facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 39 นี่เธอร้องไห้เพราะผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 นี่เธอร้องไห้เพราะผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2563 11:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 นี่เธอร้องไห้เพราะผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ
แบบอักษร

แน่นอนว่าข่าวลือดังกล่าวค่อยๆ ซาหายไปในอีกสองวันต่อมา แต่อย่างไรก็ดี ผลกระทบหลังจากนั้นยังคงมีอยู่ หน้าเพจเวยป๋อของหลินเช่อยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม แต่เป็นไปในทางตรงกันข้ามกับที่เธอคาดเอาไว้ เพราะแฟนๆ ผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอนั้น ไม่ได้เข้ามาก่นด่าอะไรอีกแล้ว และเป็นครั้งแรกที่เธอได้มีชื่อเสียงในฐานะนักแสดงอย่างแท้จริง 

ในระหว่างนั้นเอง แม่เลี้ยงของหลินเช่อก็โทรเข้ามาและบอกกับเธอว่า [งานหมั้นระหว่างพี่สาวของแกกับฉินชิงจะจัดขึ้นสุดสัปดาห์นี้ แกคงจะหาเวลามาร่วมงานได้สินะ ใช่มั้ย] 

หัวใจหลินเช่อแทบหยุดเต้น 

นี่พวกเขาจะหมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย 

มือของหลินเช่อที่จับโทรศัพท์สั่นระริก แต่เธอก็ยังบังคับตัวเองให้สงบนิ่งอยู่ได้ เธอตอบหันไฉ่อิงกลับไปตามสายว่า “ทำไมฉันถึงจะต้องไปด้วยละคะ คุณแม่เลี้ยง นี่คุณเชิญฉันเหรอคะ” 

แน่ละว่าเธอไม่อยากไป เธอไม่อยากกลับไปยังบ้านที่เต็มไปด้วยใบหน้าของสมาชิกครอบครัวที่ดูถูกเหยียดหยามเธอ หรือบางทีอาจเป็นเพราะเธอไม่อยาก...ไปเห็นฉินชิงแต่งงานกับคนอื่น 

หันไฉ่อิงทำเสียงฟึดฟัดแล้วพูดว่า [ทำไมล่ะ ไม่กล้ามารึยังไง หรือว่าแกยังตัดใจจากฉินชิงเขาไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแกยิ่งต้องมานะ มาดูซะให้เต็มตาจะได้ตัดใจง่ายๆ ไงล่ะ] 

“คุณแม่เลี้ยงคะ ถ้าคุณยังจะยืนยันว่าฉันเป็นแบบนั้น ฉันก็คงจะทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ” 

[หน็อย นี่เป็นคำพูดฉันหรือเป็นสิ่งที่แกคิดอยู่ในหัวจริงๆ กันแน่ยะ สองสามวันที่ผ่านมาฉันเห็นแกพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายที่จะเอาชนะหลินลี่นี่นะ ยอมทำกระทั่งเอาตัวไปสนิทสนมกับกู้จิ้งอวี่เพื่อจะได้ตกเป็นข่าวพาดหัวกับเขา น่าสงสารจริงที่กู้จิ้งอวี่นั่นเขาไม่ได้อยากจะเป็นข่าวกับแก แค่สองวันเท่านั้นก็โดนลบไปหมดแล้ว งานแต่งของหลินลี่ครั้งนี้จะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่แน่ นี่เป็นโอกาสงามของแกเชียวนะ จะไม่โผล่มาให้ได้พื้นที่ข่าวฟรีๆ หน่อยรึไง] 

หลินเช่อนิ่งฟังคำพูดของหันไฉ่อิง และคิดกับตัวเองว่าอีกฝ่ายช่างเพ้อเจ้อไปไกลดีเหลือเกิน 

ถึงแม้เธอจะไม่รู้แน่ว่ากู้จิ้งอวี่เป็นคนระงับข่าวนี้หรือเปล่า แต่เธอก็รับรองได้ว่ากู้จิ้งอวี่ไม่ได้รู้สึกกับเธอเหมือนที่หันไฉ่อิงบอกอย่างแน่นอน 

ในที่สุดหันไฉ่อิงก็เอ่ยขึ้นว่า [เอาเถอะ ยังไงก็แล้วแต่แกนะว่าจะมาหรือไม่มา ถ้าไม่อยากเห็นฉินชิงแต่งงานกับหลินลี่จริงๆ งั้นก็อย่ามาแล้วกัน] 

หลินเช่อยังคงนิ่งฟังแม้อีกฝ่ายจะตัดสายไปแล้ว เธอนั่งลงและตกอยู่ในภวังค์อันนิ่งงันอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน 

หญิงสาวนั่งอยู่จนกู้จิ้งเจ๋อเดินเข้ามาเห็นเธอกำลังนั่งเหม่อลอยอย่างไร้ความรู้สึก เขาจึงเดินเข้ามาใกล้และถามว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นมอง “บอกตามตรงนะคะ ฉันเห็นใจคุณหนูโม่เหลือเกิน” 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อฉายแวววุ่นวายใจเมื่อมองดูเธอ ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ เธอถึงพูดถงโม่ฮุ่ยหลิงขึ้นมาแบบนี้นะ 

“เกิดอะไรขึ้นกับโม่ฮุ่ยหลิงเหรอ” 

หลินเช่อนั่งกอดหมอน “เธอจะต้องเศร้ามากแน่ที่เห็นฉันอยู่กับคุณแบบนี้ ต้องมาเห็นคนที่ตัวเองรักอยู่กับคนอื่น แต่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากแสร้งทำเป็นหน้าชื่น นั่นเป็นเรื่องที่ปวดใจมากเลยนะคะ ทั้งที่ความจริงแล้วเรื่องนี้คงตามหลอกหลอนและทำให้เธอต้องเศร้าใจอยู่ทุกคืน เธอคงนอนร้องไห้ใต้ผ้าห่มเพียงลำพัง แต่คุณกลับมีผู้หญิงคนอื่นอยู่เคียงข้าง” 

ขณะที่พูด หลินเช่อก็หลุบตาลงต่ำ ขนตายาวของเธอแลดูเป็นแพเหมือนพัดที่ปกคลุมดวงตาใสแจ๋ว ใบหน้าขาวเนียนราวกับกระเบื้องเนื้อดีระบายไปด้วยความขมขื่น ดวงตาที่ปกติแล้วจะสดใสก็เต็มไปด้วยระลอกคลื่นแห่งความเศร้าสร้อย 

หญิงสาวยิ้มแม้คิ้วจะขมวดนิ่ว ทำให้คนมองมารู้สึกถึงความอ่อนโยนและอยากจะปกป้อง 

เธอพูดเหมือนจะกำลังสงสารโม่ฮุ่ยหลิง แต่ความจริงแล้วเป็นตัวเธอเองต่างหากที่กำลังดำดิ่งอยู่กับความเศร้าสร้อย 

กู้จิ้งเจ๋อสบตาเธอ เขารู้สึกขมขื่นใจอยู่ข้างในลึกๆ ด้วยเหตุผลบางอย่าง และเขารู้ดีว่าเธอไม่ได้กำลังพูดถึงโม่ฮุ่ยหลิง แต่เป็นตัวเธอเองต่างหาก 

ชายหนุ่มขมวดคิ้วและถามออกไปว่า “เธอไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเรื่องของฉันกับโม่ฮุ่ยหลิง” 

หลินเช่อพ่นลมพรืดและมองหน้าอีกฝ่าย “แน่ละสิ ผู้ชายทุกคนก็เลวกันหมดแบบนี้นี่แหละ” 

“...” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าเธออีกครั้ง ก่อนจะยืดตัวขึ้นและเดินออกไป 

หล่อนเป็นผู้หญิงไร้หัวใจ 

แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของชายหนุ่มก็ยังไม่คลายความวิตก เขารู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ และเขาอยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ 

ในห้องทำงาน เขามองฉินเฮ่าแล้วถามว่า “ไปสืบมาได้ความว่ายังไงบ้าง” 

ฉินเฮ่าตอบ “ท่านครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ทราบว่าท่านกำลังต้องการทราบเรื่องไหนบ้าง แต่ดูเหมือนว่าลูกสาวคนโตของตระกูลหลิน หลินลี่และคุณชายน้อยของตระกูลฉิน ฉินชิง จะหมั้นหมายกันสุดสัปดาห์นี้ครับ” 

ฉินชิงงั้นรึ 

นั่นคือผู้ชายที่หลินเช่อแอบชอบมาตลอดนี่นา 

กู้จิ้งเจ๋อยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก สีหน้าเคร่งเครียดของเขาซ่อนความรู้สึกเอาไว้ลึกล้ำ 

แน่ละว่าก่อนหน้านี้เธอไม่ได้กำลังพูดถึงโม่ฮุ่ยหลิงกับเขา แต่เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นต่างหาก... 

นี่หล่อนยังตัดใจจากเขาไม่ได้อีกงั้นเหรอ 

กู้จิ้งเจ๋อไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาจะต้องหงุดหงิดกับเรื่องนี้ด้วย 

ทุกวันเธอนอนอยู่บนเตียงเดียวกับเขาและหลับไปก่อนเขา แถมยังกล้านอนดิ้นสะเปะสะปะไปทั่วทุกทิศตลอดคืน แต่กลับมาแอบร่ำไห้อยู่ใต้ผ้าห่มอย่างนั้นรึ 

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงยิ่งคิดยิ่งหัวเสีย จึงส่งสัญญาณบอกฉินเฮ่าให้ออกไป 

ฉินเฮ่าท้วง “ท่านครับ...” 

“ออกไป” 

ด้วยความตกใจ ฉินเฮ่ารีบลนลานออกจากห้องทันที 

 

แม้หลินเช่อจะบอกว่าไม่ได้อยากไปร่วมงานหมั้น แต่นั่นก็ได้ทำให้เธอหยุดคิดเรื่องนี้ได้เลย แต่กลับยิ่งคิดวนเวียนถึงเรื่องนี้เมื่อนึกถึงตอนที่หันไฉ่อิงพยายามตั้งใจที่จะยั่วยุเธอ รู้ทั้งรู้ว่าหันไฉ่อิงเจตนาที่จะทำเช่นนั้น แต่หลินเช่อก็ยังอดตกหลุมพรางของอีกฝ่ายไม่ได้อยู่นั่นเอง 

ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจไปร่วมงานเพื่อที่จะได้ดูให้เห็นกับตา 

หญิงสาวขอยืมชุดราตรีผ่านบริษัทตัวแทนของเธอ และเมื่ออวี๋หมินหมิ่นได้ยินว่าหลินเช่อต้องการที่จะไปร่วมงานแต่งงานของหลินลี่ เธอก็รีบจัดหาชุดสวยให้อย่างรวดเร็วทันใจ 

ถึงอย่างไรหลินลี่ก็เป็นดาราดัง งานแต่งงานของหล่อนและฉินชิงจะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ที่มีคนสนใจจำนวนไม่น้อย และจะต้องมีสื่อบางสำนักตามไปทำข่าวในวันนั้นด้วย บริษัทต้องการหยิบยืมโอกาสนี้ในการสร้างข่าวให้นักแสดงของตัวเอง อวี๋หมินหมิ่นจึงยินดีอย่างที่สุด 

ในวันหมั้น ท้องฟ้าแจ่มใสปราศจากเมฆ 

แต่อารมณ์ของหลินเช่อกลับขุ่นมัวและดูจะยิ่งบูดสนิทขึ้นทุกขณะ 

เธอไปร่วมงานหมั้นด้วยรถยนต์ เมื่อไปถึง เธอก็ได้เห็นป้ายตัวอักษรวิบวับขนาดใหญ่ตรงบริเวณทางเข้าโรงแรมเขียนเอาไว้ว่า “หลินลี่และฉินชิง ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร” 

ไม้เท้ายอดทองกระบอกยอดเพชรงั้นเหรอ... 

หญิงสาวกล้ำกลืนความขื่นขมลงคอ และบอกตัวเองว่าอย่าไปมองเขา อย่าคิดถึงเขาอีก หลังจากวันนี้ เขาจะไม่ใช่คนที่เธอเคยใฝ่ฝันถึงในวัยเยาว์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคู่หมั้นของคนอื่นต่างหาก 

เมื่อลงจากรถ เธอก็ขึ้นไปนั่งบนวีลแชร์ ถึงแม้การเดินจะไม่ได้ทำให้แผลเจ็บอะไรมากแล้วในตอนนี้ แต่เธอก็ไม่อยากจะเดินกะโผลกกะเผลกไปทั่วงานฉลองหมั้น การนั่งบนวีลแชร์แบบนี้น่าจะดีกว่า 

เธอเลื่อนรถเข็นของตัวเองเข้าไปด้านในโรงแรม สวมชุดราตรีสีน้ำเงิน แต่ก่อนที่จะทันได้เข้าไปถึงด้านใน นักข่าวก็เห็นเธอเข้าเสียก่อน 

“ดูนั่นสิ นั่นหลินเช่อใช่มั้ยน่ะ” 

หลินเช่อยังไม่ได้สติเท่าไหร่เมื่อเห็นกล้องหลายตัวเริ่มเบนทิศทางมาหาเธอ บรรดานักข่าวต่างแห่แหนกันเข้ามาใกล้ ก่อนจะถูกกันเอาไว้โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรม แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังตะโกนถามเธออย่างตื่นเต้นว่า “คุณมาร่วมงานหมั้นของพี่สาวเหรอครับ คุณกับหลินลี่เป็นพี่น้องกันแท้ๆ หรือเปล่าครับ” 

หลินเช่อทำได้เพียงส่งยิ้มหวานให้ 

ช่างภาพยิงกล้องกันมือเป็นระวิงพลางถามต่อไปไม่หยุด “คราวนี้คุณกับหลินลี่ได้แสดงซีรีส์โทรทัศน์เรื่องเดียวกันด้วย การได้ร่วมงานกันระหว่างพี่น้องสองสาวเป็นยังไงบ้างครับ” 

“หลินลี่ได้เชิญทีมงานคนไหนมาร่วมงานด้วยหรือเปล่า” 

“กู้จิ้งอวี่ได้รับเชิญมางานนี้หรือเปล่า แล้วเขาจะมามั้ยครับ” 

“หลินเช่อ คุณติดต่อพูดคุยกับกู้จิ้งอวี่เป็นการส่วนตัวด้วยหรือเปล่า” 

นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเช่อได้มีโอกาสเจออะไรแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวลือนั่น เธอคงไม่เป็นที่รู้จักของนักข่าวขึ้นมาในชั่วข้ามคืนแบบนี้แน่ 

หันไฉ่อิงอยู่ภายในงาน แต่เมื่อมองออกไป เธอก็ได้เห็นหลินเช่อที่กำลังถูกบรรดานักข่าวกำลังล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ที่ด้านนอกจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ 

เมื่อได้เห็นหลินเช่อได้รับความสนใจอย่างมากเช่นนั้น สีหน้าของหันไฉ่อิงก็เริ่มบึ้งตึงขึ้นมาทันควัน 

นังหลินเช่อนี่ยังไงกันนะ ทำไมพวกนักข่าวถึงไปห้อมล้อมหล่อนราวกับคนสำคัญแบบนั้นได้ 

หรือว่าที่หล่อนมานี่เพราะตั้งใจจะมาขโมยซีนกันแน่ 

ความคิดเห็น