facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 43 ชุดฉันมันพันกันน่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 ชุดฉันมันพันกันน่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2563 13:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 ชุดฉันมันพันกันน่ะ
แบบอักษร

หลินเช่อมองเห็นนักข่าวที่พากันขยับตัว 

“พวกนักข่าวมากันแล้วค่ะ ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องรีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้มีพวกนักข่าวอยู่รอบตัวไปหมดแล้ว” หลินเช่อยังด้อยประสบการณ์ในเรื่องนี้ เธอไม่รู้ว่าจะรับมือกับบรรดานักข่าวอย่างไร เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร แล้วก็ยังกลัวอีกว่าจะพูดอะไรผิดๆ ออกไปและส่งผลกระทบกับอาชีพการงานของตัวเองเข้า 

กู้จิ้งเจ๋อมองอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้นว่า “เราเข้าไปหลบกันข้างในก็ได้ ไปเถอะ” 

ชายหนุ่มพูดพลางหันไปส่งสัญญาณให้คนของเขาก้าวเข้ามาจัดการ 

และภายใต้การป้องกันของบรรดาบอดี้การ์ด หนุ่มสาวทั้งสองก็หายลึกเข้าไปในตัวโรงแรม 

หลินเช่อโล่งอกที่ไม่มีนักข่าวคนใดตามเข้ามา “โชคดีจังค่ะ เราสลัดหลุดแล้ว ไม่งั้นละก็ไม่รู้จะทำยังไงนะคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อได้แต่มองอีกฝ่ายเงียบๆ และคิดว่า หากโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้ธุรกิจของตระกูลกู้และไม่ได้ถูกแวดล้อมด้วยคนของเขาเองแบบนี้แล้วละก็ เธอคงไม่มีวันหนีนักข่าวพวกนั้นได้พ้นแน่ ไม่ใช่ว่าพวกนักข่าวไม่ตามมาหรอก พวกเขาถูกกันเอาไว้ต่างหากล่ะ 

ไม่ช้า ทั้งสองก็ได้ห้องพักในโรงแรม 

กู้จิ้งเจ๋อบอกว่า “ฉันขอให้พนักงานเอาอาหารขึ้นมาให้แล้ว เธอควรจะกินอะไรสักหน่อย” 

“เยี่ยมไปเลยค่ะ กู้จิ้งเจ๋อ คุณนี่แสนดีจัง” เธอเงยหน้ามองเขา สีหน้าระบายไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ 

กู้จิ้งเจ๋อรู้ดีว่าเธอทำประจบไปอย่างนั้นเอง แต่เขาก็อดพอใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ 

“ในเมื่อรู้แล้วว่าฉันดีอย่างนี้ ต่อไปก็ทำตัวดีๆ กับฉันหน่อยสิ” เขาบอกพลางเลื่อนถาดอาหารมาตรงหน้าให้เธอ 

การนั่งอยู่บนวีลแชร์ทำให้ไม่ค่อยสะดวกนัก กู้จิ้งเจ๋อจึงขยับถาดอาหารให้เข้าไปใกล้ๆ เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้ายินดี 

หลินเช่อรับประทานอาหารได้สองสามคำ โทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น ชายหนุ่มเดินไปรับสาย 

ที่ปลายสาย เสียงพนักงานรักษาความปลอดภัยดังขึ้นว่า “ท่านครับ หลินโหย่วไฉกำลังตามหาตัวท่านครับ เราหยุดเขาไว้แล้ว” 

กู้จิ้งเจ๋อเหลือบมองหญิงสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยปราศจากความรู้สึก “อืม” 

เมื่อวางสาย เขาก็เห็นหลินเช่อกำลังขยับตัวยุกยิกพลางดึงทึ้งเสื้อผ้าตัวเองไปพลาง จนเขาต้องเอ่ยปากถามขึ้นว่า “เป็นอะไรเหรอ” 

หลินเช่อพยายามแก้ปมริบบิ้นที่ผูกอยู่ด้านหลังของชุดแต่ก็ไม่สำเร็จ จนเจ้าตัวบ่นงึมงำด้วยความหงุดหงิดว่า “ฉันว่าด้านหลังของชุดฉันมันพันกันอยู่น่ะค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อส่ายหน้าแล้วเดินเข้ามาหา “เอาเถอะ เธอนี่ทั้งซื่อบื้อแถมยังซุ่มซ่ามแบบนี้ ฉันจะช่วยดูให้ก็แล้วกัน” 

หลินเช่อยอมแพ้ “ก็ได้ค่ะ พ่อคนฉลาด” 

เขาบอก “ดูสิว่าเธอโง่แค่ไหน” 

เขาขยับเข้ามาดูใกล้ๆ และพบว่าริบบิ้นนั้นเข้าไปพันอยู่กับวีลแชร์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหลินเช่อถึงจัดการกับมันไม่ได้ 

เขาดึงมันออกมาแล้วพูดว่า “ใครเขาใช้ให้เธอเลือกชุดที่สวมยากๆ แบบนี้กันล่ะ” 

หลินเช่อรู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาที่กำลังขยับไปมา บางครั้งก็แตะโดนผิวเนื้อที่หลังของเธอ ทำให้หญิงสาวยากที่จะควบคุมตัวเอง 

แต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร และพ่นลมพรืดออกจมูกพลางพูดว่า “มันเป็นงานฉลองหมั้นนะคะ จะให้ฉันแต่งตัวธรรมดาได้ยังไงล่ะ แถมตอนนี้ฉันยังเป็นภรรยาคุณด้วย ฉันก็ต้องช่วยรักษาหน้าคุณสิ เห็นชุดนี่มั้ยคะ บริษัทฉันอุตส่าห์ให้ยืมมาเชียวนะ ของแบรนด์เนมด้วยล่ะ” 

หน้าของกู้จิ้งเจ๋อเปลี่ยนสี “ถ้าเธอไม่มีเสื้อผ้าใส่มางาน ฉันซื้อให้ก็ได้ ทำไมต้องไปยืมบริษัทด้วย” 

“ก็มันยุ่งยากนี่คะ” 

“เพราะว่ายุ่งยากหรือเพราะเธอไม่อยากบอกฉันว่าจะมางานหมั้นของผู้ชายที่ตัวเองแอบชอบกันแน่” นิ้วของกู้จิ้งเจ๋อหนักแรงขึ้นทันที ยิ่งเขาคิดว่าเธอมุ่งมั่นที่จะมางานเลี้ยงนี่ให้ได้แค่ไหน เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น 

หลินเช่อเริ่มเจ็บหลัง เธอหันไปแว้ดใส่เขาอย่างโกรธๆ ว่า “นี่ ถ้าคุณไม่อยากช่วยก็ไม่ต้องช่วย ฉันเจ็บนะ” 

“ขอโทษที ฉันลืมตัวไป” ตัวเขาก็สับสนกับความคิดของตัวเองไม่น้อย จึงก้มหน้าก้มตาพยายามคลายปมริบบิ้นให้เธอต่อไปด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น 

หลินเช่อเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจนักว่า “ทำไมคุณถึงก้มต่ำขนาดนั้นละคะ อาการป่วยของคุณกำเริบหรือเปล่าน่ะ” 

เธอจำได้ว่าเขาเคยบอกว่า ถ้าหากเขาเข้าใกล้ผู้หญิงมากเกินไป เขาจะมีอาการต่อต้านหลายอย่างตามมาทั้งอาเจียนแล้วก็ผื่นคัน 

กู้จิ้งเจ๋อสงสัย “ทำไมถึงจะกำเริบล่ะ” 

“ฉันไม่กลัวที่จะแตะต้องตัวเธอแล้วต้องป่วยหรอกนะ” 

“ฉันไม่ทำตัวเองขายหน้าต่อหน้าเธอหรอกน่า” กู้จิ้งเจ๋อพูดต่อ “พูดถึงขายหน้า เธอเองก็ทำเรื่องน่าขายหน้าไปตั้งเยอะตั้งแยะนี่” 

หลินเช่อทำตาเขียวใส่ “ด้วยความยินดีค่ะ” 

ใช่สิ เธอน่ะทั้งวางยา ทั้งทำเรื่องน่าอาย แถมยังเมาแอ๋ต่อหน้าเขา 

เขาก็เห็นมาหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ นั่นแหละ 

หลินเช่อคิดว่าโม่ฮุ่ยหลิงคงไม่เคยทำอะไรแบบนี้แน่ๆ 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขารักหล่อนไม่ใช่เธอ ผู้หญิงที่ดีควรจะรักษาระยะห่างจากผู้ชาย ที่สำคัญก็คือควรจะรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดี ไม่อย่างนั้นจะมีผู้ชายที่ไหนมารักกันเล่า ใช่มั้ย 

โดยเฉพาะผู้ชายอย่างกู้จิ้งเจ๋อ ด้วยสถานะอย่างเขา คงจะเคยพบหน้าค่าตาผู้หญิงสวยสง่ามาแล้วนับไม่ถ้วนแน่ 

กู้จิ้งเจ๋อมองซิปของชุดราตรีด้วยสีหน้าครุ่นคิด มันเข้าไปติดกับเนื้อผ้าจนยากที่จะรูดออกได้ 

เขาพยายามจัดการเจ้าซิปนั่นอย่างหนัก และก็อดสังเกตไม่ได้ว่าในขณะที่ตัวเองกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่นั้น เขากำลังอยู่ใกล้ลำคอขาวผ่องนวลเนียนของเธอแค่ไหน ชุดที่เธอสวมอยู่ขยับไปมาในขณะที่แสงไฟนุ่มๆ ส่องสว่างเข้ามาจากทางด้านหน้า 

เขาจำได้ว่าเธอเคยบอกเขาว่า หน้าอกเธอนั้นรูปทรงเหมือนลูกพีช 

เมื่อลองมองดู มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เสียด้วยแฮะ 

แม้เนื้อผ้าสีน้ำเงินจะปกปิดหน้าอกหน้าใจส่วนใหญ่เอาไว้ แต่ครึ่งบนของเนินอกนั้นก็ยังคงโผล่พ้นชุดขึ้นมาให้แลเห็นได้ถนัด แถมยังขยับไปมาน้อยๆ อีกด้วย 

จากมุมของเขา ชายหนุ่มได้เห็นแผ่นหลังเปลือยเกือบทั้งหมดของเธอ ผิวของเธอทั้งนุ่มนิ่มและเรียบเนียน แทบจะปราศจากรูขุมขนใดๆ เว้นแต่เส้นขนอ่อนบางเพียงเล็กน้อยที่ทำให้แลดูเหมือนผิวเด็กอ่อน... 

ในลำคอรู้สึกร้อนผะผ่าว เขาพยายามเบือนสายตาหนีแต่ก็ยังคงอดรู้สึกไม่ได้อยู่นั่นเอง 

ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายเท่าไหร่ มือไม้เขาก็ยิ่งเงอะงะขึ้นเท่านั้น 

ด้วยหมดความอดทนที่จะแก้ปมริบบิ้น 

เขาตะโกนดังลั่นว่า “ให้ตายสิ มันไม่ยอมออก!” 

ด้วยการดึงอย่างสุดแรงเพียงครั้งเดียว ชุดสวยก็ส่งเสียงดังแคว่ก 

และขาดกระจุย 

หลินเช่อไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เธอประคองชุดเอาไว้และเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายเงียบๆ ทั้งโมโหและร้องตะโกนเสียงหลง เธอรู้สึกได้ถึงลมเย็นจากแอร์คอนดิชันที่เป่ามาโดยผิวเปลือยของตัวเอง มันทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่ค่อยดีนัก “คุณทำอะไรลงไปน่ะ กู้จิ้งเจ๋อ แบบนี้เรียกว่าช่วยเหรอคะ” 

ชายหนุ่มเองก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน หูเขาแดงก่ำด้วยไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี 

เนื้อผ้าส่วนใหญ่ลื่นหลุดลงจากตัว เผยให้เป็นเรือนร่างของหลินเช่อที่ยิ่งดูน่าหลงใหลขึ้นไปกว่าเดิม ร่างของเธอดูเหมือนจะขาวโพลนกระจ่างใสอยู่ในแสงไฟ เส้นผมละเอียดนุ่มเหมือนเด็กน้อยเกินกว่าที่ใครจะต้านทานความเย้ายวนนี้ได้ 

กู้จิ้งเจ๋อหัวใจกระตุกเหมือนมีคนเข้ามาเขย่า 

เธอหันขวับมา สายตาคมกริบเหมือนมีดจ้องเป๋งที่เขา “ชุดนี่พังหมดแล้ว คุณรู้รึเปล่าคะว่ามันแพงขนาดไหน” 

กู้จิ้งเจ๋อตอบกลับไปอย่างโกรธๆ ว่า “ฉันจะใช้คืนให้” 

“ฮึ ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นแหละ!” 

เขาจ้องหน้าเธอแล้วหันไปคว้าโทรศัพท์ 

“ส่งชุดราตรีขึ้นมาให้ชุดหนึ่ง ขนาดเท่าตัวภรรยาฉัน” กู้จิ้งเจ๋อพูดพลางมองดูหลินเช่อที่ดวงตากลมโตของเธอยังคงจ้องหน้าเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ มือก็รั้งชุดเอาไว้ หน้าอกของเธอที่อวบอัดนั้น ยิ่งดูใหญ่ขึ้นไปอีกเมื่อสองมือเล็กๆ นั่นคอยประคองมันเอาไว้ 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อดูจะเตลิดไปไกลเมื่อมองดูเธอ หญิงสาวนิ่วหน้าแล้วหันหนี 

แย่ที่สุด 

หลินเช่อไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากเคลื่อนวีลแชร์ของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ 

เธอเจอเสื้อคลุมอาบน้ำจึงหยิบมาสวม 

ความคิดเห็น