facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 36 ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมไปว่าคุณป่วย

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมไปว่าคุณป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2563 11:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 ขอโทษทีค่ะ ฉันลืมไปว่าคุณป่วย
แบบอักษร

ในหัวของหลินเช่อโล่งไปชั่วขณะ จนได้ขึ้นมานั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อยแล้วนั่นแหละ เธอจึงเริ่มได้สติ 

เธอรู้สึกทึ่งจัดเมื่อได้เห็นอากาศยานขนาดมหึมาลำนี้จนอดถามออกไปไม่ได้ว่า “ทะ...ทำไมเราถึงต้องไปโรงพยาบาลกันแบบนี้ด้วยละคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อซึ่งนั่งอยู่ข้างตัวตอบว่า “มันอยู่ไกล ไปแบบนี้เร็วกว่า” 

หลินเช่อหันไปมองเขา “ความจริงอาการบาดเจ็บของฉันไม่ถึงขนาดที่จะต้องรีบร้อนไปตรวจขนาดนี้เลยค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อมองเธอด้วยสีหน้าสงบเย็นเป็นปกติ “แต่เธอต้องรู้สิว่าพรุ่งนี้ฉันมีงานอื่นต้องทำ ถ้าเราขับรถไปโรงพยาบาล ก็ต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงแล้วก็ขากลับอีกร่วมชั่วโมง กว่าเราจะกลับถึงบ้านก็อาจจะย่ำรุ่งเข้าไปแล้ว” 

“เอ่อ…” 

“ถ้าใช้เฮลิคอปเตอร์เราก็จะใช้เวลาแค่สิบนาทีเท่านั้นเพราะฉะนั้นเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ” 

“ก็ได้ค่ะ…” หลินเช่อมองอีกฝ่ายแล้วก็อดคิดกับตัวเองไม่ได้ นี่คงเป็นวิธีที่คนรวยเขาจัดการกับปัญหาแบบนี้สินะ เธอต้องหัดทำตัวให้ชินเข้าไว้... 

อย่างที่คาด พวกเขาร่อนลงจอดบนดาดฟ้าของโรงพยาบาลในอีกสิบนาทีถัดมา 

กู้จิ้งเจ๋อไม่ยอมให้เธอลงเดินเอง แต่ช่วยอุ้มเธอลงมา 

ชายหนุ่มอุ้มเธอเดินมาตลอดทางจนถึงห้องตรวจก่อนจะปล่อยเธอลง 

ขณะที่นายแพทย์กำลังตรวจร่างกาย หลินเช่อก็อดรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ จนกระทั่งหมอพูดขึ้นว่า “เป็นอาการเจ็บแบบไหนเหรอครับ” 

“มันแค่...เจ็บนิดๆ น่ะค่ะ” เธอหลับหูหลับตาตอบออกไป ไม่กล้าสบตากู้จิ้งเจ๋อที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ไม่อยากจะสบตาเขา 

คนเป็นหมอตรวจดูแผลแล้วบอกว่า “คุณนายกู้ครับ แผลไม่ได้อักเสบแล้วก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไรเลยด้วย บางทีอาการเจ็บนี่อาจจะเป็นเรื่องทางใจก็ได้นะครับ กรุณาอย่าเครียดมากเกินไป ลองหันไปคิดถึงเรื่องอื่น บางทีอาจจะช่วยไม่ให้เจ็บได้” 

คนเป็นหมอเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะพยายามวินิจฉัยโรคให้ได้ 

หลินเช่อรีบพยักหน้าโดยเร็ว “เพราะแบบนี้ถึงได้เจ็บสินะคะ” 

ขณะที่กู้จิ้งเจ๋อยืนมองอยู่ข้างๆ หลินเช่อก็รีบฉีกยิ้มอ่อนหวาน สายตาคมเข้มล้ำลึกของเขากวาดมองอย่างมีความหมาย ก่อนจะมาหยุดจ้องอยู่ที่เธอ 

ก่อนจะพูดกับหมอว่า “เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยจริงๆ เราจะพักที่นี่สักคืนก็แล้วกัน” 

หลินเช่อไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยอมตกลง 

ห้องนั้นยังเป็นห้องพักสุดพิเศษอย่างเมื่อครั้งก่อน กู้จิ้งเจ๋อจัดการเรื่องห้องเอาไว้เรียบร้อยตั้งแต่ก้าวเข้าโรงพยาบาล และก็อย่างที่เขาคาดเอาไว้ไม่ผิด กว่าเธอและเขาจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาถึงที่นี่และผ่านกระบวนการต่างๆ จนหมดสิ้น เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบจะถึงรุ่งสางแล้ว 

หลินเช่อนั่งนิ่งด้วยความรู้สึกผิด เธอมองริมฝีปากที่เม้มสนิทเป็นเส้นตรงของกู้จิ้งเจ๋อ เส้นแนวคางของเขาที่กำลังขบฟันแน่น เขาดูเย็นชาและยากที่จะเข้าถึง 

หัวใจหลินเช่อเต้นรัวแรงอย่างไม่อาจห้ามได้ 

เมื่อเธอเห็นเขาหมุนตัวมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา หญิงสาวก็รีบยิ้มประจบ “วันนี้เหนื่อยแย่เลยนะคะ รีบเข้านอนเถอะค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อทำตาเขียวใส่ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง 

หลินเช่อรีบพูดต่อ “กู้จิ้งเจ๋อคะ มานี่หน่อยสิคะ ฉันมีเรื่องอยากพูดกับคุณ” 

แต่อีกฝ่ายพ่นลมฟึดฟัดและไม่ยอมขยับตัว 

หลินเช่อแข็งใจปีนลงจากเตียง 

แต่เมื่อก้าวลงมาจนเท้าสัมผัสพื้น แผลที่ต้นขาก็ถูกรั้งจนเริ่มเจ็บแปลบ 

เธอร้องแล้วยกมือขึ้นกุมขาทันควัน เกือบจะล้มคว่ำลง 

ตาของกู้จิ้งเจ๋อเปลี่ยนสีทันที เขาโยนทุกอย่างในมือทิ้งแล้วรีบเดินเข้ามาหาเธอ เอื้อมมือสอดเข้าไปใต้รักแร้แล้วอุ้มเธอขึ้นมา 

“หลินเช่อ เธอจะขยับตัวโดยไม่จำเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ” เขาพูดโกรธๆ อารามตกใจในการกระทำของเธอจนหัวใจเขาแทบจะทะลุออกมาจากอก 

หลินเช่อเจ็บจริงๆ คิ้วเธอขมวดแน่น และเมื่อแสงไฟสาดกระทบหน้า เขาก็ได้เห็นดวงหน้าเล็กๆ นั้นเหยเกด้วยความเจ็บปวด 

กู้จิ้งเจ๋อขยับตัวเธอให้เข้าที่ในอ้อมแขน เมื่อเขาหันศีรษะไป ริมฝีปากของเขาก็ปัดไปโดยใบหูเล็กๆ ของหลินเช่อ 

ใบหูนุ่มนิ่มที่มีเส้นขนอ่อนบาง เส้นขนน้อยๆ ยามส่องล้อกับแสงไฟทำให้ดูน่ารักเป็นที่สุด 

ภาพที่เป็นสร้างความปั่นป่วนให้กระบวนการคิดของชายหนุ่ม เขานิ่วหน้าและนึกอยากจะปล่อยคนป่วยในอ้อมแขนทิ้งทันควัน 

แต่ในขณะที่เขาคิดจะปล่อยเธอลงนั่นเอง หลินเช่อก็ดึงแขนเขาด้วยมือทั้งสองข้าง “กู้จิ้งเจ๋อคะ เลิกโกรธเถอะน้า” เธอพูดเบาๆ นุ่มๆ มองดูเขาด้วยสายตาแจ๋วแหวว สีหน้าประจบประแจงนั้นปลุกเร้าความรู้สึกอยากจะปกป้องในตัวของชายหนุ่มให้คุโชน 

แต่สายตาของเขาก็ยังคงอ้อยอิ่งอยู่ที่ใบหูของเธออยู่นั่นเอง เขามองดูใบหูน้อยๆ กลมๆ และเรียบเนียนนั่น แล้วอยู่ๆ เขาก็เกิดแรงปรารถนาที่จะดูดมันด้วยเหตุผลอันน่าประหลาด 

หรือว่าอาการป่วยของเขาจะเริ่มพัฒนาไปในทางตรงกันข้ามเสียแล้ว 

ทำไมเขาถึงร้อนรุ่มไปทั่วร่างจากการแค่ได้เห็นใบหูเล็กๆ นี่ 

เขารู้สึกได้ว่ามือของเธอยังคงเกาะแขนเขาอยู่ ทุกจุดที่เธอสัมผัสลงไปล้วนผ่าวร้อน ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนมากมายเสียจนอยากจะโยนร่างในอ้อมแขนทิ้งไป 

“ปล่อยฉัน หลินเช่อ” สีหน้าเขาเริ่มบึ้งตึงหนักขึ้น หลินเช่อยิ่งนึกกลัวเมื่อได้เห็น 

“อย่าโกรธเลยน้า กู้จิ้งเจ๋อ... สามีขา อย่าโกรธนะ อย่าโกรธเลย เวลาคู่สามีภรรยาเขาทะเลาะกัน สุดท้ายแล้วก็ควรจะคืนดีกันไม่เหรอคะ อย่าโกรธอีกเลยนะคะ” หลินเช่อทุ่มเทจริตทั้งหมดที่เธอมีเพื่องอนง้อผู้ชายในแข็งเหมือนหินคนนี้ 

แต่สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อกลับไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย ใบหน้าบึ้งตึงในตอนแรกของเขา บัดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นแดงก่ำจนดูราวกับว่าเขากำลังโกรธจัดและนั่นทำให้หลินเช่อกลัวมากเสียจนเสียเธอเริ่มอ่อยลง “สามีคะ...สามี อย่าโกรธนะคะ ดูสิว่าฉันน่าสงสารขนาดไหน จะลงจากเตียงเองยังไม่ได้เลย...” 

เธอกอดแขนเขาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เหมือนเด็กน้อย ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างน่าสงสารและเขย่าแขนเขาไปมา 

กู้จิ้งเจ๋อได้ยินเสียงที่เริ่มจะอ่อนลงทุกขณะของเธอ ชายหนุ่มก้มลงมองในอ้อมแขนและพบว่าเธอกำลังตัวสั่น เธอเขาคว้ามือเธอแล้วผลักเธอลงไปบนเตียงตอนนี้ เธอก็จะล้มลงไปอยู่ใต้ร่างเขา 

เขาพยายามต่อสู้กับแรงกระตุ้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างเต็มที่ แต่ยัยผู้หญิงงี่เง่าคนนี้นี่สิ... เธอจะช่วยอยู่นิ่งๆ ไม่ขยุกขยิกไปมาจะได้มั้ย ยิ่งเธอขยับตัว ก็ยิ่งทำให้เขาเวียนหัว 

“หลินเช่อ ฉันบอกว่าให้ปล่อยฉัน! เข้าใจรึเปล่า” 

ด้วยความรู้สึกมืดมนเต็มที่ ทำให้ชายหนุ่มตะโกนออกไปอย่างโกรธจัด 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นมอง นี่เขาโกรธจริงๆ แล้วละสิตอนนี้ 

เธอรีบปล่อยมือทันที แต่ก็ทำให้เธอเสียหลักและหงายหลังหล่นลงไป 

กู้จิ้งเจ๋อเมื่อเห็นดังนั้น ก็รีบเหยียดแขนออกไปคว้าเอวเธอเอาไว้ 

แต่แล้วเขาก็ถูกแรงเหวี่ยงจากน้ำหนักของเธอดึงลงไปด้วย และล้มคว่ำลงบนตัวหลินเช่อพอดี 

ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง เธอรู้สึกได้ถึงริมฝีปากนุ่มๆ ของเขากดลงมาอย่างหนักหน่วงบนปากเธอ 

ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูจะใหญ่ขึ้นจนมองเห็นได้เต็มตา ใบหน้าเขาแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย 

หลินเช่อรู้สึกเจ็บที่หน้าอก 

เธอก้มลงมองแล้วก็ได้เห็นว่ามันเบียดแนบอยู่กับอกเขา 

แล้วถึงตาเธอที่ฝ่ายแดงก่ำไปทั้งหน้า 

กู้จิ้งเจ๋อรู้สึกได้ชัดเจนถึงหน้าอกของเธอที่แนบสนิทอยู่กับอกเขา 

เขามองหน้าหลินเช่อแล้วรีบพลิกตัวออกด้านข้าง ขยับหนีห่างออกมาทันควัน การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วปานสายฟ้า 

หัวใจของหลินเช่อเต้นโครมครามไม่หยุดจากความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้า 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะรู้สึกอยากจูบเขาขึ้นมา นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไงนะ 

ปากเธอเกือบจะขยับเข้าไปหาเขาอยู่รอมร่อ 

หรือว่านี่จะเป็นเพราะเธอใช้เวลาอยู่กับเขามานานเสียจนไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดจากรูปโฉมของเขาได้กันนะ 

จริงอยู่ละว่ากู้จิ้งเจ๋อนั้นทั้งหล่อลากและเร้าใจ แม้แต่ท่าที่เขาล้มเมื่อกี้ยังดูดีเป็นบ้า ริมฝีปากของเขาก็ดูเย้ายวนเป็นที่สุด แต่...หัวใจของเขาเป็นของคนอื่น 

หลินเช่อนั้นไม่ใช่เป็นคนประเภทที่จะพยายามแย่งคนรักของใคร 

อีกอย่าง สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อก่อนหน้านี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีท่าทีรังเกียจ 

เธอยกมือขึ้นปิดปากและเริ่มนึกขึ้นได้ว่าร่างกายเขามีอาการต่อต้านผู้หญิงนี่นา 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงพยายามจะผลักไสเธอออกไป 

หลินเช่อรีบเงยหน้าขึ้น “โอ ไม่นะคะ กู้จิ้งเจ๋อ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ฉันลืมไปสนิทเลยว่าคุณป่วย เพราะแบบนี้ฉันถึงได้เอาแต่ดึงคุณไว้แล้วก็ไม่ยอมปล่อยคุณ” 

สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อสลดลง ใบหน้าคมสันนั้นเงยขึ้นเมื่อเอ่ยว่า “แค่นานๆ โดนตัวทีก็ไม่เป็นไรหรอก” 

“จริงเหรอคะ” 

“อืม ก็แค่...” เขามองหน้าอกเธอ ไม่อาจห้ามใจได้ เขาแอบมองมันอีกแล้ว 

เธอสังเกตเห็นได้ในทันที เธอจับการเคลื่อนไหวของสายตาเขา มองตาม และก้มลงดูว่าเขากำลังมองมาที่อะไร 

หน้าของกู้จิ้งเจ๋อแดงขึ้นเล็กน้อย เขาเบือนหนีเพื่อซ่อนสีหน้า ก่อนจะพูดขึ้นหน้าตาเฉยว่า “หน้าอกเธอก็ดูไม่เลวเหมือนกันนี่ นุ่มนิ่มดี คงจะไม่ใช่ของปลอมละสิ” เขาตั้งใจพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด 

“...” นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน​​​​​​​ 

ความคิดเห็น