facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 38 โดยไม่ทันคาดคิด เขารู้สึกผิดหวัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 โดยไม่ทันคาดคิด เขารู้สึกผิดหวัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2563 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 โดยไม่ทันคาดคิด เขารู้สึกผิดหวัง
แบบอักษร

หลินเช่อกำลังอยู่ภาวะหงุดหงิดวุ่นวายใจอย่างที่สุด เธอไม่รู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้เธอจะสามารถออกจากบ้านได้หรือเปล่า 

เธอเปิดเวยป๋อดูอีกรอบ ด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวได้เห็นจำนวนแฟนๆ ที่กดติดตามเธอพุ่งพรวดพราดขึ้นไปเป็นหมื่นคนภายในระยะเวลาอันสั้น 

หลินเช่อไม่อยากคิดเลยว่าทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นคนที่ชังน้ำหน้าเธอ หญิงสาวถอนใจแล้ววางโทรศัพท์ลง 

กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้ว “ถ้าจะนอนก็อย่าเล่นโทรศัพท์สิ” 

หลินเช่อตอบ “แค่ดูอะไรนิดหน่อยเท่านั้นละค่ะ ฉันจะนอนแล้ว” 

เธอนอนตะแคงหันหน้ามาทางกู้จิ้งเจ๋อ เขาหลับตาไปแล้ว นอนตัวตรงแน่ว ทุกครั้งที่เธอมองดูเขา เธอจะรู้สึกว่าเขานอนนิ่งสนิทไม่ขยับตัวเลยตลอดทั้งคืน 

หลินเช่อมองหน้าเขา มันกระจ่างชัดอยู่ใต้แสงไฟที่ส่องสว่าง มีผ้าห่มครึ่งร่างไว้ครึ่งหนึ่ง ร่างสูงใหญ่นั้นถูกแสงไฟทาบจนแบ่งออกเป็นด้านมืดและด้านที่สว่าง ด้านที่สว่างนั้นแลเห็นผิวสีทองแดงที่ส่องประกายและมัดกล้ามอันแข็งแรง ส่วนร่างกายที่อยู่ในเงามืดนั้นดูจะยิ่งดึงความคิดอันบ้าบิ่นรุนแรงออกมาได้มากยิ่งกว่าร่างฝั่งที่มองเห็นได้ชัดเสียอีก แสงไฟสีกุหลาบที่ปกคลุมเนื้อตัวของเขาด้วยชั้นแสงอันหม่นสลัว ยิ่งทำให้ร่างนั้นดูเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ 

ยามเขาหลับตา ขนตาของเขาดูจะยิ่งยาวกว่าปกติยิ่งดูยิ่งชวนหลงใหล ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเหมือนจะเชิดรั้นนิดๆ แนวคางที่เป็นกรอบใบหน้าอันสลักเสลาไร้ที่ติ ส่งใบหน้าเคร่มขรึมนั้นให้ดูเด่นแก่สายตา ต่ำลงมาจากใบหน้าคมสันคือลูกกระเดือกที่กำลังขยับไปมานิดๆ ต่ำลงมาอีกคือกระดูกไหปลาร้าที่เธอมองเห็นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะกำลังนอนหลับแบบนี้ก็ยังเห็นเป็นสัดส่วนรูปทรงได้เต็มตา 

ส่วนที่อยู่ต่ำลงไปอีก... 

หลินเช่อรีบหันหน้ากลับมาโดยไว นี่มันหายนะชัดๆ 

เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกสะกดไว้ด้วยความงดงามของผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆ 

การได้มองเห็นเขาแบบนี้ เป็นสิ่งที่เร้าอารมณ์อย่างเกินจะต้านทาน 

ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือเธอเพิ่งนึกขึ้นได้นี่เองว่าเขาเป็นสามีของเธอ 

ถึงแม้จะเป็นแค่การแต่งงานกันในนามก็เถอะ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมายของเธออยู่นั่นเอง 

น่าเสียดายที่เขามีผู้หญิงอื่นในใจเสียแล้ว 

หลินเช่อทอดถอนใจก่อนจะพลิกตัวกลับขึ้นมานอนหงาย เส้นประสาทในกายแน่นเครียดสับสน เธอนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ ได้แต่ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ตลอดคืนจนกระทั่งนิ่งไปและไม่ขยับตัวในที่สุด 

กู้จิ้งเจ๋อทึ่งจัด 

เขาเชื่อสนิทใจว่าสุดท้ายแล้วแม่สาวที่นอนอยู่ข้างๆ จะต้องทั้งพลิกทั้งดิ้นเป็นพัลวันและจู่โจมเขาแบบปูพรมทั่วทุกจุด แต่หลังจากนอนรออยู่เป็นครู่ใหญ่ คนที่นอนข้างๆ ก็ไม่ยักขยับตัวให้เห็นจนชายหนุ่มต้องประหลาดใจ 

กู้จิ้งเจ๋อยังคงตื่นลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้น เพื่อเตรียมรับมือกับการทำร้ายร่างกายจากหลินเช่อ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น 

เขาจำไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองผล็อยหลับไปตอนไหน แต่เขาจำได้ดีถึงความรู้สึกเสียดายนิดๆ ก่อนตัวเองที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด 

วันต่อมา ทั้งสองก็นั่งรถกลับมาถึงบ้าน เขาหันไปถามหลินเช่อว่า “ครอบครัวฉันอยากชวนเธอไปกินข้าวที่บ้านน่ะ” 

“หา” เธอมองเขาด้วยความประหลาดใจ 

กู้จิ้งเจ๋อพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “แต่ฉันปฏิเสธไปแล้วล่ะ” 

“อ้อ…” เล่นเอาตกใจหมดเลย “จริงสินะคะ ถ้าฉันกลับไปตอนนี้จะต้องโดนถามเรื่องข่าวลือแน่ๆ ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบว่ายังไงเหมือนกัน คงจะดีกว่าถ้าจะไม่ไปนั่นแหละค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อตะแคงหน้ามองอีกฝ่าย สีหน้านั้นบึ้งตึงอย่างยิ่ง 

เขามองหน้าเธออีกครั้งก่อนจะห่อปากและหันกลับไป 

ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ชายหนุ่มก็ก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้านโดยไม่รีรอ 

ปล่อยให้หลินเช่อหาทางตะเกียกตะกายขึ้นไปนั่งบนวีลแชร์ด้วยตัวเอง 

เมื่อสาวใช้เข้ามาช่วยเข็นรถ หลินเช่อก็เงยหน้าขึ้นมองและกระแนะกระแหนให้ฟังว่า “คุณผู้ชายของเธอนี่เจ้าปัญหาจังเลยนะ” 

“...” สาวใช้ยิ้มแห้งๆ ให้ อย่างไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี 

เมื่อจัดการธุระต่างๆ เรียบร้อย เธอก็รีบไปที่บริษัท 

เมื่อเห็นอวี๋หมินหมิ่น หญิงสาวก็รีบถามด้วยความร้อนรนว่า “เป็นยังไงบ้างคะพี่อวี๋ ตกลงเรื่องเงียบไปหรือยัง” 

อวี๋หมินหมิ่นเห็นหลินเช่อเดินตรงเข้ามา เธอตอบอีกฝ่ายไปว่า “เรียบร้อยแล้วล่ะ เธอไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว ดูเหมือนข่าวที่ว่าจะถูกลบออกไปเรียบร้อย นับแต่นี้ไปข่าวของเธอกับกู้จิ้งอวี่จะถูกสั่งห้ามไม่ให้เผยแพร่อีก ข่าวเมื่อวานทั้งหมดถูกลบออกจากสื่อหมดแล้ว” 

หลินเช่อร้องด้วยความแปลกใจ “เป็นไปไม่ได้” 

อวี๋หมินหมิ่นตอบ “ดูเหมือนว่าทางฝั่งกู้จิ้งอวี่จะเป็นคนจัดการนะ เพราะถึงยังไงบริษัทเราก็ไม่มีทั้งอำนาจแล้วก็ไม่ได้เส้นใหญ่พอที่จะปิดข่าวแบบนี้ได้ ก็คงจะเป็นทางกู้จิ้งอวี่นั่นแหละที่เป็นคนลงมือ” 

หลินเช่อรำพึงด้วยสุ้มเสียงสงสัย “แต่เมื่อวานนี้เขาบอกเองว่าจะไม่จัดการนี่นา” 

อวี๋หมินหมิ่นมองอีกฝ่ายด้วยความอัศจรรย์ใจในทันที “เขาบอกเธอเมื่อไหร่เหรอ” 

หลินเช่อตอบ “เมื่อคืนวานค่ะ ทางวีแชท” 

“ตายจริง นี่เธอกับกู้จิ้งอวี่คุยกันเป็นการส่วนตัวด้วยเหรอนี่” อวี๋หมินหมิ่นถาม เหลือบมองหลินเช่อด้วยท่าทีสนใจ 

หญิงสาวรีบปฏิเสธทันควัน “ไม่หรอกค่ะ เขาแค่แอดเข้ามาในวีแชทของฉัน คงอยากจะคุยเรื่องข่าวที่ว่านี่ละมั้งคะ” 

อวี๋หมินหมิ่นพยายามจับตามองราวกับรู้สึกว่าหลินเช่อกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง เธอยิ้มและพูดต่อไปว่า “เธอประเมินเขาต่ำไปแล้วละจ้ะ กู้จิ้งอวี่น่ะไม่ลดตัวลงมาทำอะไรแบบนี้ด้วยตัวเองหรอก อย่างเก่งเขาก็สั่งให้คนของเขาจัดการเท่านั้น” 

“อ้อ อย่างนั้นเองเหรอคะ” แน่ละ หลินเช่อไม่ได้เข้าใจความเป็นไปในอุตสาหกรรมบันเทิงนี้มากเท่าอวี๋หมินหมิ่น 

อวี๋หมินหมิ่นเล่าต่อไปว่า “ปกติแล้วกู้จิ้งอวี่น่ะไม่ใช่คนที่จะเข้าหาได้ง่ายๆ หรอกนะ ใครต่อใครก็บอกว่าเขาจะเข้าถึงยากกันทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนที่ไม่เคยสนใจพูดคุยกับดาราหน้าใหม่คนไหนเลยด้วย” 

“เอ่อ...ทำไมถึงไม่เหมือนกับกู้จิ้งอวี่ที่ฉันรู้จักเลยละคะ” หลินเช่อรำพัน “ฉันคิดว่าเขานิสัยดีทีเดียว แถมยังคุยสนุกอีกต่างหาก ถึงจะช่างประชดประชันไปหน่อยก็เถอะ” 

“...” อวี๋หมินหมิ่นถาม “งั้นเหรอ...งั้นก็ขอให้สนุกก็แล้วกันนะ” 

เธอพูดพลางยกมือขึ้นลูบแขนหลินเช่อ 

หญิงสาวยักไหล่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เธอคิดว่าบางทีอาจเป็นเพราะคนอื่นไม่ได้สนิทสนมกับเขาเท่าไหร่นัก จึงเข้าใจผิดไปเช่นนั้น 

ถึงอย่างไรอวี๋หมินหมิ่นก็ไม่เคยติดต่อพูดคุยกับกู้จิ้งอวี่มาก่อนนี่นา เธอก็คงแค่ถามคนอื่นหรือไม่ก็เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับเขามาเท่านั้น ข่าวลือทำนองนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งพูดกันก็ยิ่งใหญ่โตเกินจริงอยู่เสมอนั่นแหละ 

แต่ยังไงซะหลินเช่อก็เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือคนของกู้จิ้งอวี่แน่ 

เพราะถ้ารอนานไปกว่านี้ อาจจะไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ทันการ 

เมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินเช่อก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาเขาในวีแชท [ฉันเห็นคุณจัดการข่าวลือนั่นแล้ว ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ แล้วก็ขอบคุณมากที่ช่วยเป็นธุระเรื่องนี้ให้] 

น่าแปลกที่นายกู้จิ้งอวี่คนนี้ดูเหมือนจะพร้อมคุยกับเธออยู่ตลอดเวลา เพราะเขาตอบกลับมาในทันทีว่า [ฉันจัดการอะไรเหรอ] 

หลินเช่อถามต่อ [ไม่ใช่คนของคุณหรอกเหรอคะที่จัดการกับข่าวลือนั่น] 

[ก็ไม่ใช่น่ะสิ โธ่เอ๊ย น่าเสียดาย ฉันอุตส่าห์อยากเห็นข่าวนี้ไปอีกสักวันสองวัน นี่ถูกลบไปหมดแล้วงั้นเหรอ] 

“...” หลินเช่อโกรธจนแทบจะกระอักเลือด 

[ไปตายซะ ขอบคุณพระเจ้าที่ข่าวมันถูกลบไปแล้ว] 

[ใจร้ายจังเธอนี่] 

เมื่อส่งข้อความหากู้จิ้งอวี่เรียบร้อย หลินเช่อก็พ่นลมพรืดแล้ววางโทรศัพท์ลง 

แปลกจริง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ 

ในขณะเดียวกัน ทางด้านกู้จิ้งเจ๋อนั้น 

ฉินเฮ่าก้มลงเมื่อพูดกับผู้เป็นเจ้านายซึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหรูว่า “ท่านครับ เราจัดการข่าวนั่นเรียบร้อยแล้วนะครับ รายงานข่าวทั้งหมดถูกลบออก และจะไม่มีข่าวที่เกี่ยวกับคุณชายสามออกมาอีกต่อไป” 

กู้จิ้งเจ๋อรับคำสั้นๆ 

ฉินเฮ่าพูดต่อไปอีกว่า “แล้วอย่างนี้ เราจะต้องแจ้งไปทางคุณชายสามด้วยหรือเปล่าครับ” 

จนถึงตอนนี้คุณชายสามแห่งตระกูลกู้ก็ยังไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของหลินเช่อซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 

กู้จิ้งเจ๋อนิ่งคิดไปคู่หนึ่ง “ช่างมันเถอะ ถ้าเขารู้ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะก่อเรื่องอะไรอีก ปล่อยเอาไว้อย่างนี้น่าจะดีกว่า” 

กู้จิ้งอวี่นับเป็นคนหัวขบถที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง และการคอยก่อเรื่องให้คนอื่นอยู่ไม่เป็นสุขเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขา 

ฉินเฮ่าพูดต่อไป “ถ้ามีอะไรอีก โปรดสั่งมาได้เลยนะครับ” 

“เดี๋ยวก่อน” กู้จิ้งเจ๋อบอก “ห้ามออกข่าวกู้จิ้งอวี่ไปอีกสักสองเดือน นี่น่าจะช่วยดัดนิสัยเขาได้บ้าง” 

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น กู้จิ้งเจ๋อก็ยังไม่สบายใจนักที่ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการลงโทษน้องชาย 

เมื่อได้ยินคำสั่ง ฉินเฮ่าจึงทำได้แต่เพียงรับปากว่า “ครับ นายท่าน” 

เมื่อฉินเฮ่าออกไปจากห้อง กู้จิ้งเจ๋อก็ก้มหน้าลงอ่านข่าวนั้นอีกครั้ง 

ในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นรูปของกู้จิ้งอวี่และหลิเจ๋อที่ถูกถ่ายภาพคู่กันขณะกำลังหัวร่อต่อกระซิกอย่างรื่นเริง ดูแล้วขัดลูกกะตาเสียจริง 

ยิ่งดูยิ่งชวนให้หงุดหงิดเสียนัก 

เขาโยนหนังสือพิมพ์ทิ้งไปด้านหลัง นิ่วหน้า ครุ่นคิด คนพวกนี้ช่างไม่มีวิจารณญาณเอาเสียเลย ดูเอาเถอะว่าสองคนนี้เหมาะสมกันที่ไหนเล่า​​​​​​​ 

ความคิดเห็น