่ ความคิดท่านผมก็ไม่ค่อยรู้ ที่มองชัดที่สุดก็คือความรู้สึก ท่านหวงมาร์ค เป็นห่วงมาร์ค และรักมาร์คไม่ต่างจากผม ที่ให้ทำอย่างนี้ก็คงเพราะอยากสอนให้ผมใส่ใจทุกๆ อย่าง แม้ว่าตอนนั้นจะมีมาร์คอยู่ข้างๆ หรือไม่มีมาร์คอยู่ข้างๆ ก็ตาม 

“ใกล้เสร็จยังอะ” มาร์คเดินเข้ามาหาผม ตอนที่ผมกำลังจะเสร็จพอดี เหลืออีกแค่แถวเดียวผมก็ทำเสร็จแล้ว ผมเลยพยักหน้ากลับไป

“เหลือแค่นี้”

“มาผมช่วย จะได้เสร็จเร็วๆ” มาร์คบอกแล้วเริ่มจับต้นมะเขือเทศ

“เฮ้ย! มันจะเลอะ” ผมว่าแล้วปัดมือมันออก

“เลอะแล้วไง ทำสองคนมันเสร็จเร็วกว่านี่” มันว่าแล้วขมวดคิ้วใส่ผม

“ไม่เอา เดี๋ยวกูทำเอง”

“พี่วี…” เสียงแข็งแล้ว มันเรียกผมด้วยเสียงแข็งๆ นั่นแล้ว

“โอเคๆ มึงแค่รดน้ำ” ผมบอกแล้วชี้ไปที่บัวรดน้ำอันเล็กๆ ที่พ่อถือมาไว้

“โอเค” มาร์คมันตอบกลับแล้วเดินไปหาบัวที่วางอยู่ไม่ไกล มันยืนรอผมแล้วผมก็เริ่มลงมือทำต่อ

“มันจะท่วมแล้วมาร์ค” ผมว่าเมื่อเห็นมาร์ครดน้ำมากเกินไป

“ก็ผมกลัวมันไม่พอนี่”

“เอาแค่พอชุ่ม” ผมบอกแบบนั้น มันก็ทำหน้าเบะใส่ผมก่อนจะรดต้นต่อไปต่อ ทุกวันนี้ทำบ่อยนักล่ะครับหน้าตาน่ารักแบบนี้ แล้วนี่มาทำในสวน สวนเพาะชำ แล้วผมจะทำอะไรได้ นอกจากมองเหมือนหมาแบบนี้ผมจะทำอะไรได้อีก

“ทำไมพ่อต้องให้มาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ” มันบ่น

“เขาให้มึงมา?”

“เปล่า แค่บอกให้มาตามพี่ เพราะนี่ก็นานแล้ว” มาร์คว่า

“เหรอ? กินข้าวกันกี่โมง”

“ทุ่มหนึ่ง” มาร์คบอก 

“แล้วนี่กี่โมงแล้ววะ”

“หกโมงครึ่ง” มาร์คบอก ผมเลยเลิกคิ้วมองมัน

“ถามจริง?”

“รีบเลย” มันว่าแล้วมองอีกสองต้นที่เหลืออยู่

“เหี้ย!” ผมสบถออกมาเมื่อต้นมะเขือเทศที่ผมจับอยู่มันเกิดหักเสียดื้อๆ

“ทิ้งเลย” มาร์คมันว่าอย่างนั้น ตอนที่ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน แต่ผมกลับไม่กล้าทิ้ง ได้แต่ก้มลงมองต้นมะเขือเทศในมือที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมันดี ไม่อยากทิ้งแต่ก็ปลูกต่อไม่ได้จริงๆ

“จะให้ทิ้งยังไงล่ะวะ พ่อเขาบอกว่ามึงชอบกิน” ผมว่าแล้วมองหาอะไรสักอย่างที่พอจะช่วยให้เราปลูกมันต่อได้

“ก็เพราะผมชอบนี่แหละ ผมเลยบอกว่าทิ้งก็ได้ไง มีตั้งเยอะแล้วเนี่ย” มาร์คว่าแล้วมองไปรอบๆ ที่มีต้นกล้าของมะเขือเทศเต็มแปลง

“แต่ว่า…เอ้อ! นี่ไง” ผมร้องออกมาเมื่อมองเห็นไม้เล็กๆ ที่พอจะดามต้นกล้าต้นนี้ได้ ผมจับมันมาเป็นหลักที่จะช่วยพยุงให้ต้นอ่อนสามารถอยู่ได้ มาร์คเองก็นั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะหยิบเศษเถาวัลย์ที่พอจะมัดได้มาช่วยมัดต้นอ่อนไว้กับกิ่งไม้

“เฮ้อ~ ทิ้งไปไม่เป็นไรหรอกน่า” ปากมันก็บ่น แต่มือมันก็ช่วยไปด้วยนั่นแหละ

“จะทิ้งได้ไงล่ะ กูสงสารมันนี่” ผมบอกแล้วปล่อยให้มาร์ควางต้นมะเขือเทศลงในหลุมเล็กๆ ที่เตรียมไว้

“อีกต้นอะรีบเลย” มาร์คบอกหลังจากที่กลบต้นอ่อนนั่นเสร็จ ผมหันไปยิ้มให้มันเล็กน้อย ถึงแม้ว่ามันจะทำหน้ายุ่งแต่มันก็ยังช่วยผมปลูกเจ้านี่จนเสร็จ

“มึงนี่มันน่ารักจริงๆ”

“อะ อะไรเล่า! รีบเลย” มันว่าเขินๆ แล้วผมก็หัวเราะให้กับอาการเขินของมัน ก็น่ารักจริงๆ แค่หลุดปากชมนิดเดียวทำไมเขินมากขนาดนี้นะ

เราเก็บอุปกรณ์ก่อนจะล้างไม้ล้างมือให้เรียบร้อย โต๊ะอาหารตั้งเตรียมร้อยแล้วและแม่ก็คอยอยู่แล้ว ผมเดินมาขอโทษขอโพยท่าน แต่แม่ของมาร์คเป็นคนใจดีมาก ท่านไม่ได้ว่าอะไรสักคำแถมยังขอบคุณที่ผมช่วยงานพ่อ แต่ว่าคนเป็นพ่อกลับยังไม่อยู่ตรงนี้

“คุณพ่อล่ะครับ” มาร์คถาม

“อีกสักพักคงมามั้งคะ” แม่ว่าแล้วมองไปที่บันได “คงคุยงาน”

“ตลอดเลย” มาร์คทำหน้ามุ่ยแล้วแม่ท่านก็ทำหน้าลำบากใจ ตาสวยที่ฉายแววเห็นใจลูกชายมองมาที่ผม ผมเลยก้มลงมองคนข้างๆ ก่อนจะวางมือลงบนหัวมัน

“งอแงเหรอวะ”

“ไม่ใช่สักหน่อย” มาร์คบอก

“งอนพ่อแน่ๆ” ผมว่าแล้วแกล้งหยอกมัน แม่ท่านเห็นแบบนั้นท่านเลยส่งยิ้มพร้อมๆ กับพยักหน้าให้ผม

“อย่าน้อยใจพ่อเขาเลยลูก ทำธุรกิจก็แบบนี้แหละ ไม่ค่อยมีเวลาหรอก ถ้าทางนั้นเขาอยากดีลแล้วเราพอจะดีลได้เราก็ต้องดีล” แม่ว่ายิ้มๆ แล้วมองมาร์ค

“ผมเข้าใจครับ”

“เข้าใจจริงหรือเปล่า” เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้เราหันไปทางนั้น มือผมปล่อยจากหัวมาร์คอย่างช้าๆ เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือพ่อตา

“เข้าใจครับ” เสียงที่เบากว่าตอนคุยกับแม่บอกกลับ ตาที่เคยสบกับใครๆ อย่างมันใจกลับมองลงที่มือผมเหมือนกับกลัวอะไรสักอย่าง

“เข้าใจก็ดี” พ่อท่านไม่ได้ว่าอะไรออกมาเพื่อเป็นการปลอบมาร์ค และไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม แต่ผมรู้ว่าท่านรู้…ท่านรู้ว่ามาร์คยังกลัวท่านนิดๆ และบางทีมันอาจจะยังน้อยใจในเรื่องที่ผ่านๆ มา แล้วที่สำคัญมันเองก็ดื้อมากไม่ต่างจากพ่อที่ดุมากๆ มันก็คงรู้สึกผิดอยู่ และไม่ปลกเลยที่ทั้งสองคนจะทำตัวไม่ถูกบ้างบางเวลา

“คุณก็อย่าทำเหมือนจะดุลูกสิคะ ทั้งๆ ที่ความจริงก็กลัวลูกไม่รักแท้ๆ”

“อะไรนะครับ?” มาร์คเงยหน้าขึ้นถามแม่ ก่อนจะมองไปที่พ่อเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ส่วนผมก็นั่งกระตุกยิ้มหล่อๆ รอว่าพ่อมันจะตอบยังไง รัก…พ่ออะรักมาร์คจนกลัวว่ามาร์คจะไม่รัก ไม่ต่างจากผมหรอก

“ใครกลัวอะไร เริ่มเลยไหม?” พ่อถามแล้วขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามาร์คมองอยู่

“คุณพ่อ…”

“หิวแล้ว” พ่อว่าแล้วมองมาที่มาร์ค น้องมันก็อมยิ้มเหมือนพอใจที่ทำให้พ่อเสียอาการได้

“มาสะ ไปเอาเค้กที่ลูกทำออกมาสิลูก” แม่บอก

“เอ่อ…”

“ทำเค้กเองเลยเหรอ?” เป็นผมที่ถามแทน เพราะตอนนี้พ่อของมาร์คยังมองมาที่มาร์คอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใช่…ขนาดผมเองก็ยังไม่อยากเชื่อ มาร์คเหรอจะทำเค้ก

“แม่…สอน” มาร์คว่าเบาๆ เหมือนไม่มั่นใจ

“ไปเอามาเถอะลูก พ่อเขารอ”

“แต่ว่า…พี่วี…” น้องมันก้มลงมามองผม มือสวยนั่นสะกิดที่ไหล่ผมเบาๆ ให้ผมได้เลิกคิ้วมอง

“ทำไม?”

“ไปกับผมหน่อย” มาร์คว่าและนั่นทำให้ผมนึกได้ว่าที่มานี่ก็เพราะจะมาเป็นกำลังและเสริมสร้างความมั่นใจให้มาร์ค ไม่ใช่มานั่งสบตาพ่อตาเพื่อทำสงครามประสาทกันแบบตอนนี้

“ปะ…” ผมว่าก่อนจะขยับตัวลุก

“แค่ไปเอาเค้กมันจะต้องไปกันสองคนสามคนอะไรขนาดนั้น” พ่อบ่นตามหลัง แต่มันก็ไม่มีผลอะไรกับผมหรอก ผมยังฉุดมือมาร์คมาที่ห้องครัวต่อห้าต่อตาพ่อมันนั่นแหละ

มาร์คยืนลังเลอยู่ที่ตู้เย็น มันหันมามองผมแล้วผมก็เลิกคิ้วให้มัน หลังจากนั้นคนที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิดก็เดินไปที่ตู้เย็นอีกครั้ง มันถอนหายใจออกมายาวๆ ให้ผมได้เอียงคอมอง

“มันยังไง อาการมันเป็นยังไง ไหนบอกกูซิ?” ผมว่าแล้วเดินเข้าไปหา

“พี่วี…”

“หืม?”

“เค้กผมมันห่วยแตกมากเลย” มาร์คว่าเบาๆ น้องมันยังไม่ได้เปิดตู้เย็นเลยด้วยซ้ำ

“ไหน”

“อย่าเพิ่ง!”

“ก็…” ผมกำลังหาคำอธิบายกับก้อนน้อยๆ ที่เห็นอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้น้อยหรอกมันก็เท่าเค้กหนึ่งปอนด์นั่นแหละ แค่มันดูบู้บี้แปลกๆ เหมือนปาดหน้าเค้กและด้านข้างขอบเค้กไม่สม่ำเสมอ หรือว่ามันไม่ได้ปาดเลยวะ? ตัดเรื่องนี้ออกไปเพราะผมคิดว่ามันทำยากอยู่ มาดูที่หน้าเค้กแปลกๆ นั่นก่อน มันจะรวมช็อกโกแลตไปกองที่เดียวกันแบบนั้นไม่ได้ป้ะวะ

“แย่มากเลยใช่ไหม?”

“อือ”

“พี่วี~” มันครางเรียกผมก่อนจะดันประตูปิด แต่ผมกลับใช้แรงยื้อไว้

“ไม่ได้หมายความว่ารสชาติมันจะแย่สักหน่อย”

“แต่ว่า…”

“แม่เป็นคนผสมใช่ไหม?” ผมหันก้มลงถาม

“อื้อ”

“อือ งั้นเอาไปกินได้”

“พี่วี!” มาร์คมันว่าเหมือนไม่พอใจผม แต่ผมกลับหัวเราะออกมาน้อยๆ 

“ขู่เหมือนแมว กูจะกลัวหรอก” ผมว่าแล้วยกเค้กนั้นออกมา โดยมีไอ้มาร์คตะแง้วๆ ตามหลังมา

“พี่วีอย่าเพิ่ง พี่วี…”

“มาแล้วคร้าบบบ” ผมว่าแล้ววางเค้กลงตรงหน้าพ่อ ท่านมองมันสักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาร์ค

“คือ…มันมีที่แม่ทำไว้ เดี๋ยวผมไปอันที่แม่ทำไว้มาให้ แล้วพ่อ…”

“ทำไมไม่มีเทียน”

“ครับ?” เด็กที่กลัวว่าพ่อจะไม่ชอบฝีมือของตัวเองเงยหน้าขึ้นมองพ่อทันทีที่ท่านถามหาเทียนวันเกิด มันเลิ่กลั่กแล้วมองมาที่ผม ส่วนผมก็อมยิ้มน้อยๆ แล้วมองไปที่พ่ออย่างรู้ทัน

อะไรที่มาร์คทำมันดีงามหมดนั่นแหละ

 

------ 

  

“เทียนวันเกิดไง ไม่มีแล้วจะเป่าเทียนยังไง” พ่อว่า

“ลูกคงลืมค่ะคุณ เดี๋ยวแม่ไปเอาให้นะคะ” แม่ว่าแล้วลุกออกไปหยิบมาให้

“คือ…” มาร์คยังพยายามคุยกับพ่อ แม้ว่าท่านจะทำแค่มองเค้กของมันเฉยๆ ก็ตาม

“อะไร” ท่านว่า

“ผม…ทำไม่สวย ให้ผมไปเอาของแม่มา…”

“ไม่” พ่อท่านบอกแค่นั้นแล้วแม่ก็มาพอดี ใบหน้าของคนที่สวยที่สุดในบ้านยิ้มแย้มมา ท่านสบตากับผมอย่างพึงพอใจก่อนจะยื่นเทียนให้ผม

“ขออนุญาตนะครับ” ผมว่าแล้วแทรกตัวไปหามาร์ค ปักเทียนที่มีเลขวันเกิดของพ่อลงไปทั้งสองอัน แล้วหันไปมองหน้ามาร์ค

“พี่วี มัน…”

“มันสวยแล้ว” ผมว่าเบาๆ

“อย่าอวยผมสิ” มาร์คว่า แล้วผมก็ยิ้มให้มัน

“เชื่อสิ แค่เป็นมาร์คทำมันก็ดีแล้ว” ผมว่าแล้วยิ้มให้มัน มันเองก็มองสบตาผม คำขอบคุณมากมายออกมาจากคู่สวยคู่นั้น ทั้งๆ ที่มันไม่ได้สวยอะไรเลยจริงๆ มันติดจะออกไปทางแย่อย่างที่มันบอกนั่นแหละ แต่ผมกลับพูดออกไปแบบนั้น ไม่ใช่ว่าอยากอวย แต่ว่ามันสวยในแบบที่มาร์คเป็นคนทำจริงๆ

“ประโยคนั้นฉันต้องพูด” พ่อว่าออกมาแล้วมองมาที่ผมเหมือนจะไม่พอใจ แต่ผมกลับยิ้มให้ท่าน

“พูดช้าเองนี่ครับ”

“นายนี่มัน…”

“เป่าเค้กเถอะค่ะ” แม่บอก แล้วพ่อเลยถอนหายใจออกมา แต่ตาท่านยังมองผมอยู่

“เดี๋ยวเทียนหมดนะครับ” ผมว่าอย่างนั้นทั้งๆ ที่เทียนยังไม่ได้ลดลงสักนิด

ฟู่~

“สุขสันต์วันเกิดค่ะที่รัก จุ๊บ!” แม่บอกเบาๆ แล้วจูบลงที่มุมปากของพ่อ การกระทำแบบนั้นทำให้ผมต้องเม้มปากแน่น มาร์คเองก็ยิ้มเขินๆ ส่วนพ่อน่ะเหรอ ท่านแก้มแดง…

“ขอบคุณครับ” ไอ้เหี้ย! พ่อโคตรหล่อเลย

“มาสะ อวยพรวันเกิดให้คุณพ่อสิลูก” 

“เอ่อ…สุขสันวันเกิดครับ” มาร์คว่าแล้วมองไปที่พ่อ

“อืม”

“ไม่หอมแก้มพ่อเหรอ?” ผมแกล้งถาม แล้วมาร์คมันก็ถลึงตาใส่ผม

“กอดพ่อสักหน่อยลูก” แม่ว่า

“แม่ครับ”

“งั้นมาหอม…”

“พ่อ” ก่อนที่ผมจะว่าจบ และก่อนที่ผมจะเอียงแก้มให้มาร์ค พ่อก็บอกออกมา เสียงเข้มๆ ทำให้ทุกคนหันไปมอง นอกจากนั้นแก้มใสๆ ของท่านยังเอียงไปทางมาร์คเล็กน้อย ใช่…แก้มพ่อใสเหมือนแก้มมาร์ค และแก้มพ่อกำลังแดงมากๆ เหมือนแก้มของมาร์ค

ฟอด~

“สุขสันต์วันเกิดนะครับคุณพ่อ” มาร์คบอกอีกครั้งหลังจากที่หอมแก้มพ่อท่ามกลางรอยยิ้มสุขใจของแม่ และยิ้มเอ็นดูจากผม

“อืม…ขอบคุณ เป็นเด็กดีนะ” ท่านบอกแล้วลูบหัวมาร์คเบาๆ

“ครับผม”

“แล้วผมต้องหอมแก้มคุณพ่อด้วยไหมครับ” ผมว่าแล้วทำเนียนดึงมาร์คออกมา ก็รู้…ผมรู้แหละว่าเขาพ่อลูกกันแต่ผมก็หวงแก้มนิ่มๆ ของมาร์คกับทุกคนไง

“กลับไปนั่งรอตัดเค้กได้แล้ว” ท่านว่าแบบนั้น แล้วแม่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกันกับผม

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ” ผมบอกท่านยิ้มๆ แล้วยื่นกล่องของขวัญวันเกิดที่ตัวเองเตรียมมาให้กับท่าน ท่านมองงงๆ แต่ก็รับไป มันก็แค่ปากกาที่พ่อผมฝากมา ผมไม่ได้เป็นคนหาซื้อมาหรอก ไม่รู้ด้วยว่าต้องซื้อแบบไหนให้เหมาะกับพ่อของมาร์ค พ่อกับแม่ของผมเลยเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้

“นายหาอะไรแบบนี้เป็นด้วย?”

“พ่อผมน่ะครับ” ผมบอก

“อ๋อ” ท่านรับคำแค่นั้น ก็นั่นแหละพ่อผมกับพ่อของมาร์คไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ เจอกันครั้งนั้นก็ฉะกันไปเยอะเหมือนกัน แล้วที่พ่อผมฝากของมาแบบนี้ผมคิดว่าพ่อผมจะเป็นฝ่ายยอมก่อน พ่อผมก็ต้องยอมอยู่แล้วแหละเพราะผมหลงลูกชายบ้านนี้จะเป็นจะตายแล้ว 

“สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะครับ” 

“ฝากขอบคุณพ่อกับแม่ด้วย” 

“แล้วผมล่ะครับ” 

“…” ไม่ใช่ความเงียบอย่างเดียวที่ผมได้รับจากพ่อของมาร์ค แต่สายตาที่ท่านมองมาคือสิ่งที่ทำให้ผมสัมผัสได้อีกอย่างหนึ่งว่าท่านต้องการจะสื่อออะไร ท่านขอบคุณ ไม่ใช่ของขวัญของพ่อ ไม่ใช่แค่วันนี้ผมอยู่ตรงนี้กับมาร์ค และไม่ใช่ที่ผมมาคบกับมาร์ค แต่ท่านขอบคุณที่ผมสามารถทำให้มาร์คเป็นคนแบบนี้ เป็นมาร์คที่น่ารักเหมือนตอนนี้ 

เค้กถูกตัดแบ่งด้วยเจ้าของวันเกิดเอง ลูกน้องของท่านก็ได้รับประทานอาหารและเค้กที่แม่ทำกันทุกคน แต่พ่อท่านจะพิเศษหน่อยตรงที่ได้ท่านได้ทานเค้กฝีมือลูกชายกับภรรยาของตัวเอง และพิเศษมากๆ ตรงที่มีผม ลูกเขยที่แสนดีคนนี้ถือเค้กมาให้กับมือ

“มันอร่อยอยู่” พ่อบอกหลังจากที่ได้ทานเข้าไปเป็นคำแรก

“แม่เป็นคนผสมครับ ผมแค่แต่งหน้าเค้ก” มาร์คบอก

“หน้าเค้กมันก็…ไม่ได้แย่”

“อือ ตัดแบ่งกันแบบนี้แล้วไม่แย่หรอก” ผมบอก

“พี่วี!” มาร์คมันหันมาทำหน้างอนผม ให้แม่ได้หัวเราะ ส่วนพ่อก็ขมวดคิ้วมองเหมือนไม่พอใจที่ผมว่าลูกชายท่านแบบนั้น

“ตอนยังไม่แบ่งก็ไม่แย่” พ่อว่าขึ้น

“พ่อครับ?”

“แค่มาร์คทำมันก็สวยแล้ว” อวยมาร์คมากกว่าผมก็พ่อมันนี่แหละ ต้องยอมเขาเลย

วันเกิดของพ่อมาร์คปีนี้คือเรื่องแปลกใหม่สำหรับบ้านนี้ แม่บอกผมว่าอย่างนั้น เพราะปกติท่านไม่ได้มาเป่าเค้กกับที่บ้าน ไม่มีการเลี้ยงฉลองเล็กๆ แบบนี้ แต่ปีนี้ท่านอายุมากขึ้น และเรื่องธุรกิจมันก็ลงตัวมากขึ้น อีกอย่างพ่อมารู้ว่ามาร์คไม่ได้ชอบงานแบบนั้น ท่านเลยจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้าน เอาง่ายๆ ก็แค่อยากให้ไอ้มาร์คกลับบ้านเลยเอาวันเกิดมาอ้างก็แค่นั้นแหละ

ตอนเช้าเราทำบุญที่สัดด้วยกันจนหมดช่วงเช้า มาร์คไหว้ขอพรพ่อกับแม่ และโทรไปหาปู่กับย่า ผมก็ได้แต่มองอยู่เงียบๆ มองดูมาร์คบอกว่าคิดถึงและอยากไปหา แต่ตั้งแต่เข้าเรียนมหา’ลัยมันยังไม่มีโอกาสไปญี่ปุ่นเลย ไม่ใช่ติดเรียนอะไรหรอก ติดผมนี่แหละ

“พี่วี เรากลับกันตอนนี้เลยไหมอะ” มาร์คมันเดินมาถามหลังจากที่วางสายทางไกลเสร็จ

“ไม่มีอะไรอีกแล้วเหรอ” ผมถามแล้วมองไปที่พ่อ

“ไม่มี เดี๋ยวก็จะกลับบ้านกันแล้ว พ่อให้มาถามกลัวว่าจะถึงค่ำ” มาร์คบอกผมเลยเลิกคิ้วมองมันกลับ

“คุยกันดีแล้ว?”

“พี่อย่าทำเสียงแบบนั้น”

“แล้วจะให้กูทำยังไง ก็กูแปลกใจ ปกติคุยกันที่ไหนล่ะ” ผมว่า

“ก็พ่อให้มาถาม” ผมยิ้มให้มาร์คก่อนจะมองเลยไปที่พ่อ ท่านเองก็มองมาที่ผมเหมือนกัน ผมล่ะอยากหัวเราะตรงนี้จริงๆ อยากคุยกับลูก อยากบอกอะไรลูกมากมาย แต่ไม่กล้าทำ ส่วนคนลูกก็กลัวแสนกลัว เป็นพ่อลูกกันแท้ๆ รักมากเหมือนกันแท้ๆ ทำไมต้องไม่กล้ากับเรื่องแค่นี้

“อือ กลับบ้านแล้วกลับเลยก็ได้” ผมบอก

เรากลับมาที่บ้านและแม่กำลังเตรียมของให้เรา คงเป็นอาหารการกินกับเสื้อผ้าของมาร์ค ที่ผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะเตรียมมากมายทำไม ประเทศเราแม้ว่าจะใกล้เข้าหน้าหนาวหรือหน้าอะไรก็แล้วแต่ มันก็ร้อนอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ 

“อันนี้เป็นคุกกี้นะคะ แม่อบเมื่อวาน เอาปากเพื่อนๆ นะ” แม่วางโหลใส่คุกกี้อันใหญ่ไว้ที่โต๊ะ ท่านดันมาทางผมก่อนจะหาขนมอีกมากมายที่ท่านทำเมื่อวานมาให้

“คุณแม่ครับ มันเยอะไปแล้วครับ” ผมบอกยิ้มๆ

“ไม่เยอะๆ อันนี้เอาไปฝากคุณพ่อกับคุณแม่ น้ำพริกกับมะขามกวนน่ะ แม่เพิ่งลองทำ” แม่บอกแล้ววางของไว้ให้ผมอีก

“ขอบคุณครับ”

“แล้วอีกคนไปไหน เมื่อไหร่จะลงมา” แม่ถาม

“เห็นว่ามีของที่อยากเอาไปน่ะครับ” ผมว่า

“อ๋อ”

“มาแล้วครับ” เสียงของมาร์คเรียกเราให้หันกลับไปมอง แม่ท่านก็ยิ้มให้ก่อนจะอ้าแขนออก

“กลับไปแล้วก็กลับมาหาแม่อีกหน่อยนะ แม่เหงานะเนี่ย” แม่บอก

“มีผมอยู่จะเหงาอะไรล่ะคุณ”

“คุณพ่อทำงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาให้คุณแม่หรือเปล่าครับ” ผมหันไปบอก มันเรื่องที่คุณพ่อเองก็รู้ดี และเป็นเรื่องที่คุณแม่บอกผม

“ให้ถึงคราวตัวเองทำงานก่อน ถ้าลูกฉันร้องไห้กลับบ้านอีกคราวนี้ฉันไม่ปล่อยกลับไปแน่” พ่อว่า

“ไม่มีวันนั้นอีกหรอกครับ” ผมบอกแล้วยิ้มให้ท่านอย่างจริงจัง ยิ้มแต่ไม่มีความล้อเล่นในแววตาของผม

“ก็ดี” พ่อว่าออกมาแล้วหันไปหามาร์ค

“ผมไปก่อนนะครับ” มาร์คบอกแล้วยกมือไหว้พ่อ

“อือ มีอะไรก็โทรมา” 

“ลูกก็โทรหาฉันอยู่ค่ะคุณ แต่ว่าพักหลังนี่ทำกิจกรรมหนักหน่อย ใช่ไหมคะ?” แม่มาร์คถาม

“ใช่ครับ หนักอยู่แต่ผมก็ทำได้นะ” มาร์คตอบ

“พี่วีเขาบอกแม่แล้วจ้ะ”

“บอกแค่แม่?” พ่อเลิกคิ้วขึ้นมองแม่

“ก็ลูกคุยโทรศัพท์กับฉันนี่คะ” แม่บอก

“โทรศัพท์ผมก็มี” พ่อท่านบ่นเบาๆ ไม่รู้ว่ามาร์คกับแม่ได้ยินไหม แต่ผมอะได้ยินชัดมากๆ

“ไว้วันหลังผมจะให้มาร์คโทรหาคุณพ่อบ้างนะครับ” ผมบอก

“แล้วนายเป็นใครทำไมลูกชายฉันต้องขออนุญาต จะโทรหาพ่อนี่ต้องขออนุญาตใครก่อนด้วยเหรอ” พ่อว่าออกมายาวๆ ให้ผมได้ยิ้ม

“ก็ต้องขออนุญาต…”

“พี่วี…”

“ผมหมายถึงผมแค่อยากให้น้องบอกผมก่อน ไม่อย่างนั้นผมคงคิดมาก กังวลว่าน้องจะคุยกับใคร แบบนี้น่ะครับ” ผมบอก

“อือ ก็ระวังๆ กัน”

“ระวังอะไรล่ะครับ ผมไม่มีใครสักหน่อย” มาร์คบอก

“ถ้ามันหาได้ดีกว่านี้พ่อก็ไม่ว่า” อ้าว! ทำไมพ่อตาผมพูดแบบนี้ล่ะวะ มันได้เหรอเฮ้ย!

“ไม่หรอกครับ แค่คนนี้ก็พอแล้ว”

“หึ…รีบกลับ เดี๋ยวจะดึก” พ่อบอก มาร์คเลยเดินเข้าไปกอดแม่อีกรอบ และยกมือไหว้พ่ออีกครั้ง น้องเดินออกไปก่อนตามด้วยผมที่กำลังหอบเอาข้าวของที่มาร์คและคนของพ่อมาร์คถือไปไม่หมดมาไว้ในมือ

“วิวิศน์…”

“ครับ” ผมหันกลับไปเมื่อเสียงเข้มเรียกผม

“นายรู้ใช่ไหมว่าฉันรักมาสะมาก” พ่อของมาร์คบอกพร้อมกับเดินเข้ามาหาผม

“ทราบครับ”

“ดูแลลูกชายฉันดีๆ” มือหนาวางลงที่หัวไหล่ของผม ตาคมมองมาที่ผมอย่างมีความหมาย ทั้งขอร้อง ทั้งบังคับ และฝากฝัง แต่ถึงท่านจะไม่ทำแบบนี้ ถึงท่านจะไม่บอก ผมก็ตั้งใจจะดูแลมาร์คให้ดีที่สุดและผมก็ตั้งใจจะรักมาร์คให้มากขึ้นทุกวันอยู่แล้ว

“ผมจะดูแลให้ดีที่สุดครับ” 

 

 

  

 

#กลรักรุ่นพี่2 

31/8/2020 

คุณพ่ออออ คุณพ่อคือเดอะเบสท์มากค่ะ ทำไมชอบคุณพ่อจังนะ ชอบทั้งตอนที่แสดงออกกับน้องมาร์ค แล้วก็ชอบตอนที่ฟาดพี่วีด้วย ดีหน่อยนะที่บ้านนี้ยังมีแม่อยู่ ไม่อย่างนั้นพ่อตากับลูกเขยคงมีต่อยกัน ก็ลูกเขยเขาไปกวนท่านขนาดนั้น แต่ตอนนี้เป็นตอนที่แป้งอยากนำเสนอเรื่องราวของมาร์คกับพ่อที่ไม่ลงรอยกันมาตั้งแต่ภาคแรก อยากให้เห็นว่าที่ไม่ลงรอยกันนั้นมันก็แค่ความปากแข็ง ถ้าลองค่อยๆ พูด ค่อยๆ เปิดใจมันก็จะทำให้เราได้เห็นอะไรดีๆ อีกมาก อีกอย่างถ้ามีคนดีๆ แบบพี่วีมาคอยเชื่อมมันจะดีมากๆ เลย 

25/08/2020 

อะไรที่เป็นมาร์คมันก็ดีหมดแหละ ดีไปหมดเลยค่ะคุณขา อะไรมันยากแค่มีมาร์คมันก็ง่าย ปลูกมะเขือเทศเป็นชั่วโมง บ่นอย่างกับทำเป็นวัน พอน้องมาเท่านั้นแหละ อะไรๆ มันก็ง่ายยยย ก็อย่างว่าแหละค่ะทำกับคนที่รักทำอะไรมันก็มีความสุข ถึงมันจะเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป แต่เรื่องธรรมดานั้นมันก็ทำให้ใจฟูได้ แป้งสนับสนุนให้คนรักกันค่ะ ยิ่งรักมั่นคงแบบพ่อวีกับน้องมาร์คนี่เอาใจแป้งไปเลย 

Twitter : @pflhzt 

Facebook : faddist 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว