ยินดีตอนรับเข้าสู่โลกนิยายของสุวนันท์ทารา ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างมีความสุขค่ะ❤

บทที่ 9.1 เทียไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป

ชื่อตอน : บทที่ 9.1 เทียไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป

คำค้น : รัก โรแมนติค ดราม่า ท้อง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2563 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9.1 เทียไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป
แบบอักษร

บทที่ 9.1 เทียไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป 

“พี่เทียพี่เอาวีลแชร์ด้วยทำไมก็ไม่รู้ เปลืองเงินเปล่าๆ หมอก็บอกอยู่ว่าสักอาทิตย์สองอาทิตย์ มีนก็น่าจะกลับมาเดินได้ปกติแล้ว” ถึงจะเป็นเงินเขาเองก็ตามเถอะ แต่เธอก็เสียดายมันอยู่ดี

เธอบ่นเสียงขรึมระหว่างทางกลับบ้าน หลังจากโดนเย็บแผลไปถึงสิบเข็ม จากตอนแรกที่คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก เพราะช่วงที่นั่งรถไปโรงพยาบาลไม่มีเลือดไหลออกมาเลยมีแค่ซึมออกมาหน่อยๆ แต่พอถึงโรงพยาบาลนั่งรถเข็นได้เท่านั้นแหละ เลือดสีแดงสดก็ไหลทะลักอาบเรียวขาอย่างน่ากลัว ที่สำคัญพอเย็บแผลเสร็จ เธอก็ปวดแผลเป็นอย่างมาก จนไม่สามารถใช้น้ำหนักลงแรงไปที่ขาข้างขวาได้เลย ต้องพึ่งไม้ค้ำในการเดิน

“ก็พี่อยากเข็นให้มีนนั่ง เวลาเราไปไหนจะได้สะดวก มีนจะใช้ไม้ค้ำเดินเอาเหรอ พี่เห็นสภาพมีนใช้ไม้ค้ำเดินแล้วพี่รับไม่ได้ ไม่เอาด้วยหรอก พี่ยอมให้มีนมีสภาพแบบนั้นไม่ได้”

อิทธิฤทธิ์ว่าพลางสลัดภาพในหัวออกไปด้วย ใบหน้าคมคายเหยเกยามนึกภาพตอนที่อยู่โรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวลองใช้ไม้ค้ำหัดเดินออกมาจากห้องรักษาผู้ป่วย แล้วล้มพับไปกองอยู่กับพื้น เพราะตุลาวิ่งเข้าไปกอดรัดขาเธอด้วยความดีใจ หลังจากที่นั่งๆ นอนๆ รอมารดาอยู่เกือบ3ชั่วโมง ยังเป็นภาพติดตาเขาอยู่เลย เพราะงั้นเขาจึงจัดการดำเนินเรื่องขอซื้อรถเข็นให้เธอทันที

“สภาพอย่างนั้นแล้วมันยังไงคะ มันน่าสมเพชจนไม่กล้าเดินด้วยเลยหรือไง”

“ไม่ใช่...พี่สงสารมีนอะ ทำไมมีนต้องมาอยู่สภาพแบบนี้ด้วย” ชายหนุ่มคว้าข้อมือเล็กมาวางไว้บนหน้าขา สอดประสานมือทั้งห้านิ้วเข้ากับมือเล็ก กอบกุมไว้แน่น ปลายนิ้วโป้งคลึงฝ่ามือนุ่มเบาๆ ให้คลายความกังวลลง ส่งผ่านความอบอุ่นให้กับเธอได้รู้ว่ามีเขาอยู่ข้างๆ

มีนาเงียบเสียงลงที่กำลังจะอ้าปากโต้เถียง เมื่อสุ้มเสียงของอิทธิฤทธิ์เต็มไปด้วยห่วงใยจนสัมผัสได้ ไหนจะสีหน้าแววตาหม่นแสง ลดสายตามองเรียวขาเธอข้างที่มีผ้าสีขาวปิดแผลบ่อยครั้ง

“มีนไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย นิดหน่อยเองถือว่าฟาดเคราะห์ไป” เธอระบายยิ้มกว้างสดใสระหว่างที่รถติดไฟแดงทางเข้าหมู่บ้าน ให้เขาได้สบายใจว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ฟาดเคราะห์ครั้งสุดท้ายแล้วกัน ไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วนะ หัวใจพี่จะไม่ไหวเอา” บีบกระชับมือเล็กไม่ยอมปล่อย จนรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกตามง่ามมือ

แค่เธอตกท่อแค่นี้หัวใจเขาก็จะวายตายแล้ว ถ้าเป็นอะไรมากไปกว่านี้เขาคงได้ตายจริงๆ แน่

“มีนก็ไม่อยากจะมีครั้งหน้าหรอกค่ะ เจ็บจะตาย ดีที่พี่เทียช่วยพี่ตุลย์ไว้ทัน ไม่งั้นคนที่ขาดใจตายคงเป็นมีน” ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเข็ดขยาด ดีที่อุบัติเหตุมันเกิดแค่กับเธอคนเดียว ถ้าเกิดกับตุลาเธอคงเจ็บกว่านี้เป็นร้อยเท่า

เหลือบมองไปยังเบาะด้านหลัง มองบุตรชายที่หลับคอพับคออ่อนในคาร์ซีทปากคาบขวดนม อุ่นใจที่เขายังปลอดภัยดี

“เพราะงั้นมีนต้องระวังตัวให้มากกว่านี้” พิศมองใบหน้านวลเล็กน้อย คงจะปล่อยให้อยู่ห่างตัวมากไม่ได้แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบในวันนี้อีก ก่อนจะถามขึ้นในเรื่องที่ความสงสัยใคร่รู้เป็นที่สุด

“แล้วนี่ทำไมพี่ตุลย์มาอยู่ไทยได้ละครับ ไหนมีนบอกว่าพี่ตุลย์กลับญี่ปุ่นไปตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว”

หญิงสาวเงียบไปชั่วอึดใจ นัยน์ตาลังเลครุ่นคิด ก่อนจะตอบออกไปในที่สุด

“พี่ตุลย์เรียนอยู่ไทยค่ะ มีนไม่ขอเล่ารายละเอียดมากไปกว่านี้นะคะ”

เอาจริงคือเธอไม่อยากโกหกเขาอีกแล้ว แต่ขอเวลาอีกสักหน่อยแล้วกัน ไม่นานหรอก เพราะใจเธอเกินกว่าครึ่งโอนอ่อนไปหาเขาแล้ว

แต่ขอแย้มๆ บอกกล่าวพี่สิงห์พ่อทูนหัวพี่ตุลย์เสียก่อน ถึงการกลับมาของพ่อตัวจริงพี่ตุลย์ ซึ่งจะกลับไทยต้นเดือนหน้านี้แล้ว ไหนจะเรื่องพ่อแม่เขาอีกที่ยังทำให้เธอหนักอึ้งอยู่ในใจ ถ้าพ่อแม่เขาไม่ปลื้มนี่ยังไงก็ไปด้วยกันยากที่จะรอด เธอได้แต่หวังในใจว่าเมื่อพวกท่านรู้ จะเอ็นดูหลานชายตัวเองนะ

แต่ที่เธอหนักใจมากที่สุด เห็นทีคงจะเป็นพี่สิงห์ คนนี้ตัวจี๊ดเลยล่ะ เกลียดอิทธิฤทธิ์เข้าไส้ ลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ยอมให้พี่ตุลย์รับรู้ว่ามีพ่อชื่ออิทธิฤทธิ์เด็ดขาด ถึงขนาดเคยบอกว่าถ้าชายหนุ่มตายจะไม่ยอมให้พี่ตุลย์ไปเผาผี ซึ่งตัวเธอเองก็ขัดใจอะไรพี่สิงห์ไม่ได้มาก ผู้กุมบังเหียนใหญ่ของบ้าน เปรียบเสมือนเป็นพ่อของเธอ หรือยิ่งกว่าพ่อด้วยซ้ำ 

 

เธอจึงไม่อยากทำอะไรข้ามหัวพี่ชายไปมากกว่านี้แล้ว 

สำหรับพี่ตุลย์ แต่ก่อนเธอคิดว่าลูกไม่ได้ขาดความอบอุ่น หรือมีอะไรที่ด้อยไปกว่าสิ่งที่เด็กคนหนึ่งพึ่งจะได้รับ เพียงเพราะเขาแค่ไม่มีพ่อ คำว่าครอบครัวสมบูรณ์ในนิยามของเธอ ไม่จำเป็นต้องมีพ่อและแม่ครบทั้งหมดก็ได้ ขอแค่ให้เขาได้รับความรักที่ดี สนับสนุนเขาได้ก็เพียงพอแล้ว ถ้าจะให้ลูกเกิดมาเห็นสภาพพ่อที่ติดเที่ยว ติดเหล้า พ่อแม่ทะเลาะกัน เธอจะไม่ทนให้ลูกเห็นสภาพนั้นเป็นอันขาด ลูกเธอจะต้องมีสภาพแวดล้อมในการเติบโตใช้ชีวิตที่ดี

แต่ถ้าตอนนี้เขารู้เอง เธอก็พร้อมจะหยิบยื่นความเป็นพ่อพี่ตุลย์ คืนให้กับเขาโดยไม่ต้องรอเวลา มันเป็นสิทธิ์ที่เขาพึ่งจะได้รับมัน แต่เขาต้องไปฝ่าฟันด่านพี่สิงห์ให้ได้เอง เพราะด่านเธอ เขาน่าจะผ่านฉลุยอยู่แล้ว

ทางด้านชายชายหนุ่มที่เริ่มจะเอะใจในหลายๆ อย่าง เหลือบมองหญิงสาวที่นิ่งเงียบ 

 

ทำไมพี่ตุลย์ต้องมาเรียนอยู่ที่ไทย ทั้งที่การศึกษาของญี่ปุ่นดีกว่าไทยเป็นไหนๆ ไหนจะมีนาที่ทำงานประจำ ไม่น่าจะมีเวลาว่างให้กับพี่ตุลย์ได้มากเท่ากับพี่สิงห์และภรรยา ที่เป็นเจ้าของกิจการ ที่สำคัญเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นยังไงถึงพูดแต่ภาษาไทย ไม่มีหลุดภาษาญี่ปุ่นออกมาบ้าง ไหนจะลูกป่วย แต่เขาไม่ยักจะเห็นพ่อแม่เด็กเลย ไม่คิดจะมาดูดำดูดีลูกเลยเหรอ มันชักจะทะแม่งยังไงแปลกๆ แล้วล่ะ

หัวคิ้วเข้มขยับชิดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด หางตาก็เหลือบมองกระจกหลัง มองใบหน้าเด็กชายที่หลับในคาร์ซีทอย่างพินิจพิจารณา เปรียบเทียบกับหน้าตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ หัวใจเต้นรัวเจ็บหนึบในอก ในสิ่งที่ตัวเองสันนิษฐาน ได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้ในใจ ไม่จี้ถามต่อในเรื่องนี้ ไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น

 

ช่วงนี้มาน้อยนะคะ ขอผ่านอาทิตย์นี้ไป จะมาให้ปกติ วันเว้นวันแล้วค่า  

ความคิดเห็น