email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

บังเอิญรัก - ตอนที่ 6 หวั่นไหว

ชื่อตอน : บังเอิญรัก - ตอนที่ 6 หวั่นไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2563 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บังเอิญรัก - ตอนที่ 6 หวั่นไหว
แบบอักษร

ตอนที่ 6 หวั่นไหว 

17.15 น. 

“ฮือออ เยินสุด ๆ” 

นิลบ่นกระปอดกระแปด สะพายกระเป๋าเป้ใบเก่งที่ใช้ใส่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวทุกครั้งที่มาขึ้นเวร เดินลากเท้าตรงไปยังลานจอดรถด้วยอาการสะลึมสะลือ  

หลังอยู่เวรดึกและโดนเรียกไปรับ Notify ทุก 2 ชั่วโมง กว่าทุกอย่างจะสงบและเธอมีโอกาสได้นอนยาว ๆ ก็ปาไปตี 3 จากนั้นก็ตื่นมาตะลุยงานต่อทั้งวัน รวมเวลาทั้งหมดกว่า 32 ชั่วโมงเลยทีเดียว  

ใบหน้าหวานอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนร่างจะแหลกสลายกันเลยทีเดียว   และในที่สุดร่างกายเธอก็ออกอาการ ประท้วงที่ถูกใช้งานอย่างหนักมาตลอดหลายเดือน 

“ทำไมรู้สึกเหมือนร่างกายอายุ 60 แล้วนะ ฮือออออ” 

นิลบ่นกระปอดกระปอดกับตัวเองแผ่วเบา กระพริบตาถี่ ๆ พยายามประคองสติที่มีน้อยนิดเอาไว้อย่างสุดกำลัง เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวตรงไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า  

“นี่ฉันยืนอยู่บนเรือหรือเปล่าเนี้ย” 

นิลทำหน้านิ่วคิ้วขมวด รู้สึกว่าพื้นกำลังโคลงเคลงจนเธอแทบทรงตัวยืนไม่อยู่ ภาพรอบตัวค่อย ๆ ซีดลงจนกลายเป็นสีเทา มือไม้เย็นเฉียบสั่นระริก ก้าวต่อไปได้อีกไม่กี่ก้าว ร่างกายก็ถึงขีดสุด! 

คชาขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เร่งฝีเท้าเข้าไปหาร่างบางที่โงนเงนคล้ายสายป่านที่ปลิวตามลม จนใกล้จะล้มอยู่รอมร่อ  

ท่อนแขนโอบรัดรอบเอวคอดรั้งตัวหญิงสาวเข้ามากอดแนบชิด มือหนาตบเข้าที่ข้างแก้มนุ่มเบา ๆ พยายามร้องเรียกให้เธอรู้สึกตัว 

“ยัยหมอผี! เฮ้! เป็นอะไรหรือเปล่า!?” 

แม้ใบหน้าคมคายจะเลือนรางจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นใคร แต่เธอก็จำเสียงเจ้าของอ้อมแขนได้อย่างแม่นยำ 

“นะ...นาย ฉัน...ฉันเวียนหัว” 

หมอสาวครางตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มแน่นจนยับยู่ยี่เพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ไหลลงไปกองกับพื้น  

“ยัยโง่เอ้ย! ใช้ร่างกายคุ้มขนาดนี้ ไม่ตายก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว!” 

คชาเอ็ดหญิงสาวเสียงเข้ม ส่ายหัวไปมา เอือมระอากับความบ้างานของเธออยู่เหมือนกัน ยิ่งพักหลัง ๆ ที่เธอใช้วิธีไปกลับบ้านกับโรงพยาบาล ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อก็ดีแค่ไหนแล้ว 

คชาย่อตัวช้อนร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว พาเดินไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก    

“ขอพักแปบ เดี๋ยวฉันจะกลับบ้าน” 

เสียงหวานครางบอกแผ่วเบาราวกับเสียงลูกแมวตัวน้อย ก่อนที่สติของหญิงสาวจะหลุดลอยไป 

คชาเมินคำขอที่แสนไร้สาระในความคิดของเขา ค่อย ๆ วางร่างบางลงบนเบาะข้างคนขับอย่างระมัดระวัง  มือหนากดปรับเบาะให้เอนลงจนสุด จัดท่าให้เธอนอนหลับได้สบายขึ้น แล้วดึงเข็มขัดมาคาดให้อย่างเบามือ 

ร่างสูงวิ่งอ้อมไปประจำที่คนขับ  ขับรถมุ่งตรงกลับไปยังคอนโดด้วยความเร็วสูง โชคดีที่การจราจรไม่ค่อยติดขัดมากนัก ใช้เวลาเพียง 40 นาทีก็ถึงที่หมาย  

 

@คอนโด N 

คชาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ทอดมองใบหน้าซีดเซียวของหมอสาวด้วยแววตาอ่อนลง  

"คิดว่าตัวเองถึกขนาดนั้นเลย?"  

มือหนายกขึ้นหยิบปอยผมที่หล่นมาปรกหน้าขึ้นทัดหูให้อย่างเบามือ  ไล้ปลายนิ้วไปตามพวงแก้มนุ่มอย่างอ้อยอิ่ง  ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากนูนเล็กแล้วคลี่ยิ้มละมุน 

"อื้ออ"  

ปากอิ่มเปล่งเสียงครางแผ่วเบา คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันเมื่อรู้สึกถึงการรบกวน  ทำให้คชารีบดึงตัวกลับมานั่งหลังตรงประจำที่ดังเดิม พลางกระแอมไอเบาๆ กลบเกลือน 

“อะแฮ่ม! ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว” 

“อื้อออ” 

เสียงหวานครางงึมงำตอบรับในลำคอ เปลือกตาเผยอเปิดออกช้า ๆ การได้พักสายตามาตลอดทางนั้น ช่วยชีวิตเธอไว้ได้มากทีเดียว  

เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวแล้วหันมามองพลขับด้วยสายตาไม่พอใจ 

“ฉันบอกแล้วไง ว่าขอพัก 10 นาทีแล้วจะกลับบ้าน” 

“ทำไมไม่กลับมานอนที่คอนโด”  

“ก็แค่....ไม่อยากกลับ แล้วห้องก็ยังไม่เสร็จด้วย” 

นิลหลบสายตาคำถามของคชา บอกปัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เธอจะรู้ไหมว่าการกระทำแบบนั้นมันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังโป้ปด 

“โกหก” 

นิลกรอกตามองบนใส่ จะให้บอกเหตุผลว่าที่จริงแล้ว ฉันกลัวนายปล้ำหรือไง เหอะ! 

“ทีหลังถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนขับรถ หัดรู้ลิมิตตัวเองบ้าง!” 

“ไม่ต้องมาพูดดี ไม่ต้องมาทำเป็นห่วง ฉันรู้ตัวเองดีย่ะ!” 

“เปล่า ฉัน...ฉันห่วงคนอื่น ที่ต้องใช้ท้องถนนร่วมกับคนไม่มีจิตสำนึกอย่างเธอต่างหาก!” 

“นี่!!!” 

นิลทำหน้าง้ำงอ ผลุนผลันลงจากรถแล้วผลักประตูปิดอย่างแรงตามอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ก้าวฉับ ๆ เข้าไปในตึกโดยไม่รออีกฝ่าย 

"ทำไมดื้ออย่างงี้วะ!" 

คชาพ่นลมหายใจแรง ๆ รีบเร่งฝีเท้าก้าวตามหญิงสาวไปติด ๆ หงุดหงิดในความดื้อรั้นของเธอ จนอยากจะจับมาฟาดก้นให้หลาบจำสักสามสี่ทีจริง ๆ 

นิลเหลียวหลังไปมองแล้วเร่งฝีเท้ามากขึ้น หนีคนปากเสียที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามมา  

หึ! อย่าหวังว่าต่อไปจะมีโอกาสได้เอาเปรียบฉันอีก!   

ติ้ดติ้ด! แกร่ก! 

มือเล็กผลักประตูออกกว้างแค่พอให้ตัวเองเข้าไปได้ ก่อนจะรีบหันมาผลักประตูปิด แต่ก็ยังไม่ทันความเร็วของอีกฝ่ายอยู่ดี 

คชาผลักร่างบางให้ถอยเข้าไปด้านใน แล้วแทรกตัวตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว หรี่ตามองใบหน้าตื่นตระหนกพลางใช้เท้าดันประตูปิดเสียงดัง 

ปัง! 

“ไหนบอกห้องยังทำไม่เสร็จไง?” 

คชากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวห้อง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สบสายตาหวาดหวั่นของหมอสาวแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก 

นิลมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วลอบกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ ยืดหลังตรงทำใจดีสู้เสือ เอ่ยไล่พร้อมกับชี้มือไปยังห้องข้าง ๆ  

“แล้วไง!  เข้าห้องผิดหรือเปล่า ห้องนายอยู่ถัดไปอีกห้องหนึ่งนู้น!” 

“แล้วไง! ก็วันนี้อยากนอนห้องนี้” 

คชาลอยหน้าลอยตาตอบอย่างยียวน ก้าวผ่านหน้าหมอสาวแล้วถือวิสาสะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างไม่รอคำเชิญ  เอนตัวนอนอย่างสบายใจ ทำราวกับเป็นห้องของตัวเอง 

“ประทานโทษนะคะ สมองนายมีปัญหาหรือเปล่า? หรือว่าไม่มีคนจุดธูปเรียก ก็เลยเข้าห้องไม่ได้!?” 

“สวดไล่ฉันอีกสิ เผื่อมันจะได้ผล หึ! สั่งอะไรมากินหน่อยสิ ฉันหิวแล้ว” 

นิลกระพริบตาปริบ ๆ เหลือเชื่อกับความหน้าด้านหน้าทนของคชาจนพูดไม่ออก มายึดพื้นที่ในห้องไม่พอ ยังมีหน้ามาใช้ให้เจ้าของห้องโทรสั่งข้าวให้อีกเนี้ยนะ!!  อยากจะไฟท์กับฉันใช่ไหม!? ได้!!! 

“แล้วนายจะกินอะไรล่ะ?” 

คชายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย พึงพอใจในท่าทีที่เปลี่ยนไป  เอ่ยบอกเมนูที่ต้องการพร้อมกับดึงกระเป๋าเงินออกมาวางบนโต๊ะ 

“ข้าวต้มหมูสับ สั่งมา 2 นะ อ้ออ แล้วก็ฝากเรียกไลน์แมนให้ซื้อยาลดไข้เข้ามาด้วยสักแผง เท่าไหร่ก็หยิบไปจ่ายเอาเองแล้วกัน” 

“นาย....ไม่สบายเหรอ?” 

“....” 

นิลถอนหายใจ กรอกตาใส่อีกฝ่ายที่นิ่งเงียบแทนคำตอบ แล้วลอบสำรวจอาการของชายหนุ่มที่นอนกอดอก หลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาด้วยความสงสัย  

ก็ดูปกติดีนี่นา .... หึ! แต่คงไม่ตายง่าย ๆ หรอก เพราะคนอย่างนาย นรกยังไม่ต้องการ! 

นิลแบะปากคว่ำใส่คนหน้ามึน เดินเลี่ยงออกไปสั่งอาหารจากร้านอาหารใต้คอนโดตามที่คชาสั่งไว้  ไม่ถึงสามนาทีก็เดินกลับมาพร้อมยาลดไข้และน้ำดื่มอุณหภูมิห้อง 1 ขวด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะใกล้ ๆ มือคชา 

สมัยเรียนมหาลัยเธอมักจะมีไว้ติดกระเป๋าเพราะเพื่อนมักจะขอมันอยู่บ่อย ๆ จึงติดเป็นความเคยชินมาจนถึงปัจจุบัน เธอชำเลืองตามองคชาที่ยังคงนอนหลับตาอยู่แล้วถอนหายใจเบา ๆ อย่างจนใจ 

เห็นแก่ความดีที่มาส่ง อนุญาตให้คนป่วยนอนพักไปก่อนก็ได้!  

 

30 นาทีถัดมา 

อาหารร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งไปทั่วห้อง ปลุกให้คชาลืมตาขึ้นมา เขาเบนสายตาไปมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังง่วนกับการเทอาหารลงชามแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ หยัดตัวลุกขึ้นนั่งรอเธอนำอาหารมาเสิร์ฟอย่างอารมณ์ดี 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นอาหารทั้งหมดถูกนำมาวางบนโต๊ะ มือหนาดึงจานกระเพราหมูสับไข่ดาวมาไว้ฝั่งตัวเอง แล้วผลักข้าวต้มหมูสับไปให้หญิงสาวแทน  

“อันนี้ของเธอ” 

“นี่! อย่ามาโมเมนะ นายเป็นคนสั่งข้าวต้ม แล้วจะมาแย่งฉันแบบนี้ไม่ได้นะ!” 

“นี่เธอไม่รู้ตัวเองเลยใช่ไหมว่ากำลังป่วย” 

“ฉันสบายดี! และฉันก็เป็นหมอ ทำไมฉันจะไม่รู้จักตัวเอง อย่ามาเฉไฉ! เอาผัดกระเพราของฉันคืนมา!” 

“จะเอา?” 

“เออ!” 

“จุ๊ ๆ ๆ พูดไม่เพราะเลย” 

คชาส่งเสียงจิ๊จ๊ะไม่ลำคออย่างไม่พอใจ หยิบจานผัดกระเพราขึ้นแล้วก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังห้องครัว ก่อนจะเทมันลงถังขยะต่อหน้าต่อหน้าหญิงสาวอย่างไม่มีลังเล 

“ที่โรงเรียนไม่ได้สอนให้รู้คุณชาวนาหรือไง!!” 

“แล้วที่โรงเรียนเธอไม่ได้สอนหรอว่าคนป่วยต้องกินอาหารอ่อน ๆ” 

คชายอกย้อนเข้าให้ ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เดินกลับมานั่งที่เดิมแล้วดึงชามข้าวต้มอีกชามมาปรุงรส  

“ก็นี่ไง กินเป็นเพื่อนแล้วไง” 

มือหนาตักข้าวต้มเข้าปากอย่างใจเย็น ไม่สะทกสะท้านกับสายตาจะกินเลือดกินเนื้อที่หญิงสาวส่งมาให้ 

นิลกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ก้มมองชามข้าวต้มหมูสับแล้วพ่นลมหายใจแรง ๆ ยอมตักเข้าปากอย่างไม่มีทางเลือก ให้สั่งมาใหม่ก็คงรอไม่ไหว เพราะตอนนี้เธอหิวจนตาลายไปหมดแล้ว 

คชาลอบยิ้มสมใจที่หญิงสาวยอมทำตามในที่สุด ถึงแม้จะไม่เต็มใจก็เถอะ ดวงตาคมกริบลอบมองใบหน้าหงิกงอของเธอเป็นระยะด้วยแววตาขบขัน รอจนข้าวต้มหมดชามจึงแกะยาลดไข้ออกมา 2 เม็ดแล้วยัดใส่มือเล็ก 

“ห้ามทิ้ง!” 

คชารีบพูดดักคอเสียงเข้ม เมื่อเห็นหมอสาวทำท่าจะโยนยาทิ้งพร้อมส่งสายตาดุดัน 

“จะกินดี ๆ หรือให้ฉันป้อนเธอ .....ด้วยปาก” 

หญิงสาวเม้มปากแน่น ฟึดฟัดด้วยความไม่พอใจสักพัก ก่อนจะยอมกลืนยาลดไข้ลงไป 

“เด็กดี~”    

ฝ่ามืออุ่นวางลงบนศีรษะทุยเล็ก ลูบเบา ๆ อย่างอ่อนโยน  

นิลเหลือบตามองพลางปัดมือหนาออก กระแทกเสียงถามประชดอย่างไม่สบอารมณ์  

“พอใจแล้วใช่ไหม!? ถ้าพอใจแล้วก็กลับไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน!” 

“เกือบ ๆ ละ หึ!” 

คชาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ยื่นมือไปตบหน้าผากนูนเล็กเบา ๆ อย่างหยอกเย้า ก่อนจะเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ ทิ้งให้หญิงสาวนั่งกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างหลังเพียงลำพัง 

“ไอ้สัมภเวสีไบโพลาร์!!” 

นิลพึมพำด่าไล่หลัง มองตามแผ่นหลังของคชาแล้วแบะปากใส่ ไม่เข้าใจในทุก ๆ การกระทำของเขาเลยสักนิด  

เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ใช่ เหมือนจะหวังดีแต่ก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น โอ๊ยยยยย บ้าบอ!!   

ความคิดเห็น