facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 29 ฉันไม่อยากให้เธอมีรอยแผลเป็น

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 ฉันไม่อยากให้เธอมีรอยแผลเป็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2563 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 ฉันไม่อยากให้เธอมีรอยแผลเป็น
แบบอักษร

ความโกรธของโม่ฮุ่ยหลิงพุ่งถึงขีดสุดทันทีที่เธอกดวางสาย 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อได้ยินเสียงสัญญาณโทรศัพท์ตัดขาดไป เขาก็ใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อตั้งสติ พอหันไปเห็นคุณหมอเจ้าของไข้มาถึง เขาก็เดินตามอีกฝ่ายกลับเข้าไปในห้อง 

หมอลงมือตรวจอาการบาดเจ็บของหลินเช่อ แผลที่ต้นขานั้นฟื้นตัวได้ดี อีกไม่ช้าเธอก็คงจะเดินได้อีกครั้ง 

กู้จิ้งเจ๋อยืนมองอยู่ไม่ห่าง ช่วงที่เขาออกไปรับโทรศัพท์นั้น เธอจัดการอาหารทั้งหมดจนเรียบร้อย และตอนนี้ก็ยังเริ่มชวนหมอคุยไม่หยุดปากว่าห้องพักของเธอนั้นดูดีแค่ไหน 

ผู้หญิงคนนี้ไร้หัวใจแถมยังไม่รู้จักสำนึกบุญคุณอีกต่างหาก 

กู้จิ้งเจ๋อมองดูรอยแผลที่ต้นขาและถามหมอว่า “แล้วรอยแผลเป็นที่ขานั่นจะทำให้หายได้มั้ย” 

นายแพทย์รีบตอบอย่างนอบน้อมและระมัดระวังว่า “ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนน่ะครับ เท่าที่ดูคุณผู้หญิงเป็นคนไม่ค่อยมีแผลเป็น แสดงว่าสภาพร่างกายไม่ได้เกิดแผลเป็นง่ายนัก ก็คาดว่าแผลของเธอจะหายได้โดยไว แต่...แผลลึกแบบนี้ ก็อาจจะมีรอยแผลเป็นหลงเหลืออยู่บ้างนะครับ” 

ตอนที่เย็บแผล เขาได้ใช้วิธีการเย็บแบบพิเศษที่จะไม่เหลือรอยแผลเป็นเอาไว้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนสภาพแผลนั้นดูจะไม่เรียบสนิทดีนัก 

กู้จิ้งเจ๋อไม่ต้องการให้มีรอยแผลเป็นใดๆ หลงเหลืออยู่บนร่างกายเธอ เขามองที่แผลของหลินเช่อแล้วขมวดคิ้ว “ฉันหวังว่าจะไม่มีรอยแผลเป็นใดๆ เหลืออยู่บนร่างกายภรรยาของฉัน ไปตามหมอที่เก่งที่สุดมาจัดการแก้ปัญหานี้ซะ” 

ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง สีหน้าของหมอก็ซีดเผือดและรีบพยักหน้าโดยเร็ว 

หลินเช่อมองดูหมอที่ลนลานออกจากห้องไป เธอก็เงยหน้าขึ้นพูดกับกู้จิ้งเจ๋อว่า “ดูเหมือนว่ามันจะเหลือรอยแผลเป็นเล็กๆ นะคะ แต่ไม่เป็นไรหรอกน่า ตอนถ่ายซีรีส์ฉันเอารองพื้นกลบเสียก็ได้” 

แต่สายตาของกู้จิ้งเจ๋อนั้นจริงจังอย่างยิ่ง “ไม่ ถ้าโรงพยาบาลนี้ทำไม่ได้ ฉันก็จะหาหมอที่ดีที่สุดในโลกมารักษาให้เธอ ฉันจะไม่ยอมให้เธอต้องมีรอยแผลเป็นแม้แต่นิดเดียว” 

ขณะที่หลินเช่อมองดูสีหน้าเคร่งขรึมของเขา เธอก็อดรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจไม่ได้ เธอยิ้มให้เขาแล้วพูดว่า “ทำไมละคะ ถ้าเนื้อตัวฉันมีรอยแผลเป็น คุณจะไม่ชอบเหรอคะ เขาว่ากันว่าภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสามีน่ะจะทอดทิ้งไปง่ายๆ ไม่ได้นะคะ คุณได้ยินรึเปล่า เพราะฉะนั้นไม่ว่าฉันจะน่าเกลียดสักแค่ไหน คุณก็จะทิ้งฉันไม่ได้นะ” 

กู้จิ้งเจ๋อพูดอะไรไม่ออก เขามองดูเธอแล้วพูดว่า “สบายใจได้น่า ฉันไม่ทิ้งเธอหรอก ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องมีแผลเป็นเท่านั้นเอง” 

เขาไม่อยากเห็นเธอต้องเจ็บตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเพราะเขา 

เมื่อชายหนุ่มมองดูหลินเช่อในชุดคนป่วย เขาก็พลอยนึกถึงผิวขาวผุดผ่องไร้ไฝฝ้าราคีใดๆ ของเธอขึ้นมาทันที แค่คิดว่ามันจะต้องกลายเป็นรอยแผลเป็นใหญ่เพราะเขา เพียงเท่านั้นเขาก็ทนไม่ได้แล้ว 

หลินเช่อขยับตัวเล็กน้อย เธอมองเขาและพูดว่า “หรือเพราะคุณรู้สึกผิดเวลาที่ต้องมาเห็นแผลเป็นพวกนี้คะ” 

กู้จิ้งเจ๋อทำตาเขียวใส่ “พูดอะไรไร้สาระน่ะ” 

แต่เขาก็รู้สึกผิดอยู่นิดๆ จริงๆ นั่นแหละ 

หลินเช่อว่า “ถ้าคุณรู้สึกผิดละก็ งั้นนับแต่นี้ก็ช่วยทำตัวดีๆ กับฉันหน่อยสิคะ แค่คุณไม่โยนฉันทิ้งโดยไม่มีสาเหตุนั้นก็ดีพอแล้วละค่ะ” 

กู้จิ้งเจ๋อตัวแข็ง เขาจำวันที่เขาทิ้งเธอไว้ที่ประตูบ้านได้ดี 

เขาโกรธเธอก็เพราะความปากดีของเธอนั่นแหละ 

ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่กล้าหาญชาญชัยพอที่จะมาพูดกับเขาแบบนั้นเลย 

แต่ตอนนี้เขากลับมองเธอนิ่งนานและรับปากอย่างนุ่มนวลว่า “ตกลง” 

หลินเช่อเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ เธอมองดูเขาด้วยความงุนงง เมื่อกี้เขาพูดว่ายังไงนะ 

กู้จิ้งเจ๋อหลบตา เขาก้มหน้าลง พลางจัดแจงยาที่หมอเป็นคนจ่ายไว้ให้บนโต๊ะ เขารินน้ำให้เธอเพื่อที่จะได้กินยา 

ในวันแรก แผลของหลินเช่อยังคงเจ็บอยู่เล็กน้อย แต่เพราะทางโรงพยาบาลได้เลือกใช้ยาที่ดีที่สุดกับเธอ หญิงสาวจึงไม่ได้รู้สึกแย่นัก 

ในคืนนั้น เมื่อถึงเวลาเข้านอน หลินเช่อก็เริ่มรู้สึกง่วงงุนและอยากหลับเต็มที เธอหันไปมองกู้จิ้งเจ๋อผ่านดวงตาที่ปรือหนักและถามว่า “คืนนี้คุณจะทำอะไรคะ” 

เขาตอบว่า “อย่าห่วงฉันเลย ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้นี่แหละ” 

หลินเช่อว่า “ทำไมคุณไม่กลับไปนอนละคะ” 

“ไม่ต้องหรอก ฉันจะนั่งเฝ้าเธออยู่ตรงนี้นี่แหละ” เมื่อกู้จิ้งเจ๋อคิดถึงการที่จะต้องทิ้งเธอเอาไว้คนเดียวแล้ว เขาก็คิดว่านั่นน่าจะทำให้เธอรู้สึกเดียวดายเกินไปหน่อย 

ถึงอย่างไรเธอก็ไม่เหมือนคนอื่นที่มีคนในครอบครัวห้อมล้อม เธอมีแค่เขาผู้เป็นสามีเพียงคนเดียวเท่านั้น 

หลินเช่อพูดขึ้น “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ...บางทีคุณน่าจะออกไปหาที่นอนข้างนอก” 

กู้จิ้งเจ๋อว่า “ไม่ละ เธอมีสายโน่นนี่ระโยงระยางเต็มไปหมด ต้องมีใครสักคนคอยเฝ้าเอาไว้ ฉันจะอยู่ที่นี่แหละ” 

“อา...ถ้าอย่างนั้น...” หลินเช่ออดซาบซึ้งไม่ได้ เธอมองดูกู้จิ้งเจ๋อและหันกลับมามองเตียงของตัวเอง เตียงในห้องวีไอพีแบบนี้มีขนาดใหญ่กว่าเตียงคนป่วยปกติ 

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจตบลงบนที่ว่างข้างๆ ตัว “ทำไมคุณไม่ขึ้นมานอนบนนี้ละคะ เตียงนี่ใหญ่พอ” 

ดวงตาของกู้จิ้งเจ๋อเป็นประกายวูบเมื่อเขาหันไปมองที่ว่างข้างตัวเธอ 

ความรู้สึกยินดีแอบผุดขึ้นในใจ 

ที่สำคัญ เขาไม่ยักรู้สึกหวาดกลัวหรือรังเกียจแม้แต่น้อย 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอ หลินเช่อจึงสำทับต่อไปว่า “ทำไมเหรอคะ คุณกลัวฉันจะกระโจนใส่คุณงั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันเอาหมอนมาวางกั้นไว้ดีมั้ยคะ เตียงนี่ใหญ่จะตายไป เราต่างคนต่างนอนกันได้สบายมาก” 

กู้จิ้งเจ๋อนิ่วหน้าเล็กน้อย “ก็ได้ๆ เอาแบบนั้นแหละ งั้นเข้านอนกันเร็วหน่อยก็แล้วกัน” 

เมื่อเธอเห็นว่าอีกฝ่ายยอมเออออด้วย หลินเช่อก็รีบขยับตัวไปด้านข้างเพื่อให้มีพื้นที่มากพอสำหรับเขา 

กู้จิ้งเจ๋อหยิบโน่นขยับนี่นิดหน่อยก่อนจะขึ้นเตียงนอน 

ทั้งสองคนแบ่งฝั่งเตียงกันนอนโดยมีหมอนวางกั้นตรงกลางเป็นที่เรียบร้อย 

ถึงอย่างนั้นหลินเช่อก็ออกจะประเมินตัวเองผิดไปหน่อย แม้ว่าจะนอนอยู่คนละฟาก แต่ก็คิดว่าตัวเองรู้สึกได้ถึงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มที่นอนข้างตัว แม้ว่าความจริงกู้จิ้งเจ๋อน่าจะหลับไปนานแล้ว แถมยังนอนนิ่งไม่ไหวติงใดๆ 

โชคดีที่ยาที่กินเข้าไปทำให้เธอเริ่มรู้สึกง่วงและผล็อยหลับไปในไม่ช้า 

กู้จิ้งเจ๋อรู้สึกได้ว่าคนที่นอนร่วมเตียงหยุดดิ้นซ้ายป่ายขวาและเสียงลมหายใจเริ่มที่จะสงบลงแล้ว เธอคงจะหลับไปแล้ว 

ชายหนุ่มระบายลมหายใจแล้วพลิกตัวไปอีกข้าง พยายามที่จะข่มตาให้หลับบ้าง 

แต่ในขณะที่จวนเจียนจะเข้าสู่ห้วงนิทรานั้นเอง ท่อนขาก็ฟาดป้าบลงมาบนตัว 

กู้จิ้งเจ๋อส่งสายตาขุ่นเคือง 

ยัยผู้หญิงคนนี้นี่ ขาเธอไม่เจ็บแล้วหรือยังไงกันนะ 

ไอ้อาการบาดเจ็บนี่ ไม่ได้ช่วยทำให้เจ้าหล่อนนอนเรียบร้อยขึ้นเลยสักนิด 

เขายกท่อนขาเรียวขึ้น พยายามระวังไม่ให้แตะโดนแผล และค่อยๆ วางลงด้านข้าง 

แต่แล้วท่อนแขนก็เหวี่ยงเข้ามาใส่ 

กู้จิ้งเจ๋อคิดว่า ถ้าไม่ได้เอามีดมาปักขวางกลางเอาไว้แล้วละก็ ก็คงไม่มีอะไรที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางผู้หญิงฤทธิ์เยอะคนนี้ได้อีกแล้ว 

เขาค่อยๆ ยกแขนเธอออก หันศีรษะไปทางหญิงสาว แล้ววางแขนลงกลับคืนที่เดิม 

หน้าเขาหันเข้าหาหน้าเธอที่กำลังนอนหลับสบาย 

ริมฝีปากแดงนั้นดูชุ่มฉ่ำ ดูเหมือนยัยผู้หญิงใจเด็ดคนนี้จะกลายเป็นคนละคนกับหญิงสาวที่เฉียดตายเมื่อคืนวานอย่างลิบลับ เรี่ยวแรงของเธอฟื้นตัวได้รวดเร็วดีเหลือเกิน 

จู่ๆ เธอก็ขยับตัวมาข้างหน้า 

กู้จิ้งเจ๋อชะงัก เขารู้สึกได้ถึงริมฝีปากคู่นั้นที่กำลังแตะลงบนใบหน้าของตัวเอง 

ถ้าเขาขยับเพียงนิดเดียว เขาก็จะสามารถสัมผัสปากแดงๆ แสนนุ่มนิ่มนั่นได้ 

ความชุ่มฉ่ำของเรียวปากส่งกระแสบางอย่างผ่านร่างเขา เหมือนกระแสไฟฟ้าที่แล่นวูบวาบ เขาจ้องมองริมฝีปากของเธอ รู้สึกได้ว่าปากคอของตัวเองแห้งผากไปหมด 

แต่แล้วอีกฝ่ายกลับเริ่มขยับตัวไปมาอย่างไร้ทิศทางอีกครั้ง คราวนี้ปากนั่นแตะเข้ากันกับปากเขาพอดิบพอดี ความร้อนผะผ่าวทำให้กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้วของตัวเองแน่นเข้า 

“หลินเช่อ เธอกำลังเล่นกับไฟอยู่นะ!” เขาเตือนเธอด้วยน้ำเสียงอันดุดัน “ฉันขอท้า เธอลองขยับดูอีกทีสิ!” 

แต่ดูเหมือนหลินเช่อจะไม่ได้ยินเสียงแหบพร่าของเขาเลยแม้แต่น้อย 

ความคิดเห็น