email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : การรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2564 10:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
การรอ
แบบอักษร

 

"คุณหนูท่านเเม่ทัพกลับมาเเล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ขบวนทัพอยู่หน้าประตูเมืองอีกไม่นานคงจะผ่านตลาด'' ร่างสาวใช้คนสนิทวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เมื่อเห็นบุคคลทั้งสองผู้เป็นนายของเรือนจึงสำรวมกิริยา

 

 

"จริงหรือ งั้นไปดูกัน" ภายในความคิดผุดใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมา ดวงใจดวงน้อยพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ นางจับตะเกียบลงพุ้ยข้าวจนหมดชามตามด้วยน้ำชาก่อนจะกุมชายกระโปรงวิ่งนำสาวใช้ไปท่ามกลางสายตาขบขันของเสนาบดีเเละฮูหยินซู่ที่กำลังกินข้าวอยู่

 

 

"เดี๋ยวก่อนข้าไปหยิบถุงหอมก่อนเจ้าไปรอในรถม้าเลย" หลันผิงบอกด้วยน้ำเสียงตื้นเต้นทั้งยังวิ่งย่ำอยู่กับที่ก่อนจะวิ่งไปยังเรือนตน

 

 

"นี่ไง" นางหยิบถุงหอมมาถือไว้ก่อนจะจัดชุดให้เป็นระเบียบ

 

 

"ออกรถเลย" เสียงใสเอ่ยขณะที่ตนเข้ามานั่งภายในรถม้า

 

 

หนานเหยียนบนอาชาคู่ใจขวบม้าเยาะๆท่ามกลางผู้คนที่มุงดูเต็มสองข้างทาง นัยต์ตาคมกวาดสายตามองหาใบหน้างามในดวงใจ เเต่ทว่ากับไม่พบ ร่างสูงถอดถอนหายใจก่อนจะควบม้าเร็วขึ้น เขายังต้องเขาวังไปพบฝ่าบาทอีกหลังจากนั้นไปหานางก็ยังไม่สาย เขาคิดเเต่ในใจอยากพบหน้านางโดยเร็ว

 

 

ในขณะที่รถม้าของนางกำลังจะมาถึงร่างสูงก็ควบม้าไปเสียเเล้ว หลันผิงมองตามเเผ่นหลังอันคุ้นเคยก่อนจะก้มหน้า นางคาดกับเขาเสียเเล้ว ดวงตากลมโตมองถุงหอมในมือย่างนึกเสียดายใบหน้างามเงยหน้ามองตามร่างสูงที่ควบม้าไปไกลก่อนจะเอ่ยบอกคนบังขับม้าให้กลับจวนด้วยสีหน้าผิดหวัง

 

 

"อย่าเศร้าไปเลยเจ้าค่ะเดี๋ยวท่านเเม่ทัพเสร็จธุระเเล้วต้องมาหาคุณหนูเเน่" น้ำเสียงเอ่ยปลอบก่อนจะกุมมือนิ่มให้คลายเศร้าหมอง

 

 

ร่างบางก้าวช้าๆมองประตูจวนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะเดินเข้าไป จินจินมองเเผ่นหลังบาง เห็นคุณหนูเศร้านางก็เศร้าตาม เฮ้อนี้เเหละน่าความรัก

 

 

ใบหน้างามก้มต่ำมองพื้นเดินผ่านบิดามารดาไปท่ามกลางความสงสัยของทั้งสอง ไม่ใช่ว่าเจอหน้ากันเเล้วต้องดีใจไม่ใช่หรือเหตุใดกลับมาเเล้วถึงสีหน้าเช่นนี้ ฮูหยินซู่มองหน้าสามีสลับกับบุตรสาวที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่ ถัดมาก็เห็นสาวใช้บุตรสาวที่มีสีหน้าไม่ต่างกันจึงเรียกมาถาม

 

 

"จินจินมานี่ซิ นายเจ้าเป็นอะไรไปบอกข้ามา"

 

 

"คุณหนูไม่เจอหน้าท่านเเม่ทัพเจ้าค่ะ เฮ้อ...ของที่จะนำไปให้ก็ไม่ได้ให้คุณหนูก็เลยมีสีหน้าอย่างที่เห็นเจ้าค่ะ" นางพูดเสร็จก็ย่อกายเดินตามคุณหนูไป

 

 

"เราควรทำอย่างไรดีเจ้าคะท่านพี่" นางถามความเห็นสามี

 

 

"ไม่ต้องทำอะไรปล่อยให้เป็นเเบบนี้ไป ผิงเอ๋อร์อนาคตข้างหน้ายังต้องเจอเรื่องอีกมากหากเรื่องเเค่นี้นางยังทนไม่ได้ต่อไปหากนางออกเรือนเเล้วจะทนได้อย่างไร" เสนาบดีบอกภรรยาก่อนจะประคองเข้าเรือน

 

 

ภายในเรือนกว้างหลันผิงที่กำลังทาบเเขนเกยปลายคางที่หน้าต่าง ใบหน้างามหลับตาพริ้มขนตากระพรือเบาๆ เฮ้อ...นางถอนหายใจเป็นช่วงๆอย่างไม่เข้าใจตนเอง ทำไมนางถึงรู้สึกว่าใจนางมันหน่วงๆตอนที่คลาดกับเขากันนะเเถมยังไม่เห็นหน้ากันด้วย เฮ้อ...เศร้าใจจริงๆ

 

 

"คุณหนูสวมเสื้อทับอีกชั้นเถอะเจ้าค่ะอากาศเริ่มหนาวเเล้วเดี๋ยวจะไม่สบายเอา" นางเดินเข้ามาในเรือนก่อนจะตกใจเล็กน้อยที่เห็นคุณหนูเอาหน้าตากลมหนาวเเบบนั้นทั้งที่ทำเครื่องสำอางบำรุงหน้าเเท้ๆ จินจินคิดในใจก่อนจะเดินไปหยิบชุดคลุมตัวหนาสวมให้คุณหนูพลางคิดว่าจะทำอย่างไรให้คุณหนูอารมณ์ดีขึ้นมา

 

 

"คุณหนูหิวหรือไม่เจ้าคะอยากทานของว่างหรือไม่ เดี๋ยวบ่าวจะไปห้องครัวนำมาให้" จินจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นใบหน้ายิ้มเเย้มอยากที่จะปัดความเศร้าหมองของคุณหนูทิ้งไป

 

 

ใบหน้างามผินหน้ามาทางสาวใช้ที่กำลังยิ้มให้ตนนางยิ้มกลับเเต่ยังมีสีหน้าไม่ต่างจากเก่านักเเต่ก็ยังฝืนยิ้ม

 

 

"งั้นเดี๋ยวบ่าวไปจะนำลิ้นจี่มานะเจ้าคะอากาศหนาวเเบบนี้ทานลิ้นจี่ดีที่สุด" พูดเสร็จนางก็เดินออกไปหากคุณหนูได้กินของอร่อยๆอารมณ์คุณหนูก็จะดีขึ้นเอง

 

 

วังหลวง

 

ภายในห้องทรงงานฮ่องเต้หลานที่มีสีหน้ายินดีปรีดาชวนคุยอะไรเรื่อยเปื่อยซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระสำรับเขาอย่างมาก ใบหน้าหล่อเรามองคนที่เป็นใหญ่อย่างไม่เข้าใจเรียกเขามาเพื่อพูดคุยเรื่องสนมของตนที่ตบตีกันท้ายวัง เขาเป็นเเม่ทัพจะเข้าใจเรื่องสตรีได้อย่างไร ภรรยามาก ปัญหามากเขาเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง หึ...ถ้าเป็นเขาภรรยาผู้เดียวรักนางคนเดียวยังจะดีเสียกว่า หนานเหยียนคิดในหัวปรากฎภาพหลันผิงในใจพลันห่อเหี่ยวอยากจะไปหานางเต็มทนติดตรงฮ่องเต้ผู้นี้ที่กำลังสาธยายเรื่องไร้สาระของตน

 

 

"เจ้าว่าคืนนี้ข้าจะไปนอนตำหนักไหนดี" เขาจะไปนอนตำหนักไหนดีนะจะได้ไม่เป็นปัญหา

 

 

"หากพระองค์ทรงเลือกไม่ได้หม่อมฉันว่าพระองค์นอนตำหนักตัวเองดีกว่าพะย่ะค่ะ" หนานเหยียนเอ่ยน้ำเสียงอดกลั้นเต็มทน

 

 

"จริงด้วย!ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้กันนะ นอนตำหนักตัวเองพวกนางก็จะได้มีสิทธิ์เท่ากัน" ฮ่องเต้หลานพยักหน้าเห็นด้วยอย่างมากกับควานคิดของหนานเหยียน

 

 

"เจ้ากลับมาก็เหนื่อยๆไปพักเถอะ อ้อเรื่องสมรสของเจ้ากับคุณหนูซู่เดี๋ยวข้าจะส่งของขวัญไปให้"

 

 

หนานเหยียนไม่ได้ให้ความสนใจกับคำพูดเมื่อครู่เท่าไหร่นัก ตอนนี้เขาอยากกลับจวนเต็มทนอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่เเล้วค่อยไปพบนางร่างสูงค้อมกายคำนับก่อนจะเดินออกไป ตลอดเดือนที่ผ่านมาเขาได้สั่งให้องครักษ์สนิทคอยเฝ้าติดตามนางดูเเลความปลอดภัยยามเขาไม่อยู่ช่วยเบาใจอีกทาง

 

 

"อร่อยไหมเจ้าคะ ลิ้นจี่ทานตอนอากาศหนาวนับว่าดีนัก"น้ำเสียงเจื้อยเเจ้วอารมณ์ดีดังข้างๆร่างบางที่มีสีหน้าดีขึ้นมาบ้าง

 

 

"อร่อยเหมือนที่เจ้าพูดจริงๆด้วย มานั่งลงกินกับข้า" มือบางฉุดข้อมือสาวใช้คนสนิทให้นั่งลงกินด้วยกัน หลันผิงมองสีหน้าไม่ยินยอมของจินจินจึงยื่นลิ้นจี่ให้เเละห้ามปฏิเสธ

 

 

"จะดีหรือเจ้าคะ" นางยิ้มเเห้งๆอย่างรู้ฐานะตนดี นายกับบ่าวไม่สมควรทานของร่วมกันได้เป็นกฎที่มีมาตั้งไหนเเต่ไรนางหรือจะกล้า จินจินเลื่อนมือคุณหนูที่กำลังยื่นผลลิ้นจี่ให้ตนเบาๆ

 

 

"คุณหนูกินเสร็จบ่าวค่อยกินก็ยังได้เจ้าค่ะ" นางเอ่ยค่อนข้างลำบากใจ

 

 

หลันผิงมองจินจินที่มีสีหน้าลำบากใจ นางเองก็ไม่อยากทำให้สาวใช้ตัวน้อยลำบากใจเช่นกันจึงพยักหน้าตอบ

 

 

ร่างสูงเเช่กายในน้ำอุ่นนัยต์ตาคมหลับตาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้ามีหยดน้ำประปรายเสริมความหล่อเหลาขึ้นทวี เรือนผมถูกปล่อยสยายเต็มเเผ่นหลังกว้าง เเผงอกกำยำมีร่องรอยบาดเเผลจากการสู้รบ คิ้วกระบี่พาดเฉียงริมฝีปากอมชมพูหยักได้รูป โครงหน้าคมเข้มสมชายชาตรี หนานเหยียนลืมตาขึ้นดวงตาสีนิลประกายดำหรี่ตาลงกะพริบไปมา หากเขาไปพบนางตอนนี้นางจะมีท่าทีอย่างไรนางจะดีใจที่เห็นเขาหรือไม่นะ ร่างกำยำผุดกายขึ้นจากน้ำก่อนจะหยิบผ้าเช็ดกายให้เเห้งก่อนจะสวมเสื้อตัวนอกเดินออกมาหลังฉากกั้นตวัดชุดสีเทาสวมอีกที 'เขาไม่เเน่ใจว่านางจะยินดีที่เขาไปพบ'

 

 

"ทำไมท่านถึงยังไม่มาอีกนะ" ใบหน้างามเชง้อมองประตูตลอดเวลา นางถอนหายใจอย่างสิ้นเปลืองในมือถือถุงหอมสายตายังคอยชำเลืองมองประตู หลันผิงหลุบตาลงมองถุงหอมในมือ

 

 

'เสียงคนกำลังเดินมา' หลันผิงคิดอย่างดีใจเงยหน้ามองประตูด้วยใจสั่นระรัว

 

 

"คุณหนูมีคนมาขอพบเจ้าค่ะ" จินจินมองคุณหนูที่กำลังยิ้มค้างกลางอากาศ

 

 

"ข้าไม่อยากเจอใครทั้งนั้นตอนนี้" นางเอ่ยน้ำเสียงอ่อนลงระคนผิดหวัง

 

 

"พวกข้ามาเจ้าก็ไม่อยากเจองั้นหรอ" เสียงใสสตรีสองนางเอ่ยขึ้นมองผู้เป็นเพื่อนที่มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

 

 

"อานเจินเจ้าไปปลอบนางหน่อยไป" หมิงอันดันเเผ่นหลังสตรีข้างกายที่กำลังชี้มาที่ตนเองสีหน้าประมาณว่า 'ข้าหรือ' นางจึงพยักหน้าด้วยรู้ดีว่า อานเจินเป็นคนไม่พูดมากหน้าจะมีคำพูดปลอบใจที่ดีกว่านาง

 

 

"หลันผิงเจ้าอย่าเสียใจเลยนะ ดูข้ากับหมิงอันสิไม่มีสามียังอยู่ดีมีความสุข...อยู่เลย" ดูท่าว่าคำพูดของนางจะทำให้หลันผิงมีสีหน้าเศร้ากว่าเดิม

 

 

หมิงอันมองอานเจินด้วยสีหน้าขบขันจินจินเองก็ไม่ต่างกัน นางให้ไปปลอบไม่ได้ให้ไปซ้ำเติม

 

 

"เอ่อ...ข้าไม่ได้หมายความว่ามีสามีเเล้วจะไม่ดีหรอกนะ" นางยิ้มเเหยๆพลางเกาท้ายทอย นางไม่เคยปลอบใจสหายมาก่อนจึงไม่รู้ว่าควรพูดเช่นไรให้อีกฝ่ายรู้สึกดี ที่หมิงอันส่งนางมาตัวหมิงอันเองก็ไม่รู้จะปลอบอย่างไรเหมือนกันเพราะนางทั้งสองไม่เคยมีความรักมาก่อน

 

 

"ขอบใจเจ้าทั้งสองมาก ข้าไม่ได้เป็นอะไรพวกเจ้าอย่าทำสีหน้าอย่างนั้นสิ" นางมองอานเจินสลับกับหมิงอันที่มีสีหน้าคล้ายจะร้องให้ ตัวนางเองก็ไม่อยากทำให้ใครลำบากใจ

 

 

"จะไม่เป็นไรได้อย่างไรดูหน้าเจ้าสิหมองไปหมดเเล้ว" อานเจินพูด

 

 

"จริงหรือสองสามวันนี้ข้าเพิ่งทายาบำรุงหน้าไปเองนะ" นางจับหน้าตนเอง

 

 

"ถ้าเจ้าอยากเห็นหน้าเขาทำไมไม่ไปพบเขาเสียเลยล่ะ" หมิงอันพูดอย่างไม่ใส่ใจเเต่คนที่กำลังจับเเก้มตนอยู่ถึงกับหูผึ่ง

 

 

"จริงด้วยทำไมข้าถึงไม่ไปพบเขาด้วยตัวเองเลยล่ะจะมานั่งรอทำไม" ใบหน้างามมีสีหน้าดีใจขึ้นมาฉับพลัน ผิดกับคนทั้งสามที่มองหน้ากันไปมา

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว