email-icon facebook-icon

สวัสดีค่าาาาาาาาาาาา ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเพจของแพรสีนิลนักเขียนมือใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ ❤️

บังเอิญรัก - ตอนที่ 4 สัมภเวสีขี้อ่อย

ชื่อตอน : บังเอิญรัก - ตอนที่ 4 สัมภเวสีขี้อ่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ต.ค. 2563 20:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บังเอิญรัก - ตอนที่ 4 สัมภเวสีขี้อ่อย
แบบอักษร

ตอนที่ 4 สัมภเวสีขี้อ่อย 

“อืมมมม ก็อร่อยดี”  

เสียงทุ้มต่ำทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกลับคืนเข้าที่  

มือเล็กง้างขึ้นฟาดเข้าที่ข้างแก้มสากสุดแรง จนใบหน้าคมสะบัดหันตามแรงมือ รอยริ้วแดงเถือกปรากฏขึ้นบนแก้มสากทันที 

คชาเค้นหัวเราะ ยกมือขึ้นนวดคลึงบริเวณที่โดนฝ่ามือปะทะพร้อมกับใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม  

มือหนักเป็นบ้า! 

คชาหรี่ตามองร่างบางที่ถอยหลังกรูดไปไกล  แล้วย่างสามขุมเข้าไปหาอย่างใจเย็น 

“ฉันเคยเตือนเธอแล้วนะ ว่าถ้าทำ...ฉันจะเอาคืน” 

“ยะ....หยุดนะ! นายจะปากเสียใส่ฉันไม่ว่า แต่อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้อีก!” 

นิลชี้หน้าตะโกนตอบด้วยสีหน้าเอาเรื่อง แก้มนวลแดงก่ำทั้งอับอายและโกรธเคือง รู้ว่าอีกฝ่ายชอบกลั่นแกล้งเธอ แต่ทำอะไรก็ควรให้มันมีขอบเขตเสียบ้าง  

เธอหันรีหันขวาง มองหาทางหนีทีไล่ ก่อนจะพุ่งตัวไปในทิศที่คิดว่าพ้นระยะวงแขนของชายหนุ่ม แต่ทว่าเธอคิดผิด! 

“ว๊ายยยย ปล่อยนะ ปล่อยยยยยย!” 

อึก! 

คชากระโจนเข้ารวบร่างนุ่มไว้ในอ้อมแขน  ดันหญิงสาวให้ถอยไปจนหลังชิดติดกับผนังห้อง รวบข้อมือเล็กด้วยมือเดียว ใช้ลำตัวกดเธอให้แนบไปกับผนังและหมดทางดิ้นหนี  

“อื้อออ! หยุดนะ! อย่าแม้แต่จะคิด!! อื้อ!!” 

นิลร้องห้ามเสียงเข้ม ริมฝีปากเม้มปากเข้ากันกันแน่นเมื่อจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ยื่นหน้ามาใกล้จนปลายจมูกแตะกัน  

เธอตวัดสายตาดุร้ายใส่ ด่าทอชายหนุ่มผ่านทางสายตา ไม่กล้าเปิดปากพูดเพราะเกรงว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขารุกล้ำเข้ามาได้อีก 

“กำลังสวดไล่ฉันในใจอยู่หรอ หื้มมม?” 

คชาหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ใช้จมูกโด่งคลอเคลียไปตามพวงแก้มนุ่ม กดฝังสูดกลิ่นหอมละมุนจากกายหมอสาวซ้ำ ๆ อยู่หลายฟอด 

“ฉันกำลังแช่งนายต่างหาก!! ขอให้นายไม่ได้ไปผุดไปเกิด!!” 

นิลเค้นเสียงลอดไรฟัน กัดฟันกรอด ๆ ก่นด่าด้วยคำหยาบคายในใจต่ออีกหลายบรรทัด ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโมโห พยายามบิดข้อมือออกจากมือหนาแต่ยิ่งดิ้นเธอก็ยิ่งเจ็บ  

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ฉันก็จะวนเวียนอยู่รอบตัวเธอแบบนี้แหละ สนุกดี!” 

“หา!!? นายมันบ้า!! ชาติที่แล้วฉันไปฆ่านายตายหรือไง ทำไมต้องคอยวนเวียนจองเวรฉันแบบนี้ด้วย!!” 

ร่างบางดิ้นขลุกขลักอย่างเจ้าพยศ จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นเคือง แต่ยิ่งเธอดิ้นแรงแค่ไหน คชาก็ยิ่งบดเบียดท่อนล่างเข้าหาเธอมากขึ้นเท่านั้น แรงเสียดสีสร้างความเสียวสยิว ปลุกให้บางอย่างที่เคยหลับใหลให้ผงาดตื่นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ  

ใบหน้าหวานเลิ่กลั่ก เสียอาการเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งกร้าวที่ดุนดันอยู่ตรงท้องน้อย ถึงจะไม่เคยพบเจอมันในเวอร์ชั่นตื่นตัวแบบจัง ๆ แต่ก็พอรู้ว่าอาการแบบนี้ของมันคืออะไร  

เธอผ่อนแรงลง   พยายามคิดในแง่ดีว่ามันอาจจะเป็นแค่เพียงของที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของชายหนุ่มก็เป็นได้ 

“อืมมมม หยุดทำไมล่ะ ฉันกำลังรู้สึกดีเลย” 

เสียงทุ้มต่ำครางกระเส่า มุมปากยกยิ้มสมใจที่กลั่นแกล้งหญิงสาวให้เสียอาการได้อีกแล้ว 

“นะ...นาย! อึ้ยยย นายมันโรคจิต!!!” 

หมอสาวหยุดการเคลื่อนไหวทันควัน แผดเสียงใส่อย่างเกรี้ยวกราด  

คชาประทับริมฝีปากลงบนปากอิ่มหนัก ๆ หนึ่งทีส่งท้ายก่อนจะผละออกห่าง ทอดมองร่างบางที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกจากห้องด้วยแววตาขบขัน   

"ขาสั้นแบบนั้น คิดว่าจะหนีทันหรอ หึหึ" 

คชาส่ายหัวไปมาด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ เอื้อมมือไปหยิบกุญแจรถแล้วเดินตามออกไปอย่างใจเย็น 

 

นิลรีบพุ่งตัวออกจากลิฟท์ ใบหน้าหวานตื่นตระหนก คอยเหลียวไปมองข้างหลังเป็นระยะ ๆ เพื่อเช็คว่าคชาตามเธอออกมาไหม กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากตึกอย่างรวดเร็ว 

มองซ้ายมองขวาพยายามโบกหารถแท็กซี่ระรัว แต่ผ่านไปคันแล้วคันเล่าก็ไม่มีใครรับเธอไปด้วยสักที อ้างเหตุผลร้อยแปดประการ ไม่ว่าจะเป็น ...  

แก๊สจะหมดแล้วครับ พี่พอจะรู้จักปั๊มแถวนี้ไหมครับ  

ต้องไปส่งรถอ่ะน้อง คงไปไม่ทันหรอกกก  

โอ๊ยย น้อง! แถวนั้นรถติด ไม่เอา ๆ ไม่ไป!!  

โทษที ๆ มันคนละทางกับทางกลับบ้าน เรียกคันหลังแล้วกันนะ 

“โอ๊ยยยย นี่มันวันมหาวิปโยคหรอวะ!?” 

นิลสบถออกมาอย่างสุดจะทน หงุดหงิดกับเรื่องราวในวันนี้จนอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ ไหนจะโดนสต๊อกเกอร์ตามจนเกือบประชิดตัว   ไหนจะลื่นล้มจนเจ็บตัว แล้วยังต้องมาถูกคนปากเสียเอาเปรียบให้เจ็บใจอีก โถ่เว้ยยยยย  

“ซี๊ดดด” 

นิลครางแผ่วเบา นิ่วหน้าเพราะแผลที่ข้อศอกตึงรั้งจนเจ็บแปลบทุกครั้งที่สะบัดหรือขยับแขนแรง ๆ  ใช้ฝ่ามือลูบรอยแผลที่แห้งกรัง แล้วกัดฟันโบกรถแท็กซี่ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ 

คชาส่ายหัวไปมา มองคนดื้อรั้นที่กระทืบเท้าเร่า ๆ ตะโกนด่าไล่หลังรถแท็กซี่คันที่ 7 อย่างเกรี้ยวกราด ขับรถเข้าไปจอดเทียบฟุตบาทใกล้ ๆ แล้วลดกระจกลงจนสุด 

“ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง!” 

นิลเหลือบตามามองเล็กน้อย แล้วเมินใส่เจ้าของรถ แสร้งทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินและไม่เห็นอะไรทั้งนั้น มุ่งความสนใจไปที่การโบกหารถแท็กซี่ต่อ 

“เธอคงไม่รู้สินะ ว่าแถวนี้เคยมีข่าวฆ่าข่มขืน” 

นิลกระชับมือที่กำสายกระเป๋าสะพายข้างแน่นขึ้น ปรายหางตามองใบหน้าคมคายแล้วรีบดึงสายตากลับคืน ทำทีเป็นไม่สนใจหากแต่หูยังคงคอยฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อหรือไม่ 

คชาขบขันที่เห็นหญิงสาวมีปฏิกิริยา หลังบอบบางยืดตรงแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อย ดูก็รู้ว่าได้ยินที่เขาพูดแน่นอน ลอบยิ้มแล้วรีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ 

“สามรุมหนึ่งเลยนะ น่าสงสารเหยื่อคนนั้นเนอะ คงจะเจ็บปวดน่าดูเลย” 

“.......” 

“อีกอย่าง...ไม่มีใครไปส่งเธอหรอก เธอก็รู้ว่าช่วงเวลานี้ ถนนแถวนั้นรถติดจะตายยยย” 

ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นขณะคิดตามคำพูดของเขาไปด้วย ดวงตาฉายแววสับสน เกิดลังเลใจขึ้นมาทันทีว่าจะขึ้นรถดีไหม เพราะเจ้าของคำเชิญก็ใช่ว่าจะอันตรายน้อยเสียเมื่อไหร่ 

“แต่หมอผีอย่างเธอคงไม่มีโจรคนไหนหน้ามืดทำอะไรหรอกมั้ง เอ๊ะ! หรือเปล่าวะ? อื้มมม ช่างเถอะ ถ้าเจอคนไม่ดีก็ปาข้าวสารเสกใส่เอาแล้วกัน งั้นฉันไปแล้วนะ ไงก็....โชคดีแล้วกัน” 

คชากดเลื่อนกระจกรถขึ้นได้เพียงครึ่งเดียว หญิงสาวก็หันขวับกลับมาร้องเรียกด้วยสีหน้าหวาดหวั่น มุมปากกระตุกยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครทันสังเกต 

“ดะ...เดี๋ยว!! ฉัน...ฉันไปด้วย!!” 

ไม่ต้องรอให้ใครเปิดประตูให้ นิลวิ่งอ้อมไปอีกฝั่งของรถ เปิดประตูขึ้นนั่งประจำที่ข้างคนขับแล้วดึงเข็มขัดนิรถภัยมาคาดเสร็จสรรพ แต่ผ่านไปกว่าสามนาที ชายหนุ่มก็ไม่ออกรถเสียทีแถมยังเอาแต่จ้องหน้าเธอด้วยสายตาขบขันไม่หยุด 

“ออกรถสิ! ดึกแล้วนะ กว่าจะถึงโรงพยาบาล กว่าจะกลับถึงคอนโด เดี๋ยวก็เช้าพอดี” 

“รับทราบครับ คุณผู้หญิงงงงงง” 

คชาหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วออกรถตามคำสั่ง ชำเลืองตามองหญิงสาวเป็นระยะ ๆ จนอีกฝ่ายหันมาแยกเขี้ยวขู่ 

“มองทำไม หันไปมองถนนสิ!” 

“ครับครับบบบบ ดุจริ้ง! นี่หมอรึหมา!?” 

“เหอะ! อยากถูกกัดไหม!?” 

“ฉันรึเธอกันแน่ ที่จะถูกกัด หื้มมมม?” 

แก้มนวลเห่อร้อนขึ้นทันทีที่เห็นว่าคชาจับจ้องมาที่ริมฝีปากของเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ใจด้วงน้อยเต้นแรงขึ้นเมื่อนึกถึงสัมผัสวาบหวามที่เขาทำทิ้งไว้ 

"แค่ก ๆ มองทางสิ มองทางงงง ฉันยังอยากถึงโรงพยาบาลแบบครบ 32 นะยะ!" 

เธอกระแอมไอกลบเกลือนความเขินอาย พูดเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่น แล้วยกมือขึ้นโบกพัดไล่อุณหภูมิบนใบหน้าที่ร้อนฉ่า เสมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อปิดบังอาการผิดปกติของตัวเอง 

ไอบ้า! ไอ้สัมภเวสีขี้อ่อย!!! 

 

@โรงพยาบาล 

“ขอบคุณ” 

นิลอ้อมแอ้มขอบคุณแผ่วเบาโดยไม่สบสายตา พลุนพลันรีบลงจากรถราวกับกำลังหนีเอาชีวิตรอด แต่ก็ยังเดินช้ากว่าคนข้างหลังอยู่ดี  

ร่างบางถูกกระชากจนตัวปลิวให้เปลี่ยนทิศทางไปยังห้องฉุกเฉินแทน 

“ทำอะไรของนายเนี้ย!” 

“เธอต้องทำแผล” 

คชาตอบหน้าตาย เร่งฝีเท้าเข้าไปหาพยาบาลที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ   คลี่ยิ้มบาง ๆ ให้เมื่อเธอหันมาสบตา ผลักหมอสาวไปให้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

“ฝากทำแผลให้คนดื้อทีครับ ขอบคุณครับ” 

พูดจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องฉุกเฉินไปทันทีโดยไม่มีคำร่ำลาใด ๆ ทิ้งให้หมอสาวมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความไม่เข้าใจ  

นิลแบะปากใส่แผ่นหลังแข็งแรง นึกถึงคำพูดและน้ำเสียงที่เขาใช้กับคนอื่น แล้วพึมพำบ่นกระปอดกระแปดด้วยความหมั่นไส้ 

“ทีกับฉันล่ะปากเสีย ทีกับคนอื่นล่ะพูดครับพูดคะ เป็นไบโพลาร์หรือไงย่ะ ชิ!” 

รุ่นพี่พยาบาลขยับเข้ามายืนข้าง ๆ พลางยกสองมือขึ้นกุมแก้มแดงระเรื่อ ส่งเสียงกรี๊ดเบา ๆ มองแผ่นหลังแข็งแรงด้วยสายตาปลาบปลื้มระคนเพ้อฝัน 

“หมอนิล!! แฟนหรอคะ หล๊อหล่ออออออ!” 

“หะ! ป่าวค่ะพี่นา ไม่ใช่แฟนค่ะ” 

“ตอนนี้ยังไม่ใช่แฟนกันค่ะ ส่วนต่อไปจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์กันไหม ก็ขอปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ หมอนิลจะตอบแบบนั้นหรือเปล่าคะ คิกคิก” 

รุ่นพี่พยาบาลกระเซ้าเย้าแหย่ ส่งสายตากรุ้มกริ่มหยอกล้อด้วยความสนิทสนม  

นิลเก๊กหน้าดุพร้อมส่งสายตาปราม ก่อนจะหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ 

“ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ค่ะพี่นา แกล้งนิลอีกแล้วนะคะ” 

“มาค่ะพี่ทำแผลให้ ถ้ากลัวเจ็บจะเรียกคนเมื่อกี้ให้กลับมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้นะคะ คิกคิก” 

“พี่นา!!! ยังไม่หยุดแซวอีก เดี๋ยวเถอะ! ถ้าแผลนิลติดเชื้อขึ้นมา นิลจะโทษพี่นะ!” 

นิลแสร้งทำหน้ามุ่ยกลบเกลือนความรู้สึกที่แท้จริง ส่งสายตาคาดโทษไปให้รุ่นพี่พยาบาลที่เอาแต่หัวเราะคิกคักไม่หยุด   

เธอหย่อนสะโพกลงนั่งบนเตียงคนไข้ ยื่นแขนข้างที่บาดเจ็บให้รุ่นพี่พยาบาลจัดการล้างแผลให้  แล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ปิดบังแก้มนวลที่แดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยเพราะคำแซว 

ตานั่นจะมาเป็นแฟนเธอได้ยังไงกันล่ะ ก็ตานั่นไม่ใช่คน แต่เป็นผีไม่มีญาติต่างหาก! 

ความคิดเห็น