facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อระฆังวิวาห์ลั่นแบบสายฟ้าฟาด เธอและเขาจึงต้องสวมบทบาทคู่สามีภรรยาจำเป็น

ตอนที่ 28 ไม่มีคำตอบว่าทำไมฉันรักเธอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 ไม่มีคำตอบว่าทำไมฉันรักเธอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 ไม่มีคำตอบว่าทำไมฉันรักเธอ
แบบอักษร

หลินเช่อรู้สึกราวกับว่าอยู่ๆ เลือดในกายก็ไหลพุ่งขึ้นไปที่สมอง จนกลายเป็นความสับสนอลหม่าน 

แต่เมื่อริมฝีปากเย็นๆ ของเขาแตะลงมาบนปากเธอ และทิ้งความชุ่มชื้นอ้อยอิ่งอยู่บนนั้น เธอก็เริ่มได้สติ 

เขาจูบเธอ... 

และตอนนี้ก็ยังจูบอยู่ 

เขาบังคับให้เธออ้าปากออกและปล้นเอาอากาศเกือบทั้งหมดไปจากเธอ โดยไม่ให้โอกาสเธอได้คิดอะไรทั้งสิ้น 

ลิ้นของเธอและเขาพบกัน ปลายลิ้นทั้งสองกระหวัดเกี่ยวพัน ดูดดื่มรุนแรง เลือดลมในร่างดูเหมือนจะแล่นสลับทิศ ทิ้งไว้เพียงความมึนชาที่แผ่กระจายไปทั่วร่าง 

ดวงตาของหลินเช่อเบิกโพลง เธอมองดูใบหน้าสลักเสลาของเขาในระยะประชิด กลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว แตะแต้มด้วยความคลุมเครืออันผ่าวร้อน จนทำให้เธอแทบลืมความเจ็บปวดไปหมดสิ้น 

นิ้วเธอเกี่ยวรอบมือใหญ่แข็งแรงเอาไว้แน่น ความร้อนจากมือเขายังคงแล่นผ่านมือเธอเข้ามา 

เธอไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไปแม้ในขณะที่นายแพทย์กำลังลงมือเย็บแผล 

จนกระทั่งกู้จิ้งเจ๋อถอนริมฝีปากออกนั่นแหละ 

กลิ่นตัวของเธอหอมเหมือนอย่างที่เขาจำได้ 

หลังจากถอยห่างออกมา เศษส่วนของความปรารถนาก็ยังคงอ้อยอิ่งวนเวียนอยู่กับเขา 

อาจจะเป็นเพราะอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านจากอุบัติเหตุก็เป็นได้ที่ทำให้หลินเช่อซึ่งเสียเลือดไปจำนวนมากยังคงมีสติตื่นตัวอยู่จนถึงตอนนี้ได้ แต่ทันทีที่หมอลุกขึ้นยืนและบอกว่าการรักษาเสร็จสิ้นแล้วนั้น เธอก็หมดสติพับไปราวกับสายเชือกที่ขาดผึง 

เมื่อหลินเช่อลืมตาตื่น เธอก็มองเห็นสีฟ้าที่แวดล้อมอยู่รอบตัว มีเครื่องมือแพทย์มากมายหลายชนิดเต็มไปหมด 

เธอพยายามตะกายตัวลุกขึ้นจนไปดึงเอาแผลที่เย็บไว้เข้า ความเจ็บชนิดสาหัสพุ่งวาบขึ้นมา แต่หญิงสาวก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังกุมมือเธออยู่ 

เป็นกู้จิ้งเจ๋อนั่นเองที่นั่งอยู่ข้างเตียง เขาหลับสนิทไม่รู้สึกตัว 

การขยับตัวเล็กน้อยของเธอทำให้เขาลืมตาตื่นในทันที “เกิดอะไรขึ้นเหรอ” 

เขามองดูเธออย่างเป็นกังวล “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” 

เขาดูอิดโรยเล็กน้อย หลินเช่อกำลังสงสัยว่าเขาคงจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอมาตลอดทั้งคืน 

หญิงสาวรีบตอบ “เปล่าค่ะ เปล่า ฉันไปโดนแผลเข้าน่ะค่ะ” 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้จิ้งเจ๋อก็รีบผุดลุกขึ้นแล้วยกผ้าห่มขึ้นตรวจดูแผลที่เย็บไว้ทันที 

ผ้าปิดแผลยังคงปิดแน่นดี และดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะหันไปนิ่วหน้าใส่เธอ “ระวังหน่อยสิ อย่าขยับตัวโดยไม่จำเป็น” 

เมื่อคืนที่ผ่านมา เธอเอาแต่พึมพำเป็นระยะ และเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดของเธอก็ทำให้เขาไม่สบายใจเอาเลย 

เขาทำได้เพียงกุมมือเธอเอาไว้และคอยอยู่ข้างเตียงเธอตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเกือบรุ่งสางนั่นแหละ ที่เขาเพลียมากเสียจนเผลอหลับไป 

ฉินเฮ่าทนเห็นเขาในสภาพนี้ไม่ได้และอยากให้เขาย้ายไปนอนในห้องติดกัน แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัว หลินเช่อก็จะร้องออกมา 

ชายหนุ่มจึงได้แต่ยกมือห้ามและส่งสัญญาณให้ฉินเฮ่ากลับออกไปเสีย และเขาก็นั่งเฝ้าไข้เธอตลอดทั้งคืน 

โชคดีที่คุณหมอบอกว่าถึงแม้เส้นเลือดใหญ่จะขาด แต่ก็สามารถห้ามเลือดได้แล้ว บาดแผลของหลินเช่อจะค่อยๆ ทุเลาลงตามเวลา 

หลินเช่อดูจะตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อหันมองไปรอบๆ ห้องพักวีไอพีอันสุดหรูหรา หากไม่นับอุปกรณ์การแพทย์ที่มีอยู่มากมายแล้วล่ะก็ ห้องพักที่นี่ก็ดูไม่เหมือนโรงพยาบาลเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวรู้ว่าตอนนี้อาการของเธอคงจะดีขึ้นมากแล้ว ในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังรู้สึกโล่งใจอยู่นั่นเอง เธอก็นึกขึ้นได้ว่า “โอ๊ย ตายแล้ว โฉนดที่ดินกับเอกสารกรรมสิทธิ์ของฉันละคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้าเธอด้วยความงุนงง “ฉันไม่รู้” 

หลินเช่อตกใจสุดขีด “ไม่ได้นะคะ!” 

เธอคงเผลอเหวี่ยงมันทิ้งไปตอนเกิดเหตุ จะมีใครเก็บเอาไว้ให้เธอหรือเปล่านะ” 

หลินเช่อร้องถาม “มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย นั่นมันเป็นของสำคัญนะคะ” 

กู้จิ้งเจ๋อมองเธอนิ่งนาน “ก็ได้ งั้นถ้ามันเป็นของสำคัญ ทำไมเธอไม่นอนกอดโฉนดพวกนั้นแล้วหนีไปซุกอยู่ที่มุมรถแทนล่ะ ตอนเกิดเรื่องเธอโยนมันทิ้งแล้วมากระโดดใส่ฉันนี่” 

เขาอดรู้สึกผิดต่อเธอไม่ได้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะทำแบบนั้นเลย 

หลินเช่อกะพริบตา “ฉันลืมไปแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะค่ะ บางทีฉันคงจะทำไปเพราะความตกใจละมั้ง” 

กู้จิ้งเจ๋อมองหน้า “คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีก มันอันตรายเกินไป” 

หลินเช่อว่า “แน่นอนค่ะ หลังจากได้บทเรียนคราวนี้แล้ว คราวหน้าฉันรู้แน่ค่ะว่าต้องทำยังไง นี่มันครั้งแรกนี่นา ฉันไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลยไม่รู้ว่าจะต้องหนีไปซ่อนตรงไหน” 

กู้จิ้งเจ๋อส่ายหน้า 

หลินเช่อว่า “ว่าแต่โฉนดที่ดินกับเอกสารกรรมสิทธิ์ของฉันสามารถไปขอมาใหม่ได้ไหมคะ” 

“ได้สิ ถ้ามันมีชื่อเธออยู่บนนั้น ยังไงมันก็เป็นของเธอ” 

“เยี่ยมไปเลย” ท่าทางหลินเช่อดูโล่งใจ 

กู้จิ้งเจ๋อเหน็บแนมต่อว่า “เอาละ แม่คนหิวเงิน ตอนนี้ปัญหาทุกอย่างก็จบหมดแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องกินอะไรสักหน่อยแล้วล่ะ” 

หมอแจ้งว่าเธอสามารถรับประทานอาหารได้ทันทีที่ตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มจึงจัดแจงเรียกคนจากที่บ้านให้เตรียมอาหารเอาไว้ล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

เมื่อหลินเช่อลืมตาขึ้น เขาก็จัดแจงเรียกอาหารเข้ามา แต่เมื่อเห็นเธอทำท่าจะขยับตัว กู้จิ้งเจ๋อก็กดเธอให้นั่งอยู่กับเตียงดังเดิม “อยู่เฉยๆ เถอะ เดี๋ยวฉันป้อนเอง” 

หลินเช่อมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ 

กู้จิ้งเจ๋อเตรียมทุกอย่างไว้บนโต๊ะตัวเล็กแล้ว เขาหยิบช้อนขึ้นแล้วตักโจ๊กจากถ้วยก่อนจะยกขึ้นมาเป่า และส่งให้หลินเช่อถึงปาก 

เธอมองดูการเคลื่อนไหวของเขา มันคล่องแคล่วราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ แถมยังดูดีมากอีกต่างหาก จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ 

เธออ้าปากกินโจ๊กคำนั้น แต่ก็เผลอกัดช้อนเข้าโดยไม่รู้ตัว 

กู้จิ้งเจ๋อขมวดคิ้ว มองดูริมฝีปากคู่นั้น มันยังคงแดงเรื่อเหมือนเมื่อวาน และฉ่ำชุ่มด้วยความชื้นจากโจ๊กอุ่นๆ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายยากเย็น คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วดูจะยิ่งผูกเป็นปมหนักขึ้นไปอีก 

“โอ๊ะ...ขอโทษค่ธ” เธอบอกเบาๆ หลังจากกลืนอาหารลงคอ โดยไม่ทันสังเกตท่าทีที่เปลี่ยนไปของกู้จิ้งเจ๋อ 

“กินระวังๆ หน่อยสิ” เขาบอก 

แม้น้ำเสียงจะหงุดหงิด แต่เขาก็ยังอุตส่าห์เอื้อมนิ้วมาเช็ดเศษข้าวที่หลงเหลืออยู่ตรงมุมปากให้ 

นิ้วยาวนั้นแตะลงมาบนริมฝีปากอ่อนนุ่ม ทุกจุดที่ปลายนิ้วนั้นแตะต้องลงมาดูจะชาจนไร้ความรู้สึกไปหมด 

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ที่เขาเอาวางไว้ข้างๆ ก็ดังขึ้น 

กู้จิ้งเจ๋อวางชามอาหารลงแล้วหันไปมอง 

เป็นสายจากโม่ฮุ่ยหลิงนั่นเอง 

กู้จิ้งเจ๋อหันมามองหลินเช่อก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นและเดินออกไปรับสายข้างนอก 

หลินเช่อนั่งนิ่ง มองดูประตูปิดลง หญิงสาวบอกกับตัวเองว่า ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าใครโทรมา 

เมื่อกู้จิ้งเจ๋อรับสาย เขาก็ได้ยินเสียงอันร้อนรนของโม่ฮุ่ยหลิงดังขึ้นมา 

“จิ้งเจ๋อคะ ทำไมเมื่อคืนคุณไม่มาละคะ แถมคุณยังไม่รับโทรศัพท์ฉันด้วย” 

โทรศัพท์เขาดังขึ้นครั้งหนึ่งเมื่อคืนนี้ แต่ตอนนี้อาการของหลินเช่อยังคงไม่ดีนัก และเขากลัวว่ามันจะรบกวนเธอ กู้จิ้งเจ๋อจึงสั่งให้ฉินเฮ่าเอาโทรศัพท์ออกไปจากห้อง 

เมื่อได้ยินสุ้มเสียงไม่พอใจของโม่ฮุ่ยหลิง เขาจึงตอบไปว่า “มีเหตุนิดหน่อยเมื่อคืนน่ะ ฉันก็เลยไปไม่ได้” 

“ฉันไม่สนหรอกว่าจะมีเหตุอะไรนะคะ จิ้งเจ๋อ ถ้ามันจะเกิดขึ้นวันอื่นละก็ ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดฉันนะคะ คุณกล้าปล่อยให้ฉันรอคุณอยู่คนเดียวเป็นนานสองนานแบบนั้นได้ยังไงน่ะ” โม่ฮุ่ยหลิงเริ่มร้องไห้อีกครั้ง 

กู้จิ้งเจ๋อรู้ดีว่าโม่ฮุ่ยหลิงนั้นเป็นคนเจ้าน้ำตา แต่เมื่อเขาได้ยินเธอร้องไห้ในเวลานี้ เขากลับอดคิดไม่ได้ว่าหลินเช่อนั้นก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ร้องไห้เอาเลย แม้กระทั่งเมื่อวานที่เธอเจ็บจนฟันกระทบกันสั่นระริก แม้กระทั่งตอนที่เธอคิดว่าตัวเองอาจจะตาย เธอก็ไม่มีน้ำตาแม้สักหยด 

กู้จิ้งเจ๋อตอบไปว่า “เมื่อวานเป็นเรื่องเร่งด่วนน่ะ ฉันก็เลยไปไม่ได้ ฉันขอโทษด้วยนะ ฮุ่ยหลิง คราวหน้าที่พบกันฉันจะเล่าให้ฟังอีกที” 

“งั้นคืนนี้คุณจะมาหาฉันมั้ยคะ” เสียงโม่ฮุ่ยหลิงทำเสียงอ่อน 

กู้จิ้งเจ๋อคิดอยู่เป็นครู่ “วันนี้คงไปไม่ได้” 

ความคิดเห็น