ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แฟนลุงเป็นมนุษย์แมวเหมียว 05 คืนที่สอง

ชื่อตอน : แฟนลุงเป็นมนุษย์แมวเหมียว 05 คืนที่สอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 274

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2563 11:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แฟนลุงเป็นมนุษย์แมวเหมียว 05 คืนที่สอง
แบบอักษร

... 

หมายเหตุสำนักพิมพ์ 

 

นวนิยายเรื่องนี้มีการใช้ภาษาปาก ภาษาสแลง และคำหยาบ 

เพื่อความสมจริงตามยุคสมัยที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง 

และเพื่อสะท้อนบุคลิกของตัวละคร 

รวมถึงเพื่อให้ได้อรรถรสทางภาษาเท่านั้น 

ผู้เขียนและสำนักพิมพ์มิได้มีเจตนาด้านลบแต่ประการใด 

... 

 

แฟนลุงเป็นมนุษย์แมวเหมียว 

蓮洛 (Lien Luo) เหลียนลั่ว : เขียน , จุนซาวัง : แปล , jiaOO : Illust 

เล่มเดียวจบ , มีจำหน่ายรูปแบบ E-book 

(**หมายเหตุ : Romance - Fantasy / โรแมนติก – แฟนตาซี) 

อัปเดตตัวอย่างทดลองอ่านประมาณ 40-50% 

 

 

05 

คืนที่สอง 

 

 

 

ในค่ำคืนอันเงียบสงบ ท้องฟ้าไร้หมู่ดาว

ไฟในบ้านนับร้อยพันดับสนิทหมดแล้วในเวลานี้ คนส่วนใหญ่ต่างพากันหลับใหล

หิว! จริงๆ นะ

แต่ว่า...ก็ไม่อยากขยับตัวไปไหนเลย

หลินเฟิงผู้น่าสงสารนอนขดตัวเป็นก้อนกลม อุ้งเท้าและปลายหางเดิมทีมีสีขาวดุจหิมะ ตอนนี้กลายเป็นสีเทาเพราะวิ่งวุ่นมาทั้งคืน แล้วก็ยังมีขนขาวนวลบนหน้าท้องที่ยุ่งเหยิงเสียจนไม่น่าดู

หลินเฟิงคิดว่ามันควรหาที่อาบน้ำ ชำระล้างทำความสะอาดตัวเองเสียหน่อย

แต่ทุกครั้งที่คิดจะขยับเอวอ้วนๆ เพื่อปีนออกไปจากตรงนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงผู้ชายคนนั้นที่อุ้มมันออกมาจากกระจกหน้าต่างแล้วเอามาวางไว้หน้าห้อง

เราหน้าตาไม่ดีเหรอ

นัยน์ตาสีทองฉายแววเคว้งคว้างอยู่รางๆ

ถึงจะถูกเขาอุ้มมาแล้วสองครั้ง แถมจับก้นและลูบหัวอีก แต่ยังไม่พอ...ไม่พอแม้แต่น้อย

ผู้มีพระคุณไม่สนใจแมว หรือแค่ไม่สนใจมันกันแน่?

เราควรจะทดแทนบุญคุณเขายังไงดีเนี่ย...

หลินเฟิงตกอยู่ในภวังค์ชั่วครู่ มันนอนแผ่ตัวอยู่บนพื้นหินอ่อนตรงทางเดิน คางกลมทับอยู่บนอุ้งเท้านุ่มนิ่มอมชมพูทั้งสองข้าง เพียงสลัดเท้าลวกๆ ฝุ่นก็ฟุ้งออกไปหมดแล้ว สภาพเท้าดูดีกว่าขนสกปรกบนตัวมันเยอะเลย

แม้จะถูกกั้นด้วยประตูเหล็กหนาใหญ่ ทว่าหลินเฟิงกลับรับรู้ได้ว่าผู้มีพระคุณกำลังขยับเคลื่อนตัวไปมา

ผู้มีพระคุณยังไม่นอนเหรอ ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้วนะ

เขาช่างเป็นคนดีที่ขยันขันแข็งจริงๆ! กดไลก์ให้เลย!

“ฮัดเช้ย!...” คนนอนดึกจามเหมือนถูกใครนินทา

หลินเฟิงกลิ้งตัวไปมาสองสามรอบ เหยียดขาบิดขี้เกียจ สายตาเหม่อลอยบ่งบอกว่าเหนื่อยล้า ต้องการพักผ่อนเหลือเกิน ไม่รู้ว่าทำไมกลิ้งไปกลิ้งมาแล้วจึงมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องเขาเหมือนเดิม กลมกลืนไปกับพรมสีดำที่ฉู่เฟยหยาเอามาวางไว้อย่างแนบเนียน

ก่อนที่มันจะเคลิ้มหลับ ก็มีเสียง แกร๊ก! ดังขึ้น บรรยากาศรอบข้างที่เงียบสงบ ทำให้เสียงเปิดประตูนี้ดังชัดเจนกว่าปกติมาก

ชุดลำลองสีอ่อนขับให้ใบหน้านิ่งเดาอารมณ์ไม่ออกของฉู่เฟยหยาดูสง่างาม เขาถือนมถ้วยเล็กมาหนึ่งถ้วย กำลังจะเดินผ่านประตู ทว่าต้องตกใจจนถอยหลังไปสามสี่ก้าว เนื่องจากบนพื้นที่ตนกำลังจะเหยียบลงไปนั้นไม่ใช่พรมผืนเดิม

ไม่รู้ว่าเจ้าแมวก้อนกลมสีดำแซมสีเทาจากฝุ่นละออง มานอนอยู่บนพรมผืนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

เจ้าเหมียวยังไม่ไปไหนอีกเหรอเนี่ย

ฉู่เฟยหยานั่งยองๆ ลงไป พลางนำถ้วยนมวางไว้อีกฝั่ง ก่อนจะยื่นมือข้างที่ไม่บาดเจ็บไปลูบขนของหลินเฟิง กระดิ่งเล็กๆ สองลูกส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งตามการขยับมือของเขา ไม่นานฉู่เฟยหยาก็ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นมิตรด้วยลิ้นของแมวน้อย

ความอบอุ่นอันชุ่มชื้น นุ่มนวล และยังแฝงท่าทางระแวดระวังตัวอยู่เล็กน้อย ทำให้ลืมนึกไปว่าต้องระวังเรื่องความสะอาดไปเสียสนิท

 “เหมียว~” เมื่อเห็นผู้มีพระคุณออกมาจากห้อง นัยน์ตาของหลินเฟิงก็เป็นประกายขึ้น ก่อนจะประกบมือใหญ่ของฉู่เฟยหยาเอาไว้อย่างรีบร้อน อุ้งเท้าแมวสองข้าง ดูท่าว่าจะยังไม่พอแน่ๆ ขาหลังก็แทบจะยื่นขึ้นไปแตะด้วยแล้ว

อุ้งเท้าแมวที่กางเล็บกว้างๆ ไม่ได้นี่ไม่มีแรงเอาซะเลย

มันกังวลมากว่าอีกสักพักชายหนุ่มจะทิ้งมันไป ลิ้นชมพูของเจ้าเหมียวจึงเลียนิ้วมือยาวของฉู่เฟยหยาอย่างสนิทสนม รั้งให้อยู่กับมันอย่างเต็มที่ แถมยังร้องเหมียวๆ อย่างสุดกำลัง

ถ้าคุณไม่อยู่ตรงนี้ต่อ คุณก็พาผมเข้าไปในห้องด้วยสิ...

ผู้มีพระคุณ เลือกมาสักอย่างเถอะ

ทว่าฉู่เฟยหยาไม่ใช่ชนเผ่าแมวเก้าชีวิต จึงไม่เข้าใจเสียงร้องเหมียวๆ ของหลินเฟิง เขาไม่อาจสัมผัสได้ถึงหัวใจที่กำลังเดือดพล่านของหลินเฟิงเลยแม้แต่น้อย จึงเพียงแค่ดันถ้วยนมไปไว้ข้างหน้ามัน ยังไม่ได้ดึงมือกลับก็ถูกเจ้าแมวน้อยแทะนิ้วเอา ฉู่เฟยหยารู้สึกจั๊กจี้ดี จึงปล่อยเลยตามเลย ให้มันแทะอยู่อย่างนั้นต่อไป

“ไม่ต้องดื่มเยอะนะ แค่ให้อุ่นท้องก็พอ” นมวัวไม่ใช่อาหารที่เหมาะกับแมวเท่าไรนัก แต่ฉู่เฟยหยาไม่สามารถหาของอย่างอื่นมาให้มันได้แล้ว

หมู่บ้านนี้เป็นที่พักชั่วคราว แถมยังเป็นบ้านตัวอย่างอีก ในตู้เย็นนอกจากนมก็มีแค่ขนมปัง แม้แต่ของใช้ในชีวิตประจำวันยังมีไม่ครบเลยด้วยซ้ำ

เสียงพูดของชายหนุ่มเมื่อสักครู่ ฟังดูสงบกว่ายามค่ำคืนอันเงียบสงัดนี้เสียอีก

เมื่อต้องรับมือกับแมวขี้อ้อนตัวนี้ ฉู่เฟยหยาเหมือนจะจนปัญญาเข้าเสียแล้ว

แมวเหมียวตัวนี้แค่อยากจะอ้อนเขาเท่านั้นเอง ไม่ได้อยากให้คิดมากจนเป็นกังวล

หลินเฟิงไม่สนใจนมเลย มันแค่ก้มหัวลงไปแสร้งเลียนมสองสามทีก็ไม่สนใจถ้วยนมนั้นอีกแล้ว เงยหน้าขึ้นมาแทะนิ้วชายหนุ่มต่อ

มีกลิ่นบุหรี่ แต่ไม่เหม็น

เมื่อเทียบกลิ่นนมเข้มข้นกับเครื่องดื่มอย่างอื่น หลินเฟิงชอบกลิ่นสดชื่นของชาเขียวมากกว่า นอกจากนี้ชาเขียวยังมีสรรพคุณป้องกันการอักเสบบริเวณผิวหนังจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตมากเกินไป บำรุงลำไส้ ลดไขมันในเลือด และยังขจัดไขมันออกจากร่างกายได้ด้วย ทุกครั้งหลังจากกินสเต๊กเนื้อวัวอันหอมนุ่ม มันชอบดื่มชาเขียวตามลงไปสองสามแก้ว เพื่อล้างสารพิษในร่างกาย เป็นการดูแลสุขภาพ

 “เหมียวๆๆ...” ไม่มีเนื้อให้กิน ไม่ฟินเลย QAQ

เจ้าเหมียววุ่นวายอยู่กับมือใหญ่ของฉู่เฟยหยา เนื่องจากยังไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับ พลางดิ้นไปมาอยู่บนพรมดำอย่างหน้าไม่อาย

ผมไม่ใช่แมวธรรมดานี่นา ดังนั้นเอาเนื้อมาให้ผมกินเถอะ แค่ชิ้นเดียวก็ได้ ผมกินง่าย ต่อให้เป็นอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง ห่อพลาสติก อะไรก็ตาม ไม่ปฏิเสธทั้งนั้น ถ้าจะให้ดีขอกินคู่กับไข่ต้มใบชาสองฟอง และขนมดอกซิ่ง [1]หนึ่งจานนะครับ

ผู้มีพระคุณครับ ผมรู้ว่าคุณเป็นบุคคลที่ประเสริฐที่สุดในโลกแล้ว! สงสารแมวเหมียวตัวนี้เถอะครับ เพื่อจะวิ่งตามรถคุณให้ทัน มันถึงกับต้องไปเรียกเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์มาช่วยเลยนะ...

 “เมี้ยว~!” หลินเฟิงมองเขาตาละห้อย ยืดตัวขึ้นหาเขาอีก พลางบอกใบ้ไม่หยุด แสดงภาษากายที่นึกได้ออกมาเกือบหมดแล้ว

ฉู่เฟยหยากลับเงียบนานกว่าเดิม “...”

อันที่จริงคนบ้างานอย่างเขา มีโอกาสน้อยนิดที่จะได้เข้าใกล้สัตว์เล็กๆ อย่างนี้ เมื่อได้เจอกับลูกอ้อนชุดใหญ่อย่างนี้ เขาก็หมดปัญญาจะต้านทาน

ตอนนี้มือขวาของเขาอาบชุ่มด้วยน้ำลายแมวไปแล้ว

“เหมียว?” หลินเฟิงเอียงคอ

ผู้มีพระคุณ แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาหน่อยสิ อย่าให้ผมต้องอ้อนอยู่ฝ่ายเดียวสิ มันเขินนะ

ฉู่เฟยหยาดึงมือเปียกโชกกลับมา ก่อนจะสลัดมือต่อหน้าแมวเหมียวไปสองที พลางเอ่ยอย่างจริงจัง “อันนี้กินไม่ได้”

หลินเฟิง “...”

ขอสาบานต่อหน้าหลอดไฟ ผมไม่ได้อยากกินจริงๆ หรอก

ดูเหมือนว่าการสื่อสารกันไม่รู้เรื่องเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก

สายตาของชายหนุ่มมองเลยไปที่อื่น แสดงว่า—เขาจะกลับเข้าห้องแล้ว!

ไม่ๆๆ ขอร้องละ อย่า...อย่าทิ้งผมไปน้า~

หลินเฟิงทึ้งหัวตัวเองอย่างร้อนรน ส่งสายตาออดอ้อนสุดฤทธิ์ สองขาหน้ารั้งขาชายหนุ่มไว้ พลางส่งเสียงร้องเหมียวๆๆ ไม่ยอมหยุด

ช่วยไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่เข้าใจภาษาแมว เพราะภาษากายนั้นมีจำกัด ดังนั้นหลินเฟิงจึงยอมเสี่ยงอีกครั้ง ประคองร่างกายที่เต็มไปด้วยริ้วไขมันเพื่อกระโดดเข้าไปทางประตู

การกระทำที่เร่งรีบและกะทันหันของมัน ถึงกับทำให้ฉู่เฟยหยาตะลึงงัน

หลินเฟิงคิดในใจว่า เมื่อเข้าไปในบ้านของผู้มีพระคุณได้สำเร็จแล้ว มีหรือจะพลาดโอกาสทดแทนบุญคุณ

โอกาสดีๆ แบบนี้หาได้ไม่ง่าย เช่นเดียวกับเนื้ออร่อยๆ!

แม้ในห้องรับแขกจะเปิดไฟจากผนังดวงเล็กๆ เพียงดวงเดียว แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อหลินเฟิงผู้มีสายตาดีเยี่ยมได้เลย มันสามารถมองหาที่นอนได้อย่างรวดเร็ว

พรมขนแกะอ่อนนุ่มวางอยู่ด้านล่างของโต๊ะน้ำชาในห้องรับแขก เพียงแค่ม้วนตัวลง ก็สามารถนอนได้แล้ว

ถ้าเทียบกับพรมบนพื้น หลินเฟิงชอบเตียงใหญ่มากกว่า

โธ่เอ๊ย เยอะไปแล้วนะ พอเถอะ เราอยู่ในสภาพคลุกฝุ่นคลุกดิน แถมยังไม่ได้อาบน้ำ ได้คืบแล้วจะยังเอาศอกอีก นี่ไม่ใช่บ้านเราสักหน่อย มีพรมให้รองหลังก็บุญแค่ไหนแล้ว ตอนนี้เรามาทดแทนบุญคุณ ได้เข้ามาอยู่ในบ้านของผู้มีพระคุณแล้ว ถึงจะแอบมุดเข้ามาทีเผลอก็ตามเถอะ ทำอะไรจึงต้องระมัดระวังให้มากหน่อย...ยังไงซะก็ห้ามทำอะไรเกินกว่าเหตุเด็ดขาด

จะทำอะไรต้องถ่อมตัวเข้าไว้ เราเป็นแค่แมวตัวหนึ่งเท่านั้น

ต้องรู้จักพอ จึงจะใช้ชีวิตได้มีความสุขยิ่งขึ้น

พอคิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็เริ่มหลับตาลงนอน ภาพนั้นสะท้อนผ่านโต๊ะชา เผยให้เห็นความน่าเอ็นดู

ฉู่เฟยหยาที่ตามมาทีหลังไม่สามารถเอามันออกไปนอกห้องได้จริงๆ เพราะเจ้าตัวนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน มันพยายามทำตัวไม่ให้เป็นจุดเด่น ราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของพรมไปแล้วในตอนนี้ แม้แต่หางก็ยังไม่ขยับเลย

มันใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกทั้งวัน ขนจึงสกปรกไปหมด แต่พรมผืนนี้ก็ไม่ได้สะอาดกว่ามันสักเท่าไร

อย่างไรเสีย ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รังเกียจกันอยู่แล้ว ให้มันเป็นอย่างนี้ไปนั่นแหละ

ฉู่เฟยหยาทำเป็นไม่สนใจก้อนขนมีชีวิตก้อนนั้น ในมือถือโน้ตบุ๊กพลางหาเอกสารบนโซฟาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงทำงานต่อ

พอเขาได้หมกมุ่นอยู่กับงานแล้ว ก็ไม่คิดถึงเจ้าแมวก้อนกลมใต้โต๊ะชาอีกเลย

 

เวลาตีสี่ ฉู่เฟยหยาพับจอโน้ตบุ๊กลง หรี่ตาพลางนวดเหนือคิ้วเบาๆ รู้สึกมึนชาบริเวณหว่างคิ้ว

ในตอนนี้เอกสารกองโตของสองบริษัทตกมาอยู่ในความรับผิดชอบของเขาทั้งหมด แม้จะมีจ่านชูหยางคอยช่วย แต่เมื่อมานั่งตรวจจริงๆ ก็ยังเสียเวลามากอยู่ดี

กลับมาทำงานต่อ นิ้วมือเรียวอวบอิ่มกดลงบนโน้ตบุ๊กอย่างแรง

ดูแลสองบริษัทในเวลาเดียวกัน ทำให้ความเที่ยงตรงในใจเขาแม่นยำขึ้น ไม่ว่าเรื่องอะไรในโลกนี้ หากมีข้อเปรียบเทียบ เราก็จะเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน ถ้าเทียบกับบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเองกับมือแล้ว บริษัทตระกูลฉู่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่รัดกุม แต่ต้องทำสัญญาขยายแผนการดำเนินงานไปเรื่อยๆ ทำให้หลายโครงการไม่คืบหน้าเสียที เหตุนี้จึงพลาดโอกาสที่ดีในการลงทุนไปมากมาย

เนื่องจากสังคมมีการพัฒนาและก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา ทำให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพของผู้คนสูงตามไปด้วย

ตระกูลฉู่เป็นบริษัทเก่าแก่ มีรากฐานมั่นคง มีฐานลูกค้าที่แน่นอน แต่การผลิตรูปแบบเดิมเหมือนเมื่อสิบปีก่อน ไม่สามารถทำได้แล้วในยุคปัจจุบัน

มีบริษัทก่อตั้งขึ้นใหม่มากมาย ทั้งยังมีศักยภาพเพียงพอ หากตระกูลฉู่ใช้วิธีเดิมอยู่เช่นนี้ อีกไม่นานคงถึงจุดจบแล้ว

เรื่องนี้ต้องได้รับความสนใจและควรอยู่ในมือผู้บริหารระดับสูง ไม่ใช่ผู้รับตำแหน่งชั่วคราวและไม่มีวันจะรับช่วงบริหารต่อเด็ดขาดอย่างเขาเป็นคนเสนอ

ในสมองครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน ทำให้ฉู่เฟยหยาหายง่วงไปทันใด จึงตัดสินใจเข้าครัวไปทำอะไรกินเสียหน่อย หลังจากมีอะไรรองท้องแล้วก็กะว่าจะไปดูเอกสารต่อ สะสางส่วนที่เหลือได้อีกสักหน่อยก็ยังดี

แม้แขนข้างที่ไม่บาดเจ็บจะไม่ค่อยมีแรง แต่ก็ยังทอดไข่ดาวสองฟองออกมาได้สวยงามน่ากิน

ฉู่เฟยหยาอยู่ตัวคนเดียวที่ต่างประเทศมานาน เมนูซ้ำซากของร้านอาหารในย่านที่พักได้บีบบังคับให้เขาต้องเข้าครัวเอง กระทั่งทำอาหารเก่งไปโดยปริยาย

ยกจานอาหารไปวางไว้บนโต๊ะชาที่อยู่ไม่ห่างจากโน้ตบุ๊กนัก จากนั้นฉู่เฟยหยาก็เดินกลับเข้าครัวอีกครั้ง เตรียมอุ่นนมอีกหนึ่งแก้วไว้ดื่มคู่ไข่ดาวเยิ้มๆ และขนมปังเบอร์เกอร์ ถือเป็นอาหารเช้าในวันนี้ก็แล้วกัน

หลังจากนั้น เขาก็กลับมาที่ห้องรับแขก

อาหารในจานบนโต๊ะว่างเปล่า!

ฉู่เฟยหยา “...”

มันหายไปได้ยังไง!

 

 

 

.... 

ติดตามอ่านตอนต่อไป 

#แฟนลุงเป็นมนุษย์แมวเหมียว 

.... 

 

 

 

 

[1] ขนมแป้งห่อไส้ ด้านบนพิมพ์ลายดอกซิ่งหรือดอกแอปริคอตไว้อย่างสวยงามน่ารับประทาน 

ความคิดเห็น