ยินดีตอนรับเข้าสู่โลกนิยายของสุวนันท์ทารา ขอให้ทุกท่านอ่านอย่างมีความสุขค่ะ❤

บทที่ 7.2 ใจลังเล

ชื่อตอน : บทที่ 7.2 ใจลังเล

คำค้น : รัก โรแมนติค ดราม่า ท้อง มีลูก

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.4k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2563 21:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7.2 ใจลังเล
แบบอักษร

บทที่ 7.2 ใจลังเล 

“.........พี่เทียปล่อยมีนนะคะ” มีนายอมเอ่ยเรียกตามที่ชายหนุ่มร้องขอ พร้อมร้องขอให้เขายอมปล่อยตัวเองบ้าง

ตอนนี้เธอเสียเปรียบเขาหมดทุกทาง ถ้าเขาคิดจะทำอะไรขึ้นมา ยังไงตอนนี้เธอก็ไม่รอด.............

เธอก็ปุถุชนคนหนึ่งโดยเล้าโลมมากขนาดนี้ใครมันจะไม่มีอารมณ์

“มีนไม่คิดถึงพี่เหรอ พี่คิดถึงมีนจนจะบ้าตายอยู่แล้ว ให้พี่ไม่ได้เหรอครับคนดี” อิทธิฤทธิ์ว่างพลางเบียดเสียดส่วนที่แข็งขึงเข้ากับหน้าขาขาวหญิงสาว มือหนาที่ยังกอบกุมทรวงอกนุ่มบีบขย้ำเบามือ

“ไม่ให้ค่ะ! ลงไปจากตัวมีนเดี๋ยวนี้เลยนะพี่เทีย ถ้าอยากมากก็ไปเอากับคนอื่น มีนไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของพี่นะ ที่คิดว่าพูดแค่นี้มีนจะยอมเหรอ” น้ำเสียงหวานสั่นเครือเล็กน้อย แสร้งทำเป็นหงุดหงิด ผิวแก้มเห่อร้อน พยายามใจแข็งไม่โอนอ่อนไปกับแรงราคะที่ชายหนุ่มปลุกปั่น ใบหน้าแดงก่ำร้อนจัด ทำใจดีสู้เสือสบตากับดวงตาลุกโซนวาววับสะท้อนความกระหายใคร่

“เอามือออกจากหน้าอกมีนด้วย”

มือเล็กปัดมือใหญ่ที่กอบกุมหน้าอกตัวเองออก ถลึงตาใส่ชายหนุ่มทีหนึ่ง ที่ก่อนจะปล่อยก็ไม่วายขย้ำคลึงมันทั้งสองข้าง เต็มฝ่ามือ

“พี่ไม่เคยคิดว่ามีนเป็นที่ระบายอารมณ์ แต่ก็ได้.....พี่จะไม่ทำอะไรเราตอนนี้ ถ้าเรายังไม่พร้อม” คนที่มีอารมณ์ความต้องการสุดขีด มองหญิงสาวที่ตัวเองต้องการมากที่สุด แต่ทำอะไรไม่ได้ ตาละห้อยเว้าวอน เผื่อเธอจะเห็นใจ แต่หญิงสาวทำเพียงถลึงตาใส่พร้อมดันกายแกร่งให้ลงไปจากตัว

“ดีค่ะ งั้นลงไปจากตัวมีน แล้วเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ” ใบหน้าแดงซ่านเอ่ยติดขัด ดิ้นขลุกขลักให้ชายหนุ่มยอมลงไปจากคร่อมร่างกาย เมื่อส่วนแข็งขึงของเขาเบียดเสียดถูไถกับหน้าขาเธอ มันขยายใหญ่จนสัมผัสได้

“พี่ขอมัดจำหน่อยนะคนดี พี่คิดถึงมีนมาก...........” อิทธิก้มกระซิบชิดริมหูลากเสียงยาวสุขุมนุ่มลึก ให้รู้ว่าเขาคิดถึงเธอมากเพียงใด กอดรัดร่างบางไว้แน่น ฝ่ามือร้อนผ่าวที่ถูกผลักออกจากหน้าอกเต่งตึง กลับมาทำหน้าที่มันอีกครา ฟอดเฟ้นเต็มฝ่ามือ ริมฝีปากอุ่นชื้นแตะเข้าที่ซอกคอขาว ขบเม้มเบาพยายามไม่ทำให้มันเกิดรอย ไล่เลียลงต่ำ เอ่ยเสียงพร่าแหบต่ำ

“พี่รู้ว่าเราต่างก็คิดถึงกัน........”

“พี่เทียอย่า......”

เธอส่ายหน้าหวือ ปฏิเสธเสียงกระท่อนกระแท่น ขืนร่างกายไม่ให้เพลี่ยงพล้ำต่อเขา ที่กำลังถกเสื้อคอกระเช้าเธอขึ้นสูงเหนือหน้าอก หญิงสาวเย็นวูบหวิว

ส่วนคนที่ตาพร่ามัว ลอบกลืนน้ำลายลงคอ มองร่างขาวออร่าที่เปิดเปลือยท่อนบน ดวงหน้างามร้อนระอุส่ายหน้าผมกระจายแผ่เต็มหมอน

ต่อให้เอาช้างมาฉุด เขาก็หยุดมันไม่ได้แล้ว

“อย่าห้ามพี่เลยนะคนดี พี่สัญญาว่าจะไม่เข้าไปในตัวมีน”

สิ้นเสียงห้าวเข้ม ชายหนุ่มก็ใช้ปากเข้าครอบครองดูดกลืนยอดทรวงอย่างย่ามใจ จมูกโด่งแตะเข้าที่ชีพจรอ่อนไหวของหญิงสาวอย่างรู้จุด มือข้างที่ว่างของเขาช้อนสะโพกเต่งตึงกดแนบให้เสียดสีกับความแข็งขึงของตัวเอง มีนาหอบหายใจลำบาก สั่นสะท้านหวาบหวิวทั่วสรรพางค์

“พี่เทีย....อือ..ห้ามลงต่ำกว่านี้นะ”

เธอขบฟันแน่น เอ่ยห้ามเขาเสียงขาดห้วง เมื่อเห็นว่าร่างบึกบึน กำลังเลื่อยลงต่ำ ปากและลิ้นเขากำลังขบเม้มสร้างรอยตีตราสีแดงจ้ำตามเนื้อตัวเธอภายใต้ร่มผ้า มือเล็กสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนาดกดำดึงทึ่งเต็มแรง เมื่อเห็นว่าศีรษะเขาลงต่ำอย่างน่าหวาดเสียว

และเขาไม่สนคำร้องขอของเธอ

“อือ.....” อิทธิฤทธิ์ครางเสียงต่ำขบกรามแน่น มือหนาลูบไล้หน้าท้องแบนราบผิวเนียนละเอียด อีกข้างก็ไม่ว่างเว้นเคล้นคลึงทรวงอกงามสร้างความปั่นป่วนให้กับหญิงสาว ที่ตอนนี้มือเล็กเปลี่ยนมาเป็นสอดขยุ้มเส้นผมหนาดำเล่นเบามือ

อิทธิฤทธิ์กระตุกเหยียดยิ้มพอใจ เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มที่คล้อยตามไม่ต่อต้านอีกครา

ดวงหน้างามหลับตาพริ้ม เมื่อชายหนุ่มรู้จุดอ่อนเธอดีทุกจุด ว่าแตะตรงไหนที่จะทำให้เธอยอมสยบให้เขาใช้ร่างกายเธอได้อย่างเต็มใจ

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะพี่เทีย” มีนาหวีดร้องเสียงสูง เมื่อปมผ้าถุงถูกดึงหลุดเลื่อนลงอย่างวาบหวิว ดึงสติเธอให้กลับมา ใบหน้างามแดงซ่าน

อิทธิฤทธิ์หยุดชะงักการกระทำ มองรอยแผลเป็น ที่มองปราดเดียวก็รู้ได้ว่ามันเป็นแผลผ่าตัด เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว ที่ผงกหัวขึ้นมองอยู่เช่นกัน มือหนาลูบรอยแผลเป็นทางยาวประมาณ 4-5 นิ้วได้จากการคาดเดาของเขา บริเวณขอบบีกินี หัวคิ้วมุ่นขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เอ่ยถามหญิงสาวน้ำเสียงกังวล แม้มันจะเรียบไปกับสีผิวกายขาวของเธอ ถ้าไม่สังเกตแทบจะมองไม่เห็นก็ตาม

สามปีที่ผ่านมาเกิดอะไรกับชีวิตเธอบ้าง.........

“รอยแผลอะไรมีน....ทำไมมีรอยตรงนี้”

“มีนครับ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ตอบ อิทธิฤทธิ์จึงต้องถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นจริงจัง เล่นเอาคนที่กำลังสับสนใบหน้าซีดเผือด หัวหมุนแก้ตัวอึกอัก

“มีน...เอ่อ..มีนผ่าตัดไส้ติ่งน่ะค่ะ” เธอแก้ตัวอึกอักอย่างไม่มั่นใจ คิดหาคำตอบพลันแล่น เหงื่อกายแตกพลั่ก พยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงเสื้อที่เลิกขึ้นสูงลงปิดบังทรวงอกจากสายตาอันแรงกล้าขืนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งที่รัดช่วงเอวไปจนถึงท่อนล่างของเธอไว้แน่น

“ผ่าตัดไส้ติ่ง? แน่ใจนะว่าไม่ได้โกหกพี่” นัยน์ตาหรี่ลงจับผิด แม้จะไม่เชื่อที่หญิงสาวบอกอย่างสนิทใจเท่าไหร่ ว่าแผลไส้ติ่งทำไมต้องมาผ่าตรงนี้ แต่ขอเวลาก่อน ให้เขาได้ไปเซิร์ชหาความรู้ในกูเกิ้ลมาเสียก่อน ว่าแผลผ่าไส้ติ่งเขาผ่าตรงไหนได้บ้าง

และเขาขอเวลาไปจัดการแผนการตลาดในฮ่องกงเสร็จสิ้นเสียก่อน ถึงคราวที่เขาจะมาจับเธอให้อยู่หมัดแบบเต็มรูปแบบเสียที

อิทธิฤทธิ์อาศัยช่วงที่หญิงสาวเผลอ ใช้มือดึงผ้าถุงที่หญิงสาวอยู่ด้วยความเร็วแรง หวังให้มันร่นลงไปอยู่ปลายเท้า

“กรี๊ดด! ...... ไอ้พี่เทีย!”

มีนาหวีดร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ปรับอารมณ์ตามชายหนุ่มแทบไม่ทัน ก่อนหน้านี้ยังอารมณ์ตึงอยู่เลย ทว่าตอนนี้มือหนาที่เธอคิดว่าจะหยุดการกระทำ ลวนลามต่อร่างกายเธอ ได้ดึงผ้าถุงที่เธอใช้ปกปิดท่อนร่าง ร้นลงต่ำกว่าเดิมอย่างน่าหวาดเสียว.........

โชคดีที่มันยังติดพันที่สะโพกผายเธอไว้อยู่

“มีน...ยกสะโพกขึ้นหน่อยคนดี พี่จะไม่ไหวแล้ว” อิทธิฤทธิ์ที่ถูกความต้องการวาบหวามเข้าเล่นงาน เว้าวอนเสียงพร่า มือใหญ่ลูบสีข้างหญิงสาวให้ได้ขนลุกเกรียว

ถ้าเขาไม่ได้ปลดปล่อยเขาต้องตายแน่ๆ

“พอเลยพี่เทีย...... ไม่ให้เอา ลุกออกไปจากตัวมีนเดี๋ยวนี้เลยนะ” มีนายืนยันเสียงเข้ม สติที่เตลิดเปิดเปิงกลับมา มือเล็กรั้งผ้าถุงไว้แน่นไม่ให้เขาถอดมันออกไปได้

ต้องขอบคุณรอยแผลผ่าคลอดพี่ตุลย์ ที่ทำให้เธอยืดเวลาเสียตัวให้อิพี่เทียออกไปได้อีกหน่อย อย่างน้อยก็ให้อะไรมันเคลียร์กว่านี้บ้าง

“มีนให้พี่เถอะนะ....... ช้าเร็วยังไงมีนก็ต้องเสร็จพี่อยู่ดี” อิทธิฤทธิ์เอ่ยอย่างมั่นใจ เลื่อนตัวขึ้นไปคร่อมตัวเธอทั้งตัวตามเดิม สบตากับนัยน์ตาขลับ จับข้อมือหญิงสาวทั้งสองข้างแนบติดเตียงนอน ป้องกันไม่ให้เธอปะทุร้ายตัวเองได้ เบียดเสียดแข็งขึงกับเนื้อนวลให้เธอรู้ว่าเขาทรมานแค่ไหน

“ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ไม่ให้ แค่นี้พอแล้ว คุณก็เป็น....” ยังไม่ทันที่คนจะได้พูดจบประโยค เสียงเข้มก็แทรกขึ้นเสียก่อน

“ไม่เอา ‘คุณ’ พูดใหม่ เวลาเราอยู่ด้วยกันสองต่อสองมีนต้องเรียกพี่ว่า ‘พี่’ ตลอด” น้ำเสียงห้วนขัดขึ้น เมื่อเธอยังเรียกแทนตัวเขาว่า คุณ เขาไม่ชอบ มันดูห่างเหินเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ของเขาและเธอ และเขาชอบที่เธอเรียกตัวเองว่า 'พี่เทีย' มากกว่า

“โอเคค่ะ...พี่เทียก็เป็นคนบอกเองว่าจะไม่ทำอะไรมีนมากไปกว่าลวนลามมีนภายนอก”

“พี่ขอผิดคำพูดได้ไหมคนดี.......ถ้าพี่ไม่ได้เข้าไปในตัวมีน พี่ต้องตายแน่ๆ”

อิทธิฤทธิ์เอ่ยชิดริมหู จมูกโด่งเป็นสันกดเข้าที่ต้นคอขาวผ่อง สูดดมความหอมจากกลิ่นกายสาวผสมครีมอาบน้ำ ที่หอมรัญจวนอย่างน่าประหลาด และเขาไม่น่าทักท้วงรอยแผลเป็นของเธอเลย น่าจะเก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้วหาคำตอบเอาครั้งหน้า เลยต้องมาเล้าโลมเกลี้ยกล่อมให้ร่างบางมีอารมณ์ร่วมด้วยเสียใหม่หมด

ข้าวสารกำลังจะเป็นข้าวสุกอยู่แล้วเชียว!

 

พรุ่งนี้มาต่อให้อีกจนจบบทนี้ค่ะ 

ความคิดเห็น