ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 งานวิวาห์ไร้เจ้าสาว

ชื่อตอน : บทที่ 4 งานวิวาห์ไร้เจ้าสาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2564 17:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 งานวิวาห์ไร้เจ้าสาว
แบบอักษร

บริเวณสวนหย่อมเล็กๆ ของโรงพยาบาลที่มีผู้คนไม่มากนัก เพราะตอนนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบจะเป็นวันใหม่แล้ว หญิงสาวใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตานั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้านั่งตัวยาว ดวงตากลมโตใสแวววาวด้วยน้ำตาเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้ามืดสนิทที่มีดาวดวงน้อยอยู่เพียงไม่กี่ดวง ข้างๆ กันมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารอากาศเต็มยศนั่งอยู่เป็นเพื่อนไม่ห่างไปไหน ตั้งแต่ออกจากห้องนายแพทย์ผู้รักษามารดาของเธอ 

“เธอจะเอายังไงต่อ” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าเอ่ยขึ้น หลังจากนั่งอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวร่างบางร่วมชั่วโมง 

“ไม่รู้สิคะ มะลิยังคิดไม่ออก…นี่ก็ดึกแล้วคุณชายกลับวังเถอะค่ะ แล้วก็ขอบคุณนะคะที่มาส่งมะลิแถมยังช่วยชีวิตมะลิไว้อีก” 

เสียงทุ้มนุ่มฉุดรั้งความคิดในห้วงภวังค์ของมาริสาที่สุดลอยไปไกล เธอหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้เจ้าของน้ำเสียงอบอุ่นอยู่ข้างๆ 

หลังจากฟังคำวินิจฉัยของนายแพทย์ผู้รักษามารดาเอ่ยรายงานผลว่าพบก้อนเนื้อร้าย หัวใจดวงน้อยของเธอแทบจะทนรับไว้ไม่ไหว และตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งจะได้รับรู้ ทว่าเธอก็พยายามควบคุมสติของตัวเองให้ได้มากที่สุด ตั้งใจฟังรายละเอียดขั้นตอนการรักษารวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษาของมารดา ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียว และเงินเก็บที่เธอมีอยู่ก็แทบจะไม่พอเลยด้วยซ้ำทำให้ตอนนี้เธอคิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าจะเอาอย่างไรต่อดี 

“เดี๋ยวฉันเดินไปส่งเธอที่ห้องพักแม่ของเธอก่อน แล้วถึงจะกลับ” ราชนิกุลหนุ่มพยักหน้ารับด้วยใบหน้าเรียบเฉยแบบฉบับของเขาแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย ก่อนเขาจะเอ่ยปากพาหญิงสาวขึ้นไปหามารดาของเธอที่อยู่บนตึกผู้ป่วยอย่างปลอดภัยก่อนแล้วเขาถึงจะกลับ 

“ค่ะ” มาริสายิ้มออกมาบางๆ อย่างรู้สึกซึ้งในน้ำใจของราชนิกุลหนุ่มตรงหน้า แล้วลุกขึ้นเดินนำหน้าราชนิกุลหนุ่มขึ้นตึกผู้ป่วยไปหามารดา 

หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าจ้องมองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาด้วยความสงสารไม่ได้ เห็นเธอตัวเล็กบอบบางน่ารักน่าทะนุถนอมแบบนี้ แต่เธอกลับมีหัวใจที่แข็งแกร่งจนเขาอดทึ่งไม่ได้ หลังจากที่นายแพทย์วัยห้าสิบเอ่ยถึงการรักษามารดาของเธอจบ เธอก็ตอบตกลงที่จะรักษามารดาทันทีแม้ใบหน้าหวานจะมีสีหน้าหนักใจกับจำนวนเงินที่ได้ยิน สำหรับเขาเงินจำนวนนั้นอาจจะไม่ได้ถือว่ามาก แต่มันคงจะมากเกินไปสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องเรียนและทำงานหนักเพื่อหาค่ารักษาพยาบาลให้กับมารดาของเธอด้วยตัวเอง 

“มะลิขอบคุณคุณชายอีกครั้งนะคะ” เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพักมารดา มาริสาจึงหยุดเดินและหันกลับมายกมือไหว้ขอบคุณราชนิกุลตรงหน้าอีกครั้ง 

“ไม่เป็นไรหรอก เธอก็อย่าลืมพักบ้างก็แล้วกัน งั้นฉันกลับก่อนนะ” หม่อมราชวงศ์น่านฟ้าพยักหน้ารับ มุมปากหนายกยิ้มอย่างต้องการให้กำลังใจหญิงสาวแล้วจึงเดินออกไปเพื่อกลับวังหิรัณวัฒนา 

ดวงตาหวานกลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ค่อยๆ ลับหายไป หัวใจดวงน้อยของสาวแรกแย้มเริ่มสั่นไหวกับความอบอุ่นที่ได้รับจากบุรุษเพศเป็นครั้งแรก ก่อนดวงตาหวานจะทอแสงอ่อนลง เมื่อนึกไปถึงความไม่เหมาะสมของสถานะทางชนชั้นที่แต่ต่างกันเกินเอื้อม และอีกไม่กี่วันเขาก็จะเป็นเจ้าบ่าวของคุณหนูพลอยนภัสแล้ว คิดได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงสลัดความรู้สึกเล็กๆ ที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นออกจากหัวใจดวงน้อยแล้วเปิดประตูเขาไปหามารดา 

  

“แม่อยู่คนเดียวได้จริงๆ นะคะ” มาริสาเอ่ยถามมารดาขึ้นเป็น 

ครั้งที่สามแล้ว ในขณะที่อยู่หน้าประตูห้องของมารดาด้วยสีหน้าเป็นห่วง 

ก่อนหน้านี้หม่อมหลวงเพชรผู้เป็นเจ้านาย และผู้มีพระคุณของมารดาได้มาขอร้องให้เธอไปอยู่เป็นเพื่อนว่าที่เจ้าสาวที่ตึกใหญ่ แม้เธอจะรู้สึกเป็นห่วงมารดาที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้เพียงสองวัน แต่ก็ไม่กล้าพอจะปฏิเสธผู้มีพระคุณของเธอที่เอ่ยปากขอร้องได้เลย 

“ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณพลอยเถอะมะลิ เดี๋ยวแม่จะเข้านอนแล้ว แม่ไม่เป็นอะไรหรอก พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามาช่วยงานคงจะวุ่นวายหน้าดู” 

พิกุลยิ้มบางๆ ให้กับอาการวิตกกังวลเกินเหตุของลูกสาว ก่อนดวงตาผ่านร้อนผ่านหนาวจะเป็นประกายเมื่อนึกถึงงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น 

“ถ้างั้นแม่เข้าไปนอนเถอะค่ะ แล้วถ้ามีอะไรแม่รีบโทรหามะลิเลยนะ ฟอด!” มาริสาพยักหน้ารับอย่างจำยอม แต่ก็ไม่ลืมกำชับมารดาให้รีบติดต่อหาเธอทันทีอหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นพร้อมกับยื่นใบหน้าหวานไปหอมแก้มมารดาอย่างเต็มรักแล้วจึงเดินไปยังตึกใหญ่เพื่อไปนอนเป็นเพื่อนว่าที่เจ้าสาว 

พิกุลยิ้มขำกับอาการทำตัวเป็นเด็กๆ ของลูกสาว แล้วปิดประตูห้องลง หลังจากบุตรสาวห่างออกไปไกลเพื่อพักผ่อนเอาแรง เพราะเธอจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาช่วยเหล่าแม่บ้านเตรียมของต้อนรับแขกของวังเกียรติบวรในวันพรุ่งนี้ 

มาริสาก้าวเดินช้าๆ จ้องมองบรรยากาศรอบๆ วังเกียรติบวรที่เธออยู่มาตั้งแต่จำความได้ และตอนนี้บริเวณรอบนอกถูกตกแต่งไปด้วยซุ้มไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์อย่างสวยสดงดงาม ตัดกับแสงไฟสีเหลืองนวลเสมือนว่ากำลังอยู่ในเทพนิยายอย่างไรอย่างนั้น เธอยิ้มออกมาบางๆ กับภาพตรงหน้า ได้แต่แอบคิดว่าสักวันเธอจะมีโอกาสมีงานสวยๆ แบบนี้เป็นของตัวเองบ้าง แต่แล้วก็ต้องสลัดความคิดเพ้อฝันออกจากศีรษะน้อยๆ แล้วรีบเดินเข้าไปในตึกใหญ่ ซึ่งก็ถูกจัดไว้อย่างสวยงามด้วยฝีมือทีมงานมืออาชีพที่หม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าเป็นคนจัดหามาเนรนิตให้วังแห่งนี้แปลกตาไป 

“ก๊อกๆ” 

เมื่อเดินขึ้นมายังชั้นสองของตึกใหญ่ปีกขวาสุดจะมีห้องของ     พลอยนภัสอยู่เพียงห้องเดียว ซึ่งมาริสามักจะขึ้นมานอนในห้องนี้เป็นเพื่อนพลอยนภัสอยู่บ่อยๆ เมื่อหลายปีก่อน รอไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือเจ้าของห้องที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา 

“คุณพลอย! คุณพลอยเป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม” 

มาริสาตกใจที่เห็นใบหน้าหวานของว่าที่เจ้าสาวที่ควรจะยิ้มแย้มกลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา นัยน์ตาอ่อนแสงแสดงให้เห็นถึงความเศร้าเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูให้เรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมาหาผู้มีพระคุณของเธอตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง 

“มะลิ พี่จะทำยังไงดี ฮือๆ” 

พลอยนภัสเห็นว่าคนที่เคาะประตูเป็นเด็กสาวที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ จนเธอรักและเอ็นดูเด็กคนนี้เหมือนน้องสาว ก็โผเข้ากอดร่างเล็กอย่างต้องการระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจ 

“ใครทำคุณพลอยของมะลิร้องไห้คะ เดี๋ยวมะลิจะไปจัดการให้” มาริสายกแขนขึ้นมากอดปลอบหญิงสาวที่ร้องไห้จนตัวสั่นเทาไม่หยุดพลางลูบหลังบางอย่างปลอบประโลม 

“พี่จะทำยังไงดีมะลิ พี่ไม่อยากแต่งงานกับพี่ชายน่าน พี่มีคนรักอยู่แล้ว แต่คุณพ่อไม่ฟังพี่เลย” พลอยนภัสหลับตาปล่อยให้น้ำใสๆ ให้ไหลพรากด้วยความสิ้นหวังที่ไม่สามารถอยู่กับคนที่รักและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยได้ 

เมื่อหลายวันก่อนเธอตัดสินใจที่จะบอกกับบิดาว่าเธอมีคนรักอยู่แล้ว และอยากจะยกเลิกงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเธอหาเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อทำให้บิดาเปลี่ยนใจและเห็นใจเธอ แต่ก็เหมือนจะไม่เป็นผล เธอเริ่มมีปากเสียงกับบิดา จนในที่สุดบิดาก็หลุดปากออกมาว่าตอนนี้วังเกียรติบวรกำลังจะถูกยึดและท่านกำลังจะกลายเป็นบุคคลล้มละลาย เนื่องจากท่านเอาเงินก้อนโตไปร่วมลงทุนกับเพื่อนชาวต่างชาติ และถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องเอาวังเกียรติบวรไปจำนองไว้กับธนาคาร หากเธอได้แต่งงานกับเรืออากาศเอกหม่อมราชวงศ์น่านฟ้า หิรัณวัฒนาก็พอจะเอาเงินค่าสินสอดไถ่วังเกียรติบวรกลับคืนมาได้ 

“อะไรนะคะ! คุณพลอยมีคนรักอยู่แล้ว” 

มาริสาดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อได้ยินว่าหญิงสาวในอ้อมกอดของเธอบอกว่ามีคนรักอยู่แล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเธอคิดว่าพลอยนภัสกับราชนิกุลหนุ่มเป็นคนรักกันเสียอีก เพราะทั้งสองคนมักจะไปมาหาสู่กันตลอด 

“พี่จะทำยังไงดีมะลิ พี่สับสน พี่ไม่รู้ว่าพี่จะเลือกทางไหนดี” 

พลอยนภัสผละตัวออกจากอ้อมกอดหญิงสาวนั่งลงที่ปลายเตียงสีหวานภายในห้องนอนสีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ สองมือเรียวยกขึ้นมาปิดบังใบหน้าสวยจนหญิงสาวอีกคนไม่สามารถเห็นสีหน้าสับสนและความกลัวบางอย่าง 

มาริสาหย่อนก้นลงนั่งพับเพียบลงที่พื้นห้องตรงหน้าของพลอยนภัส เอื้อมมือขึ้นลูบหลังหญิงสาวอย่างห่วงใย 

“คุณพลอยใจเย็นๆ นะคะ หากคุณพลอยอยากเล่า หรือระบายอะไรให้มะลิฟัง มะลิก็พร้อมรับฟังนะคะ ถ้ามันจะทำให้คุณพลอยสบายใจขึ้น” 

จากนั้นหม่อมหลวงคนสวยก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดของเธอให้มาริสาที่นั่งฟังเงียบๆ ไม่เอ่ยขัด สองมือเล็กจับกุมมือเรียวของคุณหนูไว้อย่างเห็นใจในความรักของทั้งสอง แต่เธอคงจะช่วยผู้มีพระคุณคนสวยนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกินความสามารถของเธอมากไป 

“แล้วคุณชายรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าคะ” 

หลังจากฟังชีวิตรักของผู้มีพระคุณจบก็อดห่วงชายหนุ่มอีกคนไม่ได้ หากเขารักหญิงสาวผู้นี้และได้รับรู้ว่าหญิงสาวที่ตนกำลังจะร่วมใช้ชีวิตด้วยมีคนรักอยู่แล้ว เขาจะเสียใจมากแค่ไหนกัน 

“พี่ชายน่านรู้เรื่องนี้ดี ตลอดเวลาที่พี่ไปเจอพี่หมอ พี่ชายน่านจะเป็นคนพาพี่ไปเจอเขาและรับกลับวัง เพื่อไม่ให้คุณพ่อสงสัย” 

จบคำของว่าที่เจ้าสาวมาริสาถึงกับร้องอ้อเบาๆ ในใจ เพราะนั่นแสดงว่าตลอดระยะเวลาที่เธอเห็นราชนิกุลหนุ่มมาคอยรับคอยส่งหญิงสาวบ่อยๆ เพราะพาหญิงสาวไปพบคนรักนั่นเอง 

“ถ้าคุณพลอยกับคุณชายไม่ได้รักกัน ทำไมถึงไม่คุยกับผู้ใหญ่ไปตรงๆ ล่ะคะ” มาริสายังคงเอ่ยถามถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนของสองหนุ่มสาวสูงศักดิ์อย่างไม่เข้าใจ 

“เพราะผู้ใหญ่ไม่เคยฟังเราสองคนเลย พวกเขาคิดแค่ว่าหากพี่กับพี่ชายน่านแต่งงานกัน เดี๋ยวสักวันก็จะรักกันเอง และพี่ก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกคุณพ่อว่าพี่คบกับผู้ชายที่เป็นแค่หมอที่ได้ทุนเรียนรัฐบาลเท่านั่น เขาไม่ได้มีหน้าตาทางสังคมที่จะทำให้คุณพ่อได้เชิดหน้าชูตาได้เลย มะลิก็รู้ว่าคุณพ่อพี่พอใจให้ตัวพี่ชายน่านมากแค่ไหน” พลอยนภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้ายามเอ่ยถึงคนรัก 

เมื่อไม่นานมานี้เธอได้บอกเรื่องนี้กับเขา ชายหนุ่มคนรักไม่ได้เอ่ยต่อว่าเธอแต่อย่างใด เพียงแค่พยักหน้ารับและส่งยิ้มให้เธอบางๆ พร้อมกับเอ่ยเอื้อนประโยคที่ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบ ‘พี่เคารพการตัดสินใจของ  คุณพลอย แค่คุณพลอยมีความสุขพี่ก็ดีใจแล้ว’ 

มาริสาไม่รู้จะปลอบหญิงสาวให้คลายความเศร้าเสียใจลงได้อย่างไร เพราะเธอก็เข้าใจว่าหม่อมหลวงเพชรต้องการให้บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านได้มีชีวิตสุขสบายและเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคมได้ เมื่อไม่รู้จะเอื้อนเอ่ยอะไรเธอจึงไปแต่นั่งจับมือของหญิงสาวผู้มีพระคุณไว้เพื่อให้หญิงสาวได้รู้ว่ายังมีเธอคอยอยู่เป็นกำลังใจข้างๆ ไม่ไปไหน 

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนในที่สุดหญิงสาวที่นั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจก็หลับไป มาริสาจัดแจงจัดท่านอนให้เธอได้นอนสบายขึ้นแล้วจึงเดินไปหยิบผ้าปูที่นอนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามาปูเพื่อเป็นที่นอนของเธอในคืนนี้ แล้วปิดไฟเตรียมตัวพักผ่อนบ้าง แต่ก็ไม่วายหันกลับไปจ้องมองหญิงสาวอีกคนด้วยความสงสารในโชคชะตา เธอก็ไม่รู้จะช่วยพลอยนภัสอย่างไรดี ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ให้กับสิ่งที่เพิ่งจะได้รับรู้แล้วปิดเปลือกตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราตามว่าที่เจ้าสาวคนสวยไป 

ช่วงเวลาอันดึกสงัดภายในห้องนอนขนาดใหญ่เงียบสนิท ดวงตาสวยคู่หนึ่งค่อยๆ เปิดขึ้นจากการหลับใหล เธอค่อยๆ พลิกตัวลงจากเตียงให้เงียบที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการหลับใหลของหญิงสาวร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างเตียง พลอยนภัสถอนหายใจเบาๆ มองไปที่กระเป๋าเดินทางใบไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ใส่ของใช้จำเป็นไว้ครบครันที่อยู่ใต้เตียงนอน หญิงสาวค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา แล้วรีบเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ และออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบที่สุด 

  

“ก๊อกๆ” 

เวลาราวๆ ตีสามกว่าๆ เสียงเคาะประตูห้องปลุกมาริสาที่นอนหลับสบายอยู่ที่พื้นค่อยๆ ลืมตาตื่น แล้วรีบดีดตัวเองลุกขึ้นไปเปิดประตู เมื่อรู้ว่าใครที่มาเคาะประตูห้องโดยยังไม่ได้เปิดไฟจึงไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ 

“สวัสดีค่ะพี่ๆ เชิญเข้าไปข้างในก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวมะลิจะปลุกคุณพลอยให้” 

มาริสาที่ตื่นเต็มตาเปิดประตู และผายมือเชิญช่างแต่งหน้าทำผมว่าที่เจ้าสาวสามคนให้เข้าไปในห้องแล้วจึงกดเปิดไฟที่หน้าประตู 

“ไหนล่ะคะคุณพลอย” เสียงของหญิงสาวหนึ่งในทีมช่างเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าที่เตียงนอนไร้เงาของว่าที่เจ้าสาวในวันนี้ 

มาริสาเดินตามเข้ามาเป็นคนสุดท้ายชี้มือไปที่เตียงนอนของเจ้าสาวคนสวย แต่ก็ต้องร้องขึ้นเสียงดังเมื่อเตียงนอนสีหวานไร้ร่างของเจ้าของห้องครอบครองอยู่ 

“ก็นอน...คุณพลอย!” 

หัวใจดวงน้อยของมาริสากระตุกวูบ ได้แต่ภาวนาให้สิ่งที่เธอคิดไม่ใช่ความจริง ก่อนจะรีบวิ่งไปหาเจ้าสาวในห้องน้ำ ระเบียงห้อง และทุกซอกทุกมุมห้องจนทั่ว ใบหน้าหวานสลดลงเมื่อไม่พบหญิงสาวอยู่ในห้อง 

เหล่าช่างก็ต่างพากันเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมาได้แต่มองหน้าหญิงสาวร่างเล็กที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ และทุกคนรู้ได้โดยพร้อมเพรียงกันโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยว่าเจ้าสาวหายตัวไป 

“จะเอายังไงต่อคะคุณน้อง” สาวประเภทสองเสียงหนึ่งเดียวในห้องเอ่ยถามมาริสาอย่างขอความคิดเห็น 

“มะลิวานพี่ๆ ช่วยตามหาคุณพลอยให้หน่อยนะคะ เดี๋ยวมะลิจะรีบไปตามให้คนในบ้านมาช่วยอีกแรง” 

มาริสารวบรวมสติได้ก็ร้องบอกกับเหล่าช่างแต่งหน้าทำผม ก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องครัวที่ตอนนี้เหล่าแม่บ้านตื่นมาช่วยกันเตรียมของกันให้วุ่นไปหมด 

“แย่แล้วค่ะ แย่แล้ว” ท่าทีที่ร้อนรนของเธอทำให้เหล่าสาวใช้ รวมถึงมารดาของเธอหันมามองทางเธอเป็นตาเดียวกัน 

“อะไรกันมะลิ ร้องเสียงดังมาเชียว แล้วคุณพลอยเธอตื่นหรือยัง เดี๋ยวจะไม่ทันฤกษ์ยามเอา” ทิพย์ที่ยืนคุ้มเหล่าบรรดาสาวใช้หันกลับมามองตามเสียงของเด็กสาวแล้วเอ่ยถามถึงคุณหนูของเธอ 

“คุณพลอยค่ะ คุณพลอยหายตัวไป” มาริสารีบเอ่ยบอกทุกคนในครัว เหล่าบรรดาสาวใช้ต่างชะงักกันไปเพียงชั่วขณะ หลังจากที่ได้ฟังสิ่งที่เธอเอ่ยบอก 

“มะลิว่าอะไรนะลูก!” พิกุลที่ได้สติเป็นคนแรกรีบลุกจากเก้าอี้ตรงมาจับแขนลูกสาว ร้องถามด้วยความตกใจ 

“มะลิพูดจริงๆ นะคะ พอมะลิตื่นขึ้นมา มะลิก็ไม่เห็นคุณพลอยแล้ว หาจนทั่วห้องก็ไม่เจอ ตอนนี้พี่ๆ ช่างแต่งหน้ากำลังช่วยกันหาคุณพลอยอยู่ค่ะ” มาริสาอธิบายขยายความให้ทุกคนในห้องครัวฟังอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่รู้ว่าคุณหนูของทุกคนหายไปและตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“ตายๆ คุณหนูของนม...แล้วนี่มีใครไปเรียนคุณเพชรเธอหรือยัง” 

ทิพย์ยกมือทาบอก แข้งขาอ่อนแรงจนเหล่าบรรดาเด็กรับใช้ต้องเข้ามาช่วยพยุงเอาไว้ก่อนเอ่ยถึงบิดาของคุณหนูของตนว่ารับรู้เรื่องนี้หรือยัง 

มาริสาที่น้ำตาเอ่อคลอหน่วงอยู่ที่ดวงตากลมโตส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับน้ำใสๆ หยดลงมาจากดวงตากลมโตจนมารดาของเธอต้องดึงเข้ามากอดปลอบลูกสาวที่น่าจะขวัญเสียไม่น้อยกับเหตุการณ์นี้ 

  

“อะไรนะคะ หนูพลอยหายตัวไป!” หม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าร้องขึ้นเสียงดัง หลังจากเธอเดินทางมาถึงวังเกียรติบวรกลับถูกผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวพาเข้ามายังห้องรับรองที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวและมิดชิด 

เรืออากาศเอกหม่อมราชวงศ์น่านฟ้าที่อยู่ชุดสูทสากลสีขาวงาช้างได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าตอนนี้เจ้าสาวของเขาได้หายตัวไป และคิดว่ามีไม่กี่ที่ที่พลอยนภัสจะไป ทว่าเขาเลือกที่จะนั่งเงียบๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เข้าใจความรู้สึกของเจ้าสาวที่ต้องหนีงานแต่งงานในครั้งนี้ ดวงตาสีนิลคมกริบเหลือบไปเห็นหญิงสาวตัวเล็กนั่งก้มหน้าก้มตา นั่งอยู่ที่พื้น ร่างเล็กสั่นไหวเบาๆ แต่เขาก็สังเกตได้ว่ามันเกิดจากการร้องไห้ 

“ตอนนี้ผมกำลังให้คนช่วยกันออกตามหาตัวยัยพลอยอยู่ครับ คุณหญิงใจเย็นๆ นะครับ ยัยพลอยไม่เคยไปไหนคนเดียว คงไปไหนได้ไม่ไกลหรอกครับ” 

หม่อมหลวงเพชรหลังจากได้รับรู้ว่าบุตรสาวหายตัวไปก็โกรธจนตัวสั่น ประกาศเสียงกร้าวให้คนในวังรีบตามตัวบุตรสาวให้เร็วที่สุด จนเหล่าบรรดาคนใช้ต่างวิ่งหากันวุ่นไปหมด และคนที่โดนต่อว่าหนักที่สุดคงจะไม่พ้นหญิงสาวร่างบางที่อยู่เป็นเพื่อนบุตรสาวเขาทั้งคืน ทั้งที่เขาอุตส่าห์กำชับหญิงสาวเอาไว้แล้วว่าให้ดูบุตรสาวของเขาดีๆ 

“แต่เรามีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นนะคะคุณเพชร ตอนนี้แขกก็เริ่มทยอยมากันแล้วด้วย ฉันเกรงว่าจะไม่ทันการเอานะคะ” 

หม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าได้แต่ยกมือกุมขมับอย่างคิดไม่ตกกับสิ่งที่ได้รับรู้ โดยมีหม่อมเจ้ารพีพัฒน์โอบประคองอยู่ข้างๆ 

“ทิพย์ ไปแจ้งพิธีกรให้ถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” หม่อมหลวงเพชรมีสีหน้าเครียดขรึมเอ่ยสั่งการกับหัวหน้าแม่บ้านให้ไปบอกพิธีกรช่วยถ่วงเวลาจนกว่าจะตามตัวบุตรสาวของเขาเจอ 

“ค่ะ คุณท่าน” ทิพย์เอ่ยตอบรับ แล้วรีบออกจากห้องไปจัดการสิ่งที่ผู้เป็นนายเอ่ยสั่ง 

ภายในห้องจึงตกอยู่ในความเงียบมาตลอดเกือบชั่วโมง และไม่มีทีท่าว่าใครตามหาพลอยนภัสเจอเลย ตอนนี้เวลาก็กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้หม่อมหลวงเพชรแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ทรงสวยที่นำเข้าจากต่างประเทศเลย 

“ฉันว่าเราไปบอกแขกว่างานวันนี้ยกเลิก แล้วเลื่อนออกไปก่อนดีไหมคะ” ในที่สุดเสียงหวานไพเราะติดกังวลของหม่อมราชวงศ์เพียงฟ้าก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เมื่อคาดการณ์ว่าทุกอย่างน่าเกินจะแก้แล้ว เธอจึงเสนอให้ยกเลิกงานวันนี้น่าจะเป็นการดีที่สุด 

“คุณหญิงรออีกหน่อยเถอะครับ” 

หม่อมหลวงเพชรยังคงมีความหวังว่าคนในบ้านจะตามบุตรสาวตนกลับมาเข้าพิธีให้จนได้ และหากงานแต่งถูกล้มเลิกเขาต้องเสียหน้าไม่น้อย อีกทั้งยังสูญเสียสินสอดทองหมั้นจำนวนมากที่จะนำมาไถ่วังหลังนี้คืนด้วย 

“แต่เรายอมเสียหน้าไปบอกแขกว่าขอเลื่อนงานออกไปก่อน ยังดีกว่าที่เราจะเสียหน้า หากงานแต่งงานขาดเจ้าสาวนะคะ” หม่อมราชวงศ์เพียงฟ้ายังคงเสนอความคิดเห็นต่อ ถ้าไม่ประกาศยกเลิกงานแต่งงานในวันนี้ไม่ใช่ฝ่ายของเกียรติบวรและหิรัณวัฒนาจะเสียเสื่อมเสียเกียรติอย่างเดียว แต่ฝ่ายบุตรชายของเธอก็จะเอาไปนินทาได้ว่าเจ้าสาวหนีงานแต่งงาน 

“แต่...” 

“พอเถอะครับ หาเจ้าสาวไม่เจอก็แค่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวคนใหม่แทนน้องพลอย” 

ยังไม่ทันที่หม่อมหลวงเพชรจะได้เอ่ยจบ เสียงทุ้มนุ่ม ใบหน้านิ่งเรียบไม่ยินดียินร้ายกับเหตุการณ์ตอนนี้ของว่าที่เจ้าบ่าวที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้เรื่องนี้จบลงเสียที เพราะเห็นใจในความรักของ 

พลอยนภัสและนายแพทย์ขุนพลจึงต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง สายตาของเขาเหลือบมองไปยังสาวน้อยหน้าสวยที่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้เงียบๆ อยู่ที่พื้นคนเดียวเกือบชั่วโมงที่ผ่านมาด้วยสายตาวูบไหว 

*********************** 

วาดฝันแห่งรัก 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว