ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 1/2

ชื่อตอน : กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2563 17:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย ตอนที่ 1/2
แบบอักษร

กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย 

ซุ่ยหยิน (Mercury) : เขียน, ตูมหอม : แปล, illust : Leila 

เล่มเดียวจบ , มีจำหน่ายรูปแบบ E-book 

 

 

 

ตอนที่ 1/2 

[ต้นฉบับยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง] 

“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณชาย ใช้ได้ไหม”

ชายร่างสูงใหญ่ขมวดคิ้วพลางจ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิด ดูเซี่ยฝานเทียนกำลังเบิกบานใจกับการรับประทานอาหาร ครั้นได้ยินคำพูดเร่งรัดจากบัตเลอร์ก็แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายพร้อมกับโบกมือแสดงสัญลักษณ์อันเป็นที่รู้กันว่ายกให้บัตเลอร์เป็นคนจัดการแทน แล้วก็เดินกลับไปยังห้องหนังสือ เซินเปิ่นฉีโล่งอกขึ้นมาทันที

“คุณเซี่ย ขออภัยที่ให้รอนาน”

เมื่อเห็นเซินเปิ่นฉีเดินเข้ามา เซี่ยฝานเทียนก็ยืนขึ้นเก้ๆ กังๆ

“ไม่นานเลยครับ อย่าพูดแบบนั้นสิ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ สำหรับโอกาสที่ให้ผมได้กินอาหารมื้อที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้”  

“รสชาติพอใช้ได้ไหม”

“อร่อยมาก อร่อยทุกอย่างเลยครับ”

“แน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะเชฟแต่ละคนของเรามาจากร้านอาหารในเครือของบริษัทที่มีฝีมือชั้นครูทั้งนั้น ถ้าไม่สามารถปรุงอาหารให้อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจได้ก็น่าผิดหวังนะครับ—    

“งั้นดีเลย เชิญทางนี้ครับ เรามาคุยเรื่องรายละเอียดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับงานกันเลย”

คนตรงหน้าในวันนี้ต่างกับที่เจอกันในวันนั้นนิดหน่อย เพราะวันนี้คุณเซินเปิ่นฉีในชุดสูทลองเทลสีบรอนซ์ดูอ่อนกว่าวัย กระฉับกระเฉง กิริยาท่าทางสง่าผ่าเผยและดูมีระเบียบแบบแผน น่าจะทำหน้าที่พ่อบ้านหรือบัตเลอร์ดูแลคฤหาสน์หลังนี้มาหลายปีแล้ว    

เมื่อเดินตามบัตเลอร์มาถึงห้องรับแขกซึ่งบนเพดานตกแต่งด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์หรูหรา เซี่ยฝานเทียนก็นั่งลงบนโซฟาด้วยความประหม่า เพราะมันน่าจะทำมาจากหนังแท้เป็นแน่ เมดสาวนำชาดำมาเสิร์ฟได้ทันใจ 

“รายละเอียดงานก็เหมือนกับที่ผมเคยคุยกับคุณก่อนหน้านี้ คือคุณต้องทานอาหารเป็นเพื่อนคุณชายชิวหยวนเสียง เจ้านายของเรา วันละสี่มื้อ เพียงแค่คุณทานอาหารกับท่านด้วยท่าทางปกติก็พอ นอกเหนือเวลาทานอาหารก็เป็นเวลาส่วนตัวของคุณ ถ้าวันไหนที่ท่านไม่ทานอาหารที่บ้าน คุณก็ต้องไปทานเป็นเพื่อนท่านตามสถานที่นัดหมาย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าอาหาร ทางเราเป็นฝ่ายรับผิดชอบเอง ถ้ามื้อไหนท่านไม่ต้องการให้คุณทานเป็นเพื่อน เราจะแจ้งคุณล่วงหน้าผ่านกล่องข้อความหรือโทรศัพท์ ส่วนวันหยุด เนื่องจากต้องทานอาหารทุกวัน ดังนั้นคุณจะมีวันหยุดแค่เดือนละ 6-8 วันเท่านั้น หากต้องการลาหยุดขอให้คุณแจ้งล่วงหน้าสองวัน ผมจะได้เรียกคนอื่นมาทานอาหารเป็นเพื่อนท่านแทน—   

“ต้องทดลองงานสามเดือน ส่วนเงินเดือนก็เดือนละ 60,000 คุณมีอะไรสงสัยอยากจะถามอีกไหม”

“หะ...หก...หก…หกหมื่น!?”

ไม่ได้หูฝาดไปใช่มะ? แค่กินอาหารเป็นเพื่อนก็รับเหนาะๆ ตั้งหกหมื่น? ในใต้หล้ายังมีเรื่องดีๆ ให้ได้พบเจออย่างนี้จริงๆ หรือเนี่ย

เมื่อเห็นสีหน้าของเซี่ยฝานเทียนเปลี่ยนไป เซินเปิ่นฉียังคิดว่าตนเสนอเงินเดือนให้น้อยเกินไป จึงพูดต่อ

“ช่วงทดลองงานรับไปแค่นี้ก่อน หากผ่านเมื่อไหร่จะปรับเพิ่มให้อีก” 

“มะ...ไม่มีปัญหาเลยครับ ขอให้ผมลองทำดู แต่ว่า...”

“ช่างดีเหลือเกิน...”

รู้สึกว่าคุณเซินเปิ่นดูโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด

“มีอะไรสงสัยอีกไหม ถามได้เลย เราจะพยายามจัดสรรให้เหมาะสมที่สุด”   

“ขอที่พักฟรีได้ไหมครับ”

เมื่อได้รับอนุมัติให้ที่พักฟรี วันรุ่งขึ้น เซี่ยฝานเทียนก็รีบขนย้ายข้าวของมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ทันที

ด้วยอารมณ์เดือดจัดที่พ่อขาดความรับผิดชอบ เขาจึงนำของที่ระลึกที่พ่อไปเที่ยวแล้วซื้อมาเก็บสะสมไว้ไปขายจนเกลี้ยง เลยมีเงินติดตัวมาโปะค่าผ่อนรถได้หลายเดือน จากนั้นก็ได้รับข้อความสั้นๆ ง่ายๆ จากพ่อว่า

 

ขอโทษด้วยไอ้ลูกรัก 

พ่อยังปลอดภัยสบายดี 

 

ทำไมยังไม่ถูกเจ้าหนี้ฆ่าให้ตายไปเลย

เมื่อรู้ว่าพ่อยังอยู่ดี เซี่ยฝานเทียนก็สบายใจไปเปลาะหนึ่ง แม้เคยโกรธจัดที่พ่อแอบเอาบ้านที่เขาผ่อนอยู่หลายปีกว่าจะหมดไปจำนอง กระนั้นก็ยังภาวนาให้พ่อสบายดี          

เขายังแอบคิดเข้าข้างตัวเองนิดหน่อยว่า กว่าจะได้งานที่เงินเดือนสูงๆ เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าบ้านยังขายไม่ออก ก็มีทางเป็นไปได้ที่จะซื้อบ้านเดิมที่อาศัยมากว่า 20 ปีคืนมา เพราะเป็นบ้านแห่งความทรงจำระหว่างเขากับพ่อแม่ น่าเสียดายที่ถูกยึดไปขายทอดตลาดแบบนี้  

มีข้าวของที่ต้องขนย้ายไม่น้อย แต่เพื่อประหยัดค่าขนส่ง จำต้องสลัดข้าวของส่วนใหญ่ทิ้งไป นอกจากสิ่งของจำเป็น สิ่งของในความทรงจำ แล้วก็งานเขียนที่หอบไปไหนมาไหนด้วยตลอด รวมแล้วก็มีข้าวของแค่สองลัง เท่านี้ก็สามารถย้ายตัวเองเข้าไปอยู่บ้านเจ้านายได้สบายบรื๋อ

ครั้นมายืนอยู่หน้าบ้านที่เคยอาศัยมากว่า 20 ปี เซี่ยฝานเทียนก็ต้องถอนหายใจด้วยความเสียดายและเจ็บปวด คาดไม่ถึงว่าแม้แต่ที่ซุกหัวนอนก็ยังรักษาเอาไว้ไม่รอด แต่จะทำอย่างไรได้ นอกจากแก้ปัญหาไปทีละเรื่อง

…     

เมื่อมาถึงสถานที่ที่เขาต้องเริ่มงานใหม่ บัตเลอร์ส่งตัวเขาให้ป้าเมดที่ชื่อ ฝูเถียน ดูแล

ป้าเมดฝูเถียนคนนี้อายุน่าจะเกือบ 40 รูปร่างอวบ

ฝูเถียนนำทางเขาเดินไปยังห้องพักที่อยู่สุดทางเดินบนชั้นสองของคฤหาสน์ด้วยรอยยิ้มสุภาพ 

ห้องพักสะอาดกว้างขวาง ภายในห้องมีเตียงขนาดใหญ่ โต๊ะอ่านหนังสือ ตู้เสื้อผ้า และยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วย

“บัตเลอร์บอกว่าให้คุณอยู่ห้องนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เดี๋ยวคุณจัดข้าวของเสร็จ ฉันจะพาไปทำความคุ้นเคยกับบริเวณรอบบ้าน”

ขนหนังสือวางไว้มุมหนึ่ง เสื้อผ้าก็โยนๆ ใส่ตู้เสื้อผ้า ส่วนโน้ตบุ๊กวางไว้บนโต๊ะหนังสือ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย แต่ก็ใช้เวลาจัดอยู่เกือบสิบนาที

คาดไม่ถึงว่าจะมีห้องที่สบายและเป็นส่วนตัวขนาดนี้ ทำให้เซี่ยฝานเทียนรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่เลือกงานนี้ เพราะตอนแรกคิดว่าจะถูกจัดให้นอนแถวห้องนอนเมดเสียอีก 

“คุณฝูเถียนครับ” เมื่อก้าวออกจากประตูห้องจึงพบว่าเมดฝูเถียนยังรออยู่หน้าห้อง ก็รู้สึกเกรงใจ เลยกล่าวคำขอโทษไม่หยุด “ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ”  

 “ไม่เป็นไรค่ะ เรียกดิฉันว่า อาอี๋ฝูเถียน ก็พอ” 

 “อาอี๋ทำงานที่นี่มานานหรือยังครับ”

ใช่ว่าจะสืบความลับอะไรหรอก เขาแค่อยากสนิทสนมกับอาอี๋เท่านั้นเอง

“นานแล้ว ทำงานที่คฤหาสน์หลังนี้มาตั้งแต่อายุ 20”

ฝูเถียนตอบยิ้มๆ แล้วพาไปแนะนำบริเวณโดยรอบคฤหาสน์อย่างเต็มใจ

“ที่นี่เป็นห้องรับแขกชั้นสอง จะมีแขกก็ต่อเมื่อมีงานเลี้ยง ส่วนคุณเลขาฯกับญาติผู้พี่ของคุณชายก็แวะเวียนมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ห้องนี้จะว่าง—

“ห้องที่อยู่ตรงกลางระเบียงทางเดินชั้นหนึ่งเป็นห้องหนังสือ ส่วนห้องของคุณชายอยู่อีกด้านหนึ่ง ตามปกติสองห้องนี้มีเพียงบัตเลอร์เท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้อิสระ ส่วนคนอื่นต้องได้รับอนุญาตจากคุณชายก่อนจึงจะเข้าไปได้”

ความหมายก็คือ อย่าเข้าออกโดยพลการ   

“ส่วนห้องเมดที่อยู่ชั้นใต้ดิน ตอนนี้มีเมดสองสามคนพักอยู่ที่นี่ ส่วนเมดคนอื่นๆ ไปกลับทุกวัน—

“ห้องต่อไปเป็นห้องอาหาร ห้องครัว คุณชายจะรับประทานอาหารที่ห้องอาหารใหญ่ ส่วนห้องอาหารในครัวเป็นห้องของเมด ตามปกติคุณต้องทานอาหารเป็นเพื่อนคุณชายที่ห้องอาหารใหญ่ ถ้าคุณชายไม่อยู่ คุณมากินกับพวกเราก็ได้นะ เวลากินอาหารของพวกเราคือเจ็ดโมงเช้า เที่ยง ของว่างตอนบ่ายสี่ แล้วก็อาหารเย็นตอนสองทุ่ม”

 มีอาฟเตอร์นูนทีบริการลูกน้องด้วยเหรอเนี่ย รู้สึกว่าเจ้านายที่นี่ดูแลลูกน้องดีทีเดียว 

คฤหาสน์หลังนี้มีเมดรับใช้ทั้งหมดเก้าคน บัตเลอร์หนึ่งคน คนขับรถหนึ่งคน และคนสวนอีกหนึ่งคน ส่วนเชฟทำอาหาร บัตเลอร์เป็นคนจัดการเปลี่ยนทุกสัปดาห์ หรืออาจเปลี่ยนทุกวัน...ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของคุณชาย

 “สภาวการณ์ของคุณชาย สภาวการณ์ในที่นี้คืออะไร อยู่ที่อารมณ์ความพึงพอใจเหรอครับ”

“ใช่...ก็ดูว่ารสชาติอาหารถูกปากคุณชายหรือเปล่า!”

ร้านอาหารในเครือบริษัทมีเชฟมากมายที่คอยสลับสับเปลี่ยนเวรกันมาปรุงอาหารถึงคฤหาสน์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีจับสลากก็ดี หรือจัดตารางงานเป็นกะแล้วหมุนเวียนกันมาก็ดี สรุปคือบัตเลอร์จะทำหน้าที่สั่งการจัดเชฟให้เหมาะสมกับช่วงเวลา

“บรรดาเชฟทั้งหลายต่างมีงานที่ต้องรับผิดชอบ มองอีกด้านก็รู้สึกคล้ายกับการส่งเชฟเดลิเวอรี่บริการถึงคฤหาสน์”  

ถ้าบริการได้ถึงระดับนั้น ก็หมายความว่าจะมีลาภปากทุกวันเลยสิ เซี่ยฝานเทียนแอบยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข

“นี่เป็นห้องฟิตเนส ถ้าคุณต้องการออกกำลังกาย นอกเหนือเวลางานสามารถเข้ามาใช้ได้เลย ส่วนด้านนี้มีบันไดขึ้นไปถึงดาดฟ้า ซึ่งมีสระว่ายน้ำ เช่นเดียวกับเงื่อนไขอื่นๆ นอกเหนือเวลางานคุณสามารถไปใช้บริการได้เลย”  

เซี่ยฝานเทียนเริ่มรู้สึกว่ามาพักผ่อนมากกว่ามาทำงานเสียอีก

“ยังมีอะไรสงสัยอีกไหม”

“ชัดเจนมากครับ”

“ห้องต่างๆ ภายในคฤหาสน์ก็มีประมาณนี้ หากสงสัยอะไรเพิ่มเติม ถามดิฉันหรือบัตเลอร์ก็ได้นะ”

“รับทราบครับ”

จากนั้นฝูเถียนก็นำสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ออกมาแล้วส่งให้เซี่ยฝานเทียน

“ในนี้มีเบอร์โทรศัพท์ภายใน ที่อยู่ รหัสปลดล็อกประตูบางห้อง และรหัสเข้าใช้อินเทอร์เน็ต คิดว่าคุณคงต้องใช้มัน ก็เลยจดเอาไว้ให้”

ข้อมูลละเอียดมาก เซี่ยฝานเทียนรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

“ขอบคุณครับอาอี๋”   

เซี่ยฝานเทียนดูเป็นคนอ่อนโยน ทำให้ฝูเถียนรู้สึกอยากมีไมตรีด้วย เขามีรูปร่างค่อนข้างบาง ผิวดำแดง ซึ่งฝูเถียนเดาว่า ก่อนจะมาทำงานที่นี่ เขาคงต้องทำงานกลางแดดพอสมควร จนผิวเปลี่ยนสี อากัปกิริยาท่าทางการพูดจา แม้ไม่เป็นทางการ แต่ก็มีสัมมาคารวะ รอยยิ้มเปิดปากเพิ่มเสน่ห์แบบลูกผู้ชายให้เขามากขึ้นอีก แค่ยิ้มน้อยๆ ก็ทำให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวา ยิ่งมองก็ยิ่งหล่อ ถือว่าเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง            

ขอให้ผู้ชายแบบเขาสามารถช่วยคุณชายได้ด้วยเถอะ

เมื่อแนะนำสิ่งต่างๆ จนมาถึงบริเวณนี้ ก็ได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อกๆ เสียงนั้นดังมาจากผู้ชายผิวสีแทน สัญลักษณ์แห่งฤดูร้อน ที่ยืนอยู่ข้างๆ

เมื่อเงยหน้ามองก็เห็นว่าคนคนนั้นยืนหน้าแดง แถมเอามือกุมท้องอยู่ด้วย ท่าทางเกรงใจที่จะพูดออกอะไรออกมา

“ขอโทษครับ เมื่อเช้าผมรีบออกจากบ้านเลยลืมทานอาหารเช้า” 

ฝูเถียนอดหัวเราะไม่ได้ จากนั้นพูดอย่างใจดีว่า

“ท้องหิวเป็นเรื่องดี เพราะงานนี้ต้องการคนกินเก่ง”

“วางใจได้ครับ ก็เพราะกินเก่งเกินไป ผมเลยเก็บเงินไม่ได้ซะที”

ชายหนุ่มเกาหัวแกรกๆ ดูท่าทำอะไรไม่ถูก ทำให้ฝูเถียนยิ้มออกมาอย่างเบิกบานใจ   

หนุ่มคนนี้แตกต่างกับผู้ชายทุกคนที่เคยมาทำงานก่อนหน้านี้ ถ้าคุณชายถูกใจเขาก็คงจะดี 

“อดทนหน่อยนะ ใกล้เวลาอาหารเช้าของคุณชายแล้ว...เกือบลืมไป ช่วงเวลาที่คุณชายทานอาหาร อันนี้สำคัญมาก คุณต้องจดไว้เลย”

“ได้ครับ”

เมื่อวกเข้าเรื่องงาน เซี่ยฝานเทียนก็รีบหยิบปากกาออกจากกระเป๋าเสื้อทันที พร้อมจดบันทึกสิ่งที่ฝูเถียนกำชับ

“ในกรณีที่คุณชายทานอาหารที่บ้าน เวลาตื่นนอนของคุณชายเป็นตัวกำหนดเวลาอาหารเช้า คุณชายเป็นคนมีวินัย ถ้าไม่เข้าบริษัทก็จะตื่นนอนประมาณเก้าโมงถึงสิบโมงเช้า อาหารเช้าก็จะเสิร์ฟไม่เกินสิบโมงครึ่ง อาหารกลางวันเวลาบ่ายโมงตรง ส่วนอาฟเตอร์นูนทีเสิร์ฟตอนบ่ายสาม อาหารเย็นตอนหนึ่งทุ่ม บัตเลอร์จะเป็นคนส่งข้อความแจ้งเวลาที่แน่นอนให้คุณอีกที คุณต้องไปปรากฏตัวตามที่นัดหมายก่อนเวลาตามคำสั่ง เพื่อรอรับประทานอาหารกับคุณชาย” 

“ขอทราบเนื้องานที่ละเอียดกว่านี้อีกได้ไหมครับ” 

“ก็แค่ทานอาหารเป็นเพื่อนคุณชายไง”    

“เอ๋? มันง่ายขนาดนั้นจริงๆ เหรอ” 

“ไม่ง่ายนะ” ฝูเถียนกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง “ทานอาหารเป็นเพื่อนคุณชายเป็นงานที่สำคัญมาก” บรรยากาศเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย เมื่อรู้สึกได้ว่าคู่สนทนาเริ่มเครียด เธอก็หัวเราะแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “ดิฉันรู้ว่าคุณหิว ใกล้เวลาอาหารเช้าแล้ว วันนี้คุณเริ่มงานเลยได้ไหม”

“ก็น่าจะได้ครับ”

ปรับตัวพร้อมรับสถานการณ์ เพราะตอนนี้ไม่มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการ วันนี้เริ่มงานเลยก็ดีเหมือนกัน…

จะได้ใช้โอกาสนี้เรียนรู้ลักษณะงานที่แท้จริง บางที...นี่อาจเป็นวิธีที่ไม่เลว

…            

เมื่อกลับเข้ามาในห้อง ระหว่างหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดร่างกายจะไปเก็บไว้ในห้องน้ำ มืออีกข้างก็เปิดโน้ตบุ๊กแล้วใส่รหัสเข้าใช้อินเทอร์เน็ต หลังจากเช็กอีเมลก็พบว่ามีมาจากเพื่อนร่วมงาน เชิญให้เขาเขียนคอลัมน์แนะนำอาหารลงในนิตยสารอาหารและท่องเที่ยวฉบับใหม่ ดูเหมือนว่าเรื่องที่เขาถูกเลิกจ้างคงลือไปถึงไหนๆ แล้ว ใช่ว่าจะช่วยพวกเขาเขียนคอลัมน์ลงนิตยสารไม่ได้ แต่เพราะงานนี้คงทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ออกไปตระเวนชิมอาหารอร่อยข้างนอกอีกแล้ว   

ถ้างานนี้เป็นงานที่มั่นคง ไม่เพียงมีเงินเดือนต่อเนื่องทุกเดือน ทั้งค่าที่พักและอาหารก็ประหยัดได้เยอะเลย ไม่แน่ว่าอาจมีเงินเก็บพอจะซื้อบ้านหลังเดิมที่ถูกพ่อแอบเอาไปจำนองกลับคืนมาได้โดยเร็ว    

แม้จะวาดแผนการไว้เป็นมั่นเหมาะ แต่ก็ยังเป็นแค่ความคิด ถึงอย่างไรบ้านก็ถูกธนาคารยึดไปขายทอดตลาดแล้ว ต่อให้อยากจะซื้อคืนมาให้ได้ แต่ก็อย่าคาดหวังมากเกินไป หวังน้อยแค่ขอให้ผ่อนรถหมดก็ยังดี   

เสียงข้อความดังขึ้น ติ๊ด! เขารีบหยิบมือถือออกมาเปิดดู บัตเลอร์เป็นคนส่งมา

อาหารเช้าที่ห้องอาหาร 

11.00 น. 

เมื่อดูเวลา ยังเหลืออีกครึ่งชั่วโมง ตามที่บัตเลอร์นัดหมายไว้ว่าจะติดต่อมาล่วงหน้า เขาเอามือลูบท้องที่กำลังร้องจ๊อกๆ พลางบอกตัวเองว่า อดทนอีกนิด แล้วตัดสินใจว่าช่วงเย็นคงต้องออกไปหาซื้ออะไรมาเก็บไว้กินรองท้องเวลาหิวจะดีกว่า จากนั้นก็เปิดอีเมลดู ในกล่องจดหมายมีแต่อีเมลจากเว็บไซต์หาคู่ ทำให้รู้ว่าแฟนเก่าของเขามีคนรักใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว ได้แต่ถอนหายใจอย่างลืมตัว อีกฝ่ายเปลี่ยนคู่รักเป็นว่าเล่น คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เอาไหนเอง ไม่สามารถทำให้แฟนเก่ามีชีวิตในแบบที่เขาต้องการได้ เลยถูกนอกใจวกกลับไปคบถ่านไฟเก่าเหมือนเดิม แล้วเราก็ถูกเท

ขณะท่องเว็บอ่านข่าวไปเรื่อยๆ หันมาดูเวลาอีกทีก็ต้องตกใจสุดขีด

10.58 น.แล้วเหรอเนี่ย!

กระโดดลงจากเก้าอี้ รีบดิ่งออกจากประตูทันที เพราะเขาไม่อยากเข้างานสายตั้งแต่วันแรกของการทำงาน

เมื่อมาถึงห้องอาหารก็เห็นเซินเปิ่นฉีรออยู่แล้ว

เซินเปิ่นฉีเทชาด้วยบุคลิกที่สง่างาม ขณะที่ข้างหน้าต่างมีคนสวมเสื้อขนสัตว์คอวีสีขาว กางเกงขายาวลำลองสีเนื้อยืนอยู่ ชายในชุดสูทลองเทลเอามือไพล่หลังเมื่อเทชาเสร็จแล้ว

แสงแดดสาดส่องมาที่ใบหน้าด้านข้างของคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ใบหน้าของเขาขาวซีดผิดธรรมชาติ แต่กลับซ่อนความเคร่งขรึมแต่ไม่ดุเอาไว้ รูปร่างไม่ใช่แบบชายกล้ามโต แต่ก็ไม่บอบบางและมีใบหน้าคมกว่าชาวตะวันออกทั่วไป ผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดทรงเป็นระเบียบรวมกันไว้ด้านหลัง การเข้ามาอย่างเร่งรีบของเซี่ยฝานเทียนทำให้ชายหนุ่มผู้นั้นต้องหันมอง นั่นเปิดโอกาสให้เซี่ยฝานเทียนได้เห็นใบหน้าที่ชัดเจน กล่าวได้ว่าเป็นใบหน้าผู้ดีที่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป เวลานี้ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยท่าทางเย็นชา เผยท่าทีไม่สบอารมณ์ เขาเดินช้าๆ ไปยังเก้าอี้หัวโต๊ะอาหาร แล้วลากเก้าอี้ออกมานั่งด้วยตัวเอง

“คุณมาแล้วเหรอ นั่งลงเร็ว”

สีหน้าบัตเลอร์ที่เป็นมิตรช่างแตกต่างกับผู้ชายคนนั้นโดยสิ้นเชิง เซินเปิ่นฉีเพียงส่งยิ้มที่อ่อนโยนเพื่อส่งสัญญาณว่าให้เขานั่งเก้าอี้ตัวกลางของโต๊ะอาหาร

เมื่อนั่งลงเงียบๆ แล้ว เซี่ยฝานเทียนก็คิดในใจว่า ต่อจากนี้ไปงานของเขาก็คือกินข้าวเป็นเพื่อนผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาแต่มีสีหน้าบอกบุญไม่รับคนนี้งั้นหรือ ชักกลัวๆ แล้วสิ กลัวว่าอาหารจะไม่ย่อย...

 และแล้วพวกเขาก็นั่งลงเป็นที่เรียบร้อย บรรดาเมดเริ่มหมุนเวียนกันมาเสิร์ฟอาหารเช้า มีจานหลายใบวางอยู่บนโต๊ะ ในจานมีมะเขือเทศอบ ไข่ออมเล็ต ฮอตด็อก แฮม โยเกิร์ต ถั่วในซอสมะเขือเทศ เห็ดแชมปิยอง พุดดิ้ง ไส้กรอกเลือด มันฝรั่งทอด และขนมปังเนย ช่างสมบูรณ์พูนสุขเสียจริง นอกจากนี้ยังมีผลไม้จานใหญ่ สลัด และชาดำร้อนที่หอมยั่วน้ำลาย

นับเป็นอาหารเช้าสไตล์ผู้ดีอังกฤษที่ครบสูตร   

 

 

 

#กินกับเธอมื้อไหนก็อร่อย 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว