email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

บังเอิญรัก - ตอนที่ 7 แพ้ภัยตัวเอง

ชื่อตอน : บังเอิญรัก - ตอนที่ 7 แพ้ภัยตัวเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บังเอิญรัก - ตอนที่ 7 แพ้ภัยตัวเอง
แบบอักษร

ตอนที่ 7 แพ้ภัยตัวเอง 

07.35 น. 

ก้อกก้อกก้อก 

เสียงเคาะประตูที่ใกล้เคียงกับคำว่าทุบประตูดังระรัว ปลุกให้หญิงสาวที่ยังขดตัวนอนหลับภายใต้ผ้าห่มหนาอบอุ่นอย่างเป็นสุขสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันหวาน 

“อื้อออ” 

คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันแน่น ชักสีหน้าด้วยความรำคาญ พลิกตัวนอนตะแคงพลางดึงหมอนใบโตมาปิดข้างหู 

ก้อกก้อกก้อก 

เสียงเคาะประตูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง สร้างความรำคาญและหงุดหงิดใจให้หมอสาวเป็นอย่างมาก  

จนสุดท้ายเธอก็อดทนต่อไปไม่ไหว หยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วแผดเสียงตะโกนด่าคนที่สร้างเสียงรบกวนตั้งแต่เช้าอย่างเกรี้ยวกราด 

“โอ๊ย! เคาะขนาดนี้ พังประตูเข้ามาเลยไหม!!” 

มือเล็กคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนผ้าซาตินบางเบาของเธอ ก่อนจะก้าวเท้าเปลือยเปล่าเดินตรงไปยังประตูหน้าห้องด้วยใบหน้าหงิกงอ 

“ให้ตายสิ! ไม่น่าซื้อห้องแบบสตูดิโอเลย”  

ด้วยเหตุผลที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่คอนโดถาวร จึงเลือก Type ห้องที่ดูประหยัดงบและง่ายต่อการปล่อยเช่าที่สุด  

ถึงแม้เธอจะให้ช่างเข้ามาติดตั้งราวผ้าม่าน กั้นห้องนอนให้เป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่เธอก็ดันลืมนึกไปว่ามันช่วยบดบังสายตาคนนอกได้ แต่กลับปิดกั้นเสียงรบกวนไม่ได้ 

มือเล็กกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง ใบหน้าหวานหงิกงอจ้องหน้าคนไม่มีมารยาทด้วยสายตาไม่พอใจ  เคาะขนาดนี้ ประตุเธอสึกหรอไปหมดแล้วมั้งเนี้ย! 

“เคาะหาญาตินายหรอ!? ห้องนี้ไม่น่ามีนะ!” 

คชาขมวดคิ้ว สายตาสงสัยมองไล่ไปตามเครื่องแต่งกายของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ 

“ทำไมยังอยู่ในชุดนอนอยู่อีก?” 

“วันนี้หยุดได้ไหมล่ะ จะถามแค่นี้ใช่ไหม” 

นิลทำหน้าเอือมระอาใส่พลางดันประตูให้ปิดลง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับดันประตูแล้วแทรกตัวเข้ามาด้านในอย่างหน้าด้าน ๆ  

“อะไรของนายอีกเนี้ย!? อ๊ะ!” 

ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ ๆ คชาก็ยกหลังมือขึ้นแตะอังเพื่อวัดอุณหภูมิบนหน้าผากนูน ร่างกายแข็งทื่อตกใจกับการกระทำของเขา จนลืมคำด่าทอที่ต่อคิวอยู่ในลำคอเมื่อครู่ แล้วกลืนลงท้องไปจนหมดสิ้น 

“ทำไมยังตัวรุม ๆ” 

นิลรีบปัดมือหนาออกจากหน้าผากหลังได้สติ ก้าวถอยห่างจากคชาทันที  จ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของเขาด้วยความไม่ไว้ใจ  

วันนี้จะมาไม้ไหนอีกเนี้ย?  

คชาเมินสายตาจ้องจับผิดของหมอสาว ถือวิสาสะก้าวผ่านหน้าเธอเข้าไปในห้อง  

“สั่งข้าวสิ หิวแล้ว!” 

นิลส่งเสียงเหอะออกมาดัง ๆ  มองตามคนหน้ามึนที่เดินตรงไปทิ้งตัวลงบนโซฟาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ  

เอาอีกแล้ว! เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้วนะ!! ทำไมยะ กินน้ำแดงที่ศาลแล้วมันไม่อิ่มใช่ไหม!!? 

“แล้วจะกินอะไร?” 

“เอาเหมือนเธอแล้วกัน หยิบเงินเอาเอง” 

คชาตอบทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา สองมือประสานสอดใต้ท้ายทอย เอนกายนอนเหยียดยาวบนโซฟา ทำตัวตามสบายราวกับเป็นห้องของตัวเอง 

นิลแยกเขี้ยวใส่คชา หมั่นไส้ในความหน้าด้านหน้าทนของอีกฝ่ายเหลือเกิน กระทืบเท้าหนัก ๆ เดินหายเข้าไปในห้องนอน เพื่อโทรสั่งอาหารตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างจนใจ   

ดีนะที่ร้านอาหารเปิดตั้งแต่ 7 โมง ไม่งั้นคงใช้ฉันทำกับข้าวแทน! 

“ค่ะ เอากระเพราหมูสับไข่ดาว 2 กล่องค่ะ แล้วก็.....” 

นิลหัวเราะเบา ๆ แล้วกดวางสายไป รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน ขณะมองผ่านรอยแยกของผ้าม่านไปยังร่างสูงที่นอนเอกขเนกอยู่ 

หึ! เตรียมตัวลงไปนอนเล่นในกระทะทองแดงได้เลย  

 

30 นาทีถัดมา 

นิลเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นสีหน้าบึ้งตึงอย่างที่เป็นบ่อย ๆ  ถือกล่องข้าวมาวางลงบนโต๊ะ  แล้วร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำกระแนะกระแหน 

“ข้าวมาแล้วเจ้าค่ะ ต้องจุดธูปปักลงบนกล่องด้วยไหมคะ คุณสัมภเวสีผีไม่มีญาติ” 

คชาลืมตาขึ้น มองใบหน้าหมอสาวแล้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนเบนสายตามามองกล่องข้าวทั้งสองกล่องสลับกันอย่างชั่งใจ 

“น้ำล่ะ” 

นิลพ่นลมหายใจแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ลุกไปหยิบขวดน้ำบนเคาน์เตอร์ห้องครัวมาให้อยู่ดี  ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มหวานแล้วเอ่ยประชดประชันอย่างอดกลั้นไม่อยู่ 

“ที่ห้องลูกช้างมีแต่น้ำเปล่านะเจ้าคะ ไม่มีน้ำแดงแบบที่ศาลหน้าตึก พอจะทานได้ไหมเจ้าคะ?” 

คชาหัวเราะเบา ๆ กับคำประชดประชัน ดึงกล่องข้าวที่เล็งอยู่มาถือไว้ พูดแซวกลับไปด้วยน้ำเสียงยียวน 

“อย่างเธอไม่น่าใช่ลูกนะ น่าจะเป็นแม่ช้างมากกว่า” 

“เคยโดนช้างทับตายไหม!!” 

“ไม่เคย อยากลองโดน..ทับ..มากเลย! หึ!” 

คชาเน้นที่คำว่า ‘ทับ’ มากเป็นพิเศษ ดวงตาคมกริบเป็นประกายแวววับมีเลศนัย ที่หากใครเห็นก็รู้ว่าสื่อถึงเรื่อง 18+ แน่นอน! 

หมอผีที่ไหนดัง ๆ เก่ง ๆ บ้าง รบกวนอินบ็อกค่ะ!

นิลขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับกระชากกล่องข้าวที่เหลืออยู่มาไว้ตรงหน้า ตักเข้าปากอย่างกระฟัดกระเฟียด 

“อ๊ะ! ซี๊ดดดด”

นิลคายข้าวที่ยังเคี้ยวไม่แหลกทิ้งลงในกล่อง ความเผ็ดแผ่กระจายไปทั่วจนแสบร้อนไปทั้งโพรงปาก น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองเบ้าในทันที มือเล็กคว้าขวดน้ำมาเปิด กระดกดื่มอึกใหญ่เพื่อชะล้างความเผ็ดร้อน

“นี่นาย….!!!”

“นึกว่าเธอชอบกินเผ็ดซะอีก เห็นสั่งแบบเผ็ดมากกกกกกก มาตั้ง 1 กล่อง!”

คชาลอยหน้าลอยตาตอบ ตักข้าวในกล่องของตัวเองขึ้นมาใส่ปากแล้วเหยียดยิ้ม ขบขันที่หญิงสาวแพ้ภัยตัวเองอย่างน่าอนาถ

เพียงแค่เห็นความระยิบระยับในดวงตากลมโตคู่นั่น เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเธอคิดจะเล่นตุกติกกับเขาอย่างแน่นอน จึงถือโอกาสแอบสลับกล่องข้าวในช่วงที่เธอหันหลังไปหยิบน้ำ และมันก็เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด

คิดจะแกล้งพี่หรอ ยังเร็วไปร้อยปีครับอีหนู!

เมื่อหัวเราะเยาะหมอสาวจนพึงพอใจแล้ว มือหน้าจึงยื่นกล่องข้าวในมือของตัวเองไปให้ แล้วพยักพเยิดให้เธอรับมันไป

“ฉันไม่ลอบกัดใครแบบเธอหรอกน่า”

คชาสบสายตาไม่ไว้วางใจของเธอแล้วตักข้าวในกล่องมาใส่ปาก เคี้ยว ๆ แล้วกลืนลงคอให้ดูเป็นตัวอย่าง แสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมกับข้าวกล่องนี้

“ตามใจนะ”

คชายกไหล่ไม่ใส่ใจ จะดึงกล่องข้าวกลับคืนแต่ถูกมือเล็กตะครุบเอาไว้เสียก่อน  

ก็แค่เนี้ย! จะวางท่าทำไม

นิลค้อนประหลับประเหลือกใส่คนรู้ทัน รีบสลับกล่องข้าวก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ จ้องหน้าเขาด้วยความแค้นเคือง ตักข้าวเข้าปาก เคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ จนแก้มพองอย่างมีอารมณ์ 

ชิ! ฝากไว้ก่อนเถอะ รอบนี้ฉันประมาทเอง!

ยังไม่ทันที่หมอสาวจะตักคำสุดท้ายเข้าปาก ยาลดไข้สองเม็ดก็ถูกคชายัดใส่ในมือเล็กแล้วสั่งเสียงเข้ม

“อย่าลืมยา”

นิลกลืนคำสุดท้ายลงคอ ตามด้วยยาสองเม็ดอย่างว่าง่าย สบสายตาคมกริบแล้วผายมือไปทางประตูพร้อมรอยยิ้มหวาน

“เชิญค่ะ”

“ไม่เป็นไร วันนี้ฉันว่าง”

คชาตอบหน้าตาย หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถเล่นพลางเอนกายลงนอนเหยียดยาวบนโซฟาตัวเดิม โดยไม่สนใจเลยว่าเจ้าของห้องตัวจริงกำลังทำสีหน้าอย่างไร

เมื่อไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป นิลจึงต้องนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่โซฟาตัวข้าง ๆ อย่างไม่มีทางเลือก 

“ไม่มีงานการทำหรือไงนะ”

นิลพึมพำแผ่วเบาพอให้ได้ยินคนเดียว ถอนหายใจเป็นรอบที่สิบ นั่งถ่างตาและนึกภาวนาในใจขอให้ชายหนุ่มมีธุระเร่งด่วนหรืออะไรก็ได้ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจากไป

จนกระทั่งเวลาผ่านไปราว ๆ  20 นาที ยาก็เริ่มออกฤทธิ์ …

คชาลอบยิ้ม เหล่ตามองหมอสาวที่นั่งสัปหงกจนหัวแทบจะกระเด็นหลุดออกมาอยู่แล้ว แต่ยังรั้นไม่ยอมไปนอนในห้องดี ๆ

เขาค่อย ๆ ช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว พาเดินเข้าไปในห้องนอนแล้ววางเธอลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง 

“ยัยหมอผีบ้า! เธอต้องทำคุณไสยใส่ฉันแน่ ๆ”

คชาพึมพำพลางใช้ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามพวงแก้มเนียนใส แล้วบีบเคล้นมันเบา ๆ อย่างหยอกเย้า ทอดมองดวงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยน

“ผ่านมาตั้ง 2 ปีแล้วนะ  ไม่คิดจะพูดดีกับฉันหน่อยหรอ”

ตั้งแต่เจอหญิงสาวในวันแต่งงานของมิริน เพื่อนคนสนิท ในหัวของเขาก็เอาแต่คิดถึงความอ่อนนุ่มและกลิ่นกายหอมละมุนนั่น วนเวียนซ้ำ ๆ ไม่จบสิ้น ไม่ว่าจะเดินผ่านผู้หญิงคนไหนก็ไม่เคยเจอใครที่มีกลิ่นหอมได้แบบเธออีกเลย

คชาคิดเพียงว่าการที่เขาเพิ่งอกหักมานั้น อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเผลอหวั่นไหวไปกับสิ่งยั่วยุอย่างง่ายดาย 

จนกระทั่งวันที่บังเอิญได้กลับมาเจอกับเธออีกครั้งในงานแต่งงานของน้องสาว เขาจึงรู้ตัวแล้วว่า...มันไม่ใช่แค่ความหวั่นไหวชั่วครั้งชั่วคราว

ยิ่งมารู้ทีหลังว่าเธอคือเพื่อนบ้านคนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้แล้วด้วย หากจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ก็คงไม่ใช่นายคชา! และเขาจะไม่ยอมเสียเวลาอย่างที่เคยพลาดไปเหมือนในอดีตอีกแล้ว

 

 

 

 

****************** 

พี่คชาคะ! พี่ว่าน้องไม่พูดดี ๆ กับพี่ ก็เพราะพี่ไปปากเสียใส่น้องเค้าก่อนไม่ใช่หรอคะ!? 

 

ถ้าใครเคยอ่านเรื่อง รักเลยตามเลย มาแล้ว น่าจะพอคุ้นหูคุ้นตากับคู่นี้กันบ้างนะคะ  

หลังจากห่างหายกันไปด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างทั้งความรักและหน้าที่การงาน ในที่สุดสองคนนี้ก็หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งงง  

แต่เคยกัดกันยังไง ก็ยังกัดกันอย่างนั้นอยู่ 555555 

ความคิดเห็น