facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 สัญญาทาส (1)

ชื่อตอน : บทที่ 5 สัญญาทาส (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 สัญญาทาส (1)
แบบอักษร

บทที่ 5 

สัญญาทาส 

             “ลุกขึ้นมาได้แล้ว อย่าคิดว่าการที่เธอนอนแหกแข้งแหกขาแบบนี้ฉันจะกลับมามีอารมณ์นะ รู้เอาไว้ซะด้วยว่าตอนนี้เธออยู่ในฐานะเชลย ไม่ใช่ผู้หญิงของฉัน” แอรีสบอกแบบนั้นเขาก็หันไปขวาผ้าขนหนูสีขาวมาพันที่รอบเอวของตัวเองเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ และไม่แม้แต่จะหันมามองคนตัวเล็กเลยสักวินาทีเดียว 

             ขวัญชีวาเองก็พยุงตัวเองลุกขึ้นมา ก่อนที่จะเอื้อมไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายเปล่าเปลือยเอาไว้ด้วยความร้าวระบม เธอรู้สึกเสียใจที่ต้องมาเผชิญกับสิ่งเลวร้ายแบบนี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเธอไม่เคยที่จะทำร้ายใครมาก่อนด้วยซ้ำ 

             การที่สูญเสียพรหมจรรย์มันยังไม่น่าเสียใจที่ต้องมาเสียให้กับคนที่ไม่เคยเห็นค่า อีกทั้งเธอและเขาไม่ได้รักกัน แถมแอรีสยังเกลียดเธอยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด 

             “ฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง...” น้ำตาสาวไหลออกมา เมื่อเธอมองไม่เห็นหนทางเลยว่าตัวเองจะหลุดพ้นออกไปจากที่นี่ จะหนีไปก็คงไม่พ้น เพราะแอรีสคงมีอิทธิพลที่จะสามารถตามตัวเธอกลับมาได้ 

              

             “มึงเห็นอะไรหรือเปล่าวะฟิลิปป์” เสียงของบอดี้การ์ดอีกคนกระซิบข้างหู เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของแอรีสที่เดินปึงปังออกมาจากห้องที่เอาไว้กักขังเชลยอย่างขวัญชีวา และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น ดูได้จากการแต่งกายของเขาเจ้านายเลยที่มีเพียงผ้าผืนเดียวคลุมกายเอาไว้อยู่ 

             “คิดเหมือนกูไหม” ปากบอกไม่สนใจแต่ดูการกระทำสิ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแม่เชลยสาวเสร็จเจ้านายของพวกเขาเสียแล้วและท่าทางพยศมากเสียด้วยถึงได้ทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายเจ้านายเต็มไปหมด 

             “พวกมึงมองอะไรกัน...” มาเฟียหนุ่มหันไปตวาดใส่ลูกน้องหนุ่มที่ทำเหมือนกระซิบกระซาบกัน และเรื่องที่พวกนั้นคุยกันก็คงเป็นเรื่องของเขาด้วย 

             “เปล่าครับเจ้านาย” สองหนุ่มสะดุ้งตัวโยน เพราะเจ้านายหนุ่มคงรับรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาคุยกันมันคงเป็นเรื่องตนเอง 

             “ดี...อย่าให้ฉันรู้นะว่าพวกนายสองคนนินทาเรื่องของฉัน และพรุ่งนี้ให้แม่บ้านเข้าไปจัดการในห้องด้วย” 

             “ได้ครับ แล้ววันนี้เจ้านายจะกลับบ้านหรือเปล่าครับ หรือว่านอนที่นี่ครับ” 

             “กลับ...งั้นเดี๋ยวอีกแปบ ฉันไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน” ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวของตนเองภายในห้องพัก ทำให้สองหนุ่มได้แต่เกาหัวด้วยความแปลกใจว่าทำไมเจ้านายดูอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ แล้วแม่สาวน้อยที่เป็นเชลยจะเป็นอย่างไรบ้าง 

             “เป็นอะไรไปวะ” คริสโตเฟอร์ผู้ช่วยอีกคนเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีครุ่นคิดของฟิลิปป์ที่เหมือนกำลังมีเรื่องให้กังวล 

             “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดอะไรนิดหน่อย ไปเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันดูแลเอง” หน้าที่ดูแลเจ้านายครั้งนี้จึงตกเป็นของคริสโตเฟอร์ทันที 

 

             เช้าวันใหม่ที่แสนสดใสแต่มันกลับเป็นวันที่แสนทรมานของเธอ เพราะร่างกายบอบบางมันร้าวระบมเพราะน้ำมือของแอรีส รอยเขียวช้ำเต็มไปทั่งร่างกายสาว ไหนจะความเจ็บภายในอีกทีมันคงไม่มีทีท่าที่จะทุเลาลงเลยแม้แต่นิดเดียว จะร้องเรียกให้ใครมาช่วยก็คงไม่มีใครเมตตาเธอ เพราะที่นี่มันคือถิ่นของเขาทั้งหมด 

             ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

             เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำเอาขวัญชีวาสะดุ้ง และกังวลว่าคนที่เข้ามาเป็นแอรีส แต่เมื่อเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องคือคนที่เธอคุ้นเคยและรู้จัก 

             “ป้ามาเรีย...” เสียงหวานเรียกชื่อของผู้มาใหม่ด้วยความดีใจ แม้จะไม่ได้ออกไปจากที่นี่ แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พบคนที่สามารถฟังเหตุผลของเธอในครั้งนี้ได้ 

             “ขวัญ...หล่อนเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงอันอ่อนโยนของป้ามาเรียเอ่ยถามพร้อมกับเอากะละมังใบเล็กที่บรรจุน้ำเอาไว้วางที่โต๊ะไม่ไกลจากเตียง จากนั้นก็เดินเข้ามาหาสาวร่างเล็กที่เธอเอ็นดูตั้งแต่แม่สาวคนนี้มาสมัครงานใหม่ๆ 

             “ป้ามาเรีย...” เสียงหวานเอ่ยชื่อของป้ามาเรียอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เธอพูดไม่ออก เธอรู้สึกทรมานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

             น้ำตาสาวไหลออกมา จนป้ามาเรียรู้สึกสงสารในชะตากรรมของหญิงสาวเหลือเกิน แต่นางก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะแอรีสคือเจ้านาย ผู้ซึ่งกุมชะตาชีวิตของทุกคนในกาสิโนนี้ 

             “ไม่ร้องนะขวัญ...ฉันเชื่อว่าสักวันเธอจะหลุดพ้นออกจากที่นี่” อ้อมแขนของป้ามาเรียมันเป็นกำลังใจเล็กๆ ที่ทำให้เธอมีความหวังขึ้นมาสักวันว่าจะต้องมีวันที่เธอได้เป็นอิสระ 

             “ขอบคุณป้ามากๆ นะคะ ขวัญจะพยายามสู้ แม้ความหวังของขวัญมันจะน้อยนิดก็ตาม” โอกาสสำหรับชีวิตของขวัญชีวามีไม่มากนัก แต่เธอคิดว่าสักวันมันจะเป็นวันของเธอ และถึงตอนนั้นก็อาจจะมีความสุขอย่างคนอื่นเขาบ้าง 

             “งั้นเดี๋ยวป้าเช็ดตัวให้นะ ดูสิรอยช้ำเต็มไปหมดเลย” มาเรียมองร่องรอยที่คงเกิดจากการกระทำของแอรีสด้วยความสงสาร แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมต้องทำอะไรที่รุนแรงแบบนี้ด้วย ทั้งๆ ที่นิสัยของชายหนุ่มก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นด้วยซ้ำ 

             “เดี๋ยวขวัญทำเองก็ได้ค่ะป้า ขวัญเกรงใจ”  

             “ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงคุณแอรีสก็บอกให้ฉันเข้ามาดูแลเธออยู่แล้ว เห็นไหมอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอขนาดนั้น” เมื่อคืนนี้นางได้รับสายตรงจากลูกน้องของแอรีสว่าวันนี้ให้มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลขวัญชีวา ซึ่งนางเองก็อยากเข้ามาหาลูกน้องสาวอยู่แล้ว มันจึงเป็นโอกาสดี 

             “ไม่ใจร้ายเหรอคะ แล้วสิ่งที่เขาทำกับขวัญเมื่อคืนมันดีเหรอคะป้า เขาย่ำยีขวัญ ทำเหมือนขวัญไม่ใช่คน” พูดไปน้ำตาสาวก็ไหลไป เมื่อไหร่ความทุกข์ทรมานจะหมดไปเสียที 

             “แล้วหล่อนทำจริงๆ หรือเปล่าขวัญ” ในใจของมาเรียเชื่อว่าขวัญชีวาไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นได้ เพราะแววตของเด็กสาวคนนี้นางพอมองออกว่ามาดีหรือมาร้าย แต่อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญพอดีที่ขวัญชีวาเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ หรือไม่ก็เพราะคนร้ายต้องการจัดฉากให้เหมือนกับว่าขวัญชีวาเป็นคนทำ 

             “ขวัญไม่ได้ทำนะคะป้า ไม่มีทางที่ขวัญจะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้นค่ะ ถ้าวันนั้นขวัญไม่หลบซะก่อนนะคะ คนที่ตายในห้องอาจจะเป็นขวัญไปแล้วก็ได้ “ป้าเชื่อขวัญนะคะ” 

             “ฉันเชื่อหล่อน เพราะสายตาหล่อนมันฟ้องว่าไม่ได้ทำจริงๆ” ด้วยความที่ผ่านโลกมาเยอะ ทำไมจะดูไม่ออกว่าใครเป็นยังไง และสัญชาตญาณมันบอกนางว่าขวัญชีวาเป็นดี และพูดความจริงทุกอย่าง 

             “ขอบคุณนะคะ อย่างน้อยก็มีคนเชื่อขวัญบ้าง” 

             “จำเอาไว้เลยนะขวัญชีวา ว่าในโลกนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น และฉันเชื่อว่าต้องมีใครหลายๆ คนก็หวังดีกับหล่อนเหมือนกัน” แม้ใจอยากจะช่วยสาวน้อยรุ่นลูกนี้มากแค่ไหน แต่สำหรับนางความซื่อสัตย์ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน นางจึงทำได้เพียงส่งกำลังใจให้กับผู้หญิงคนนี้ 

 

             ร่างสูงโปร่งของคุณหนูคนสวยอย่างเฌอเบลล์เดินทางมายังตึกของแอรีส พร้อมกับรุดหน้าไปยังห้องพักของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เพราะเธอรับรู้ข่าวบางอย่างว่าเมื่อสองวันก่อนเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง 

             เมื่อมาถึงดวงตาเฉี่ยวของสาวเจ้าก็เห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอหมั่นไส้กำลังยึดอยู่หน้าห้องราวกับเฝ้าใครอยู่ จนเกิดความสงสัย เพราะห้องนี้ก็ถือว่าเป็นห้องพักสำรองของแอรีสเช่นเดียวกัน 

             “พี่แอรีสล่ะ” ร่างบางเดินตรงเข้าไปหาคนที่ทำให้เธออารมณ์เสียทุกครั้งที่เห็นหน้า แต่เพราะความอยากรู้เธอจึงถามออกมาก่อน็ 

             “คุณแอรีสกลับไปพักที่บ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ” ฟิลิปป์ตอบตามความจริง เหนือสิ่งอื่นใดมันยิ่งทำให้เธออยากรู้ว่าคนที่อยู่ในห้องเป็นคนใคร แล้วทำไมการ์ดพวกนี้ต้องมาคุมด้วย 

             “แล้วใครอยู่ในห้อง ทำไมต้องมาดูแลกันหน้าประตูขนาดนี้” น้ำเสียงหวานแปรเปลี่ยนเป็นเข้มมากขึ้น  

             “ผมคงบอกคุณหนูไม่ได้หรอกครับ เพราะเจ้านายของผมสั่งเอาไว้ ว่าไม่ให้บอกคนที่ไม่เกี่ยวข้อง” ถ้อยคำของฟิลิปป์ทำเอาคุณหนูเอาแต่ใจอย่างเธออยากจะกรีดร้องออกมากับความกวนโอ๊ยของเขาเสียให้ได้ 

 

____________________________________

ไรท์ห่างหายไปนานเลย เพราะว่าทั้งทำงานทั้งเรียน ไม่ได้เเตะนิยายเลย ติดช่วงโควิดก็ทำงานหนักมากกก ขออภัยด้วยน้าา ใครที่รออยู่เขากลับมาเเล้ววว กลับมาเเต่งนิยายจริงจังเเย้ววว คิดถึงนักอ่านด้วยยย ยังไงฝากติดตามด้วยนะคะ ไรท์จะรีอัพนิยายเรื่องเก่าๆ กับเรื่องใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กันนะคะ ขออภัยอีกครั้งหายไปนานมาก มันเหมือนช่วงนั้นดาวน์ๆ ไม่ค่อยมีเเรงบันดาลใจเท่าไหร่ ยังไงฝากเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว