facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 37 เฝ้ารอที่จะได้นอนร่วมเตียงเดียวกันอีกครั้ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 เฝ้ารอที่จะได้นอนร่วมเตียงเดียวกันอีกครั้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2563 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 5,200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 เฝ้ารอที่จะได้นอนร่วมเตียงเดียวกันอีกครั้ง
แบบอักษร

“แน่ละสิคะ ของฉันเนี่ยของแท้ทั้งแท่งนะคะ! ทำไมฉันจะต้องไปทำศัลยกรรมด้วยในเมื่อหน้าอกฉันเป็นทรงลูกพีชอย่างนี้แล้ว มันไม่แข็งไปไม่นิ่มไป แล้วยังขนาดกำลังเหมาะอีกต่างหาก! อีกอย่างนะคะ ถ้าคุณทำศัลยกรรมมาละก็ เวลาคุณนอนราบลงไป คนก็จะจับได้ทันที นี่ฉันจะบอกให้นะคะ พวกเขาบอกว่าเวลานอนน่ะ หน้าอกที่ทำมาจะไม่แบนราบไปด้วย แต่จะกลมเด้งเลยละ!” 

“...” กู้จิ้งเจ๋อเผลอมองหน้าอกเธออีกรอบ 

เขาบังคับสายตาให้หันไปทางอื่นก่อนจะพูดว่า “รู้เยอะดีนี่” 

“แน่นอนค่ะ” หลินเช่อโม้ต่อ “ฉันเองก็มีความรู้ไม่ใช่น้อยนะคะ” 

ระหว่างพูด หลินเช่อก็ยกมือขึ้นแตะขาโดยไม่รู้ตัว กู้จิ้งเจ๋อจึงนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ขาเธอรู้สึกเจ็บ และนึกห่วงว่าเธอไปโดนแผลเข้าหรือเปล่า ชายหนุ่มจึงรีบพูดขึ้นว่า “เอาละ เลิกขยับตัวไปมาซะที แล้วให้ฉันดูแผลที่ขาเธอหน่อย” 

เธอนั่งลงบนเตียงในขณะที่เขาย่อตัวลง กู้จิ้งเจ๋อเลิกขากางเกงเธอขึ้นแล้วสำรวจดูบาดแผล เขาค่อยๆ แตะลงอย่างระมัดระวังด้วยกลัวเธอจะเจ็บ “เป็นยังไงบ้าง” 

หลินเช่อรู้สึกปกติดีและไม่ได้เจ็บอะไร “คงไม่เป็นไรแล้วละค่ะ แค่ตอนที่เหยียบเท้าลงบนพื้น มันคงจะรั้งแผล ก็เลยเจ็บเท่านั้นเอง” 

กู้จิ้งเจ๋อสั่งว่า “เธอควรอยู่นิ่งๆ” 

ก็ก่อนหน้านั้นเธอร้อนใจนี่นา หลินเช่อคิด 

ก็ไม่ใช่ความผิดเขาหรอกเหรอ ที่อยู่ๆ ก็มาทำเฉยใส่เธอน่ะ 

กู้จิ้งเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย แต่สายตาเขากลับยังคงจ้องที่หน้าอกไม่วางตา เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย แต่อยู่ๆ ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าหน้าอกของเธอช่างดูยวนใจอย่างที่สุดเมื่อมองจากตำแหน่งนี้ มันมีขนาดเท่ากันพอดิบพอดี อวบอิ่ม เต่งตึงและน่ารัก ไม่ใหญ่ไปไม่เล็กไป แล้วก็ดูเหมือนจะมีขนาดพอเหมาะที่จะประคองเอาไว้ในมือ 

เขานึกถึงคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ที่บอกว่ามันมีรูปทรงเหมือนลูกพีช... 

แล้วก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นแบบที่เธอพูดจริงๆ เสียด้วย 

ด้วยความสงสัย เขานึกอยากจะลองสัมผัสมันแบบไม่ผ่านเสื้อผ้า ดูว่ามันจะนุ่มนิ่มเหมือนที่เจ้าตัวอวดอ้างจริงหรือเปล่า 

บริเวณช่วงท้องของเขาเริ่มแข็งขึง เขารู้สึกว่าร่างกายถูกกระตุ้นเร้าอีกครั้ง 

กู้จิ้งเจ๋อยืนนิ่งนาน พยายามซ่อนสีหน้า หันศีรษะหนีและนึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ 

เมื่อได้เห็นสีหน้าที่เริ่มกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง หลินเช่อจึงคิดว่าอาการป่วยของเขากลับกำเริบขึ้นอีกครั้ง 

เธอมองเขาอย่างเป็นกังวลและถามด้วยความร้อนใจว่า “ทำไมเหรอคะ กู้จิ้งเจ๋อ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ คุณอยากให้ฉันตามหมอมั้ย ถ้าฉันทันคิดเสียก่อนหน้านี้ ฉันจะไม่ขอให้คุณโดนตัวฉันแน่ๆ” 

ยัยซื่อบื้อเอ๊ย 

ยัยนี่คิดว่าเขาพยายามหลบเลี่ยงเธอเพราะอาการป่วยของเขางั้นเรอะ 

ตอนนี้อาการแพ้ผู้หญิงของเขากลายเป็นเรื่องรองไปแล้ว เพราะอาการป่วยอย่างอื่นต่างหากที่กำลังสำคัญกว่า 

นี่เป็นสิ่งที่ออกจะคาดไม่ถึง และมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยทีเดียว 

ชายหนุ่มคิดว่าเขาจำเป็นจะต้องขอคุยกับหมอเฉินอวี่เฉิงให้เป็นเรื่องเป็นราว ว่าอาการป่วยดั้งเดิมของเขาตอนนี้ทำไมถึงเปลี่ยนแปลงกลายเป็นอาการอื่นไปเสียอย่างนี้ หรือไม่อย่างนั้น ทำไมเขาถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาได้ 

แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับยัยซื่อบื้อนี่ ชายหนุ่มจึงหันหน้าหนีแล้วพูดว่า “เอาละ ฉันไม่เป็นไรแล้ว เธอไปนอนเถอะ” 

หลินเช่อบอกว่า “งั้นคุณอยากจะแบ่งเตียงกันนอนกับฉันคืนนี้มั้ยละคะ หรือคุณอยากจะออกไปหาที่นอนที่อื่น” 

เมื่อหันไปมองดูเตียงนอน คนตัวใหญ่ก็ชักไม่อยากจะออกไป หลังจากลังเลอยู่เป็นครู่ เขาก็ตัดสินใจว่า “นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันจะไปหาที่นอนที่ไหนได้อีก ทนๆ นอนที่นี่สักสองสามชั่วโมงก็ได้” 

หลินเช่อตอบด้วยเสียง “อ้อ” แล้วจัดแจงแบ่งพื้นที่ให้เขา 

เธอไม่ถือหรอก ตราบใดที่เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่จะนอนร่วมเตียงเดียวกันกับเธอ นั่นก็โอเคแล้ว 

ตอนนี้เธอต้องคอยนึกถึงความรู้สึกของคนป่วย 

ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะเป็นเธอต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องมาโรงพยาบาลในตอนแรก 

หลินเช่อนอนลงแล้วหยิบหมอนมาวางกั้นกลางเอาไว้เหมือนเดิม เมื่อกู้จิ้งเจ๋อมองดู เขาก็นึกสงสัยว่าเจ้าหมอนที่ว่านั่นจะช่วยได้ตามวัตถุประสงค์ของคนวางหรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้พูดออกไป 

ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาแอบรอคอยเวลานี้อยู่นิดๆ ข้างใน 

ถ้าเธอหลับไปแล้วเริ่มนอนดิ้นอีกครั้ง คราวนี้เธอจะกลิ้งมานอนทับเขาเอาไว้อีกมั้ยนะ 

แล้วเขาจะมีโอกาสได้สัมผัสหรือเปล่าว่าเจ้าหน้าอกทรงลูกพีชของเธอนั่นมันให้ความรู้สึกเป็นยังไง... 

ทั้งสองนอนร่วมเตียงกันโดยไม่ได้ปิดไฟ หลินเช่อนอนเล่นโทรศัพท์ เมื่อมันส่งเสียงร้องเตือน เธอก็ได้เห็นใครบางคนส่งคำขอเป็นเพื่อนเธอเข้ามาในวีแชท 

เมื่อเปิดดู เธอก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเป็นกู้จิ้งอวี่นั่นเอง 

แม้จะอดแปลกใจไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็รีบกดรับเพื่อนโดยเร็ว 

เมื่อกดรับ เขาก็ส่งข้อความมาถามทันที [เธอยังไม่นอนอีกเหรอ] 

หลินเช่อรีบถามกลับไป [พี่ซุป’ ตาร์กู้แอดฉันมาทำไมละคะนี่] 

เธอนึกขึ้นได้ว่า บางทีเขาอาจจะอยากคุยเรื่องข่าวลือนั่นละมั้ง 

หลินเช่อจึงรีบถามกลับไปว่า [นี่เกี่ยวกับข่าวลือวันนี้หรือเปล่าคะ ทางพี่จะจัดการเรื่องนี้ใช่ไหมคะ] 

เธอจำได้ว่ากู้จิ้งอวี่ไม่ค่อยตกเป็นข่าวลือทำนองนี้นัก ใครๆ พากันพูดว่าตัวกู้จิ้งอวี่เองรังเกียจข่าวประเภทนี้มาก เพราะเหตุนี้ทุกครั้งที่ทำท่าว่าจะเกิดข่าวลือแบบนี้ขึ้นมา เขาก็จะรีบจัดการมันเสียก่อนทันที 

กู้จิ้งอวี่ตอบกลับมาว่า [แล้วทำไมฉันจะต้องจัดการกับข่าวลือนั่นด้วยล่ะ] 

หลินเช่อเริ่มรู้สึกยุ่งยากใจขึ้นมาเล็กน้อย [พี่ต้องจัดการสิคะ ไม่เห็นเหรอคะว่าพวกเขากุเรื่องขึ้นมาเกินจริงแค่ไหน] 

[ฉันเห็นแล้ว] 

[ถ้างั้นทำไมถึงไม่จัดการละคะ] 

[จัดการไปก็เท่านั้นแหละ ก็ทำเฉยๆ ไปซะ อีกสองสามวันก็ดีขึ้นเอง] 

“...” วิธีนี้ออกจะแตกต่างกับวิธีปกติที่บรรดาคนตระกูลกู้ใช้รับมือกับปัญหาอยู่ไม่น้อย 

[แต่มันเป็นข่าวไร้สาระแล้วก็ตีไข่ใส่สีเสียจนเละเทะไปหมดเลยนะคะ ปล่อยให้ลือกันไปแบบนี้คงไม่ดีแน่ๆ] หลินเช่อรีบบอก 

แต่กู้จิ้งอวี่กลับตอบว่า [ฉันยังไม่สนใจเลย แล้วเธอจะไปสนใจทำไม] 

ด้วยความหงุดหงิด หลินเช่อชักอยากจะตะโกนใส่ใครสักคน 

แน่ละสิว่าเขาไม่สนใจ ก็เขาไม่ได้เป็นคนโดนด่านี่นา 

แต่กลับกลายเป็นเธอต่างหากที่โดนด่าจนยับเยินไม่เหลือดี เรื่องนี้ทำเอาเธอช็อกสนิทเสียจนไม่กล้าเปิดดูหน้าเพจเวยป๋อของตัวเองไปเลย ทันทีที่เธอเปิดมันขึ้นมา สารพัดคำก่นด่าสาปแช่งก็จะไหลทะลักเข้ามาไม่หยุด ทั้งเกรี้ยวกราดและหยาบคายยิ่งกว่าที่ข้อความก่อนหน้าที่ได้อ่านเสียอีก 

[ไม่ได้นะคะ พี่กู้ พี่ต้องช่วยฉันด้วย ถ้าพี่ไม่ออกมาจัดการเรื่องนี้ละก็สถานการณ์จะต้องแย่ลงไปกว่านี้แน่ๆ] หลินเช่อรีบบอก 

แต่ถึงอย่างนั้น กู้จิ้งอวี่ก็ยังคงตอบด้วยท่าทีไม่อินังขังขอบว่า [มันจะแย่ไปกว่านี้ได้ยังไงกัน ฉันคิดว่านี่มันก็เข้าท่าดีออก] 

[ไร้สาระน่ะ นี่ฉันโดนด่าแรงมากเลยนะคะ] 

[อีกสองสามวันก็เลิกด่ากันไปเองนั่นแหละ] 

[ไม่มีทาง!] หลินเช่อยิ่งพูดก็ยิ่งไม่เหลือความเคารพ 

[ถ้าเป็นแบบนั้นงั้นพรุ่งนี้ฉันจะโพสต์ลงในเวยป๋อ แล้วบอกให้พวกเขาเลิกด่าเธอสักที ถ้ามีอะไรที่อยากพูดก็ขอให้มาพูดกับฉันแทน] 

เมื่อหลินเช่อได้อ่านข้อความที่ส่งมา เธอก็โกรธแทบสิ้นสติ 

[แบบนั้นพวกเขาก็จะยิ่งด่าฉันหนักกว่าเดิมอีกน่ะสิคะ] 

[ถ้าอย่างนั้นเธออยากให้ฉันทำอะไรล่ะ] 

[บอกพวกเขาว่าเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานจากกองถ่ายเดียวกัน แล้วเราก็เพิ่งรู้จักกันได้เพียงไม่กี่วัน บอกว่ามันเป็นการสร้างข่าวจากรูปถ่ายเท่านั้น และทุกอย่างที่เขียนขึ้นล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก] ทั้งหมดนี้คือความจริง 

ทว่ากู้จิ้งอวี่กลับตอบโดยที่เธอไม่ทันคาดคิดว่า [แต่ถ้าอีกหน่อยเราเกิดคบกันและมีรายงานข่าวออกมา มันไม่เท่ากับเป็นการตบหน้าเราเองหรอกเหรอ] 

“...” ฮัลโหล ใครจะไปอยากคบนายไม่ทราบ  

[แน่นอนว่าเราคงไม่ได้คบกันหรอกค่ะ ไม่ต้องห่วง พี่จะไม่ต้องตบหน้าตัวเองอย่างแน่นอน] หลินเช่อรีบบอก 

กู้จิ้งอวี่ส่งอิโมติคอนร้องไห้มาให้ทันที [พูดแบบนี้ฉันเสียใจนะ] 

[จะเสียใจก็เสียไปสิคะ ถึงยังไงพี่ก็จะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้องเพื่อฉัน!] 

[พูดจริงๆ นะ เธอจะรู้ได้ยังไงว่าในอนาคตเธอจะไม่เสียใจที่ทำตัวเย็นชากับฉันวันนี้ ใครจะรู้ว่าอยู่ๆ เธออาจจะตกหลุมรักฉันขึ้นมาแล้วก็อยากแต่งงานกับฉันเต็มแก่ก็ได้] 

[จะบ้าเหรอคะ มันไม่มีทางเป็นไปได้แน่] 

[ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น] 

หลินเช่อมองดูคำตอบของอีกฝ่ายอย่างพูดไม่ออก เธอรู้ดีว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะตั้งใจจะแกล้งเธอ เพราะฉะนั้นเขาไม่มีทางจัดการกับเรื่องนี้แน่ 

ด้วยเหตุนี้เธอจึงส่งข้อความตอบไปโดยไม่อ้อมค้อมว่า [งั้นก็ไปตายซะ อย่ามากวนใจ ฉันจะนอน] ก่อนที่จะเลิกสนใจกู้จิ้งอวี่อีกต่อไป​​​​​​​ 

ความคิดเห็น