ยินดีตอนรับเข้าสู่โลกนิยายของสุวนันท์ทารา ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างมีความสุขค่ะ❤

บทที่ 8.5 ตกท่อกระชับความสัมพันธ์

ชื่อตอน : บทที่ 8.5 ตกท่อกระชับความสัมพันธ์

คำค้น : รัก โรแมนติค ดราม่า ท้อง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2563 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8.5 ตกท่อกระชับความสัมพันธ์
แบบอักษร

บทที่ 8.5 ตกท่อกระชับความสัมพันธ์ 

เมื่อเดินกลับมาอีกสองก้าวก็จะถึงตัวทั้งสองน้าหลานแล้ว แต่ทว่าอยู่ดีๆ กิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ไม่มีลมอะไรพัดก็หักลงมาตรงที่สองน้าหลานยืนอยู่พอดิบพอดี

โครม!!

แขนยาวยืดสุดแขนเพื่อช้อนตัวตุลาที่อยู่ใกล้ตัวสุด ขึ้นอุ้มหลบได้ทันอย่างหวุดหวิด กอดเด็กชายแทบจมอกด้วยใจที่เต้นระทึกตื่นกลัว ใบหน้าซีดเผือดหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ก้มสำรวจเด็กชายตาแป๋วที่ช้อนดวงตาขึ้นมองตนอย่างฉงน ว่าเกิดอะไรขึ้น มือใหญ่ลูบศีรษะเด็กน้อยให้ตัวเองได้เบาใจคลายความกลัว

“กรี๊ดดดด!!”

ตุบ!

ร่างเล็กที่ตกใจเดินถอยหลังหลบกิ่งไม้พลันวัน ก้าวพลาดผลัดตกลงไปในท่อที่เปิดฝาไว้ เสียงดังตุบ เมื่อก้นเธอจ้ำเบ้ากับพื้นโคลนสีดำอย่างแรง

“อ๊ะ” เสียงอุทานร้องเบา รู้สึกจุกเสียดเล็กน้อย ขยับตัวยากลำบาก แต่ก็ยังถือว่าดวงเธอยังดีอยู่ ที่ตกลงไปในท่อที่เขาล้างท่อกันเสร็จแล้ว จึงไม่ได้รับบาดเจ็บหรือโดนสิ่งปฏิกูลแปลกปลอมในท่อขีดข่วนอะไรมาก แต่รู้สึกชุ่มเปียกไปทั่วทั้งกระโปรงที่ใส่อยู่

“มีน!!!”

เสียงกรี๊ดดังของหญิงสาวดึงสติให้กับอิทธิฤทธิ์ อุ้มพี่ตุลย์รุดเข้าไปชะโงกดูหญิงสาวใกล้ๆ หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความเป็นห่วงจับใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งในอก เมื่อเห็นสภาพเธอยังอยู่ดี เหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

แต่กับเจ้าตัวแสบที่อุ้มอยู่ชะโงกหน้าลงไปดูมารดานี่สิ นัยน์ตาวาววับตื่นเต้นร้องอู้วว......เสียงเบาในลำคอ

ตอนนี้นักศึกษารอบบริเวณต่างให้ความสนใจ รวมถึงนักศึกษาชายสี่คนที่วิ่งเข้ามาดู เผื่อมีเรื่องอะไรให้พวกเขาช่วยได้ และยังลากกิ่งไม้ออกจากบริเวณนั้นด้วย เพราะกิ่งที่หักลงมาค่อนข้างใหญ่ ดีที่ไม่หักลงมาทับหญิงสาวและพี่ตุลย์

หญิงสาวหนึ่งเดียวในท่อนั่งก้มหน้างุดด้วยความอับอาย เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปยังข้างบน เห็นผู้คนมากหน้าหลายตามองลงมาด้วยสีหน้าที่หลากหลาย รวมถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยที่ตาแป๋วเป็นประกายวาววับเชียว

“จุนแม่! ยงไปเย่นม่ายชวนพี่ตุลย์”

สิ้นเสียงตุลา จากสถานการณ์ที่ตึงเครียดเป็นกังวลอยู่ ผู้คนบริเวณนั้นต่างหลุดยิ้มขำพรืดกันออกมา รวมคนที่อุ้มเจ้าตัวอยู่ด้วย

“ไม่ใช่พี่ตุลย์ คุณแม่ไม่ได้ลงไปเล่นครับ” ชายหนุ่มอธิบายให้เด็กชายที่อุ้มอยู่ได้เข้าใจ

“มีนเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” อิทธิฤทธิ์พยายามปั้นหน้าให้กลับมาจริงจัง ชะโงกหน้าลงไปถามหญิงสาวที่หน้าซีดเซียว มองช้อนสายตาขึ้นมา ด้วยสายตาละห้อยราวกับลูกแมวตกน้ำอย่างน่าสงสาร

“พี่เทีย! มีนไม่เป็นไร..... พี่เทียมาช่วยมีนขึ้นไปหน่อย” เธอรู้สึกจุกเสียดจนลุกไม่ขึ้นยังไงไม่รู้ และช่วงขาก็ขยับด้วยความยากลำบาก เหมือนติดอะไรสักอย่าง

“น้องครับพี่ฝากอุ้มน้องหน่อย” อิทธิฤทธิ์รีบฝากพี่ตุลย์ที่ยังคุยจ้อไม่หยุด ให้นักศึกษาชายที่ยืนอยู่ใกล้ตัวที่สุดช่วยอุ้มชั่วคราว เพื่อที่ตัวเองจะได้ลงไปช่วยมารดาเด็กน้อย โชคดีที่ตุลายอมให้อุ้มโดยง่ายไม่งอแง แถมยังไปชวนนักศึกษาคนที่อุ้มคุยเป็นเรื่องเป็นราว

น้ำเสียงใสของตุลายังคงดังแว่วไม่หยุด “จุนแม่ไม่น่ายักเยย ไม่ชวนพี่ตุลย์ยงไปเล่นด้วย” ช่วยคลายความตึงเครียดของสถานการณ์ ให้มารดาเด็กน้อยคลายกังวลและอับอายลงได้บ้าง ที่ตัวเองพลัดตกท่อกลางมหาลัยแบบนี้

เมื่อส่งตัวตุลาให้กับคนช่วยอุ้มแล้ว อิทธิฤทธิ์ก็ถลกขากางเกงสแล็คขึ้น เตรียมลงไปช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากท่อ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เริ่มทยอยมามุงดูให้ความสนใจมากขึ้น

นักศึกษาชายคนหนึ่งวิ่งหอบเอาบันไดช่าง ขนาดพอเหมาะกับความลึกของท่อมาให้เขาได้ปีนลงไป

“พี่ครับผมว่าใช้บันไดนี่ดีกว่านะครับ”

“ขอบใจครับน้อง” ว่าแล้วเขาก็ยื่นบันไดลงไปในพื้นว่างของท่อ สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังพยายามพยุงลุกขึ้นด้วยตัวเองอย่างเป็นห่วง

สีหน้าเธอดูไม่สู้ดีเลย

“อ๊ะ..เจ็บ” ร่างเล็กที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้นพยายามลุกขึ้นยืนด้วยขาตัวเอง เพื่อจะไต่บันไดที่อิทธิฤทธิ์ยื่นลงมาขึ้นไปเอง แต่ทว่าต้องอุทานเสียงหลง เมื่อขยับตัวพยายามลุกแล้วรู้สึกเจ็บตรงขา เหมือนมีอะไรเสียบคายึดไว้ไม้ให้ขยับขาได้

“เป็นไรมีน” น้ำเสียงร้อนรนร้องถาม

“พี่เทีย..มะ..มีนโดนเหล็กแทงขา” มีนาพูดเสียงโหยคล้ายจะร้องไห้ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ลดสายตามองขาตัวเองที่ถูกเหล็กสนิมเกรอะขนาดเท่านิ้วชี้แทงเข้าไปที่น่องขา แต่ไม่มีเลือดไหลซึม

อิทธิฤทธิ์เมื่อได้ยินหญิงสาวบอกอย่างนั้น รีบรุดไต่บันไดลงไปในท่อทันควันด้วยความร้อนใจ

“มีนอย่าพึ่งขยับนะ......น้องครับโทรเรียกรถโรงพยาบาลให้พี่หน่อย” น้ำเสียงมั่นคงร้องบอกคนข้างบน ใบหน้าตื่นตระหนกซีดเซียวราวกับไก่ต้มมากกว่าคนที่โดนเหล็กแทงขาเสียอีก

“ตุบ!”

อิทธิฤทธิ์กระโดดลงจากบันไดสามขั้นสุดท้ายก่อนถึงพื้น ปรี่เข้าหาหญิงสาว นัยน์ตาคมมองไปที่เรียวขาสวยที่ติดกับเหล็ก ขนในกายลุกเกรียวกับภาพตรงหน้า ชาวาบไปทั้งตัว เหมือนหัวใจจะหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ

“มีนอดทนไว้ก่อนนะ เดี๋ยวรถโรงบาลฯก็มา เจ็บมากไหม พี่จะทำยังไงดี” น้ำเสียงเข้มร้อนรน

“พี่เทียใจเย็นๆ ก่อนนะคะ มีนไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ต้องเป็นห่วง”

“พี่ทำไม่ได้ พี่เป็นห่วงมีน” แค่แตะตัวเธอแรงๆ เขายังไม่กล้าเลย ผุดลุกผุดนั่ง ลนลานกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก

มีนามองใบหน้าชายหนุ่มที่ขันอาสาลงมาช่วยเธอซีดเซียวไปหมด ฉายชัดความกังวล เธอจึงตัดสินใช้แรงเฮือกสุดท้าย แข็งใจลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง........และเธอก็ทำมันได้

อาศัยจังหวะที่อิทธิฤทธิ์ยังมองขึ้นไปข้างบน ดึงขาออกจากเหล็กที่เสียบแทงจนมันหลุดออก ซู๊ดปากร้องเสียงเบาในลำคอใบหน้าเหยเก มันเจ็บเล็กน้อยไม่มากอย่างที่นึกกลัว

ยืนเขย่งไม่ลงน้ำหนักขาข้างที่โดนเหล็กแทง หันไปสะกิดต้นแขนแข็งแรงเรียกชายหนุ่มเบาๆ กะพริบตาปริบๆ พยายามกักเก็บสีหน้าเจ็บปวดไว้ให้มิด ไม่ให้อิทธิฤทธิ์ได้เป็นห่วงมากไปกว่านี้

สีหน้าเขาดูกังวล จนเธอกลัวว่าเขาจะไม่ไหวเอาได้

“ไม่ต้องแล้วพี่เทีย มีนดึงออกแล้ว...ไม่มีเลือดด้วย.....” มันคงจะไม่เข้าลึกมาก พร้อมตะโกนบอกน้องนักศึกษาว่าไม่ต้องโทรเรียกรถพยาบาลแล้ว เธอไปเองน่าจะสะดวกและเร็วกว่า มีโรงพยาบาลของมหาลัยอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มาก

“ห้ะ! ว่าไงนะมีน”

อิทธิฤทธิ์หันขวับกลับมามองคอแทบเคล็ด ตาเบิกโพลงกว้าง อ้าปากหวอ ตกใจกับน้ำคำที่ได้ยิน 

มองเธอที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วยท่วงท่าสบาย แววตาเหลือเชื่อ ปรี่เข้าไปพยุงตัวเธอไว้ในอ้อมแขน แขนยาวสอดรัดเอวคอดไว้แน่น เพื่อให้เธอทิ้งน้ำหนักมาที่ตัวเอง

“มีนพี่จะเป็นลม......” ถึงกับเข่าอ่อนแข้งขาระทวย พอลดสายตามองเรียวขาสวยที่ตอนนี้ไร้เหล็กที่แทงเสียบแล้ว แต่กลับพบว่ามีรอยโดนแทงลึกน่ากลัวแทน ลมแทบจับ รู้สึกหายใจไม่สะดวกขึ้นมาทันควัน

“พี่เทียโอเคไหม ไหวไหมคะ” มือเล็กโบกพัดให้กับร่างกำยำที่หน้าซีดไร้สีเลือดเหมือนจะเป็นลมอยู่รอมร่อ

“พี่......โอเคครับ” ก่อนชายหนุ่มสีหน้าไม่สู้ดีนักจะพยายามฮึบเก็บความกลัวไว้ สูดลมหายใจเข้าลึก เรียกสติตัวเอง

เขาต้องเป็นพึ่งให้กับหญิงสาว ไม่ใช่มาสร้างความลำบากเพิ่มให้กับเธอ โดยมีเสียงหวานพึมพำดังแว่วข้างหูอยู่ตลอดว่า โอเคไหม

“มีนไม่เจ็บมากใช่ไหมตอนนี้ ปวดไหม”

“ไม่ค่ะ มีนไม่เจ็บเท่าไหร่ มีนไหว”

“มาพี่อุ้มขึ้นไปหาหมอ ถ้าเจ็บจนทนไม่ไหวให้บอกพี่นะ” แขนแข็งแรงช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มอย่างทะนุถนอม ขายืนหยัดก้าวขึ้นบันไดด้วยความมั่นคง สบตากับนัยน์ตาสีดำขลับส่งผ่านความห่วงใยให้เธอได้รับรู้ ก่อนจะส่งต่อให้กับน้องนักศึกษาชายที่ย่อตัวลงมารับอุ้มหญิงสาวต่อ โดยมีเขาเดินแกมวิ่งนำหน้าไปยังรถยนต์ เพื่อขับพาหญิงสาวไปหาหมอ พร้อมหันกลับมามองเธอเป็นระยะตลอดทางเดินไปรถ

เรียกได้ว่าทำงานกันอย่างเป็นทีมเวิร์ก จนหญิงสาวที่ถูกเปลี่ยนมืออุ้มกำลังจะอ้าปากทักท้วงว่าน่าจะเดินเองได้ ต้องเงียบเสียงลง ก้มหน้างุดซ่อนสีหน้าอับอายหลบสายตาผู้คนที่มองมาตลอดทางเดินไปรถ โดยมีลูกชายพูดจ้อไม่หยุดเดินตามหลังไม่ห่าง 

 

 

พี่ตุลย์ไม่กลับไปหาดอกเตอร์แล้วค่า ถ้าเรื่องเจ็บป่วยแต่เรื่องอื่น......รอได้เลยค่ะ 

ขอโทษที่หายไปหลายวันค่ะ ช่วงนี้ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาจริงๆค่ะ แต่จะพยายามอัปวันเว้นวันให้ได้ค่ะ  

 ส่วนคำผิดเดี๋ยวแก้ให้ค่า 

  

และขอใช้พื้นที่ตรงนี้ขอบคุณทุกสำนักพิมพ์ที่ติดต่อเข้ามานะคะ แต่ขออนุญาตปฏิเสธก่อนนะคะ เพราะไม่มั่นใจว่าต้นฉบับจะเสร็จตอนไหน และอยากให้นิยายเป็นไปในแนวทางการเขียนของตัวเอง 

ที่สำคัญพีเป็นนักเขียนฝึกหัดค่ะ มีงานประจำอยู่แล้ว ไม่ได้ทำงานเขียนเป็นหลัก ขอบคุณทุกสำนักพิมพ์ที่ติดต่อเข้ามาและให้โอกาสนะคะ

ความคิดเห็น