ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 2/2

ชื่อตอน : กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 2/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2563 09:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 2/2
แบบอักษร

กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย 

ซุ่ยหยิน (Mercury) : เขียน, ตูมหอม : แปล, illust : Leila 

เล่มเดียวจบ , มีจำหน่ายรูปแบบ E-book 

 

 

 

ตอนที่ 2/2 

[ต้นฉบับยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง]  

 

 

 

เมื่อไปถึงสำนักงานใหญ่ในช่วงบ่าย เซี่ยฝานเทียนต้องตะลึงงัน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคุณชายชิวหยวนเสียงเป็นทายาทตระกูลดัง แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะดำรงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารนานาชาติชิวหยวนคอร์ปอเรชั่นกรุ๊ป

บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารนานาชาติชิวหยวนคอร์ปอเรชั่นกรุ๊ป ก่อตั้งมานานกว่า 40 ปี ในอดีตเป็นบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร ต่อมาหลังจากบริษัทได้ก่อตั้งแผนกค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์อาหารและมีโรงงานเป็นของตัวเอง ก็เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ของตัวเอง และขยายตลาดด้วยกิจการร้านอาหารสาขาในเครือมากว่าสิบปีแล้ว ให้บริการตั้งแต่ร้านอาหารธรรมดาไปจนถึงระดับภัตตาคารหรูหราห้าดาว มีชื่อเสียงในเรื่องของการคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี บริการประทับใจ และมีมาตรฐานสูง ธุรกิจจึงกำลังเติบโตไปได้สวยทีเดียว  

 คนขับรถจอดให้เขาลงที่หน้าประตูสำนักงานใหญ่แล้วส่งชิปการ์ดให้ พลางบอกว่า

“บัตเลอร์สั่งให้ผมแจ้งคุณว่า ถ้าเดินเล่นเบื่อแล้วก็ใช้ชิปการ์ดผ่านประตูเข้าไปพักในห้องพักผ่อนชั้นสองได้เลย พอใกล้ถึงเวลาบัตเลอร์จะแจ้งคุณว่าคุณชายอยู่ที่ไหนครับ”

เมื่อกล่าวขอบคุณคนขับรถแล้ว เซี่ยฝานเทียนก็ตัดสินใจไปเดินเล่นเพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่รอบๆ บริษัท พอเที่ยงครึ่งก็ได้รับข้อความจากบัตเลอร์ว่า

 

อาหารกลางวันเวลา 13.00 น. 

รอคุณชายที่ชั้นล่าง 

 

เขามารอคุณชายที่ชั้นล่างของสำนักงานใหญ่ในเครือชิวหยวน ก่อนเวลานัดหมายสิบนาที ขณะรอก็เห็นชายร่างสูงใหญ่เดินมากับคนในชุดสูทหลายคน

“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนั้นนะครับ ผมจะกลับมาเซ็นวันมะรืน”

เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงแบบทุ้มต่ำและหนักแน่นของชิวหยวนเสียง ซึ่งเมื่อเทียบกับน้ำเสียงกลางๆ ของเขาแล้ว ถือว่าเป็นน้ำเสียงที่ต่ำกว่าพอสมควร แต่เซี่ยฝานเทียนกลับรู้สึกว่าฟังแล้วเสนาะหูดี

เมื่อสั่งงานเสร็จเรียบร้อย คนอื่นๆ ก็ทยอยเดินจากไป เหลือเพียงชายในชุดสูทสีน้ำตาลเข้มรูปร่างบางยืนอยู่ข้างกาย เมื่อคุณชายเดินตรงเข้ามาหาเซี่ยฝานเทียน ก็ประจวบเหมาะกับที่คนขับรถมาถึงพอดี

“ขึ้นรถ”

เมื่อได้ยินเสียงคุณชาย เขาก็รีบมุดตามเข้าไปนั่งในรถหรู ส่วนชายอีกคนที่ติดตามคุณชายมานั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ

“คุณเซี่ยใช่ไหมครับ”

ชายหนุ่มที่นั่งเบาะหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส เขามีคิ้วเข้มเด่นชัด ดวงตาดูอ่อนโยน เผยให้เห็นความเฉลียวฉลาด

เมื่อได้ยินคำถาม เขาจึงรีบตอบทันใด

“สวัสดีครับ ผมชื่อเซี่ยฝานเทียน”

“ชื่อเขียนยังไงครับ”

“ฝาน ที่แปลว่า ชมดอกไม้ร่วงยามว่าง ส่วนเทียน ก็แปลว่า ท้องฟ้า”

“ชื่อน่าสนใจดีนะครับ” เขาพูดยิ้มๆ “ผมชื่อ ฟู่เซี่ยวเซิง เป็นเลขานุการใหญ่ของคุณชาย”

ชายหนุ่มที่นั่งเบาะหน้าส่งนามบัตรมาให้ เซี่ยฝานเทียนรับมาแล้วก้มลงมอง

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

คุณชายไม่ได้ขัดจังหวะการสนทนาระหว่างชายทั้งสอง แค่เหลือบมองเซี่ยฝานเทียน แล้วเอียงหน้ามองไปทางอื่น

จากนั้นก็ไม่มีการสนทนาใดๆ จนถึงร้านอาหาร สักพักเซี่ยฝานเทียนก็สังเกตเห็นว่าชายคนข้างๆ ปิดเปลือกตาลงทำสมาธิ

เมื่อเจอหน้ากันครั้งแรก เขาก็รู้แล้วว่าคุณชายเป็นผู้ชายในสเปค จมูกโด่ง หน้าตาคมคาย ริมฝีปากหนากว่าเขาเล็กน้อย เวลาจุมพิตกันคงเกิดรสสัมผัสที่ดี   

เขาพยายามหยุดความคิดฟุ้งซ่านในสมอง ท่องไว้ในใจว่าบุคคลตรงหน้าคือเจ้านายของเขา หากล่วงเกินอะไรไปก็เท่ากับทุบหม้อข้าวตัวเอง

เพียงพริบตาก็มาถึงร้านอาหารฝรั่งเศสในเครือบริษัทชิวหยวน จากนั้นเดินตามคุณชายเข้าไปนั่งในร้านซึ่งเป็นห้องส่วนตัว พนักงานรับออร์เดอร์ส่งเมนูให้ คุณชายบอกว่า

“สั่งได้ตามสบาย”

หลังจากเงียบไปนาน เขาค่อยรู้สึกตัวว่าคุณชายพูดด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนทำงานนิตยสาร อย่างไรก็ต้องสังเกตสีหน้าของคนอื่นก่อนสั่งอาหาร แต่คงไม่ใช่กับคุณชายคนนี้ เซี่ยฝานเทียนไม่รู้สึกว่าทำอะไรผิดไป จึงเริ่มตั้งใจดูเมนู

 ร้านอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมราคาระดับไฮเอนด์ มีรายการอาหารให้เลือกกว่าสิบเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยแบบเย็นและร้อน ซุปเมนคอร์ส ออร์เดิฟเย็นและร้อน ปิ้งย่าง สลัด ผักต่างๆ มีอาหารคาวหวานให้เลือกจนตาลาย

พอเปิดเมนูมาถึงหน้าสุดท้ายก็ยังพบว่ามีรายการอาหารเซตแบบสามอย่างและห้าอย่างเพื่อเอาใจลูกค้า เซี่ยฝานเทียนเลือกเซตแบบสามอย่างด้วยความรวดเร็ว ส่วนเมนูเมนคอร์สก็มีให้เลือกทั้งไก่ ปลา สเต๊ก เขาจึงเลือกสเต๊กเซอร์ลอยด์           

หลังจากเซี่ยฝานเทียนสั่งเสร็จ ฟู่เซี่ยวเซิงก็กวักมือเรียกพนักงานมารับออร์เดอร์แล้วสั่งเซตปลากับไวน์ขาวมาดื่มคู่กันตามคำแนะนำของทางร้าน จากนั้นพนักงานก็หันไปรอรับออร์เดอร์จากคุณชาย

คุณชายชี้ไปที่เมนู แต่มองไม่ถนัดว่าเขาสั่งอะไร ตอนพนักงานมาเสิร์ฟจึงได้รู้ว่าคุณชายสั่งซุปหอมใหญ่เพียงถ้วยเดียว ส่วนเลขาฯคู่กายเคยชินกับนิสัยกินน้อยของคุณชายไปแล้ว เซี่ยฝานเทียนรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ถูกต้องนัก

มื้อนี้ก็ไม่ทำให้เขาผิดหวังเช่นเคย ความฉ่ำของสเต๊กและกลิ่นหอมเกรียมแผ่ซ่านอยู่ในปากขณะเคี้ยวเนื้อ ส่วนของหวานเป็นมิลเฟยเนยสดแครนเบอร์รี่ราดน้ำผึ้งและช็อกโกแลต เสียงตัดชิ้นของหวานดังฉึกชวนน้ำลายสอ แถมให้ความรู้สึกเหมือนละลายในปาก ส่วนแครนเบอร์รี่มีรสเปรี้ยวนิดๆ ให้ความสดชื่นและตัดเลี่ยนได้พอดี 

ระหว่างรับประทานอาหาร ชิวหยวนเสียงมองเซี่ยฝานเทียนที่กินอย่างเบิกบานใจ ก่อนจะสั่งไวน์แดงโอต์-บริอ็องมาเพิ่ม โดยอ้างว่าสั่งมาดื่มด้วยกัน แต่คนที่ฟาดไวน์แดงชื่อดังเรียบก็คือคุณชายเสียง เขาซดซุปเพียงไม่กี่คำแล้วก็ไม่แตะต้องอีก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เซี่ยฝานเทียนซึ่งมีนิสัยชอบดูแลคนอื่นอยู่แล้วอดกังวลเรื่องกระเพาะอาหารของเจ้านายไม่ได้

…      

หลังรับประทานอาหารเสร็จก็กลับบริษัทด้วยกัน ฟู่เซี่ยวเซิงกำชับเขาว่าเย็นนี้คุณชายจะกลับไปทานอาหารที่บ้าน ให้เขากลับไปรอได้เลย จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งพบว่าเจ้านายของเขาเป็นคนที่เก่งมาก พร้อมกับสัมผัสได้ว่าการเป็นประธานบริหารของเครือชิวหยวนคงกดดันน่าดู

 เนื่องจากมีภูมิหลังเป็นคอลัมนิสต์ในนิตยสารอาหารมาก่อน จึงทำให้เขาพอจะรู้จักบริษัทในเครือชิวหยวน แต่เรื่องส่วนตัวของชิวหยวนเสียงกลับแทบไม่รู้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ พอเขากลับมาถึงบ้านจึงรีบค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตทันที เพื่อทำความรู้จักเจ้านายให้ลึกซึ้งขึ้น    

แต่ข้อมูลค้นเจอเพียงแค่…ชิวหยวนเสียงจบวิชาเอกเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและกฎหมายจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อังกฤษ หลังจากเรียนจบก็ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่บริษัทมาตลอด กระทั่งบิดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหกปีก่อน เขาจึงเข้ารับตำแหน่งประธานบริหารต่อจากบิดาอย่างเป็นทางการ    

ในระยะแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานบริหารไม่ค่อยเห็นเขาปรากฏตัวตามงานต่างๆ เพิ่งมาเห็นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ จึงกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่นักข่าวอยากจะติดตามสัมภาษณ์ แต่เพราะเป็นคนเก็บตัว เลยไม่เป็นข่าวซุบซิบในวงสังคม ทำให้ไม่มีข้อมูลเชิงลึกให้ค้นหา   

ข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวเขาก็มีไม่กี่เรื่อง รายงานข่าวชิ้นหนึ่งระบุว่า เขาใช้อำนาจสั่งการโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงอย่างไม่ไว้หน้า

อีกข่าวหนึ่งเขียนว่า เมื่อสามปีที่แล้ว เขาป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณโจวเหมยผิงลูกสาวเจ้าของบริษัทเครือหย่งสวี่คู่หมั้นขอถอนหมั้นไปซบอกนักร้องหนุ่มดาวรุ่ง

ส่วนข่าวสุดท้ายกลับเขียนทำนองว่าเขาชอบไม้ป่าเดียวกัน แอบปิ๊งกับฟู่เซี่ยวเซิงเลขาฯคู่ใจ 

ข่าวก็คือข่าว ย่อมไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะเขาคลุกคลีในวงการสื่อมานานพอสมควร รู้ดีว่าสื่อบางสำนักต้องการขายข่าวจึงเขียนให้เกินจริงไว้ก่อน ดังนั้นสิ่งที่รายงานออกมา ถือว่าอ่านเรื่องกอสซิปก็พอ

 

* * * * * 

        

และแล้วก็ผ่านไปหนึ่งเดือนโดยที่ยังไม่มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นใดๆ เกิดขึ้น เขารับเงินเดือนเดือนแรกอย่างราบรื่น  

ค่าจ้างเดือนแรก เขาแบ่งไปผ่อนค่างวดรถและชำระบัตรเครดิต แต่ยังนึกกังวลว่าพ่อจะตายข้างถนนเพราะไม่มีเงินกินข้าว เลยโอนเงินเข้าบัญชีให้บ้าง หลังจากกลับถึงคฤหาสน์ กินอาหารเป็นเพื่อนคุณชายผู้มีสีหน้านิ่งเฉยตลอดเวลาเสร็จ ก็กลับห้องเขียนบันทึกต่อ

ก่อนที่กิจการร้านกาแฟของพ่อจะเจ๊ง เซี่ยฝานเทียนพอมีเงินเก็บออมไว้บ้าง เวลาว่างจึงมักไปเดินเที่ยวเล่นตามสถานที่ต่างๆ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลและภาพถ่ายไว้ได้เป็นจำนวนมาก แต่เสียดายที่ไม่มีเวลาเขียนออกมาเป็นหนังสือ

หลังจากกิจการของพ่อเจ๊งไป แรงกดดันเรื่องปากท้องจึงตกมาอยู่ที่เขาเพียงคนเดียวจนหายใจไม่ทั่วท้อง       

ตอนนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องการกินอยู่แล้ว แถมยังมีเวลาว่างมากขึ้น เซี่ยฝานเทียนจึงไม่รีรอ เริ่มจัดการรวบรวมข้อมูลที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้มาเขียน แล้วก็ติดลมไปจนถึงเที่ยงคืน ท้องรู้สึกหิวขึ้นมาหลังบิดขี้เกียจเสร็จ วันนี้โชคดีที่สมองแล่น มีอารมณ์ในการเขียน เขากะว่าจะเขียนต่ออีก แต่ท้องเจ้ากรรมมาร้องจ๊อกๆ ซะก่อน จึงหมดสมาธิ

ทำอย่างไรได้ เขาเป็นคนประเภทพอท้องหิวแล้วสมองจะว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกทันที เวลานี้เขาต้องหาอะไรมาใส่ท้องให้อิ่มเสียก่อน จึงจะมีไอเดียมาเขียนต่อ ว่าแล้วก็หยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งห่อแล้วย่องแผ่วเบาลงไปห้องครัว พอเปิดไฟก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดของคุณชาย        

“คุณ...”

“เงียบ!”

ฝ่ายตรงข้ามสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนกล่าวต่อ

“ถ้าทำให้เซินเปิ่นกับฝูเถียนตื่นขึ้นมานะ คุณซวยแน่!”

ฝ่ายตรงข้ามพูดเสียงต่ำอย่างเคร่งเครียด ถ้าทำให้เซินเปิ่นฉีกับฝูเถียนตื่นขึ้นมาจริงๆ คุณชายหน้าเฉยชาคนนี้คงสั่งให้เขาเก็บข้าวของออกจากบ้านไปแน่เลย 

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง เซี่ยฝานเทียนก็รีบปิดปากตัวเองที่เกือบจะหลุดอุทานออกไปเมื่อกี้ทันควัน

 คุณชายยกมือกุมท้อง ใบหน้าขาวซีด ทำให้เซี่ยฝานเทียนวินิจฉัยว่าอาจเป็นโรคกระเพาะอาหาร แต่ถ้าพูดตรงๆ คงโดนคาดโทษ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลมีโทษต่อร่างกายมาก

เมื่อเดินเข้าใกล้คุณชาย เซี่ยฝานเทียนก็กระซิบถาม

“แสบกระเพาะใช่ไหมครับ”

สีหน้าคุณชายดูย่ำแย่แถมมีเหงื่อผุดพราวบนหน้าผากอีกด้วย เซี่ยฝานเทียนจึงไม่คิดจะต่อว่าต่อขานอะไร ยื่นมือไปประคองคุณชายโดยที่อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธสักคำ อาจเคยถูกหามมาจนชินแล้วก็ได้ ดีนะที่ยังรู้ว่าเวลาไหนไม่ควรฝืนตัวเอง 

จากนั้นเขาก็ประคองคุณชายไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ด้านหนึ่ง ไม่รู้ว่าคุณชายลงมาที่ห้องครัวทำไม อาจเป็นเพราะดึกมากแล้วจึงไม่อยากรบกวนคนอื่น เลยลงมาจัดการเอง เซี่ยฝานเทียนรู้สึกว่าคุณชายมีสีหน้าไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย แต่ก็ไม่ถึงกับน่าหมั่นไส้ 

ในเมื่อเขาให้เงินเดือนสูง ดูแลเขาสักนิดหน่อยก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลนี่นา

ว่าแล้วก็กดน้ำอุ่นแล้วนำไปวางตรงหน้า

“คุณชาย ดื่มน้ำอุ่นสักหน่อยเพื่อให้กระเพาะอุ่นขึ้น ทานยาแก้โรคกระเพาะหรือยังครับ”

เมื่อเห็นคุณชายส่ายหน้า เซี่ยฝานเทียนก็พูดต่อ

“ผมจะไปหายามาให้ อย่าเพิ่งลุกนะ นั่งพักก่อน”

การค้นหายาในห้องครัวอันโอ่อ่าต้องใช้เวลาไม่น้อย แต่ในที่สุดก็หาเจอ เขาหยิบยามาให้คุณชายทานแล้วบอกให้ดื่มน้ำตาม ขณะเดียวกันท้องเจ้ากรรมก็ร้องจ๊อกๆ ออกมา เมื่อคุณชายได้ยินจึงแหงนมองหน้าเซี่ยฝานเทียนอยู่เป็นครู่ ทำเอาเขาเขินอายหน้าแดง ยกมือมาเกากกหู ทำให้คุณชายรู้สึกว่า ไอ้หมอนี่ก็น่ารักดี   

หลังกินยาไปสักพักก็ยังปวดท้องมากอยู่ คุณชายเลยไม่ฝืนตัวเองที่จะกลับห้องไปทันที

ห้องนอนบัตเลอร์กับห้องนอนเมดอยู่ห่างจากห้องครัวไปนิดหน่อย หากไม่ส่งเสียงดังก็ไม่ทำให้พวกเขาตื่นขึ้นมา คุณชายจึงวางใจนั่งพักอยู่ในห้องครัวไปก่อน

 สักครู่ก็เห็นเซี่ยฝานเทียนกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารมื้อดึก หยิบหม้อออกมาใส่น้ำตั้งไฟให้เดือด จากนั้นหยิบไข่และต้นหอมออกจากตู้เย็น ต่อด้วยการหั่นต้นหอมเป็นท่อนๆ รอจนน้ำเดือดก็ฉีกซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับเครื่องปรุงรสใส่ลงไปต้มในหม้อให้เส้นนิ่ม แล้วตอกไข่ใส่ลงไป คนเล็กน้อยพอให้ไข่แตก แล้วจึงปิดแก๊ส จากนั้นหยิบแผ่นรองความร้อนมาวางตรงหน้าคุณชาย ก่อนจะยกหม้อมาวางลง ยื่นช้อนและตะเกียบให้ คุณชายรับมาด้วยท่าทางงงงวย เซี่ยฝานเทียนจึงอธิบายให้ฟังว่า

“เวลาปวดกระเพาะจำเป็นต้องทานอะไรรองท้องเพื่อให้อาการทุเลาลง คุณทานอาหารมื้อเย็นไม่กี่คำเอง ถึงได้ปวดกระเพาะไงล่ะ ทานบะหมี่ซะหน่อย แล้วอาการจะดีขึ้น”    

คิดไม่ถึงว่าจะให้ประธานบริหารในเครือชิวหยวนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเนื้อตุ๋นน้ำใส ซึ่งก็เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทคุณชายเอง เซี่ยฝานเทียนรู้สึกว่าตัวเองคงหิวจนสมองเลอะเลือน จึงทำอะไรแปลกๆ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว 

สายตามองไปยังผู้ชายใบหน้าขาวซีดคนนี้ด้วยความหวังว่าเขาจะสามารถกินให้เยอะขึ้นหน่อย

หากมีคนเดินผ่านห้องครัวในเวลานี้ ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นเป็นแน่ เพราะจู่ๆ ก็ได้เห็นคุณชายผู้สูงศักดิ์แห่งเครือชิวหยวนนั่งโซ้ยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากหม้อต้มบะหมี่ และข้างกายมีชายร่างสูงใหญ่เฝ้าดูเขากินบะหมี่อยู่เงียบๆ    

เดิมทีก็รู้สึกประทับใจรูปลักษณ์ของคุณชายเป็นทุนอยู่แล้ว พอได้เห็นเขากินบะหมี่ด้วยท่าทางเรียบร้อยแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าเขามีภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี ถ้าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาดี ก็คงไม่ติดนิสัยเช่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน

เนื่องจากอาการปวดท้องหนักขึ้น คุณชายรู้สึกเหมือนถูกบังคับกลายๆ ให้รับตะเกียบมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่อยากพูดปฏิเสธให้เปลืองน้ำลาย จึงกะว่าจะกินแค่ไม่กี่คำด้วยความเกรงใจ แล้วก็จะไม่สนใจเขาแล้ว แต่เมื่อคีบบะหมี่เข้าปากก็รู้สึกว่ารสชาติไม่แย่อย่างที่คิด จึงฝืนกินไปได้หลายคำ   

เมื่อวางตะเกียบลง บะหมี่ยังเหลืออีกครึ่งหม้อ เซี่ยฝานเทียนพูดด้วยน้ำเสียงกลางๆ

“ไม่กินต่ออีกเหรอครับ”

เขาส่ายหน้าเบาๆ

“งั้นคุณรอผมแป๊บนึง ผมทานเสร็จจะไปส่งคุณที่ห้อง”

อาการปวดท้องดูเหมือนจะทุเลาลงจริงๆ หรือจะเป็นเพราะฤทธิ์ยา แล้วคุณชายก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นเซี่ยฝานเทียนรับหม้อไปแล้วซดบะหมี่ที่เหลืออยู่หมดภายในพริบตา

คุณชายตกตะลึงตาค้าง เกิดความสงสัยว่าชายคนนี้ไร้มารยาทเกินไปหรือเปล่า แม้จะรู้สึกเช่นนั้น แต่ในก้นบึ้งของหัวใจกลับไม่รู้สึกรังเกียจแต่อย่างใด

ขณะที่อีกฝ่ายกำลังล้างหม้ออยู่นั้น คุณชายก็ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้รังเกียจท่าทางการกินของเซี่ยฝานเทียนแม้แต่น้อย

แถมยังรู้สึกว่า กิริยาท่าทางการกินอาหารของอีกฝ่ายดูเป็นธรรมชาติ ทำให้คนอื่นๆ เกิดความอยากอาหารขึ้นมาได้ เพราะเขากินด้วยท่าทางมีความสุข ทำให้อาหารทุกอย่างดูน่ากินไปหมด จนคุณชายนึกสนใจรสชาติอาหารชนิดนั้นขึ้นมา และอยากลองชิมว่าอร่อยจริงหรือไม่

สำหรับผู้ป่วยโรคอะนอเร็กเซียนั้น การทำให้พวกเขาเกิดความสนใจรสชาติของอาหารขึ้นมาได้ นับเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเอาเสียเลย

 

 

#กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย 

 

ความคิดเห็น