facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 34 เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าคุณจะไม่โกรธน่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าคุณจะไม่โกรธน่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ค. 2563 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าคุณจะไม่โกรธน่ะ
แบบอักษร

อวี๋หมินหมิ่นบอกว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าสถานการณ์เป็นไปในรูปนี้ละก็ ทางบริษัทจะช่วยหาวิธีรับมือให้เธอเอง แต่เธอก็ต้องระวังตัวมากกว่านี้นะ ช่วงนี้อย่าออกไปไหนมาไหนให้มากนัก” 

หลินเช่อถอนหายใจแล้วตอบว่า “ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ดีแล้วเชียว แต่ดันมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น…” 

อวี๋หมินหมิ่นยิ้ม “ได้ตกเป็นข่าวกับกู้จิ้งอวี่น่ะ...คนอื่นเขาอยากเป็นกันจะแย่แต่ไม่มีโอกาสนะจ๊ะ ตอนนี้เธอกลายเป็นข่าวพาดหัวแล้ว ได้กลายเป็นดาราดังทั้งที่งานยังไม่ได้ออกฉายด้วยซ้ำ ไม่ดีหรือยังไง” 

“พี่อวี๋คะ ที่พี่พูดแบบนี้ก็เพราะพี่ยังไม่เห็นที่คนรุมเขาด่าฉันนี่คะ” หญิงสาวกดคอมเมนต์ในเพจส่งให้ดู ทันทีที่ได้เห็นรูปเซลฟี่ของเธอ แต่ละคนก็ใส่กันอย่างไม่ปรานีทีเดียว ต่างพากันรุมโจมตีว่าเธอทั้งน่าเกลียดและน่าสยดสยอง พวกเขาบอกว่า แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอกระหน่ำทำศัลยกรรมมาทั้งหน้า แถมยังไม่มีอะไรคู่ควรกับกู้จิ้งอวี่แม้แต่น้อย 

หลินเช่อโกรธเสียแทบจะกระอัก 

อวี๋หมินหมิ่นปลอบว่า “บางทีนี่อาจจะเป็นข่าวที่ทีมผู้สร้างซีรีส์เป็นคนปล่อยออกมาก็ได้ ตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ ก็จะเริ่มมีการโปรโมทเป็นระลอกเพื่อสร้างความสนใจให้คนดู บางทีนี่อาจจะเป็นข่าวที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นกระแสก็ได้ มีความเป็นไปได้มากทีเดียวว่าจะเป็นแบบนั้น” 

หลินเช่อตกใจไม่น้อย ก่อนจะถามด้วยความฉุนเฉียวเต็มทีว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วนี่ ใจคอพวกเขาจะไม่บอกฉันให้รู้ตัวก่อนบ้างเลยเหรอคะ” 

อวี๋หมินหมิ่นตอบ “แน่ละพวกเขาจะต้องไม่บอกเธอ ต่อให้เธอเข้าไปถามตรงๆ พวกเขาก็ไม่ยอมรับอยู่ดี ความสัมพันธ์ระหว่างทีมงานผู้สร้างกับบริษัทของเราเป็นไปแบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ พวกเขาจะมาเสียเวลาเจรจากับเธอในเรื่องสุ่มเสี่ยงทางศีลธรรมแบบนี้ทำไมกัน ถ้าพวกเขาบอกแล้วเธอปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือล่ะ ทีนี้พวกเขาจะทำยังไง จริงมั้ย เอาละเอาไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เธอกลับไปพักผ่อนเถอะ ถ้าเธอไม่ออกมาเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกก็คงไม่เป็นอะไรหรอก” 

เมื่อได้ยินเช่นหนัง หลินเช่อก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนอกจากตอบตกลง หญิงสาวพยายามทำใจไปตลอดทางกลับบ้าน เล่นไปตามน้ำ แล้วก็รอบริษัทช่วยจัดการให้ก็แล้วกัน 

เมื่อกลับถึงบ้าน หลินเช่อเหนื่อยมากจนไม่อยากจะขยับตัวไปไหนทั้งสิ้นหลังจากที่ได้ทิ้งตัวลงบนเตียง เพราะหยุดงานไปหลายวัน ร่างกายจึงยังไม่ชินกับการทำอะไรหนักๆ แบบนี้ 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อกลับมาถึงบ้าน เขาก็เห็นเธอนอนแผ่หราอยู่บนเตียงเมื่อก้าวเข้าห้องนอนมา 

“หลินเช่อ วันนี้เธอแอบหนีออกไปถ่ายซีรีส์ทำไม แผลเธอยังไม่หายดีไม่ใช่เหรอ” 

กู้จิ้งเจ๋อได้รับรายงานจากพ่อบ้านหูทันทีที่ถึงบ้าน รวมถึงเรื่องที่คุณผู้หญิงยืนกรานที่จะออกไปทำงานให้ได้ ตัวเขาไม่มีทางเลือก จึงส่งคนแอบตามไปคอยจับตาดูเผื่อว่าจะมีเหตุอะไรขึ้น ถึงอย่างไรก็เขาก็เป็นแค่คนรับใช้และไม่อาจห้ามปรามผู้เป็นเจ้านายได้ 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้จิ้งเจ๋อก็ตรงดิ่งมาที่ห้องเมื่อตามหาหลินเช่อทันที เพียงเพื่อที่จะได้พบอีกฝ่ายนอนกางแขนขาตามสบายอย่างไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น ที่ด้านข้าง ชุดชั้นในของเธอโผล่พ้นออกมาให้เห็น มันเป็นลายดอกไม้ขลิบริมด้วยลูกไม้อ่อนหวาน 

กู้จิ้งเจ๋อกลืนน้ำลาย เขามองเธอแล้วก็ขมวดคิ้ว “นอนให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไงนะ” 

หลินเช่อตอบกลับไปอย่างเกียจคร้านเต็มแก่ “นี่ฉันยังจะต้องระวังอะไรอีกเหรอคะ ถ้าขนาดอยู่บ้านยังต้องคอยระวังภาพลักษณ์อีกละก็ ชีวิตคงเหนื่อยแย่” 

กู้จิ้งเจ๋อกวาดตาดูรอบห้อง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าห่มมาวางโปะลงบนตัวอีกฝ่าย ช่วยปิดกลุ่มผิวเนื้อที่เปิดเผยของเธอเอาไว้ไม่ให้ต้องมองเห็น 

หลินเช่อทำตัวขยุกขยิก “นี่คุณทำอะไรน่ะ ร้อนจะตาย” 

กู้จิ้งเจ๋อเบือนหน้าหนี “ถ้าอยากจะยั่วฉัน อย่างน้อยก็เปลี่ยนไปใส่ชุดชั้นในที่มันดูเข้าท่ากว่านี้สิ” 

หลินเช่อนิ่งงัน ก่อนจะก้มลงดูตัวเอง เธออยู่ในชุดกางเกงขาสั้นหลวมๆ ข้างใต้นั้นคือกางเกงในที่ 

โผล่ออกมาให้เห็นเกือบจะทั้งตัว 

หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อย รีบดึงกางเกงขึ้นโดยเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเถียงกลับไปว่า “อะไร 

กันล่ะ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างนั้นแหละ” 

กู้จิ้งเจ๋อยิ้ม เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วมองดูใบหน้าเล็กๆ ขาวสะอาดของเธอ ผิวขาวใสนั้นแดงระเรื่อ “เธอหมายความว่า ถ้าฉันเคยเห็นแล้ว ฉันจะอยากเห็นอีกเมื่อไหร่ก็ได้ที่ฉันต้องการอย่างนั้นใช่มั้ย” 

“นั่น นั่น ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย” หลินเช่อตะกุกตะกักแล้วรีบถอยหนี 

กู้จิ้งเจ๋อยิ้มกว้างยิ่งกว่าเก่า เมื่อได้เห็นเธอเป็นแบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองเธออีกครั้ง ชายหนุ่มกลับออกไปนอกเมื่อเห็นพ่อบ้านกำลังยืนอยู่ข้างประตูเหมือนมีบางอย่างจะแจ้งแก่เขา 

ที่นอกห้อง ฉินเฮ่ายืนรอเขาอยู่ที่ประตูห้องทำงาน 

กู้จิ้งเจ๋อเดินเข้าไปหาแล้วถามว่า “มีอะไรรึ” 

ฉินเฮ่าทำสีหน้าปั้นยาก เขาเดินเข้ามาหาด้วยท่าทีไม่แน่ใจนักพลางมองใบหน้าสงบเรียบเฉยของผู้เป็นเจ้านายอย่างระแวดระวัง “นายท่านครับ คุณผู้หญิงเข้าไปเกี่ยวข้องกับข่าวซุบซิบเข้าน่ะครับ” 

สายตาของกู้จิ้งเจ๋อสั่นไหวเล็กน้อย เขาหันไปถามว่า “ข่าวอะไร” 

เขารับหนังสือพิมพ์มาอ่าน 

ในบทความนั้นเป็นเรื่องรักลับๆ ของกู้จิ้งอวี่ พรรณนาถึงเรื่องราวความรักอันดูดดื่มน่าประทับใจระหว่างเขาและหลินเช่อ นักแสดงหน้าใหม่ที่เล่นซีรีส์เรื่องเดียวกัน 

ปกติแล้วกู้จิ้งเจ๋อไม่ใช่คนสนใจข่าวบันเทิง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อ่านข่าวประเภทนี้ 

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นข่าวระหว่างกู้จิ้งอวี่กับภรรยาของเขา... 

ฉินเฮ่าว่า “นายน้อยสามกับคุณผู้หญิงถ่ายซีรีส์โทรทัศน์เรื่องที่ตระกูลกู้เป็นผู้ลงทุนด้วยกันน่ะครับ นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขารู้จักกันก็ได้” 

กู้จิ้งเจ๋อก้มหน้าแล้วบอกว่า “วางหนังสือพิมพ์ไว้ตรงนั้นแหละ ออกไปได้แล้ว” 

ฉินเฮ่ารีบลนลานถอยหลังแล้วออกจากห้องไปทันที 

หลังจากนอนพักเต็มที่ หลินเช่อก็ย้ายทำเลมานอนขดอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นพลางเปิดโทรทัศน์ดู 

ระหว่างที่เล่นเปลี่ยนช่องอยู่นั้นเอง เธอก็บังเอิญได้เห็นข่าวของตัวเองกับกู้จิ้งอวี่ 

ในข่าวระบุว่า กู้จิ้งอวี่ได้รับความสนใจอย่างมากสำหรับการถ่ายทำซีรีส์แฟนตาซีทางโทรทัศน์เรื่องนี้ แต่ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน เขาและมู่เฝ่ยหรานดารานำของเรื่องดูจะไม่มีเรื่องกุ๊กกิ๊กโรแมนติกกันแต่อย่างใด กลับกลายเป็นนักแสดงสาวหน้าใหม่ที่ตกเป็นข่าวลือกับเขาแทน 

อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ยังไม่ได้มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากบริษัทตัวแทนของกู้จิ้งอวี่ ข่าวลือนี้จึงยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเชื่อถือได้หรือไม่ในตอนนี้ 

หลินเช่อนวดขมับ นี่หมายความว่ายังไงกัน หมายความว่าเขาจะถูกลดสถานะลงมาถ้าต้องมาตกเป็นข่าวกับเธองั้นเหรอ 

เธอกดปุ่มเปลี่ยนช่องทันทีอย่างหัวเสีย แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเคร่งขรึมดังขึ้นจากด้านหลัง 

“ทำไมถึงรีบเปลี่ยนช่องหนีพอเห็นฉันเข้ามาล่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อยืนอยู่ด้านหลังเธอ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย 

หลินเช่อละล่ำละลัก “อา...คุณเห็นแล้วเหรอคะ” 

สีหน้าของเขาเคร่งเครียดเมื่อหันมามองหลินเช่ออย่างมีความหมาย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งด้วยท่าทีตามสบาย เขากางหนังสือพิมพ์ออกแล้วกวาดสายตาไปบนนั้น “ใช่ ฉันเห็นแล้ว เธอมีอะไรจะพูดหรือเปล่า” 

หลินเช่อรีบอธิบายอย่างร้อนใจ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้นะคะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่านักข่าวคนไหนกุเรื่องไร้สาระแบบนี้ขึ้นมา ถ้าคุณลองคิดดูดีๆ คุณก็รู้นี่คะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ฉันเพิ่งรู้จักกู้จิ้งอวี่ได้แค่ไม่นาน เราสองคนไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย” 

กู้จิ้งเจ๋อหันมามองอีกฝ่าย “เป็นข่าวลืออย่างนั้นเหรอ” 

สายตาของเขาลึกล้ำเกินจะหยั่งถึง หญิงสาวก็รีบพยักหน้าโดยเร็ว ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกได้ว่ากู้จิ้งเจ๋อไม่พอใจกับเรื่องนี้นัก ถ้าไม่นับเรื่องอื่นแล้ว การที่เธอต้องมาตกเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับกู้จิ้งอวี่ น้องชายเขา...ถ้าเขาจะพอใจก็แปลกแล้วล่ะ 

“ขอโทษด้วยนะคะ กู้จิ้งเจ๋อ ฉันไม่ได้เจตนาที่จะให้เป็นแบบนี้ ฉันรู้ว่าเราแต่งงานกันแล้ว ต่อให้เป็นแค่การแต่งงานปลอมๆ ก็เถอะ เราตกลงกันแล้วว่าเราจะต้องรับผิดชอบอีกฝ่าย คงจะแน่ใจได้ยากที่จะไม่ให้ครอบครัวของคุณคิดมากเมื่อได้เห็นข่าวนี้ ฉันเกรงว่าคุณต้องไปช่วยอธิบายแล้วละค่ะ ว่ามันเป็นแค่ข่าวลือที่ทีมงานปล่อยออกมา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสองคนเลย... เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกลายเป็นเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง…” 

สีหน้าของกู้จิ้งเจ๋อยิ่งยากจะคาดเดาหนักขึ้นไปอีก 

สายตาที่ยากจะอ่านความนัยของเขาที่ทำให้สีหน้าทั้งหมดปราศจากซึ่งความรู้สึก ดูราวกับกำลังเก็บกักทุกอย่างอัดแน่นเอาไว้ภายใน 

ทันทีที่เห็นสีหน้านั้น หลินเช่อก็รีบพูดต่อไป “ก็ได้ค่ะ ตกลง ฉันจะไปอธิบายเองก็ได้ ฉันเป็นคนก่อเรื่องเพราะฉะนั้นฉันจะรับผิดชอบอธิบายให้ครอบครัวของคุณฟังเอง ฉันจะไม่ทำให้คุณต้องลำบากหรอก แต่ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เหมือนกัน คราวหน้าฉันจะระวังให้มากกว่านี้ จะพยายามไม่สร้างปัญหาค่ะ ตอนนี้บริษัทของฉันกำลังจัดการกับเรื่องนี้อยู่ แล้วฉันก็เชื่อว่าทางกู้จิ้งอวี่เองก็ไม่พอใจกับข่าวนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทางโน้นน่าจะหาทางจัดการกับเรื่องนี้อย่างสุดความสามารถแน่นอนค่ะ คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ เดี๋ยวคนก็คงจะเลิกพูดถึงกันไปเอง” 

“อืม ฉันไม่ได้โกรธ วงการบันเทิงมันก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ” กู้จิ้งเจ๋อลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาหันมามองเธอด้วยสายตาคมปลาบ เยียบเย็นราวน้ำแข็ง ที่ทิ่มแทงเธออย่างโหดร้าย ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก 

เมื่อกี้เขาบอกว่าเขาไม่โกรธไม่ใช่เหรอ… 

หลินเช่อนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนสับสนวุ่นวายใจอย่างไม่อาจหาทางแก้ไขได้ 

ความคิดเห็น