facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 32 จริงๆ นะ เธอนี่ทำแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 จริงๆ นะ เธอนี่ทำแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2563 14:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 จริงๆ นะ เธอนี่ทำแต่เรื่องไร้สาระทั้งนั้น
แบบอักษร

หลินเช่อรีบบอก “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่แผลเล็กๆ เท่านั้นเอง” 

กู้จิ้งเจ๋อหน้าบึ้ง “เธอเกือบจะตายนะ นั่นไม่ใช่แผลเล็กๆ” 

หลินเช่อยังคงไม่ใส่ใจ “ฉันเกือบตายเพราะว่ามันไปตัดโดนเส้นเลือดใหญ่ยังไงละคะ มันก็แค่เฉียดตายตอนช่วงนั้นนั่นแหละ ตอนนี้ก็ทำแผลแล้ว ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีแล้วนี่คะ ไม่ได้บาดเจ็บโดนอวัยวะสำคัญอะไรตรงต้นขาสักหน่อย” 

กู้จิ้งเจ๋อจ้องหน้าเธออยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์นักว่า “อยากทำอะไรก็ตามใจแล้วกัน ยังไงมันก็ร่างกายเธอนี่” 

เมื่อพูดจบ เขาก็หมุนตัวและเดินออกจากห้องไป 

หลินเช่อกะพริบตา เชื่อว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไรผิด เธอจึงทอดตัวลงนอนดูโทรทัศน์ต่อด้วยความสบายใจ 

วันต่อมา หลินเช่อก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาอยู่ที่บ้าน 

หญิงสาวนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ซึ่งเธอคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่เธอมีโอกาสได้นั่งบนอุปกรณ์ชนิดนี้ ที่จริงกู้จิ้งเจ๋อจะต้องเป็นคนอุ้มเธอขึ้นรถ แต่หญิงสาวกลับร้องห้ามเป็นพัลวันเมื่อเขาตั้งท่าจะลงมือ “เฮ้ อย่าเพิ่งขยับค่ะ อย่าเพิ่ง ขอฉันถ่ายรูปก่อน” 

ขณะที่พูด เธอก็ยกมือยกไม้จัดท่าทางให้เหมาะและถ่ายรูปรถวีลแชร์ของตัวเองในชุดคนไข้ 

กู้จิ้งเจ๋อยืนงงอยู่ตรงหน้า “จะถ่ายรูปทำไม” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วส่ายหัว “คุณไม่เข้าใจ ในเมื่อฉันเข้าโรงพยาบาลอย่างนี้ ฉันก็ต้องทำตัวให้น่าสงสารเพื่อเรียกร้องความเห็นใจสักหน่อยสิคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อก็ยังอดคิดไม่ได้อยู่ดีว่ามันช่างแปลกเสียจริง ใครจะมาเห็นอกเห็นใจอะไรด้วยเรื่องแบบนี้ 

หลินเช่อยังคงถ่ายรูปต่อ แต่คราวนี้เธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ามีบางอย่างที่ยังไม่ถูกต้อง หลังจากนิ่งคิดไปชั่วครู่ เธอก็ขอให้พ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้างหน้าช่วยขยับหลบไป 

“รถของคุณน่ะเป็นพร็อพชั้นยอดเลย ทำไมฉันถึงไม่ใช้มันนะ” 

นัยน์ตาของกู้จิ้งเจ๋อเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาเฝ้ามองเธอเปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ ด้วยความประหลาดใจ เธอถ่ายรูปวีลแชร์ของตัวเองซึ่งมีรถปอร์เช่ของเขาเป็นฉากหลัง โดยใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์พลางอธิบายว่า “ถ้าฉันถ่ายรูปแบบนี้ มันจะได้ดูเหมือนไม่จงใจที่จะอวดเกินไปนัก แต่ยังไงคนดูรูปก็ยังเห็นได้อยู่ดีไงล่ะคะ เฮ้ กู้จิ้งเจ๋อ คุณอาจจะไม่เข้าใจ นี่อาจจะเหมือนว่าฉันพยายามจะเรียกคะแนนสงสาร แต่ความจริงฉันกำลังอวดให้ทุกคนเห็นว่าฉันมีรถปอร์เช่ต่างหาก คุณเข้าใจรึเปล่า” 

กู้จิ้งเจ๋อยืนใบ้พูดอะไรไม่ออกขณะที่เฝ้ามองผู้หญิงไร้สาระตรงหน้า 

เธอใส่ฟิลเตอร์ให้กับรูปที่ถ่ายเสร็จแล้ว ทำให้รูปนั้นยิ่งดูชัดเจนขึ้นไปอีกราวกับถ่ายด้วยฟิล์ม จากนั้นเจ้าตัวก็รีบโพสต์ลงในเวยป๋อ ท่าทางกระดี๊กระด๊าอย่างที่สุด 

เขาแอบเห็นเธอพิมพ์ลงไปในเวยป๋อว่า ‘ได้กลับบ้านซะที สองสามวันที่ต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นอะไรที่ทรมานมากจริงๆ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ช่วยเหลือเป็นอย่างดีนะคะ’ 

ตามด้วยรูปของเธอที่กำลังนั่งอยู่บนวีลแชร์และมีรถปอร์เช่เด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหลัง 

กู้จิ้งเจ๋อส่ายหน้า นี่เจ้าหล่อนไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ทำแล้วหรือยังไง... 

“แล้วเธอโพสต์อะไรแบบนี้ไปทำไม” เขาถาม 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้น “ก็จะได้อวดคนในเวยป๋อน่ะสิคะ อ๋า ฉันแชร์ลงในโมเมนต์ของวีแชทด้วยดีกว่า” 

หลังจากแชร์ภาพดังกล่าวกับเพื่อนเสร็จสรรพแล้วนั่นแหละ เธอถึงยอมให้กู้จิ้งเจ๋ออุ้มขึ้นรถได้ 

หญิงสาวยังคงก้มหน้าก้มตาดูเวยป๋อและโมเมนต์ในวีแชทไม่เลิกแม้ว่ารถจะเริ่มสตาร์ตเครื่องแล้ว 

ไม่ช้าก็เริ่มมีคอมเมนต์เด้งขึ้นมาในโมเมนต์ที่เธอโพสต์เอาไว้ 

[ทำไมถึงนั่งรถเข็นละคะ บาดเจ็บระหว่างการถ่ายทำเหรอคะ] 

[น่าสงสารจัง หายไวๆ นะคะ] 

หลินเช่อบอกกับกู้จิ้งเจ๋อว่า “คนพวกนี้โง่จริงเลย ทำไมถึงมองไม่เห็นรถฉันนะ มัวแต่มองคนอยู่ได้ โอ๊ะ มีคนเห็นแล้ว” 

มีคอมเมนต์หนึ่งโผล่ขึ้นมาด้านล่างว่า [อ๋า นี่มีเสี่ยเลี้ยงรึไงเนี่ย นั่นปอร์เช่ไม่ใช่เหรอ] 

หลินเช่อหัวเราะเสียงดังลั่น รู้สึกภาคภูมิสุดขีด “คุณเป็นมั้ยล่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อหน้าเครียด 

หลินเช่อพูดขึ้นอย่างเพิ่งนึกได้ว่า “ไอ้หยา คุณว่าหลังจากพวกเขาได้เห็นฉันอวดรถแบบนี้ พวกเขาจะคิดว่าฉันเป็นแฟนเก็บเสี่ยแก่ๆ ที่ไหนรึเปล่าคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อยิ่งหน้าเครียดหนักขึ้นไปอีก 

เขายังไม่แก่ขนาดนั้น 

หญิงสาวยกมือขึ้นแตะคางแล้วบ่นงึมงำอยู่พักใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นว่า “แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวของฉันจะไม่เห็นนี่นา ถึงยังไงหลินลี่ก็อยู่ในรายชื่อเพื่อนของฉัน” 

แน่นอนทีเดียว ไม่ช้าหลินลี่ก็มาทิ้งคอมเมนต์เอาไว้ว่า 

[นั่นปอร์เช่ไม่ใช่เรอะ หลินเช่อ นี่เธอไปทำอะไรมา] 

หลินเช่อพ่นลมพรืดแล้วทำเฉยใส่ เธอเชิดหน้าพูดอย่างภูมิใจเป็นที่สุดว่า “ไม่รู้ว่าเธอจะรู้รึเปล่านะคะว่านี่เป็นปอร์เช่ราคาสิบกว่าล้าน ถ้าเทียบกับบีเอ็มถูกๆ ของเธอแล้วละก็ มันต่างกันเหมือนฟ้ากับเหวเลยทีเดียว” 

หลินเช่อกลับไปไถดูในเวยป๋ออีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครมาคอมเมนต์อะไรเพิ่มอีก 

กู้จิ้งเจ๋อถามขึ้น “นี่เธอชอบทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ” 

หลินเช่อตอบ “แน่นอนสิคะ เมื่อก่อนน่ะฉันได้แค่คอยมองคนอื่นโพสต์กัน แต่ตอนนี้ฉันสามารถทำแบบเดียวกันได้แล้ว” 

กู้จิ้งเจ๋อยังคงแคลงใจ “ทำไมเธอถึงไม่เคยทำล่ะ เท่าที่ฉันรู้ ตระกูลหลินเองก็ไม่ได้ยากจนอะไรสักหน่อย เธอน่าจะมีโอกาสได้มีข้าวของเครื่องใช้ดีๆ กับเขาเหมือนกันนี่” 

หลินเช่อตอบ “มันไม่ใช่ของฉันน่ะสิคะ พ่อฉันน่ะเกลียดฉันจะตาย เมื่อก่อนน่ะท่านจะส่งหลินลี่ไปโรงเรียนด้วยรถเบนซ์คันโตตลอด ส่วนฉันต้องซ้อนรถสกู๊ตเตอร์ของแม่บ้านไป” 

กู้จิ้งเจ๋อนิ่วหน้าและหันไปมองอีกฝ่ายที่ยังจดจ่ออยู่กับการไถดูเวยป๋อไม่หยุด 

“มีคนเข้ามาดูเยอะงั้นรึ” เขาถาม 

หลินเช่อส่ายหน้า “ไม่หรอกค่ะ ฉันอาจจะเป็นนักแสดงก็จริง แต่ฉันไม่ได้โด่งดังอะไร มีแฟนๆ ติดตามอยู่แค่สองพันคนเท่านั้นเอง แต่รอสักวันหนึ่งเถอะ ฉันจะต้องมีคนคนติดตามเป็นล้านคน สองล้านคน หรือสิบล้านคนให้ได้ ฉันอยากได้คอมเมนต์ทีละเป็นหมื่นๆ เวลาฉันโพสต์อะไรลงในเวยป๋อเหมือนมู่เฝ่ยหรานบ้าง” 

เมื่อได้เห็นเธอพูดด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่ กู้จิ้งเจ๋อก็ได้แต่ส่ายหน้า “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ฉันก็จะขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเธอล่วงหน้าเลยก็แล้วกันนะ” 

“ฉันจะต้องทำสำเร็จแน่ค่ะ!” คนพูดชูกำปั้นประกอบอย่างขึงขัง 

กู้จิ้งเจ๋อเห็นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาส่ายหัวแล้วหันหน้ากลับไป 

พอกลับมาถึงบ้าน หลินเช่อรู้สึกสบายอกสบายใจขึ้นกว่าเดิมมาก ตอนที่อยู่โรงพยาบาลนั้น การได้เห็นอุปกรณ์การแพทย์มากมายเต็มห้องไปหมดทำให้อารมณ์ของเธอหดหู่ โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงค่าใช้จ่ายในแต่ละวันสำหรับห้องพักระดับวีไอพีแบบนั้น หญิงสาวก็ยิ่งอึดอัดใจ 

เมื่อได้เห็นว่าหลินเช่อสบายอกสบายใจดีแล้ว ชายหนุ่มก็หันกลับไปทุ่มเทให้กับการทำงานของตัวเองในวันถัดมา 

ทันทีที่กู้จิ้งเจ๋อออกจากบ้านไป หลินเช่อก็ยืนกรานว่าจะไปที่กองถ่ายให้จงได้ 

พ่อบ้านหูอยากจะห้าม แต่หลินเช่อก็เร่งเร้าว่า “ไม่มีทางหรอกค่ะ รู้รึเปล่าว่านี่มันกี่วันเข้าไปแล้ว ถ้าฉันยังหายตัวไปแบบนี้ ทีมงานจะต้องไม่อยากได้เช่นร่วมแสดงอีกแล้วแน่ๆ” 

เมื่อไม่มีทางเลือก พ่อบ้านหูจึงทำให้แต่เพียงสั่งการคนติดตามให้คอยเฝ้าติดตามดูเธออย่างใกล้ชิดมากกว่าเดิมเท่านั้น 

หลินเช่อมาถึงกองถ่ายในแบบที่นั่งวีลแชร์มาตลอดทาง 

ในกองถ่ายยังคงทำงานวุ่นวาย และทีมงานก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการที่เธอลาหยุดไป แต่เมื่อพวกเขาเห็นเธอโผล่เข้ามาบนรถวีลแชร์เช่นนั้น ใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาและถามเธอด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า “เกิดอะไรขึ้น ฉันเห็นโพสต์ของเธอในเวยป๋อ นี่ถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาลเลยเหรอ” 

หลินเช่อเพียงแต่ตอบไปเรียบๆ ว่า “อุบัติเหตุรถยนต์นิดหน่อยน่ะค่ะ โชคดีที่แค่เจ็บขา อย่างอื่นไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” 

ทุกคนต่างพากันเข้ามาถามไถ่ด้วยความเห็นใจและบอกให้เธอพักให้หายดีเสียก่อน 

“ยังนั่งรถเข็นอยู่แบบนี้ เธอไม่น่าจะมาทำงานเลย” 

หลินเช่อรีบบอก “ไม่มีทางค่ะ เห็นอย่างนี้น่ะ ฉันยังถ่ายฉากที่เห็นแค่ครึ่งตัวบนหรือฉากที่กำลังนั่งได้นะคะ ถ้าพอจะถ่ายฉากไหนได้ ฉันก็จะถ่ายค่ะ ไม่อย่างนั้นทีมงานคงทำงานไม่ทันกันแน่ๆ” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ช่วยผู้กำกับก็ยิ้มออก “ดีมาก เธอเป็นมืออาชีพจริงๆ ถ้าเป็นแบบนั้นละก็ ฉันจะไปคุยกับผู้กำกับแล้วก็จะให้เธอร่วมถ่ายวันนี้ก็แล้วกันนะ” 

หลินเช่อกล่าวขอบคุณ ทันทีที่พูดจบเธอก็ได้ยินเสียงห้าวๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลังว่า “เธอมีแอคเคาน์เวยป๋อด้วยเหรอ ทำไมเราไม่ฟอลโลวกันหน่อยล่ะ” 

หลินเช่อตกใจสุดขีด เธอหันไปมองกู้จิ้งอวี่แล้วพูดว่า “ฉันฟอลโลวพี่อยู่นะคะ แค่พี่ไม่ได้ฟอลโลวฉันเท่านั้นเอง” 

เขามีแฟนๆ ติดตามมากมายเสียจนไม่ทันสังเกตเห็นเธอละมัง 

กู้จิ้งอวี่ขอโทรศัพท์ของเธอ “ฉันจะฟอลโลวเธอ” 

หลินเช่อมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ “จริงเหรอคะ” 

กู้จิ้งอวี่ไม่ใช่คนที่ยอมกดติดตามใครง่ายๆ ในลิสต์คนที่เขาติดตามมีอยู่เพียงยี่สิบกว่าคนเท่านั้น 

หลินเช่อรีบส่งโทรศัพท์ให้ 

เขาเสิร์ชหาและกดติดตามเธอโดยไม่ลังเล 

ความคิดเห็น